ใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างสนามโรงเรียน แทนนั่งพิงกำแพงห้องเรียนว่าง ๆ สมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของกลุ่มลัคกี้แมนวางอยู่บนตัก ตัวเลขสามหมื่นกว่าบาทในเวลาไม่ถึงปี ทำให้เขายิ้มมุมปาก
ใครจะเชื่อว่าเด็กประถมกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง จะสามารถสร้างระบบเรียนรู้ การค้า และการแบ่งปันแบบนี้ได้
เวฟวิ่งตรงมาพร้อมเหงื่อไหลเต็มหน้า “แทนๆ ๆ ครูห้องคณิตเรียกไปหาน่ะ บอกจะขอแบบฝึกหัดที่พวกเราเคยทำไปใช้สอนห้องอื่นด้วย!”
แทนยิ้ม ยื่นกระดาษให้ “ให้เลย บอกว่าเอาไปใช้ได้หมด แต่ฝากพิมพ์ชื่อกลุ่มไว้ตรงมุมกระดาษหน่อย—‘ลัคกี้แมนคิดค้น’”
เวฟหัวเราะ “มีลิขสิทธิ์ด้วยเว้ย เด็กป.5 ก็มีแบรนด์เป็ของตัวเองแล้ว!”
ฝั่งสนาม ปั้นกับบิ้กกำลังสอนเลขเด็ก ป.3 ส่วนแบคกับฟลุ๊คจัดกล่องขนมขาย่พักเที่ยง
“ฟลุ๊ค ขนมน้ำตาลน้อยขายไม่ออกเลย มึงว่าเอาไปแจกครูดีมั้ยวะ จะได้ทำคะแนน” แบคเสนอ
“เออ แจกเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้กูปรับสูตรใหม่ เพิ่มกล้วย ลดหวาน กำลังฮิต” ฟลุ๊คตอบ ก่อนจะหันไปยิ้มให้แทนที่เดินเข้ามา
แทนตบไหล่เพื่อน “เก่งมากเว้ย ไม่เสียแรงที่กูบ่นมึงทุกวัน”
ฟลุ๊คหัวเราะลั่น “แรงบ่นมึงนี่แหละ แรงผลักชั้นดี!”
แม้รายได้จะพุ่ง แต่แทนไม่ลืมความตั้งใจแรกของกลุ่ม เขานำเงินส่วนหนึ่งไปซื้ออุปกรณ์การเรียนให้เพื่อน ๆ ที่ขาดแคลน
“พี่แทนครับ สมุดผมหมดแล้ว” เด็ก ป.2 คนหนึ่งเดินมากระซิบ
แทนยิ้มอ่อน ชี้ไปทางเเบคให้“ไปช่วยพี่เเบคจัดของเเล้วค่อยมาเอา”
ฟลุ๊คที่ยืนข้าง ๆ บ่นเบา ๆ “นี่แหละที่รายจ่ายเราพุ่ง!”
แทนยักไหล่ “ภาพลักษณ์เว้ย เราไม่ได้รวย แต่เราดูเหมือนคนดีได้ ฮ่า ๆ”
⸻
ห้องพักครู่บ่าย
ครูจินตนานั่งจิบกาแฟอยู่กับผู้อำนวยการ ทั้งคู่กำลังดูแฟ้มรายงานผลการเรียน
“ผอ.คะ เด็กกลุ่มลัคกี้แมนสอบโอเน็ตดีขึ้นทุกคนเลยค่ะ ดิฉันว่าควรสนับสนุนต่อเนื่องนะคะ” ครูจินตนาเอ่ยอย่างมั่นใจ
ผู้อำนวยการพยักหน้า “ผมเห็นด้วย เด็กบางคนสอนได้ดีกว่าครูอีกนะ ครูอาจต้องเรียนรู้จากเด็กกลุ่มนี้ด้วยซ้ำ”
ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ
“โลกมันเปลี่ยนแล้วจริง ๆ” ผอ.พึมพำขณะพลิกแฟ้ม “นี่ถ้าเด็กครึ่งโรงเรียนมีหัวคิดแบบแทน ผมคงนั่งกินกาแฟสบาย ๆ ไปอีกหลายปีเลยล่ะ”
ย้อนกลับไป: ต้นเทอม ภาคเรียนที่2 เดือนตุลาคม
หลังจากเปิดเทอมมานานเเทนที่สังเกตุเห็นว่าเวลานี้ควรซื้อบิดคอยน์เเล้ว เลยเดินถือแฟ้มเอกสารเข้าไปในครัว แม่กำลังนั่งถอนผมหงอกอยู่หน้าพัดลมตัวเก่า
“แม่ ๆ มีเื่จะคุยด้วย”
แม่ไม่เงยหน้า “ถ้าจะขอซื้อการ์ดอีกก็บอกเลยนะ จะได้ไม่ต้องพูดเยอะ”
แทนกลอกตา “ไม่ใช่แล้วแม่…คราวนี้เป็เื่อนาคตแทนจริง ๆ นะ”
แม่ถอนหายใจ มือยังจับผมหงอก “ว่ามา”
แทนสูดหายใจลึก “แม่เปิดบัญชีซื้อขายให้แทนหน่อยดิ แทนจะลงทุนในบิตคอยน์!”
