3
จำติดตา
วันพุธณ คฤหาสน์หลังหนึ่งของตระกูลวราเวศกุล
“ต้าไม่ทานข้าวทานปลาก่อนหรือลูก” เสียงอ่อนหวานของนางอังคณาดังขึ้นร่างผอมบางของหญิงไทยวัยย่างหกสิบยืนอยู่ใกล้เชิงบันไดหินอ่อนวงโค้งขนาดใหญ่ซึ่งติดกับประตูห้องรับประทานอาหารที่สมาชิกในบ้านใช้สอยเป็ประจำ
“สายแล้วครับแม่เดี๋ยวผมไปกินที่ทำงานก็ได้” ธานินทร์โผไปกอดเอวมารดาแบบที่เคยทำตอนเด็กๆและยังทำอยู่บ่อยๆ ก่อนผละห่าง “ไปนะครับ วันนี้ไม่มีงานเลี้ยงเดี๋ยวมื้อค่ำจะกลับมากินต้มยำรวมมิตรน้ำข้นแสนอร่อยของแม่นะครับ”แอบสั่งเมนูโปรดพร้อมหยอดคำชมให้คนเป็แม่ได้ชื่นใจ
“จ้ะเดี๋ยวแม่จะทำไว้ให้ ขับรถดีๆ นะลูก”
“ครับ”ร่างสูงแยกจากมารดามุ่งตรงไปยังประตูใหญ่หน้าบ้านไม่ทันได้ก้าวพ้นธรณีประตูก็ต้องหยุดชะงักให้กับเสียงแหลมสูงที่ดังมาจากด้านหลัง
“เจริญจริงๆนะพ่อคู้ณ กี่โมงกี่ยามกันแล้วเพิ่งจะออกไปทำงาน”
“เก้าโมงเก้านาทีครับแม่ใหญ่ฤกษ์งามยามดี ทำอะไรก็เจริญรุ่งเรือง”ตอบไปอย่างอารมณ์ดีหลังก้มมองนาฬิกาข้อมือสายหลังหน้าปัดฝังเพชรของขวัญวันเกิดจากบิดาเมื่อสี่ปีก่อน
“ฮึไม่ต้องมาทำเล่นลิ้นกับฉันหรอกยะ ฉันไม่ใช่สาวๆ ที่เธอจะมาอ้อร้อด้วย”
“โธ่ผมก็ไม่ใช่สาวๆ นะครับแม่ใหญ่จะได้อ้อร้อ... อ้อจริงสินี่คุณหมอนัดแม่ใหญ่ไปตรวจเืวันไหนอีกครับ ผมจะได้พาไป”เขารีบเปลี่ยนเื่เป็การเอาใจคนแก่อย่างรวดเร็วไม่ยอมปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายเป็คนไล่ต้อนหรือตั้งคำถามดักคอ
“ลูกเต้าฉันก็มีไม่รบกวนลูกเทวดาอย่างเธอหร้อก”
“แหมแม่ใหญ่ช่างเปรียบ พ่อนี่ถือเป็เทวดาใช่ไหมครับ งั้นแม่ใหญ่ก็ต้องเป็นางฟ้าหรือไม่ก็เป็แม่พระประจำบ้าน”
“พ่อธานินทร์!”
