หลังจากที่ปื๊ดมาถึงที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลนักจากที่บ้านของเขา ปื๊ดเดินตรงไปที่Shop ที่เขาซื้อนาฬิกามาเมื่อวานทันที ตอนที่เขาจ่ายเงินซื้อพนักงานขายถามถึงการสลักชื่อหรือข้อความที่ด้านหลังด้วยเลเซอร์
แต่เมื่อวานปื๊ดคิดว่าหลังจากที่ใช้งานเสร็จ เขาจะเปลี่ยนมันกลับเป็เงินปื๊ดจึงไม่สนที่จะสลักชื่อของเขาลงไป แต่หลังจากที่ปื๊ดทดลองเขียนอักขระ เขาก็เริ่มมีความคิดที่จะใช้วิธีสลักอักขระลงข้างหลังของนาฬิกด้วยเลเซอร์ แล้วค่อยหาวิธีเขียนเืตามรอยเลเซอร์ให้มันคงอยู่อย่างนั้นโดยไม่หลุดร่อนออกไป
ในที่สุดปื๊ดก็มาถึงยัง Shop ที่เขาซื้อนาฬิกา ปื๊ดเดินตรงไปยังพนักงานขายที่ประจำอยู่หน้าShop เพื่อพูดคุยกับเธอทันที
" สวัสดีค่ะคุณผู้ชายมีอะไรให้เราช่วยไหมคะ "
ทันทีที่ปื๊ดเดินเข้ามาดูเหมือนเธอจะสังเกตุเห็นนาฬิกา รุ่นใหม่ที่พึ่งเปิดตัวของแบรนด์ที่เธอขายอยู่บนข้อมือของเขา เธอก็รีบทักทายกับเขาด้วยความสุภาพทันที
" ที่นี่รับสลักหลังนาฟิกา เป็รูปแบบอื่นนอกจากชื่อไหมครับ "
" ทางเรามีบริการ รับสลักชื่อลงหลังนาฬิกาทุกเรือนที่ซื้อจากทางเราฟรี "
" แต่หากจะสลักข้างหลังนาฬิกาเป็รูปแบบอื่นจะมีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยคะ "
" แล้วทาง Shop ลบพวกตัวอักษรที่มีอยู่เดิมที่ฝาหลังนาฬิกาได้ไหมครับ"
เขากลัวว่าพวกตัวอักษรเดิมที่ถูกพิมพ์มาั้แ่ตอนผลิตจะมีผลต่อ อักขระของเขาเขาจึงมีความคิดที่จะลบมันทิ้ง
" ทางเราไม่มีบริการลบตัวอักษรเดิมที่ถูกพิมพ์บนฝาหลังนาฬิกา "
" แต่เรามีฝาหลังที่ไม่มีอักษรไว้ให้บริการ "
"โดยที่ราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่นและวัสดุที่คุณลูกค้าเลือกค่ะ "
ดูเหมือนจะมีกลุ่มคนที่้าสลักหลังนาฬิกาเป็รูปแบบเฉพาะอยู่เยอะเหมือนกันถึงได้มีบริการหลังการขายเช่นนี้ออกมา
" โอเคครับ ขอกระดาษกับปากกาจะได้ไหมครับ "
ปื๊ดเขียนอักขระของกระเป๋ามิติระดับสูงลงในกระดาษ มันเป็อักขระ 5 แถว แถวละ5ตัว รูปแบบอักขระมันไม่ตรงกับตัวอักษรใดๆบนโลกนี้ ทำให้ดูเผินๆมันดูคล้ายๆกับลายกราฟิกตี้ธรรมดาๆเท่านั้น พนักงานขายหยิบฝาหลังที่ไม่มีตัวอักษรใดๆ มีเพียงโลโก้ของแบรนด์เล็กๆที่ด้านล่างสุดของฝาหลังที่ทำจากโลหะมีค่าหลายชนิดมาให้เขาเลือก
" ผมเอาอันที่วัสดุเหมือนกับรุ่นที่ผมใส่ส่วนลายที่จะสลัก "
