บทที่ 19 กระบี่ชั้นหนึ่ง เ้าเลือกได้ตามใจชอบ (รีไรต์)
เชื่อเขาได้ก็บ้าแล้ว!
เมื่อวานเมิ่งฝานก็พูดกับนางแบบนี้ หากแค่ดูคนอื่นร่ายรำวิชากระบี่สองสามรอบก็สามารถเรียนรู้วิชากระบี่นั้นได้แล้วจะ้าตำรากระบี่ไปเพื่ออะไร?
เมิ่งฝานผู้นี้ช่างน่าเจ็บใจนัก เห็นพวกนางเป็คนโง่ที่หลอกเล่นได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ
เมิ่งฝานรู้สึกจนปัญญาอย่างยิ่ง หลายครั้งที่พูดความจริงกลับไม่มีใครยอมเชื่อเลยสักคน
เมื่อเห็นท่าทางของเมิ่งฝาน เย่เฟิงกลับไม่ได้โกรธเคืองเหมือนหลิ่วเยียนผิง
เ้าหนุ่มนี่ท่าทางดุดันแต่พูดน้อย เขาแทงกระบี่ออกไปอีกครั้งเล็งตรงไปยังลำคอของเมิ่งฝานทันที
เมื่อครู่เขาออมมือให้ กระบี่เล่มนั้นมีช่องโหว่ชัดเจนเขาจึงไม่ยอมรับ
กระบี่นี้เขาลงมือเต็มกำลัง โดยไม่มีการออมมือแม้แต่น้อย
เมิ่งฝานหรี่ตาลงเมื่อเห็นเย่เฟิงลงมือ เขาก็แทงกระบี่สวนออกไปเช่นกัน
ทั้งสองยังคงใช้วิชากระบี่จันทร์กระจ่าง จันทร์กระจ่างส่องแม่น้ำใหญ่!
ผลลัพธ์คือ...
เหมือนกับเมื่อครู่ไม่มีผิด
เมิ่งฝานลงมือทีหลังแต่ถึงก่อน เมื่อกระบี่ของเขาจ่ออยู่ที่ลำคอของเย่เฟิง กระบี่ของเย่เฟิงยังคงห่างจากลำคอของเมิ่งฝานอยู่ถึงสองนิ้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้เพียงนิ้วเดียวก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวนับประสาอะไรกับสองนิ้ว
นี่มันเป็การถล่มฝ่ายเดียวชัด ๆ!
"ข้าแพ้แล้ว ยอมรับอย่างราบคาบ" เย่เฟิงโยนกระบี่ไม้ในมือทิ้งแล้วหลับตาลง
พูดตามตรง ความจริงแล้วมันน่าอับอายมาก
เขาที่เป็ศิษย์สายในขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่แปดแต่กลับพ่ายแพ้ให้กับศิษย์สายนอกขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่หนึ่ง
แม้จะเป็เพียงการประชันวิชากระบี่ ซึ่งไม่ได้เป็ตัวแทนของพลังฝีมือที่แท้จริง แต่เขาก็ยังรู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง
"วิชากระบี่ท่านี้ ความจริงในตอนที่เ้าแทงกระบี่ ควรจะก้าวเท้าขวาออกไปก่อน จากนั้นแขนของเ้าชูสูงเกินไป ควรจะกดลงมาอีกครึ่งนิ้ว หากเ้าแก้ไขสองจุดนี้ได้ก็น่าจะสามารถจ่อกระบี่ที่ลำคอของข้าได้พร้อม ๆ กัน"
เมิ่งฝานพูดไปพลาง ก้มลงเก็บหินิญญาสิบก้อนบนพื้นขึ้นมา
หินิญญามากมายขนาดนี้ หากไม่ให้คำชี้แนะบ้างเขาคงรับไว้ได้อย่างไม่สบายใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฝาน เย่เฟิงที่เดิมทีหลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นทันที
ในดวงตามีประกายแห่งความเข้าใจวาบผ่าน
เขาลองร่ายรำกระบี่สองสามครั้ง จากนั้นใบหน้าก็ปรากฏความยินดี
เมื่อลองทำตามที่เมิ่งฝานบอก เขารู้สึกว่าวิชากระบี่ท่านี้ลื่นไหลขึ้นมากจริง ๆ
"ขอบใจมาก! เมื่อครู่ข้าล่วงเกินเ้าแล้ว ข้าขอโทษด้วย"
ครั้งนี้เขายอมรับอย่างหมดใจจริง ๆ
แม้เมิ่งฝานจะเป็เพียงศิษย์สายนอกขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่หนึ่ง แต่ในด้านวิชากระบี่ได้ทำให้เขาสยบลงแล้ว
อย่างน้อยที่สุดในวิชากระบี่จันทร์กระจ่างเขายอมสยบให้!