“ผมไปทำงานก่อนนะครับแม่ใหญ่เดี๋ยวจะผิดฤกษ์ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ อย่าลืมทานยา นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่องแ่จะได้อยู่เป็ร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเราไปนานๆ สวัสดีครับ เย็นนี้เจอกัน”
เขาร่ายยาวแบบไม่เว้นช่องไฟให้อีกฝ่ายได้โต้แย้งจบท้ายด้วยการโค้งตัวพนมมือสวัสดีแบบที่เคยทำมาแต่เล็กก่อนก้าวเดินเร็วรี่ตรงไปยังเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค สีดำที่คนดูแลรถนำมาจอดรออยู่หน้าบันไดหินอ่อนเช่นทุกเช้าที่เขากลับมานอนบ้าน
คฤหาสน์หลังนี้มีอายุมากกว่าสี่สิบปีเคยมีสมาชิกอาศัยอยู่ด้วยกันหลายชีวิตนายธวัชชัยเป็เ้าบ้านคนแรกและถือเป็หัวเรือใหญ่ของเครือธุรกิจวราเวศอาศัยอยู่กับภรรยา คือ นาง พรนภาและลูกสาวสี่คน ชื่อ แต้ว, ตุ๊ก, ตา และต้อย
ต่อมานายธวัชชัยได้รับภรรยาน้อยเข้าบ้านหลังจากที่เธอคลอดลูกชายคนแรกและคนเดียวให้เขาเพราะต่อจากนั้นภรรยาน้อยก็มีลูกสาวให้อีกหนึ่งคนโดยที่ภรรยาหลวงไม่มีวี่แววว่าจะตั้งท้องอีก
สมาชิกเก่ากับคนมาใหม่ไม่เคยมีปากเสียงหรือขัดแย้งกันมากไปกว่าการไม่ญาติดีต่างคนต่างอยู่ เนื่องจากบารมีและการวางตัวของนายธวัชชัยเป็ที่ยำเกรงของภรรยาและลูกๆทุกคน คฤหาสน์หลังมโหฬารขนาด 8 ห้องนอน 10ห้องน้ำ ไม่มีปัญหาสำหรับผู้อยู่อาศัยเก้าชีวิต ไม่นับรวมบ่าวรับใช้ แม่บ้านคนสวนและคนขับรถที่มีเรือนคนรับใช้แยกอยู่ต่างหากด้านหลังบ้าน
หลังจากนายธวัชชัยเสียชีวิตคฤหาสน์หลังนี้ตกเป็กรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างนายธานินทร์ กับนางพรนภาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของนายธวัชชัย และมีสมาชิกอยู่อาศัยหกคนคือเ้าของบ้านจริงๆ สองคน ลูกสาวคนเล็กกับลูกเขยของนางพรนภาและมารดากับน้องสาวของธานินทร์
สปอร์ตโรดสเตอร์สีดำแล่นผ่านประตูอัลลอยสูงใหญ่ก่อนเร่งความเร็วมุ่งตรงไปยังถนนสายหลักที่จะพาเขาไปถึงโรงแรมหรูกลางเมืองอันเป็สถานที่ทำงานประจำในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงในสภาพการจราจรเวลานี้แต่ถ้าเป็่เวลาวิกฤตก็อาจนานเกินหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว
ดังนั้นถ้าวันไหนมีงานด่วน่เช้าหรือนัดลูกค้าในเมืองธานินทร์จะค้างคืนที่ห้องพักส่วนตัวที่โรงแรมบ้างแต่ก็ไม่บ่อยเพราะเขารู้ดีว่าแม่อยากเห็นลูกทั้งสองกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยก่อนเข้านอนทุกคืน...เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวดังขึ้นเกือบจะทันทีที่รถจอดเข้าที่ประจำ