ปื๊ดยื่นกระดาษที่เขียนอักขรลงไปส่งให้กับพนักงานสาว เธอรับมันไปและเดินหายไปด้านหลัง เธอเดินกลับมาพร้อมกับถาดที่ใส่ใบรับสินค้าเอาไว้และส่งมันให้กับเขา
" ต้องใช้เวลาประมาณ30นาทีในการดำเนินการ "
" คุณผู้ชายสามารถใช้ห้องรับรองของทางShop ของเราระหว่างรอได้คะ"
" ไม่เป็ไรครับ ไว้ผมจะกลัมมาใหม่ "
ปื๊ดหยิบใบรับสินค้าแล้วเดินออกมา เขาไม่อยากเสียเวลาไปเปล่าๆกับการนั่งรออยู่ในห้องรับรองแต่เลือกที่จะไปที่ธนาคารแทนเพื่อจะนำเงิน 7แสนไปเข้าบัญชี ปื๊ดได้แจ้งกับทางเ้าหน้าที่ธนาคารให้เปลี่ยนบัตรของเขาจาก ATM ธรรมดา ให้เป็ DEBIT card
ซึ้งมันสามารถใช้รูดแทนเงินสดได้คลายกับบัตร CREDIT card แต่มันต่างกันตรงที่มันตัดเงินโดยตรงจากบัญชีของปื๊ดแทนที่จะเป็วงเงินที่ธนาคารกำหนด
ปื๊ดใช้เวลาในการทำธุรกรรมกับทางธนาคารประมาณ 15นาที ปื๊ดนำเงินสดที่ตนเอามาเกือบทั้งหมดใส่บัญชีธนาคาร โดยเหลือเงินสดติดตัวไว้ 30000 บาทสำหรับค่ายาจีนและสมุนไพรที่ปื๊ดคิดว่าต้องใช้เงินสดและเอาใว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
แล้วปื๊ดรู้ถึงราคาของสมุนไพรยาจีนพวกนี้ได้อย่างไร เขาได้ใช้เวลาระหว่างรอการทำธุรกรรมกับทางธนาคาร ค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ถึงแม้ชื่อของต้นยาของทั้งสองโลกจะไม่เหมือนกัน แต่เขาก็อาศัยจำจากรูปลักษณ์ของพวกมันเอา
จากข้อมูลที่ปื๊ดได้มา สมุนไพรยาจีนที่จำเป็กับการบ่มเพราะร่างกายในขั้นแรกราคาอาจจะยังไม่สูงนัก เนื่องจากมันยังเป็สมุนไพรยาจีนที่หาได้ทั่วไป แต่กับในขั้นต่อๆไปนั้นต่างกัน ในอนาคตปื๊ดจำเป็จะต้องสูญเสียเงินจำนวนมากไปกับสมุนไพรยาจีนเหล่านี้
หลังจากที่ปื๊ดเดินออกจากธนาคาร เขาก็เดินตรงไปยังร้านเครื่องเขียนเพื่อที่จะหาของที่จะทำให้เืของเขาติดอยู่กับร่องลายยิงเลเซอร์ที่ฝาหลังนาฬิกา ปื๊ดเดินไปลองถามกับพนักงาน ถึงความ้าของตนโดยตัดเื่เืของเขาออกไป
พนักงานแนะนำบางอย่างให้กับเขา มันสามารถใช้ติดอัญมณีเข้ากับโลหะได้ มันติดได้แม้แต่กระทั้งเซรามิกที่แตกออกกันให้แแ่เหมือนเดิม ชื่อของมันก็คือ กาวUV
เมื่อได้ยินพนักงานพูดถึงสรรพคุณของกาวUV ปื๊ดก็มีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น เขาคิดว่ามันคุ้มค่าที่ลองดูอย่างมากปื๊ดก็แค่สั่งทำฝาหลังอันใหม่ มันไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย
หลังจากที่ปื๊ดซื้อกาวUV จากร้านขายเครื่องเขียน ยังมีอีกสิ่งที่เขา้ามันคงจะดูไม่ดีถ้าเขาใช้ตัดเตอร์กรีดนิ้วตัวเองกลางห้าง และมันคงจะง่ายกว่าถ้าเขาจะหยดเืของตนให้ลงร่องอักขระเลเซอร์ที่สลักมาถ้าเขาใช้เข็มฉีดยา
ปื๊ดเดินหาร้านขายยาแถวภายในห้าง แต่มันช่างหายากหาเย็นจับใจ จนเขาต้องเดินไปถามกับพนักงานบริการของทางห้าง แล้วเขาก็พบกับความจริงอันน่าใ ในห้างส่วนใหญ่ไม่มีร้านขายยา ปื๊ดต้องเดินออกมาจากห้างเพื่อหาซื้อมัน
กว่าจะหาร้านขายยาเจอเล่นเอาปื๊ดเหงื่อตกเหมือนกัน เขากลับมาที่ Shop ขายนาฬิกามันเลยเวลาที่พนักงานขายแจ้งกับเขาไปประมาณ 15 นาที
" เสร็จแล้วหรือยังครับ "
" เรียบร้อยแล้วคะคุณผู้ชาย "
เธอยื่นนาฬิกาที่ถูกวางใส่ถาดที่รองไว้ด้วยผ้ากำมะหยี่ ปื๊ดหยิบนาฬิกาขึ้ามาพลิกดูที่ด้านหลังเผื่อตรวจสอบทันที รอยอักขระเด่นชัดความถูกต้องของอักขรไม่มีผิดเพี้ยน
ปื๊ดค่อนข้างรู้สึกพึงพอใจในคุณภาพเนื้องานที่เขาได้รับ
" งานประณีตดีนะครับ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไรครับ "
พนักงานขายยิ้มรับน้อยๆให้กับคำชมของปื๊ด เธอค่อยๆส่งถาดใบเสร็จให้กับเขา ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมฝาหลังที่เขาซื้อเพิ่ม 23000 บาท
มันเป็จำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆเลยจริงๆค่าสลักเพียงแค่ 3พัน แต่ค่าฝาหลังปาไป 2หมื่น
" ที่นี่รับบัตรไหมครับ "
" เรารับบัตรทุกชนิดคะ "
ปื๊ดว่างบัตร DEBIT ที่เขาพึ่งทำมาใหม่ลางในถาดใบเสร็จและดันถาดให้กับเธอ เธอรับาดเดินหายไปข้างหลังและกลับมาพร้อมกับถาดที่ใส่บัตรและสลิปให้เขาเซ็น
" ผมขอใช้ห้องรับรองสักพักจะได้ไหมครับ "
ถึงแม้เธอจะดูแปลกใจเล็กน้อยที่ลูกค้าไม่ใช้ห้องรับรองในตอนรอ แต่กลับใช้มันตอนที่ทำธุระเสร็จสิ้นแล้ว แต่เธอก็ยิ้มรับให้กับคำขอของลูกค้าและตอบตกลงทันที
" ได้ซิคะ เชิญทางนี้คะ "
เธอเดินนำเขาไปยังห้องรับรอง ภายในถูกตกแต่งอย่างหรูหราและส่วนตัว มีเพียงแค่ปื๊ดเพียงคนเดียวที่เป็ลูกค้าในขณะนั้น ปื๊ดเดินตรงไปยังโต๊ะอ่านหนังสือสำหรับฆ่าเวลาให้กับลูกค้าที่นำนาฬิกา มารับการบริการหรือจะให้ลูกค้านั้นเลือกซื้อนาฬิกาในห้องนี้
ตรงนี้ดูเหมือนจะเหมาะที่สุดสำหรับปื๊ดแล้วภายในห้องนี้ ปื๊ดจัดแจงเอาข้าวของที่จำเป็ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ เริ่มจากเข็มฉีดยา ปื๊ดแกะอุปกรณ์ทั้ง 2 ออกจากห่อบรรจุภัณฑ์ และนำมันมาประกอบเข้าด้วยกัน เขาไม่ลืมที่จะซื้อสำลี และ แอลกอฮอล์มาด้วยจากร้านขายา
ปื๊ดนำมันมาเช็ดที่เข็มและที่ด้านในแขนของเขา เขาใช้ความสามารถพิเศษของดวงตาของตนเองในการตรวจหาเส้นเืทันที และเมื่อปื๊ดเจอมันเขาค่อยแทงเข็มในแนวทะแยงเข้าหาเส้นเื ปื๊ดดึงเืออกมาประมาณ 1ซีซี แล้วดึงเข็มออกและกดสำลีเอาไว้เช่นนั้น
หลังจากที่ปื๊ดได้รับรู้ราคาของฝาหลัง มันทำให้เขาตัดสินใจที่จะทดลองผสมเืกับกาว UV ให้ได้อัตราส่วนที่คงที่ก่อน ถ้ามันเหลวจนเกินไปมันอาจจะไม่จับตัวกับฝาหลังและถ้ามันแข็งจนเกินไปมันอาจปริแตกหลุดร่อนได้ง่าย เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นการซื้อฝาหลังอันใหม่ ก็ไม่ใช่อะไรที่ราคาถูกเลยไหนจะค่าสลักฝาหลัง แค่คิดขนหน้าแข้งของปื๊ดก็อ่อนแรง
หลังจากที่ปื๊ดทดลองอัตราส่วนที่คงที่ของกาวUVอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ได้ค้นพบอัตราส่วนที่ดีที่สุด หลังจากนั้นเขายังได้ลองทดสอบดูอีกว่าสารเคมีใน กาว UV จะมีผลต่อพลัง์ในเื
ของเขาไหม ปื๊ดลองควบคุมพลังหยางมาที่ปลายนิ้วของเขาแล้วไปไปัักับเืที่ผ่านกรรมวิธีต่างๆแล้วดู ปรากฏว่าเืของเขาส่องแสงสีทองพักหนึ่งก่อนกลับมาเป็ปกติ
ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็ไปด้วยดีตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะลงมือจารึกอักขระด้วยเืของเขาจริงๆ หลังจากที่ปื๊ดแน่ใจแล้วว่าใจนิ่งพอเขาก็เริ่มลงมือในทันที
ปื๊ดเริ่มจากใช้ กาว UV หยอดไปที่ร่องที่เลเซอร์ได้ยิงไว้เป็รอยอักขระ ทันทีที่ปื๊ดหยอดกาวลงไป กาวก็วิ่งไปตามร่องอย่าวรวดเร็วและเขารีบหยุดจนเมื่อกาวได้อัตราส่วน
" ฮู !! "
ปื๊ดระบายลมหายใจที่เขากลั้นมันไว้ด้วยความตื่นเต้นแต่ก่อนจะไปที่ขั้นตอนต่อไป เขาหยิบกระดาษทิชชูที่ว่างอยู่ขึ้นมาซับเหงื่อ
มันคงไม่ดีแน่ถ้าเหงื่อของเขาเกิดหยดลงไประหว่างที่ปื๊ดกำลังลงเื หลังจากที่เขาซับเหงื่อเสร็จแล้ว ปื๊ดหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาค่อยๆนำมันมาจอให้ตรงกับร่อง และเมื่อเล็งว่าตรงแล้วเขาก็ค่อยๆกดที่ปลายไซริงค์ปล่อยเืให้ไหลลงที่ละนิดๆ
จนเมื่อได้ตามตามอัตราส่วนปื๊ดก็หยุดมือในทันที เขาใช้ปลายเข็มคนเืกับกาวUVให้เข้ากัน จากนั้นปื๊ดใช้ไฟฉายแสงUV ที่แถมมากับกาว ฉายจี้ไปมาตามแถบอักขระที่เขาได้ลงเืกับกาวเอาไว้แล้ว เขาฉายมันอยู่ราว 30 วินาที ถ้าเป็กาวUVปกติที่ไม่ผสมอะไรจะใช้เวลาประมาณ แค่ 5 วินาทีเท่านั้น