คราวนี้แม่เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ “บิตคอยน์…? มันคืออะไร?”
ด้วยความที่แม่อายุเกือบ 40 แถมต้องทำงานตลอดวัน เลยแทบไม่มีเวลาสนใจข่าวสาร หรือเื่เทคโนโลยีอะไรพวกนี้ ยิ่งในยุคนี้ที่อินเทอร์เน็ตเพิ่งเข้ามาไม่นาน ใครพูดถึงเงินดิจิทัลก็มักถูกมองว่าเพ้อเจ้อ
“เป็เงินในอนาคตนะแม่ แทนแค่อยากลองซื้อเก็บไว้หน่อย”
แม่มองหน้าแทนแบบงง ๆ… เด็ก 11 ขวบที่เมื่อวาน ยังอ้อนยายทำอย่างอื่นนอกจากข้าวเหนียวไข่ปิ้งบ้าง วันนี้มาขอเล่นหุ้น?
“แทนโดนใครหลอกมารึเปล่า? บอกแม่มา แม่จะไปด่ามันให้!”
แม่โพล่งขึ้นเสียงดัง คล้ายจะนึกภาพคนร้ายไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว
แทนรีบโบกมือ “ไม่แม่! แทนแค่เรียนคอม แล้วเปิดเจอเื่การลงทุน แทนอยากลองบ้าง! แทนจะเอาเงินเก็บของแทนลงเองนะ”
เสียงตอนท้ายเริ่มเร่งขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าเวลานี้แหละเป็จังหวะทอง—ถ้าช้ากว่านี้ ราคาบิตคอยน์จะพุ่งจนเด็ก ป.5 อย่างเขาตามไม่ทันแน่นอน
แม่ขมวดคิ้วมองอีกครั้ง “…แล้วแม่จะได้อะไร?”
เธอไม่ได้คิดมากนัก เพราะเดาเอาว่าเงินเก็บของเด็กประถมคงไม่กี่ร้อยบาทอยู่แล้ว และก็ไม่รู้เลยว่าแทนที่นั่งหน้าคอมเขียนนิยายทั้งปิดเทอม ได้เงินเก็บมากว่า หกหมื่นบาท แล้ว
แทนรีบยื่นข้อเสนอ
“แทนจะทำงานบ้านฟรีให้ทั้งเดือน! ล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า… และที่สำคัญ—ถอนผมหงอกให้แม่วันละ 20 เส้น!”
แม่ยกคิ้ว “วันละยี่สิบเส้น? แล้วถ้าหงอกหมดหัวแม่ล่ะ?”
แทนยิ้มกว้าง “วันนั้นแม่ก็จะได้ลูกที่รวยแล้วไง!”
แม่กลั้นขำไม่ไหว หัวเราะออกมาดังลั่น “บ้าเอ๊ย เออ ๆ ได้! แต่ถ้าเงินหายหมด อย่าร้องไห้มาขอแม่นะ!”
แทนรีบพนมมือ “ขอบพระคุณอย่างสูงขอรับ…ท่านผู้สนับสนุนทางการเงิน!”
นี่จึงเป็การลงทุนครั้งแรกของแทน…
ด้วยเงินจำนวน 60,000 บาท—ทั้งหมดที่เขาเก็บสะสมมาตลอดทั้งปีที่ย้อนเวลามา
แต่แม่…กลับไม่เคยรู้เลยว่าแทนมีเงินมากมายขนาดนี้
วันที่เปิดบัญชี แทนยื่นเงินให้แม่แค่ไม่กี่ร้อยบาท
ทำเป็เหมือนว่าเขาแค่อยากลอง “เล่น ๆ” เล็กน้อย
แต่เื้ันั้น เขาค่อย ๆ หาทางเติมเงินเข้าไปในบัญชีด้วยตัวเอง
ผ่านการโอนจากทรูมันนี่ของพี่ที และใช้เทคนิคเล็ก ๆ ที่คนไม่รู้จักโลกออนไลน์แทบจะตามไม่ทัน
แม่ไม่เคยสงสัย
เพราะไม่มีเหตุผลให้สงสัย
เด็กอายุ 11 คนหนึ่งที่ยังขอค่าขนมวันละ 20 บาท จะมีเงินถึงหกหมื่นได้อย่างไร?
่ที่แทนตัดสินใจกดซื้อ เป็ตอนเดือนตุลาคม ปี 2557
ราคาบิตคอยน์ในขณะนั้นดิ่งลงต่ำชั่วคราว เหลือเพียง 15,000 บาทต่อ 1 BTC
แทนจึงแบ่งซื้อทีละนิด จนสะสมได้ครบ 4 BTC
เขาจดราคาซื้อและรหัสผ่านไว้ในสมุดบันทึกลับ
พร้อมกับเขียนปีที่ตั้งใจจะขายไว้ชัดเจน:
“2564: ขายทิ้ง ถ้าราคาเกิน2ล้าน”
เขาจำปี เเละราคาก่อนที่บิดคอยจะลงเเรงๆจนออกข่าวได้ เเต่จำเดือนไม่ได้ เลยต้องจดไว้เเบบนี้
ในขณะที่ทั้งห้องเรียนยังพูดถึงเกมมือถือใหม่ล่าสุด หรือของเล่นมาแรงในเซเว่น
แทนกลับนั่งดูกราฟราคาของบางสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง
บางสิ่งที่โลกทั้งใบยังไม่รู้ว่ากำลังจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ทางการเงิน
ไม่มีใครรู้ว่าเหรียญดิจิทัลเล็ก ๆ ที่เด็กประถมคนนี้แอบซื้อไว้เงียบ ๆ
จะกลายเป็เพียงเศษเงิน…หรือ “ขุมทรัพย์” มูลค่าหลายล้านบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
⸻
ฝั่งมัธยม: ลัคกี้แมนสาขาใหม่
ที่โรงเรียนภักดีศรีสุข บอลยืนเท้าเอวหน้าไวท์บอร์ด กลุ่มเด็กมัธยมปี 1 และปี 2 นั่งล้อมเป็วง
“ใครยังไม่เข้าใจโจทย์ข้อนี้ ยกมือขึ้น!” บอลพูดเสียงดัง
ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กเกเรอีกต่อไป หลังเปลี่ยนวิธีคิดตามแทน เขาก่อตั้งกลุ่ม “ลัคกี้แมนรุ่นมัธยม” ได้สำเร็จ มีสมาชิกกว่า 10 คน ส่วนใหญ่คือรุ่นน้องจากโรงเรียนศรีทองที่จบมา
“พี่บอลครับ ถ้าเราจะสอนน้อง ป.6 ที่สอบไม่ติดมัธยม ทำไงดีครับ?” เด็กคนหนึ่งถาม
บอลยิ้มมุมปาก “เริ่มจากไม่ดูถูกก่อน ต่อให้เขาโง่แค่ไหน ถ้าเราคิดว่าเขาทำได้ เขาจะทำได้ เข้าใจมั้ย?”
ขณะที่พูดภาพตอนที่เเทน ทั้งสอน ทั้งด่าเขาก็เเวบเข้ามาในหัว
หลังจากพูดจบ บอลก็มองไปกี่สมาชิกกลุ่มที่คุ้นเคยกันดี พลางพึมพำเพราะคิดถึง่เวลาป.6
“ลูกพี่ เมื่อไหร่จะมาสักทีนะ”
เขากำลังรอ รอให้คนที่เป็หัวหน้าขึ้นมานำทีมจริงๆเพื่อที่เขาจะได้เดินตามหลังคนที่เขาเรียกว่า“ลูกพี่”อย่างเต็มที่…