"ไม่ต้องเกรงใจ หากจะขอบคุณก็ให้ขอบคุณศิษย์พี่หลิ่วเถอะ เพราะนางเป็คนจ่ายหินิญญา" เมิ่งฝานกล่าวกับเย่เฟิง
ผลคือ เย่เฟิงถลึงตาใส่หลิ่วเยียนผิงอย่างแรงครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกจากหอหยั่งรู้กระบี่ไปทันที
เมิ่งฝานมองภาพนี้ด้วยความประหลาดใจ
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
เปลี่ยนจากรักเป็เกลียดหรืออย่างไร?
เมิ่งฝานส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจ
อย่างไรเสียก็ไม่เกี่ยวกับตน
"ขอบคุณศิษย์พี่หลิ่วที่มอบหินิญญาให้" เมิ่งฝานหันไปขอบคุณหลิ่วเยียนผิง
ครั้งนี้เขาขอบคุณจากใจจริง หินิญญาถึงสิบก้อนเชียวนะ จะให้ไม่ซึ้งได้อย่างไร?
หากคำนวณตามเบี้ยเลี้ยงที่สำนักกระบี่สู่ซานมอบให้ตน มันสามารถเลี้ยงดูตนได้ถึงสามเดือนเลยไม่ใช่หรือ
"เ้าเชี่ยวชาญวิชากระบี่อีกกี่แขนงกันแน่?" หลิ่วเยียนผิงมองเมิ่งฝานด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
วิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงสามารถสยบข้าได้
วิชากระบี่จันทร์กระจ่าง สามารถบดขยี้เย่เฟิงได้
หากไม่ใช่เพราะระดับพลังต่ำไปหน่อย เ้าหมอนี่มีแววที่จะก้าวขึ้นเป็ศิษย์สืบทอดหลักได้เลย
"ศิษย์พี่หลิ่ว ความจริงข้าแค่ดูพวกท่านร่ายรำกระบี่ไม่กี่รอบ ไม่นับว่าเชี่ยวชาญหรอก เพียงแค่รู้เล็กน้อยเท่านั้น" เมิ่งฝานพูดด้วยท่าทางขัดเขินและถ่อมตัว
รู้เล็กน้อย?
ถ้าอย่างนั้นข้าไม่กลายเป็คนไร้ค่าไปเลยหรือ?
หลิ่วเยียนผิงถลึงตาใส่เมิ่งฝานอย่างแรง แล้วเตรียมจะเดินออกจากหอหยั่งรู้กระบี่
เมิ่งฝานรีบขวางหลิ่วเยียนผิงไว้แล้วพูดว่า "ศิษย์พี่หลิ่ว จะไปแล้วหรือ?"
หลิ่วเยียนผิงพูดอย่างหงุดหงิดว่า "ไม่ไปแล้วจะอยู่ที่นี่ให้เ้ากวนประสาทหรืออย่างไร?"
เมิ่งฝานพูดอย่างเกรงใจว่า "คือว่าศิษย์พี่หลิ่ว ก่อนหน้านี้ตกลงกันว่าข้าจะช่วยท่านประชันกระบี่ ค่าตอบแทนคือหินิญญาหนึ่งก้อน ท่าน..."
หลิ่วเยียนผิงโกรธจนตัวสั่น!
เ้าคนบ้า!
นางโยนหินิญญาให้เมิ่งฝานหนึ่งก้อน แล้วหันหลังเดินจากไป
เมิ่งฝานเก็บหินิญญาก้อนนี้ไว้ จากนั้นก็มองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวัง
หลังจากลังเลครู่หนึ่ง เขาก็ออกจากหอหยั่งรู้กระบี่
พกหินิญญาเยอะขนาดนี้ เขาไม่กล้าเที่ยวเตร่ข้างนอกอีกต่อไป
ช่วยไม่ได้ คนไม่เคยเห็นโลกกว้างก็ต้องถ่อมตัวเช่นนี้แหละ!
จากนั้นเขาจึงไปที่หอโอสถอีกครั้งใช้หินิญญาห้าก้อนซื้อยาจวี้ชี่ห้าสิบเม็ดและใช้หินิญญาอีกสามก้อนซื้อยาชุ่ยถี่สามสิบเม็ด
สุดท้ายเหลือหินิญญาสามก้อน เขาเตรียมจะนำกลับไปคืนศิษย์พี่หลัว
เมิ่งฝานพกยาจวี้ชี่เจ็ดสิบเม็ดและยาชุ่ยถี่สี่สิบเม็ด กลับไปยังหอคอยกระบี่ด้วยความตื่นเต้น
เมื่อคืนหินิญญาสามก้อนให้กับศิษย์พี่หลัว ศิษย์พี่หลัวมีสีหน้าประหลาดใจ
"เ้าหนุ่ม ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ยืม เ้าเกรงใจจนไม่กล้าใช้หรือ?"
เมิ่งฝานเล่าเื่ที่หลิ่วเยียนผิงมอบหินิญญาให้แก่ศิษย์พี่หลัว
แน่นอนว่าเื่ราวที่เล่านั้นถูกปรุงแต่งให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย
เขาไม่ได้บอกว่าวิชากระบี่ของตนบดขยี้หลิ่วเยียนผิงและเย่เฟิง เพียงแต่บอกว่าช่วยพวกเขาฝึกกระบี่
ศิษย์พี่หลัวไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง
เพราะเขาก็รู้จักนิสัยของหลิ่วเยียนผิง
"วัยหนุ่มนี่มันดีจริง ๆ หากข้ามีใบหน้าอย่างเ้า คงไม่ต้องตกอับขนาดนี้!"
ศิษย์พี่หลัวคิดว่าหลิ่วเยียนผิงหาเมิ่งฝานมาฝึกกระบี่ เพราะถูกดึงดูดด้วยรูปโฉมของเมิ่งฝาน
เพราะหากพูดกันตามตรง ใบหน้าของเมิ่งฝานหล่อเหลามากจริง ๆ ในสำนักกระบี่สู่ซานเขายังไม่เคยเห็นใครหล่อกว่าเมิ่งฝานเลย
เมื่อคิดเช่นนี้การที่มีใบหน้าเช่นนี้แต่ต้องมาเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ในหอคอยกระบี่ ช่างเป็การใช้ความสามารถผิดที่จริง ๆ
ทั้งที่มีรูปโฉมที่ใช้ทำมาหากินได้แท้ ๆ!
"เอาเถอะ ในเมื่อเ้าสามารถเกาะขาหลิ่วเยียนผิงได้ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องใช้หินิญญาเพียงเล็กน้อยของข้าแล้ว" ศิษย์พี่หลัวยิ้มขื่นพลางรับหินิญญาสามก้อนคืนไป
"ศิษย์พี่หลัวรู้จักศิษย์พี่หลิ่วด้วยหรือ?" เมิ่งฝานถามด้วยความอยากรู้
"หลิ่วเยียนผิง หลานสาวสุดที่รักของผู้าุโหลิ่วแห่งหอหลอมโอสถ เป็เศรษฐีน้อยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสำนักกระบี่สู่ซาน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฝานก็แสดงสีหน้าประหลาดใจทันที
"ศิษย์พี่หลิ่วมีเื้ัแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?"
ศิษย์พี่หลัวหัวเราะ "ใช่แล้ว นางแข็งแกร่งมาก เ้าแค่คอยเอาใจนางให้ดีต่อไปย่อมไม่ขาดแคลนหินิญญาแน่นอน"
เมิ่งฝานรีบพูดอย่างจริงจังว่า "ศิษย์พี่หลัวเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่คนประเภทนั้น!"
...
หลังมื้ออาหาร เมิ่งฝานมองดูกระบี่ธรรมดาจำนวนนับไม่ถ้วนในชั้นหนึ่งของหอคอยกระบี่ แล้วนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้
"ศิษย์พี่หลัว ศิษย์สายนอกที่ติดอันดับหนึ่งในห้าสิบ สามารถมาเลือกกระบี่หนึ่งเล่มจากหอคอยกระบี่ได้ ตอนนี้ข้าไม่ใช่ทั้งศิษย์สายงานจิปาถะและไม่ใช่ศิษย์สายนอก แต่เป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่ เช่นนั้นข้าสามารถเลือกกระบี่ในหอคอยกระบี่ได้หรือไม่?"
ศิษย์พี่หลัวหัวเราะทันที "แน่นอนว่าได้ เ้าไม่ได้ด้อยไปกว่าศิษย์สายนอกอันดับหนึ่งในห้าสิบพวกนั้นเลย!
อีกอย่างศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่เราเอง หากแม้แต่กระบี่เล่มเดียวก็เลือกไม่ได้ จะพูดได้อย่างไร?
กระบี่ในชั้นหนึ่งของหอคอยกระบี่ เ้าเลือกได้ตามใจชอบ หากใช้จนพังก็ไม่ต้องชดใช้ เปลี่ยนเล่มใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งหินิญญาด้วย
เมื่อเ้าฝึกฝนจนถึงขั้นเจินอู่ แม้แต่กระบี่ในชั้นสองของหอคอยกระบี่เ้าก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์พี่หลัว ใบหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏความยินดี
จากนั้นเขาก็เริ่มเดินสำรวจในชั้นหนึ่งของหอคอยกระบี่ เพื่อเลือกกระบี่คู่กายที่เป็ของตนเองสักเล่ม