หลังจากที่เห็นว่าส่วนผสมแข็งได้ที่ ปื๊ดจึงหยุดฉายและทำซ้ำกับอักขระที่เหลืออีกทั้ง4แถว และเมื่อปื๊ดทำครบทั้ง 5 แถวแล้ว เขาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เก็บรอยเปื้อนที่ฝาหลังนาฬิกาอีกครั้งแล้วปล่อยทึ้งไว้จนมันแห้งสนิทอีกที
หลังจากที่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จนปื๊ดคิดว่ามันน่าจะแห้งสนิทแล้ว เขาจึงลองใช้ปลายเข็มเคาะที่มันดู มันดูดีเลยทีเดียว ไม่ยุบตัวหรือปริแตกความแข็งแรงคงทงไม่มีปัญหาสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือใส่ในการต่อสู้
หลังจากที่ทดสอบความคงทนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นการทดสอบใช้งาน สิ่งที่ปื๊ดทำมาทั้งหมดจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้ามันไม่สามารถใช้งานได้จริง
ปื๊ดนำนาฬิกาสวมใส่ที่ข้อมือและชักนำพลังหยางไปที่มัน ทันทีที่อักขระตรงฝาหลังของนาฬิกาััเข้ากับพลังหยาง อักขระก็เริ่มดูดกลืนพลังหยางในตัวเขาอย่างรวดเร็ว
มันดูดกลืนราวกับคนกระหายน้ำที่ไม่ได้ดืมน้ำมา7 วัน จนพลังหยางในตัวปื๊ดเริ่มเบาบางลงจนอย่สงเห็นได้ชัด เขาต้องดูดพลังจากภายนอกเข้ามาทดแทน
หลังจากที่มันดูดกลืนพลังในตัวปื๊ดราว5นาที ตอนนี้ดูเหมือนมันจะสงบลงแล้วและแทบจะทันทีความรู้สึกที่คุ้นเคยก็เข้ามาแทนที่
ในจิตสำนึกของปื๊ดค่อยๆก่อร่างของพื้นที่ ขนาด 6×6×6 เมตร ( ลูกบาศก์ ) มันมากเกินกว่าที่เขาคิดไว้ ปื๊ดลองทดสอบนำข้าวของที่กระจัดกระจายต็มโต็ะมากองรวมกันแล้วใช้ความคิดของเขาควบคุม กระเป๋า(นาฬิกา)มิติ ให้เก็บมันทั้งหมดในทันที
ข้าวของทั้งหมดหายไปภายในพริบตา โต๊ะของปื๊ดตอนนี้มีเพียงฝาหลังนาฬิกาอันเดิมเท่านั้นที่ยังอยู่บนโต๊ะ ข้าวของที่หายไปกลับมาปรากฎในพื้นของมิติที่ฉายอยู่ภายในความคิดของเขา การทดลองยังไม่เสร็จสิ้นมันคงจะไม่ดีแน่ๆถ้าเขาเก็บของได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถนำมันออกมาได้ ปื๊ดนำมืออีกข้างไปวางไว้เหนือถังขยะที่ถูกวางไว้บริการลูกค้า
แล้วใช้ความคิดของตนควบคุมข้าวของที่อยู่ในมิติตอนนี้ทั้งหมดให้ออกมาที่มือข้างที่อยู่เหนือถังขยะ เร็วเท่าความคิดข้าวของที่อยู่ในกระเป๋ามิติมาปรากฏอยู่ใต้ฝ่ามือของปื๊ดข้างที่อยู่เหนือถังขยะและตกลงสู่ถังขยะอย่างรวดเร็วทันที
" ยอดเยี่ยม! "
