คฤหาสน์ตระกูลเฝิงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองหลินอันเป็สถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน สร้างด้วยไม้หอมชั้นดีจากป่าลึกแห่งเขาคุนหลุน หลังคาโค้งเป็ชั้นๆ ปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตที่ส่องแสงระยิบระยับภายใต้แสงแดดยามเช้า ประตูหน้าแกะสลักลวดลายัและนกฟีนิกซ์อย่างประณีต ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและสวนหินที่จัดวางอย่างมีศิลปะ
คฤหาสน์แห่งนี้มีขนาดใหญ่โตกว้างขวางเป็อันดับหนึ่งในเมืองหลินอัน ภายในแบ่งออกเป็หลายส่วน มีหอประชุมใหญ่สำหรับรับแขก ห้องทำงานของเ้าบ้าน ห้องนอนหลักและห้องนอนสำหรับสมาชิกในครอบครัว ห้องครัวขนาดใหญ่ที่สามารถปรุงอาหารได้หลายสิบคน และที่พักสำหรับคนใช้อีกหลายสิบห้อง สวนหินและสระบัวที่ตกแต่งอย่างงดงาม พร้อมด้วยศาลาเล็กๆ สำหรับนั่งพักผ่อนและดื่มชา
ลานหน้าคฤหาสน์กว้างใหญ่สามารถรองรับแเื่ได้หลายร้อยคน พื้นปูด้วยหินแกรนิตสีเทาเรียบเนียน มีต้นไผ่และต้นสนปลูกเรียงรายอย่างสวยงาม บ่อน้ำใสกลางลานมีปลาคาร์ฟสีทองว่ายเล่นอยู่เป็ฝูง สร้างบรรยากาศที่สงบและร่มรื่น แต่ในวันนี้ ความสงบสุขนั้นถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า
ในวันนี้ คฤหาสน์แห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวขุ่นของควันธูปและกลิ่นหอมของดอกไม้จันทน์ที่ลอยอวลไปทั่วบริเวณกว้างขวาง พิธีศพของ ฮุ่ยเหนียง ภรรยาของเ้าบ้าน ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่สมฐานะตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สุดในแคว้น เสียงพิณที่บรรเลงเพลงโศกดังแ่เบาเคล้ากับเสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์จากวัดชื่อดัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยรักที่ดูเหมือนจะแผ่ซ่านไปถึงทุกอณูของอากาศ
แเื่ที่มาร่วมงานศพล้วนเป็ผู้คนชั้นสูงในเมือง ทั้งพ่อค้าใหญ่ เ้าของกิจการ และข้าราชการระดับสูง พวกเขาสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวและดำ ยืนเรียงรายกันในลานกว้างหน้าหอประชุมใหญ่ของคฤหาสน์ ใบหน้าต่างแสดงความเศร้าโศกและความเคารพต่อผู้ล่วงลับ ผู้หญิงต่างสวมผ้าคลุมหัวสีขาว ผู้ชายสวมหมวกไว้ทุกข์สีดำ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาด้วยความเศร้าสร้อย
"ฮุ่ยเหนียงเป็ผู้หญิงที่ดีจริงๆ" เสียงกระซิบของแเื่ดังขึ้น "ใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือคนยากจนในเมืองมาตลอด"
"ใช่แล้ว ได้ยินว่านางมักจะแจกข้าวแจกปลาให้คนจนทุกวันพระ และยังสร้างโรงเรียนให้เด็กๆ ในหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วย"
"การจากไปของนางถือเป็ความสูญเสียของเมืองหลินอันจริงๆ"
แต่ภายใต้ความเศร้าโศกที่ฉาบหน้าไว้นั้น มีบางสิ่งที่มืดมิดและเร่าร้อนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันซัดสาดเข้าหาฝั่ง ความตึงเครียดที่มองไม่เห็นแต่ััได้ลอยอยู่ในอากาศ เหมือนกับว่ามีพายุใหญ่กำลังจะมาถึง
โลงศพไม้หอมแกะสลักลวดลายวิจิตรวางอยู่ตรงกลางหอประชุม ทำจากไม้จันทน์แท้ที่มีราคาแพงมาก แกะสลักด้วยลวดลายดอกโบตั๋นและใบไผ่อย่างประณีต ฝาโลงประดับด้วยมุกและอัญมณีที่ส่องแสงระยิบระยับ ล้อมรอบด้วยดอกไม้สีขาวนับพันช่อ ทั้งดอกบัว ดอกโบตั๋น ดอกกุหลาบขาว และดอกลิลลี่ที่นำมาจากสวนดอกไม้ชื่อดังในเมืองหลวง
