จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 12 ร้านชาแผงลอยล้มเหลวอย่างน่าอนาถ ข้าจะพลิกกลับ!

    จู้เจียงเจียงลากรถเข็นพลางหอบหายใจมาจนถึงตำแหน่งตั้งร้านหัวมุมถนนถัดจากสะพานข้ามแม่น้ำชิงสุ่ยแรกในเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักมากนัก ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็๲ร้านเนื้อหมูของหนิวต้ง


    ตอนนางมาถึงเวลาก็เกือบจะใกล้เที่ยงวันแล้ว หนิวต้งไม่อยู่หน้าร้าน นางเลยไม่ได้ทักทาย


    หลังจากขนของบนรถเข็นลงมาทีละอย่าง วางรถพิงราวไม้ริมสะพาน จู้เจียงเจียงก็เริ่มตั้งเตา จุดไฟ ต้องรีบต้มไส้กรอกเ๣ื๵๪โดยไว


    เตาดินทรงกลมสองเตา บนเตาหนึ่งวางกระทะต้มไส้กรอกเ๣ื๵๪ ส่วนอีกเตาหนึ่งวางกาต้มน้ำชา


    แผ่นไม้ไผ่ติดไฟเร็ว ควันก็น้อย ครู่เดียวน้ำในหม้อก็เดือดแล้ว


    ไส้กรอกเ๣ื๵๪กำลังเดือดปุด ๆ จู้เจียงเจียงก็วางถ้วยชาเสร็จแล้ว นางคีบใบชาเล็กน้อยในไหไม้ไผ่นำไปชงในกาน้ำอีกใบที่อยู่ด้านข้าง


    เทลงไปตอนน้ำเพิ่งเดือด กลิ่นหอมของชาพลันลอยออกมา


    ทว่ากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชานี้ นอกจากนางแล้วก็ไม่มีใครสนใจเลย คนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นชินกับกลิ่นนี้


    กลับกันกลิ่นของไส้กรอกเ๣ื๵๪กลับดึงดูดความสนใจของคนที่ผ่านทางไปมาได้ดีกว่า “แม่นาง ที่เ๽้าขายในหม้อนี้คืออะไร หอมจัง”


    ชายหนุ่มเสื้อคลุมยาวสีเทาที่ดูเหมือนกำลังเร่งเดินทางหยุดชะงักลงตรงหน้าร้านของนาง สายตาจดจ้องมองหม้อไส้กรอกเ๣ื๵๪ของนางพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่


    จู้เจียงเจียงเห็นในมือชายหนุ่มห่อจานฝนหมึกและหนังสือเอาไว้ แม้บนเสื้อจะปะชุนซ่อมแซมหลายจุด แต่ก็ยังดูออกว่าเป็๲บัณฑิตคนหนึ่ง


    “คุณชาย ไส้กรอกเ๣ื๵๪หนึ่งเหวินหนึ่งชิ้น แถมชาหนึ่งถ้วย ดื่มแค่ชาหนึ่งเหวินสามถ้วยรับหรือไม่?”


    จู้เจียงเจียงเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมของไส้กรอกเ๣ื๵๪ลอยตามไอร้อนจากการคายน้ำกระจายออกมาพร้อมกัน มันสุกแล้ว


    “ไส้กรอกเ๣ื๵๪?”


    บัณฑิตผู้นั้นชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เล็กน้อย ใช้สายตาของคนที่ร่ำเรียนหนังสือพิจารณาของในหม้อ “ไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อน แต่ว่า…ข้างในนี้มีข้าวใช่หรือไม่?”


    “…มี” จู้เจียงเจียงยิ้มอย่างมีมารยาท


    เขาหิวมากจริง ๆ


    “งั้นเอามาให้ข้าหนึ่งชิ้นเถอะ” ชายหนุ่มหาตำแหน่งหนึ่งนั่งลงอย่างดีใจ วางแท่นฝนหมึกและหนังสือลงด้านข้างอย่างระมัดระวัง ดูหวงแหนเป็๲ที่สุด


    คิดไม่ถึงว่าลูกค้าจะมาเร็วขนาดนี้ แต่นางรับมือได้


    จู้เจียงเจียงหั่นไส้กรอกเ๣ื๵๪ให้ชายหนุ่มหนึ่งท่อน ปริมาณนั้นเท่ากับข้าวครึ่งถ้วย พร้อมรินน้ำชาถ้วยหนึ่งวางตรงหน้าเขา “เชิญรับประทาน”


    เพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินหนิวต้งที่อยู่ไม่ไกลเอ่ยทักทายนาง


    จู้เจียงเจียงหั่นไส้กรอกเ๣ื๵๪อีกชุด รินน้ำชา มือข้างหนึ่งถือถ้วยชา มืออีกข้างถือถ้วยไส้กรอกเ๣ื๵๪เดินไปทางร้านเนื้อหมู


    “เ๽้าถือให้ดี แล้วมาอีกนะ”


    หนิวต้งยุ่งอยู่กับการหั่นเนื้อให้ลูกค้า ว่างแล้วถึงหันหน้ามารับถ้วยที่จู้เจียงเจียงส่งให้อย่างเกรงใจ


    พลางอธิบายว่า “แม่นางเจียงเจียง ต้องขอโทษจริง ๆ พูดนัดกันไว้อย่างดิบดีว่าเ๽้ามาแล้วข้าจะไปช่วยเ๽้า แต่เมื่อครู่มีคนมาซื้อเนื้อ ข้าต้องไปส่งถึงบ้าน ไม่อยู่...”


    “ไม่เป็๲ไร ข้าตั้งร้านเสร็จแล้วนี่ไง”


    จู้เจียงเจียงไม่สนเ๱ื่๵๹เล็กน้อยนี้ ที่นางสนใจมากกว่าก็คือเ๱ื่๵๹ของตัวเอง “เ๽้ารีบลองชิมไส้กรอกเ๣ื๵๪และชาที่ข้าทำ แสดงความคิดเห็นหน่อย”


    “ดูใช้ได้เลย”


    ก่อนหน้านี้ทั้งสองเข้ากันได้ดีมาก หนิวต้งจึงไม่เกรงใจ ใช้ไม้จิ้มไส้กรอกเ๣ื๵๪ในถ้วย กัดลงไปคำหนึ่งทันที


    รสชาตินี้อร่อยกว่าที่คิดไว้!


    ไส้กรอกข้าวท่อนเล็ก ๆ หนึ่งคำแต่รส๼ั๬๶ั๼กลับเข้มข้นอุดมสมบูรณ์ มีความหอมจากเนื้อ ข้าว ผักสับ และยังมีรสชาติของบางสิ่งที่ไม่จัก ทิ้งความหอมอบอวลไว้ในปาก


    “แม่นางเจียงเจียง นี่เ๽้าใช้อะไรทำหรือ? หนังนี่ถึงบางแบบนี้ แต่กลับไม่ขาด น่าอัศจรรย์จริง ๆ” หนิวต้งกล่าวถามขึ้นมาหนึ่งประโยคโดยไม่ทันคิด


    จู้เจียงเจียงกล่าวตอบ “นี่คือเครื่องในที่เ๽้าให้ข้าไปอย่างไรเล่า ข้าวที่คลุกด้านในก็คือเ๣ื๵๪หมูกับใบชาสับ”


    “อ้วก...”


    เมื่อหนิวต้งได้ยินว่าของสิ่งนี้ทำมาจากเครื่องในที่เขาไม่เอา เขาก็รู้สึกทนไม่ได้ หันหน้าออกไปอ้วกทันที


    “เ๽้า เ๽้าว่าอะไรนะ?”


    พระเ๽้า! หากรู้ว่าของสิ่งนี้คือเครื่องในและเ๣ื๵๪หมู เขาคงไม่กินมัน


    หนิวต้งรีบยกชาที่อยู่ในถ้วยอีกใบดื่มลงไปอึกใหญ่ “อืม น้ำนี้ไม่เลว แต่เหมือนไม่ใช่น้ำแกงหวานใช่ไหม?”


    เขายกชาถ้วยนั้นขึ้นพินิจพิเคราะห์ ในถ้วยสีน้ำตาลยังเห็นสีอ่อน ๆ ของน้ำสีเขียวอ่อนได้


    “อันนี้ก็คือชาที่ข้าเคยพูดก่อนหน้านี้ ใช้ใบชาในการชง รสชาติเป็๲ไงบ้าง ใช้ได้ไหม?” จู้เจียงเจียงจ้องเขาอย่างตื่นเต้น กลัวไม่ถูกปากคนที่นี่


    แน่นอนว่าหนิวต้งชอบรสชาตินี้มาก เขากินเนื้อทุกวัน ดังนั้นความสดใหม่และฝาดเล็กน้อยของน้ำชานี้ ก็เหมือนแผ่นดินหลังผ่านฝนในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้เขารู้สึกว่าทั้งร่างกายดูสดชื่นและใสสะอาดไปหมด 


    ตอนที่เขากำลังจะเอ่ยปากชมน้ำชาของนาง รสหวานอ่อน ๆ ที่ทิ้งไว้ในลำคอก็ค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่วทั้งปากและลิ้น ทำให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น


    “แม่นางเจียงเจียง น้ำชานี้ช่างพิเศษ เ๽้าทำได้อย่างไร? ยังมี...”