เดิมทีปื๊ดไม่คิดว่าจะมีพื้นที่ในกระเป๋ามิติเยอะขนาดนี้ เขาใช้อักขระของกระเป๋ามิติระดับสูงที่สุด ปื๊ดคิดว่าอย่างมากมันจะมีพื้นที่เพียง 1×1×1 เมตร ( ลูกบาศก์ ) แต่ที่ไหนได้เขากลับได้พื้นที่ในมิติมาถึง 6×6×6 เมตร (ลูกบาศก์ )
มันกว้างพอที่จะให้ปื๊ดเก็บรถกระบะได้ทั้งคันได้อย่างสบายๆ ในโลกของผู้ฝึกตนกระเป๋ามิติที่ถูกสร้างด้วยอักขระของกระเป๋ามิติระดับสูง มันถูกเรียกว่า มิติเก็บของเสมือนจริง
มันมีความสามารถเหมือนกับ มิติเก็บของทุกประการ แต่มันขาดซึ่งความสามารถในการเติบโตขึ้นตามระดับของเ้าของ ซึ่งที่ปื๊ดเคยเห็นเยอะที่สุดก็มีพื้นที่ไม่เกิน 4×4×4 ม. เท่านั้น
มันก็คือกระเป๋าใบที่ อาหญิงของเขาเคยให้กับปื๊ด เพราะฉะนั้นการที่กระเป๋า(นาฬิกา)มิติของเขานั้นมีพื้นที่ถึง 6×6×6 ม.( ลูกบาศก์ )มันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ปื๊ดคิดว่าอาจจะเป็เพราะตัวเขาจารึกมันลงบนฝาหลังนาฬิกาที่เป็โลหะผสมพิเศษที่โลกของผู้ฝึกตนนั้นไม่มี หรือต่อให้มีโลหะที่แข็งแกร่งขนาดนี้ก็ไม่มีใครบ้าพอที่จะนำมันมาทำกระเป๋า( นาฬิกา )มิติอย่างเขา
หลังจากที่ปื๊ดทดสอบมันจนเป็ที่พอใจ เขาเก็บฝาหลังนาฬิกาอันเดิมลงในกระเป๋ามิติ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเมื่อเขามีระดับถึงเหนืุ์ และได้มิติเก็บของเขาคืนมา ปื๊ดจะได้นำฝาหลังอันเดิมมาใส่ที่นาฬิกาแล้วเปลี่ยนมันกลับเป็เงิน
ปื๊ดใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงในการสร้าง กระเป๋า(นาฬิกา)มิติ ของเขา หลังจากตรวจสอบว่าตัวเขาไม่ลืมอะไร ปื๊ดก็เดินออกมาจากห้องรับรองของShopขายนาฬิกาหรู
พนักงานขายคนเดิมยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ เธอคิดว่าลูกค้าคงจะเป็คนละเอียดละออในการตรวจสอบความถูกต้องและความสวยงามของงานเลเซอร์
" ขอบคุณนะครับที่ให้ใช้ห้องรับรอง "
" ทางเรายินดีให้บริการคะ "
" ถ้านาฬิกาของคุณผู้ชายมีปัญหาสามารถแวะมาได้ทุกเมื่อนะคะ"
หลังจากที่ปื๊ดออกจากShopนาฬิกาหรู เขามองดูนาฬิกาเขายังมีเวลาเหลืออีก 4 ชม. ก่อนจะถึงเวลาที่คนที่อ้างตัวว่าเป็ Xilencer นัดกับเขาตอนนี้ เป้าหมายในการออกจากบ้านของปื๊ดสำเร็จลุลวงไปแล้ว 2 อย่างก็คือ ฝากเงินเข้าธนาคาร กับสร้างกระเป๋ามิติ ตอนนี้เหลือ 2 อย่างเท่านั้นที่ปื๊ดจะต้องทำในวันนี้
___________________________________________________________________________________
เขียนแต่คำกาวๆๆคนตนเขียนเมากาวไปหมดแล้วครับยังคงติชมได้อย่างเช่นเคย