เทียนแสงสีทองขนาดใหญ่จำนวนหลายสิบเล่มจุดไว้รอบโลงศพ แสงเทียนส่องประกายระยิบระยับบนผิวไม้หอมที่ขัดเงาจนเหมือนกระจก ควันธูปหอมกรุ่นพลิ้วไหวตามสายลม สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และเศร้าสร้อย กลิ่นหอมของดอกบัวและดอกโบตั๋นผสมปนเปกับกลิ่นธูปจันทน์ ทำให้อากาศหนาแน่นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความเศร้าโศก
พระสงฆ์จากวัดใหญ่ในเมืองหลวงจำนวนสิบสองรูปนั่งสวดมนต์อยู่ด้านหน้าโลงศพ เสียงสวดที่ดังก้องกังวานสร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และเศร้าสร้อย นักดนตรีที่เชี่ยวชาญบรรเลงเพลงโศกด้วยพิณ ซอ และขลุ่ย เสียงดนตรีที่เศร้าสร้อยและไพเราะทำให้หลายคนต้องเช็ดน้ำตา
เฝิงซือเฉิง ผู้เป็เ้าบ้านและสามีของผู้วายชนม์ ยืนอยู่หน้าโลงศพด้วยท่าทางที่ดูสง่างามและเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ในวัยสี่สิบปี เขายังคงไว้ซึ่งเค้าโครงของบุรุษที่ทรงอำนาจและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ผมดำขลับเริ่มมีเส้นสีเงินปนอยู่เล็กน้อยที่ขมับ ทำให้เขาดูมีเสน่ห์และความน่าเชื่อถือมากขึ้น ใบหน้าเหลี่ยมคมแต่ไม่หยาบกร้าน มีเส้นสายที่แสดงถึงความเป็ผู้นำและความมั่นใจในตนเอง
ดวงตาคมกริบสีดำใสที่ซ่อนความเ้าเล่ห์และความมุ่งมั่นไว้ภายใต้ขนตายาวและหนา เมื่อมองแวบแรกจะเห็นความอ่อนโยนและความเศร้าโศก แต่หากมองให้ดีจะเห็นประกายแห่งความมุ่งมั่นและความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงสูงประมาณหกฟุต ไหล่กว้างและอกกว้าง แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีพละกำลังและความแข็งแกร่งของบุรุษวัยฉกรรจ์ แม้จะอายุสี่สิบแล้วก็ตาม
เขาสวมชุดผ้าป่านสีขาวหยาบตามธรรมเนียมการไว้ทุกข์ ผ้าป่านเนื้อหยาบที่แสดงถึงความเศร้าโศกและการไว้อาลัย แต่แม้ในชุดไว้ทุกข์ที่เรียบง่าย เขาก็ยังคงดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ ท่าทางการเดินและการยืนของเขาแสดงถึงความมั่นใจและอำนาจที่เขามี เป็ท่าทางของผู้ที่เคยสั่งการและควบคุมคนจำนวนมาก
เฝิงซือเฉิงคุกเข่าลงกราบศพภรรยาด้วยท่าทีที่ดูจริงใจจนผู้คนรอบข้างต่างพากันยกย่องในความรักและความกตัญญูที่เขามีต่อฮุ่ยเหนียงผู้ล่วงลับที่อยู่กินกันมานานยี่สิบปี เขาก้มหน้าลงต่ำ มือประนมไว้ที่หน้าอก น้ำตาไหลลงมาตามแก้มอย่างช้าๆ ทำให้ดูเศร้าสร้อยและน่าสงสารยิ่งนัก
"เฝิงเ้าของช่างเป็สามีที่ดีจริงๆ" เสียงกระซิบของแเื่ดังขึ้น "ดูแลภรรยาที่ป่วยหนักมาตลอดเจ็ดเดือนที่ผ่านมาอย่างไม่เคยละทิ้ง"
"ใช่แล้ว ได้ยินว่าเขาไม่เคยออกจากคฤหาสน์เลยั้แ่นางฮุ่ยเหนียงป่วยหนัก คอยดูแลเป็กิจวัตรประจำวัน ป้อนข้าวป้อนน้ำด้วยตัวเอง"
"ช่างเป็แบบอย่างของสามีที่ดีจริงๆ ในยุคนี้หาได้ยากแล้ว หลายคนที่ภรรยาป่วยก็หาเมียน้อยหรือไปหาหญิงโสเภณี แต่เขาไม่เคยทำเช่นนั้นเลย"
"นางฮุ่ยเหนียงโชคดีจริงๆ ที่ได้สามีที่รักและเอาใจใส่เช่นนี้"
คำชมเชยเหล่านี้ทำให้เฝิงซือเฉิงรู้สึกพอใจในใจ เขาได้สร้างภาพลักษณ์ของสามีที่ดีและซื่อสัตย์ไว้อย่างดี ไม่มีใครสงสัยในความประพฤติของเขาเลย ทุกคนต่างยกย่องเขาว่าเป็แบบอย่างของสามีที่ดี แต่ความจริงแล้ว ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความปรารถนาและแผนการที่มืดมิด