Ring! Ring! Ring!
เสียงของโทรศัพท์เครื่องหรูที่กำลังแผดเสียงร้องดังขึ้นมา ขณะที่ร่างของเ้าของโทรศัพท์กำลังนอนคว้ำหน้าอยู่บนเตียง ไม่ได้สวมใส่เสื้อแต่อย่างใด เผยให้เห็นแผงหลังผิวขาวเนียนที่จะมีก็แต่เพียงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวของเ้าตัวที่สวมมันอยู่เท่านั้น ผมที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงหลังจากที่เมื่อคืนกลับมาถึงห้องของตัวเองก็ปาไปเกือบจะตี4 เห็นจะได้ เป็เพราะว่าเมื่อวานไอ้พวกเพื่อนตัวดีที่มันชวนผมไปสังสรรค์แดกเหล้า เนื่องในโอกาสที่มันจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ที่จริงไอ้คนที่จะไปเรียนต่างประเทศมันก็เป็เพื่อนของเพื่อนผมอีกที แต่เป็เพราะว่าพวกเราเคยกินเหล้าอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ก็เลยค่อยข้างที่จะสนิทกันในระดับหนึ่งเหมือนกัน ผมค่อยๆขยับร่างใช้มือของตัวเองควานหาโทรศัพท์เ้าปัญหาที่กำลังแผดเสียงร้องไม่สนใจว่าผมจะง่วงอยู่รึเปล่าทันที ก่อนจะควานหามันเจอแล้วกดรับสายไปโดยที่ไม่ได้ดูสักนิดว่าชื่อหรือเบอร์ที่ขึ้นอยู่ที่หน้าจอเป็ใครหรือรู้จักรึเปล่า
“ โหล!! ”
( ไง! ไอ้ลูกตัวดี นี่คงจะเมาอีกล่ะสิ่ท่า ถึงได้ตื่นสายแบบนี้น่ะ ) เสียงของปลายสายเอ่ยทักทายผมเชิงบ่นขึ้นก่อนทันที ถ้ามาในแนวนี้ไม่ต้องหันไปดูเบอร์ผมก็พอจะทราบว่าปลายสายที่กำลังคุยกับผมอยู่ตอนนี้เป็ใคร ถ้าไม่ใช่บิดาผู้บังเกิดเกล้าที่ชอบโทรหาผมในวันที่ผมเมาทุกที ไม่รู้ว่าแกมีเซนส์อะไรรึเปล่าถึงได้ประจวบเหมาะแทบจะทุกครั้งที่แกโทรหาเลยจริงๆ
“ ว่าไงครับพ่อ… โทรหาหนูแต่เช้ามีอะไรรึเปล่าครับ ” ผมที่รู้ว่าปลายสายเป้นใครโทรมาแล้ว ก็ตอบบทสนทนาของปลายสายกลับไปทันที โดยที่แทนตัวเองว่าหนู เพราะมันชินั้แ่เด็กจนตอนนี้ กลับบ้านที่ชลบุรีทีไรเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่ว่าจะปู่ย่าหรือพ่อแม่ของตัวเอง ผมก็จะแทนตัวเองว่าหนูตลอด แบบว่าติดมาั้แ่เด็กแล้วนั่นแหล่ะครับ
( หึ! ทำไม… ฉันจะโทรหาลูกชายตัวเองนี่ไม่ได้เลยรึไง )