    หนิวต้งเอ่ยปากอย่างตื่นเต้น อยากขอชากับนางสักเล็กน้อยเพื่อนำกลับไปให้คนที่บ้านลิ้มลอง แต่พูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกชายหนุ่มในร้านชาขัดขึ้น


    “น้ำอร่อย! น้ำอร่อย!”


    หลังจากบัณฑิตดื่มไปอึกใหญ่ ก็พูดชมออกมาด้วยความพอใจ เสียงดังมาก แม้อยู่ที่ร้านเนื้อหมูก็ยังได้ยิน


    เสียงดังนี้ของเขา ดึงดูดความสนใจของคนที่ผ่านทางไปมาทันที ชั่วพริบตาร้านชาก็มีคนล้อมอยู่จำนวนหนึ่ง


    จู้เจียงเจียงเห็นลูกค้ามาแล้ว นางกล่าวอย่างรีบร้อน แล้วหมุนตัวกลับไป “เถ้าแก่หนิว ข้าไปทำงานก่อน อีกเดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่”


    ร้านชามีหลายคนจับจองเก้าอี้นั่งลงแล้ว พวกเขาต่างหันไปถามบัณฑิตว่า ของสิ่งนี้อร่อยหรือไม่ ทั้งยังยกชาของบัณฑิตขึ้นดู


    บัณฑิตผู้นั้นราวกับผู้ที่มีความรอบรู้อยู่ในตัว ส่ายศีรษะกล่าวว่า “ถ้วยก้นลึกผสมชาสีเขียว ละมุนปากและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ”


    “หมายความว่าอย่างไร?”


    คนรอบข้างสบตากัน ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของบัณฑิต


    จู้เจียงเจียงฟังสองประโยคนั้นของบัณฑิต กลับรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะพูดถูกจุดแต่ก็เหมือนจะไม่ใช่


    ช่างเถอะ นางพูดเองดีกว่า


    “ทุกท่าน ชาใหม่ที่เพิ่งเปิด ยินดีต้อนรับทุกท่านมาลิ้มลอง!”


    จู้เจียงเจียงกลับถึงร้าน วางถ้วยไม่กี่ใบ เทชาจนหมดกา แล้วแจกจ่ายให้คนรอบข้างได้ลองชิมแบบไม่คิดเงิน


    “ถ้วยที่หนึ่งลื่นคล่องคอ ถ้วยที่สองซึมเศร้ามลาย ถ้วยที่สามตื้นตันใจ ชาช่วยกระตุ้นความคิดที่เต็มไปด้วยตัวอักษรแล้วเรียงร้อยออกมาเป็๲บทกวี  ทุกท่านเชิญ”


    กล่าวจบท่อนนี้ จู้เจียงเจียงถึงรู้ตัว ทำไมนางก็กลายเป็๲คนสง่ามีความรู้ไปแล้ว


    ต้องถูกบัณฑิตนี้แพร่เชื้อแน่ ๆ


    แต่คำของนางท่อนนี้ทุกคนฟังรู้เ๱ื่๵๹


    “โอ๊ะ! มันคืออะไร เหตุใดถึงดูวิเศษเพียงนี้?” คนที่ถามอย่างสงสัย ไม่พูดพล่ามยกถ้วยนั้นดื่มไปอึกใหญ่


    น้ำชาเริ่มอุ่น ทว่ายังคงรักษากลิ่นหอมของชาไว้ ทั้งดับกระหายได้ ชายผู้นั้นดื่มลงไปก็พลันรู้สึกสดชื่นไปทั้งตัวทันที “อา…ไม่เลว!”


    ชายผู้นั้นทำราวกับดื่มเหล้า หลังดื่มหมดยังอุทานออกมาวอย่างพึงพอใจ


    ในสายตาคนอื่น บางทีนี่อาจแสดงว่าน้ำชาอร่อยและดับกระหายได้ดี แต่ในมุมมองของจู้เจียงเจียงกลับปวดใจสุด ๆ


    ลักษณะท่าทางการดื่มชาของพวกเขาดุดันเกินไป ไม่มีจินตภาพที่สง่าของการดื่มชาเลย


    “อืม? ยังทิ้งรส๼ั๬๶ั๼ในปาก!”


    “น้ำนี้ก็ไม่หวาน แม่นางไม่ได้ใส่น้ำตาลใช่หรือไม่?”


    คนอื่น ๆ ทยอยยกถ้วยชาขึ้นมาลองชิม หลังดื่มเสร็จ พวกเขาต่างก็มีความคิดเห็นต่อรสชาติของชาแตกต่างกันไป 


    มีบางคนรู้สึกว่าหวานไม่พอ ไม่มีรสชาติ มีบางคนรู้สึกว่ารสชาติแปลก ๆ ไม่คุ้นเคย แสดงออกว่าดื่มไม่ได้ คำพูดอะไรก็มี