“สวัสดีครับพี่แต้ว”เอ่ยทักพี่สาวคนโตซึ่งแต่งงานย้ายออกจากบ้านไปหลายปีแล้ว
“วันนี้ว่าง่ไหนบ้างพอดีพี่กับพี่หมอมาหาดใหญ่ ว่าจะเข้าไปคุยด้วยหน่อย” แต้ว หรือธิติมาได้สามีเป็นายแพทย์ใหญ่ซึ่งมีหุ้นส่วนอยู่ในโรงพยาบาลวราเวศภูเก็ต
“เื่หุ้นหรือครับ”
“ใช่”
“งั้นทานมื้อเที่ยงด้วยกันดีไหมครับผมว่างจนถึงบ่ายสอง”เขาเดาได้ทันทีว่าคงเป็การเจรจาขอโอนหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่เขาได้รับจากบิดาเพื่อเอาไปร่วมกับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ธิติมาและสามีถืออยู่... ขอเปล่าไม่ใช่การซื้อ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่คิดจะยกให้ฟรีๆ
“ก็ดีเที่ยงเจอกันที่ห้องอาหารเลยก็แล้วกัน”
“ผมจะเปิดห้องวีไอพีไว้รอครับ”
ธานินทร์เลิกคิดถึงปัญหาตอนเที่ยงทันทีหลังวางสายเพราะต้องเตรียมสมองให้พร้อมกับการเข้าประชุมสรุปเงินปันผลไตรมาสสามของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าและแน่นอนว่าเขาต้องเตรียมตัวรับมือและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างบรรดาผู้ถือหุ้นรายอื่นๆที่เป็คนตระกูลเดียวกันอีกหลายคน
วราเวศกุลเป็ตระกูลใหญ่สมาชิกเกือบทุกคนในตระกูลยึดอาชีพธุรกิจเป็หลักมีกิจการมากมายกระจายอยู่เกือบทุกจังหวัดในภาคใต้และยังบางส่วนมีที่ย่างเท้าเข้าสู่เส้นทางสายการเมืองการปกครอง ซึ่งทุกคนในตระกูลก็ต่างรู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจนั้นนายธวัชชัย วราเวศกุล เป็หัวเรือใหญ่ และตอนนี้ นายธานินทร์ วราเวศกุลก็เป็ทายาทอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียวที่ได้รับอำนาจเบ็จเสร็จต่อจากบิดา
ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็ที่เขาต้องเกรงใครหรือหวาดหวั่นสิ่งใดเพราะมีบิดาเป็แบบอย่างให้เจริญรอยตามอยู่แล้ว...
พ่อเคยทำได้แค่ไหนลูกต้องทำให้ได้ไม่ยิ่งหย่อน...
อินทิราก้าวเท้าเข้าห้องอาหารในโรงแรมหรูกลางเมืองอย่างงามสง่าเธอมีนัดทานมื้อเที่ยงกับพี่ชายและใครบางคนที่ไม่อยากเสวนาด้วยแต่ก็ต้องจำใจมาเดรสชีฟองแขนกุดสีเขียวมะนาวยาวเสมอเข่าขับผิวขาวเนียนให้ดูกระจ่างตาผู้คนที่พบเห็นเครื่อง ประดับดีไซน์เก๋ครบเซ็ททั้งสร้อยคอต่างหูแหวนกำไลยิ่งเพิ่มสง่าราศี เรือนผมดำขลับปล่อยยาวสยายถึงกลางหลังพลิ้วไหวไปตามแรงเคลื่อนกายดูมีเสน่ห์เย้ายวนจนมองได้ไม่รู้เบื่อ
“มาเลี้ยวๆอาหนูอิงคนสวยของเสี่ย เชิญนั่งๆ”
“ขอบคุณค่ะเสี่ยขอโทษที่มาช้านะคะ” อินทิราไม่คิดแก้ไขชื่อที่อีกฝ่ายออกเสียงผิดเพราะเจอกันกี่ครั้งเขาก็เรียกเธอแบบนี้ทุกครั้งริมฝีปากสีหวานพยายามยิ้มให้คนที่กุลีกุจอลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ข้างกายตัวเองให้เธอ
“ไม่เป็ไรๆแค่ได้เห็งหน้าคงสวยหยักฟ้ามาดิงอย่างหนูอิงเสี่ยก็ดีใจเลี้ยว”
วุฒิพงษ์หนุ่มใหญ่เชื้อสายจีนวัยห้าสิบสามเ้าของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ชื่อดังมองสาวสวยข้างกายตาปรอยอินทิราเป็สาวสวยพราวเสน่ห์ที่ถ้าเ้าหล่อนเป็แค่ลูกตาสีตาสาไม่ใช่ลูกสาวเ้าของธุรกิจใหญ่ดีกรีมหาบัณฑิตมหาลัยชื่อดังของจังหวัดแล้วล่ะก็เขาคงรวบรัดจับตัวมาเป็อีหนูกกนอนไปนานแล้ว
“ทานกันเลยดีไหมคะจะได้คุยธุระต่อ พอดีอินมีนัดตอนบ่ายสองค่ะ”
ความจริงนัดบ่ายสามแต่ต้องบอกเวลาเผื่อไว้...เมื่อเช้าวศินโทรศัพท์มาพูดดีกับเธอ บอกว่ามีธุระสำคัญจะปรึกษาและเป็เื่ธุรกิจที่น่าสนใจอินทิราไม่อยากเชื่อว่าพี่ชายที่ไม่ตั้งใจเรียนจบแค่มัธยมสามและมีเพื่อนเป็เซียนโต๊ะพนันกับพวกขี้เหล้าเมายามาั้แ่วัยรุ่นจะเกิดมาสนใจเื่ธุรกิจเอาตอนอายุสามสิบ
“เสี่ยวุฒิเค้าสนใจที่ว่างข้างๆโรงงาน ว่าจะซื้อแล้วไปทำโชว์รูมใหม่ อินสนใจจะขายไหม”วศินเปิดเื่อย่างตรงไปตรงมาเมื่อการทานอาหารผ่านไปครู่ใหญ่
“ที่ตรงนั้นอินมีแผนจะขยายบ่อบำบัดน้ำเสียเพิ่มน่ะพี่วินนี่ก็คุยกับบริษัทรับเหมาอยู่” ตอนนี้อาจพูดว่าที่ว่างข้างๆ โรงงานแต่ถ้าหลวมตัวขายที่ตรงนั้นไป อีกหน่อยที่ตั้งโรงงานซึ่งอยู่ติดกันทั้งหมดก็จะมีอันต้องเปลี่ยนมือเ้าของไปด้วย
“อึ้ยบำบงบำบักอะไรกังเล่าอาหนูอิง เสียบท่อต่อลงคูระบายน้ำข้างถนงมังเลย”วุฒิพงษ์เสนอทางเลือกทันที
“ไม่ได้หรอกค่ะเสี่ยสินค้าของอินเน้นจุดขายด้านธรรมชาติบำบัด แล้วจะทำอะไรมักง่ายแบบนั้นได้ยังไง”
คำตอบนั้นทำเอาวุฒิพงษ์ส่ายหน้าวศินก็ทำหน้าเซ็งกับการเป็คนดีมีความรับผิดชอบต่อสังคมของน้องสาวทีเขาที่เป็พี่ชายแท้ๆยังไม่เห็นรับผิดชอบให้กินดีอยู่ดีแบบเครื่องสำอางของตัวเองบ้าง
“งั้นให้เสี่ยมาร่วมหุ้นที่โรงงานด้วยดีไหมอินเป็ผู้หญิง ดูแลทั้งการผลิตการตลาดคนเดียวมันจะไหวเร้อ”
“เื่นี้อินยังไม่คิดค่ะเพราะตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องหาผู้ถือหุ้นเพิ่ม”หญิงสาวตอบพี่ชายแบบรักษาน้ำใจเล็กน้อยแต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่คิดจะร่วมธุรกิจกับวุฒิพงษ์อยู่แล้ว
“แกนี่อวดเก่งจริงๆเลยนะอิน! ไม่มีใครเคยสอนหรือไงว่าเกิดเป็ผู้หญิงอย่าริเบ่งใส่ผู้ชาย”
“งั้นอินถามหน่อยเถอะไม่ใช่ผู้หญิงเหรอที่เบ่งผู้ชายออกมา”
“อีนี่!”