“ เฮ้อ! พ่อต่างหากที่ชอบโทรมาตรงกับหนูตอนที่กำลังเมาน่ะ ” ผมบ่นเบาๆออกมา ตอนนี้ผมพลิกตัวมานอนหงายแล้วเอนหลังพิงไปที่หัวเตียงเรียบร้อยแล้ว ผมก้มมองรอยสักแทททูเลขโรมันที่เป็วันเดือนปีเกิดของตัวเองที่เนินราวนมทางด้านซ้ายของตัวเองอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก ความจริงผมอยากจะสักนอกร่มผ้าด้วยแหล่ะครับ แต่ติดว่าที่บ้านไม่อนุญาตเลยทำได้เท่าที่บอกกับทุกคนนี่แหล่ะ
( เฮ้อ! เข้าเื่เลยแล้วกัน แกพอจะกลับมาบ้านสัก 3 วันได้มั้ย พอดีฉันกับแม่แกต้องไปงานศพเพื่อนเก่าที่กระบี่น่ะ เลยจะให้แกกลับมาช่วยพี่สาวแกดูงานหน่อย ) เสียงปลายสายของพ่อผมเอ่ยขึ้นบอกออกมา
“ แค่ 3 วันใช่มั้ยพ่อ มันก็ได้อยู่หรอก ”
“ ดี! งั้นเย็นนี้แกก็กลับมาเลยแล้วกัน ส่วนไอ้เ้าขุนแกก็ลองชวนมันดูว่ามันจะกลับมาด้วยมั้ย ”
“ ได้ครับพ่อ… เดี๋ยวหนูจะลองชวนมันดู งั้นแค่นี้ก่อนนะพ่อมันสายมากแล้ว หนูจะออกไปหาอะไรกินก่อนสักหน่อย แล้วจะขับรถกลับไปที่บ้านต่อเลย ”
“ สายบ้านแก่สิ่! แหกตาดูด้วยมันจะบ่ายโมงอยู่แล้ว เออๆ ไม่กวนแล้วล่ะ แค่นี้แหล่ะ! ” ติ๊ด!
พูดจบ…. พ่อผมก็กดวางสายไปทันที
“ เฮ้อ! ให้ตายสิ่! ชีวิตกู… ” ผมถอนหายใจพร้อมกับสบถออกมาเบาๆ ก่อนที่จะลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทันที เพื่อที่จะจัดการชำระล้างร่างกายให้มันสดชื่นแล้วกะว่าจะไปหาอะไรกินก่อนที่จะขับรถกลับชลบุรี
หอพักนักศึกษาปี1 ในมหาวิทยาลัย xxx
“ วาฬ! ไอ้วาฬ! ”
“ ห้ะ! ” ผมที่สะดุ้งกับแรงสะกิดที่ไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองก็พบว่าเป็รูมเมทของผม ที่มันกำลังเช็ดผมของตัวเองอยู่หลังจากที่พึ่งจะอาบน้ำเสร็จ มันแต่งตัวด้วยชุดกีฬาสบายๆ เพราะวันนี้เป็วันหยุด ไม่สิ่… ต้องบอกว่ามันยังไม่เปิดเรียนต่างหาก อ้อ!.. ลืมแนะนำรูมเมทของผมไปเลยครับ รูมเมทของผมมันชื่อขุนเขาครับ มันมาจากชลบุรีเหมือนกันกับผมนี่แหล่ะครับ ที่สำคัญเลยคือ… มันถูกรับเลือกให้เป็เดือนคณะวิศวะด้วย ถามว่าทำไมผมถึงรู้น่ะหรอครับ ก็วันก่อนผมได้ยินมันคุยกับรุ่นพี่คณะมัน แล้วก็คุยเื่ประกวดดาวเดือนนี่แหล่ะครับ ผมจึงได้รู้ั้แ่ตอนนั้นว่ามันเป็เดือนคณะวิศวะ
“ กูแค่จะขอยืมไดร์ทเป่าผมหน่อย พอดีกูลืมเอามาน่ะ ” ขุนเขามันว่าออกมา
“ อ๋อๆ เออๆไปเอาดิ วางอยู่ข้างเตียงกูนั่นแหล่ะ ” ผมบอกกับมันกลับไป
“ มึงทำอะไรอยู่วะ กูเรียกมึงตั้งหลายครั้งไม่ได้ยินน่ะ ” ไอ้ขุนเขาถามผมต่อทันที ก่อนจะเดินมาชะโงกหน้าดูสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่
“ อ๋อ!… กูแค่กำลังดูไรไปเรื่อยน่ะ ” ผมว่าออกมาก่อนจะรีบเก็บสมุดหนงสือรุ่นของตัวเองทันที
“ อะไรวะ แค่นี้ก็หวง ก็เห็นอยู่ว่ามึงดูสมุดทำเนียบรุ่นมึงที่โรงเรียนเก่าอยู่ แต่ก็เอาเถอะ! เดี๋ยวหาว่ากูเสียมารยาทยุ่งเื่ของมึงอีก กูไปก็ได้…. อยู่ข้างเตียงใช่ปะ ”
“ เออ… อยู่ข้างเตียงนั่นแหล่ะ หาดูเอา ” ผมว่าออกไปก่อนจะลุกเดินไปเปิดระเบียงหลังห้องเพื่อออกไปสูดอากาศข้างนอกแทน พร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อย ผมเข้ามาเรียนที่มหาลัยนี้ส่วนหนึ่งเพราะเห็นว่าที่นี่มีคณะที่ผมอยากจะเข้าเรียน และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือผมเข้ามาเรียนที่นี่ก็เพื่อที่จะตามใครคนนึงมาด้วยล่ะครับ
คนที่ผมพูดถึงเธอคือคนที่ทำให้ผมรู้สึกดีเวลาอยู่ใกล้ๆเธอ รู้สึกเหมือนว่าเธอคือแรงบันดาลใจที่คอยเข้ามาให้กำลังใจผมอยู่เสมอ คอยให้คำแนะนำเื่ต่างๆั้แ่ผมได้เรียนห้องเดียวกันกับเธอั้แ่ตอนมัธยมปลาย ตอนนั้นผมรู้สึกสับสนในหลายๆเื่ เธอก็คอยเป็ที่ปรึกษาและให้คำแนะนำผมเป็อย่างดี จนคนในห้องเรียนต่างก็จับผมกับเธอเป็คู่จิ้นกัน ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองฝ่ายเดียวรึเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพลาดและต้องตามเธอมาถึงที่นี่คือการที่ผมยังไม่ได้ลองสารภาพสิ่งที่อยู่ในใจผมกับเธอ เธอคนนั้นของผมชื่อ ใบหม่อนครับ เธอเป็ผู้หญิงน่ารัก ยิ้มเก่ง และที่สำคัญที่ทำให้เธอมีเสน่ห์คือเธอมีลักยิ้มพิมพ์ใจที่ทำให้ผมชอบมองเธอเวลาที่เธอยิ้มเป็ที่สุด
ผมยืนนึกถึงเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับใบหม่อนอยู่นอกระเบียงอยู่สักพักก่อนที่จะกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง และพบว่ารูมเมทหน้าหล่อของผมกำลังนอนคุยโทรศัพท์กับใครอยู่ก็ไม่รู้ แต่ท่าทีของเ้าตัวเหมือนจะแสดงสีหน้าติดจะรำคาญออกมาด้วย และเมื่อฟังจากบทสนทนาแล้วดูเหมือนว่ามันจะคุยกับพี่ชายของมัน เพราะได้ยินมันพูดเฮียอย่างนั้น เฮียอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา
“ เฮีย! ไม่เอา! ผมไม่กลับ… กลับไปก็เจอเจ๊บ่นทุกวันอีก ผมอยู่ที่ มอนี่แหล่ะดีแล้ว เฮียกลับไปเถอะ ”
“ ไม่เอาครับ! ไม่ต้องเอามา! ผมอยู่บ้านกินจนเบื่อแล้วเฮีย ”
“ โอเคครับเฮีย… สวัสดีครับ ” แล้วเ้าตัวก็กดวางสายโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะหันมามองหน้าผมที่ยังยืนอยู่ที่ประตูระเบียงหลังห้องด้วยสีหน้าสงสัยอะไรบางอย่าง
“ มองหน้ากูแบบนี้… มีอะไรปะวะ ” ผมเอ่ยถามไอ้ขุนเขาออกไป
“ เปล่าหรอก! กูพึ่งรู้ว่าคนที่เรียนหมอเนี่ย… เขาก็เสือกเื่ชาวบ้านเป็ด้วยแหะ! ” ไอ้ขุนเขามันว่าขึ้นพร้อมกับยิ้มกวนๆออกมา
“ เสือกบ้านมึงสิ่! กูแค่บังเอิญกลับเข้ามาได้ยินเถอะ ” ผมว่ามันออกไป ไอ้ขุนเขาถึงหน้าตามันจะหล่ออยู่ก็เถอะ แต่นิสัยของมันนี่ก็กวนตีนใช้เล่นนะครับ เพราะั้แ่เมื่อคืนที่ผมกลับมาแล้วเจอมันนอนอยู่ที่ห้อง เพียงแค่เห็นหน้ากันครั้งแรกก็เล่นเอาผมรู้สึกว่าผมจะต้องปวดหัวกับมันแน่ๆ เพราะมันทำอะไรไม่ค่อยจะสนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างตัวมันสักเท่าไหร่ ดีที่ว่ามันเป็คนที่เข้าใจอะไรง่ายๆ อย่างเมื่อวานตอนที่ผมกลับมาจากการไปเอาเสื้อผ้านอกมอ พอกลับเข้ามามันเปิดเพลงเสียงดังลั่นห้อง จนผมต้องเดินเข้าไปบอกมันให้เบาเสียงลง มันก็พยักหน้าให้แล้วปิดเพลงที่มันกำลังฟังลงก่อนจะกล่าวขอโทษผมออกมา ซึ่งก็ถือว่ามันยังเป็คนที่ค่อนข้างเข้าใจสถานะการณ์ได้ดีและน่าคบหาอยู่ครับ
“ พอดีเฮียกูจะชวนกูกลับบ้านไปช่วยงานน่ะ แต่แม่ง! กูอุตส่าห์ได้ออกจากบ้านมาทั้งทีปะวะ กูก็เลยบอกแกไปว่าไม่กลับ จะอยู่อ่านหนังสือที่หอนี่แหล่ะ ”
“ หน้าอย่างมึงเนี่ยหรออ่านหนังสือ… เหอะ! ไม่ฟังเพลงเสียงดังก็ตีป้อมด่าเขาไปทั่ว ” ผมว่าออกไปพร้อมกับหัวเราะเบาๆออกมา
“ มึงนี่ก็แม่ง! ทำตัวเป็พ่อกูอีกคนละนะไอ้วาฬ มึงนี่ไปอยู่กับพี่ชายกูได้เลยนะ นิสัยแม่งคล้ายๆกันแบบนี้นะ ”
“ พี่มึง… พี่มึงที่บอกว่าเคยเป็อดีตเดือนมหาลัยเมื่อ 3 ปีก่อนน่ะหรอ ”
“ เออ! กูก็มีพี่ชายอยู่คนเดียวนั่นแหล่ะ แต่แม่ง! หล่อเกินหน้าเกินตากูชิบหาย เกิดก่อนแถมยังเอาความหล่อของกูไปหมดอีก ” ไอ้ขุนเขามันว่าพี่ชายของตัวเองออกมาพร้อมกับทำหน้าหงิก ผมเองที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับยิ้มแล้วส่ายหัวออกมา ตัวมันเองก็ใช่ว่าจะขี้เหร่สะที่ไหน ถ้าเทียบหน้ามันกับหน้าผมนี่แทบจะกินกันไม่ลงจริงๆ มันหล่อออกแนวคมๆ ส่วนผมหน้าออกไปทางเกาหลีนิดๆ แต่ถ้าเื่หุ่นผมว่ามันหุ่นจะดูดีกว่าผมนะครับ เพราะผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมากเท่าไหร่่นี้ ผมพึ่งจะมาดูแลตัวเองก็ตอนที่เริ่มรู้ตัวว่าผมชอบใบหม่อน เลยเปลี่ยนตัวเองให้ดูดีขึ้น ซึ่งมันก็เป็ผลดีกับตัวผมมากๆด้วย เพราะมีสาวๆในโรงเรียนเก่าเข้ามาพูดคุยและจีบผมกันเต็มไปหมด แต่ผมเองก็ไม่ได้ตอบตกลงคบกับใครเพราะในใจของผมคงจะมีแต่ใบหม่อน ผู้เป็รักแรกของผมคนเดียวนั่นแหล่ะครับ
“ เออ! มึง! ไปกินไรกันปะ นี่แม่งก็บ่ายโมงละ โรงอาหารมอใกล้ๆน่าจะมีร้านขายอยู่ ” ไอ้ขุนเขาเอ่ยขึ้นชวน ผมเองที่เริ่มจะรู้สึกหิวเหมือนกันเพราะตัวเองตื่นสายเกือบๆ 11 โมงได้ เลยยังไม่ได้กินข้าวเหมือนกัน เลยตกลงไปหาอะไรกินกับไอ้ขุนเขาแทน และไม่ลืมที่จะโทรชวนเพื่อนของตัวเองไปกินด้วยกัน
โรงอาหารนักศึกษาใกล้หอพักปี1
“ โอ้ย!!! ไอ้วาฬ! มึงเอารูมเมทมึงไปไกลๆกูดิ้! แม่งเป็บ้าอะไรของมันเนี่ยชอบมาจับแก้มกูดึงเล่นเนี่ย! ” เสียงของไอ้วินเพื่อนตัวเล็กของผมบ่นออกมา ก็จะอะไรอีกล่ะครับ… จำที่ผมบอกได้รึเปล่าว่าไอ้ขุนเขามันชอบทำอะไรไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบข้าง อย่างตอนนี้ที่มันกำลังใช้มือของมันดึงแก้มไอ้วินเพื่อนร่วมคณะของผมอยู่จนไอ้เพื่อนตัวเล็กของผมบ่นออกมาและทำท่าทางไม่ค่อยพอใจแบบนี้ ที่จริงผมก็ทักไลน์กลุ่มชวนพวกเพื่อนของผมทุกคนมาหมดนะครับ แต่เผอิญว่ามีไอ้วินที่ว่างอยู่คนเดียว เลยได้ไอ้วินมานั่งกินข้าวด้วย แต่พอมาถึงไอ้ขุนเขารูมเมทผมมันก็เหมือนกับเจอของถูกใจ ขอไปนั่งข้างไอ้วินทันที แล้วก็อย่างที่ทุกคนเห็นนั่นแหล่ะครับ ไอ้ขุนเขามันกวนเพื่อนผมอย่างกับเด็กได้ของเล่นที่ถูกใจ
“ ไอ้ขุนเขา… มึงก็พอได้แล้ว เพื่อนกูแก้มแดงช้ำไปหมดแล้วเนี่ย! ” ผมเอ่ยปรามบอกให้ไอ้ขุนเขาหยุดดึงแก้มเพื่อนของผมได้แล้ว ตอนนี้หน้าไอ้วินเองแดงไปหมดแล้ว และมันกำลังทำหน้าไม่พอใจส่งมาให้ผมอย่างชัดเจน ผมเองที่เห็นก็อดที่จะหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้
“ ฮ่าๆ ก็เพื่อนมึงน่ารักนี่หว่า… ชื่อวินสิ่นะ กูชื่อขุนเขานะ เป็รูมเมทไอ้วาฬเองยินดีที่ได้รู้จัก ” ไอ้ขุนเขาพูดแนะนำตัวเองกับไอ้วินออกไป แต่ไอ้วินได้แต่หันหน้ามองค้อนส่งกลับไปให้มัน
“ มึงพึ่งรู้จักกับกู แต่สิ่งที่มึงทำนี่คือสิ่งที่คนที่เขาพึ่งจะรู้จักทำกันหรอวะ! ไอ้ขุนเขา! ” ไอ้วินหันไปแว๊ดใส่ไอ้ขุนเขาทันที แต่แทนที่ไอ้ขุนเขาจะรู้สึกผิดมันกลับหัวเราะออกมาแทน พร้อมกับเอานิ้วชี้ของมันไปจิ้มแก้มไอ้วินเล่นแบบนั้นแทน
“ ไอ้เชี่ยขุนเขา! มึงจะมีเื่กับกูใช่มั้ยห้ะ! ” ไอ้วินดูเหมือนจะโกรธมากมันลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้แล้วมองไปที่ไอ้ขุนเขาที่นั่งข้างๆมันอย่างเอาเื่ จนไอ้ขุนเขาต้องยกมือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นเป้นเชิงว่ามันยอมแพ้แล้ว แต่มันยังอมยิ้มอยู่
“ พอได้แล้วพวกมึงสองคนน่ะ! คนมองกันหมดแล้วเนี๊ย! ” ผมหันไปบอกพวกมันสองคนให้เลิกมีเื่กัน เพราะตอนนี้สายตาของคนที่อยู่ในโรงอาหารหันมามองที่พวกเราหมดแล้ว
“ มึงก็ดูรูมเมทมึงดิ! แม่งเป็บ้าแกล้งกูอยู่ได้! ” ไอ้วินหันมาบอกกับผมก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้เหมือนเดิม
“ ก็กูชอบมึงนี่หว่า… ผู้ชายอะไรน่ารักชิบหายเลย ดูแก้มดิ… โคตรน่าฟัด! ” ไอ้ขุนเขาว่าขึ้นแต่สายตามันยังมองไปที่ไอ้วินอย่างชอบใจ
“ เลิกพูดอะไรบ้าๆได้แล้ว กูขนลุก! สัส! ” ไอ้วินว่าขึ้น
“ แล้วนี่มึงไม่มีเพื่อนมากินข้าวด้วยหรอไอ้ขุนเขา ” ผมถามไอ้ขุนเขาออกไปบ้าง
“ ไม่มีอ่ะ! กู… ไม่ค่อยรู้จักใคร แต่ก็สบายใจดีนะ.. ไม่มากคนไม่มากความ ” ไอ้ขุนเขามันว่าออกมา
“ อินโทรเวิร์ท หรือเพื่อนไม่คบ กูว่าเพื่อนไม่คบมากกว่า ” ไอ้วินว่าขึ้นก่อนจะหันไปตักข้าวในจานของมันเข้าปากต่อ แต่ไอ้ขุนเขาเองก็ยังมองหน้าไอ้วินพร้อมกับอมยิ้มออกมา ผมเองที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวให้สองคนมันออกไป พวกเราสามคนนั่งกินข้าวกันจนหมดก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับหอ แต่ระหว่างที่เดินกลับหอด้วยกัน ไอ้วินก็ถูกไอ้ขุนเขาแกล้งตลอดทาง ผมที่เห็นแล้วก็ได้แต่อมยิ้มแล้วก็หัวเราะออกมา ถึงจะสงสารไอ้วินอยู่ก็เถอะ เฮ้อ! แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เจอกับใบหม่อนบ้างนะ นี่ผมทักไปหาเธอแล้วแต่เธอยังไม่อ่านไม่ตอบผมเลย
ฝากกดไลค์กดติดตามและคอมเมนท์เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ไรท์กำลังค่อยๆดำเนินปูเื่ไปเรื่อยๆนะครับ แรกๆอาจจะช้าไปหน่อย ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายเื่นี้ด้วยนะครับ ><