“เอ้ยยยอาวิงๆ เบาๆ หน่อยสิว้า นี่มันโรงแรมห้าดาวนะเว้ย”
วุฒิพงษ์รีบปรามเมื่อเห็นท่าจะไม่ดีพี่น้องสองคนนี้กิริยา มารยาทต่างกันราวฟ้ากับเหว รู้ทั้งรู้ว่าคนอย่างวศินไม่เหมาะกับสถานที่แบบนี้แต่ที่เขาเลือกที่นี่ก็เพราะอยากให้อินทิราประทับใจกับอาหารมื้อแรกที่หญิงสาวยอมรับนัดเขาเท่านั้น
“ก็อีนี่มันวอนจริงๆนี่เสี่ย ผมเป็พี่มันแท้ๆ ยังเถียงคำไม่ตกฟาก”วศินลดเสียงลงแล้วแต่สีหน้าแววตายังอาฆาตมาดหมาย อินทิรารู้โดยไม่ต้องมองหน้าพี่ชายด้วยซ้ำว่ากลับไปถึงบ้านมีหวังต้องทะเลาะกันเสียงดังให้แม่ปวดหัวอีกแน่ๆทั้งที่เธอพยายามสงบปากสงบคำที่สุดแล้วแต่บางทีมันก็อดไม่ติด
“อินขอโทษก็แล้วกันพี่วินเอาเป็ว่าเื่หุ้นอินขอคิดดูก่อน แต่เื่ขายที่ดินคงไม่ตกลงนะคะเสี่ย”เธอพูดกับพี่ชายแล้วหันไปลงท้ายกับคนข้างกาย
“อืมๆเอาที่หนูอิงสบายใจก็เลี้ยวกัง มีอะไรก็ปึกษาเสี่ยได้น้าเสี่ยยิงดีเสมอถ้าเปงหนูอิง” วุฒิพงษ์ยิ้มจนตาหยี่ยิงฟันขาวสะอาดจากการดูแลรักษาอย่างดีให้หญิงสาวเห็นเต็มตาเผื่อเธอจะได้เห็นว่าการสนทนาปากต่อปากกับเขานั้นน่าพิศมัยเพียงใด
“ขอบคุณค่ะเสี่ย”
จากนั้นหญิงสาวก็พยายามยิ้มให้พี่ชายและคนข้างกายตลอดการสนทนาเื่สัพเพเหระที่เหลือก่อนทั้งหมดจะลุกออกจากร้านอาหารตรงไปยังทางออกลานจอดรถอินทิราจึงเอ่ยขอแยกตัวหน้าลิฟต์ลานจอดรถ เพราะรถของเธอจอดอยู่ชั้นบนแต่ไมทันก้าวเข้าลิฟต์วศินก็ตามมาประกบหลังขู่เสียงเข้ม
“เรามีเื่ต้องคุยกันต่อที่บ้านคืนนี้มึงอย่าเที่ยวแรดไปนอนกับไอ้หนูที่ไหนล่ะ กูมีเื่จะเคลียร์”
“ได้พี่วินก็อย่ากลับดึกนักล่ะกัน อินเข้านอนสี่ทุ่ม” เธอว่าเสียงเ็าไม่อยากใส่ใจกับถ้อยคำแสลงหู
“เออไม่ต้องมาสั่ง บ้านกู กูจะกลับกี่โมงก็เื่ของกู”วศินจิ้มนิ้วชี้ผลักหน้าผากน้องสาวก่อนหันหลังจากไป
อินทิราได้แต่ส่ายหน้าถอนใจก้าวเข้าลิฟต์ที่วศินพูดก็ไม่ผิด เพราะบ้านและที่ดินผืนนั้นบิดายกให้แม่ฉะนั้นเธอกับพี่ชายก็มีสิทธิ์เท่าเทียมกันจะมีก็แต่ที่ดินโรงงานและที่ดินสวนสมุนไพรอีกแห่งที่เป็ของเธอคนเดียว
ส่วนหุ้นบริษัทส่วนใหญ่ก็ตกเป็ของเธอแม่กับวศินได้ไปคนละเล็กละน้อยได้แค่กินส่วนแบ่งรายเดือนพอเป็รายได้ส่วนตัวแต่ไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจอะไรเลยซึ่งถ้าเทียบมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดแล้วเธอก็ได้สมบัติของพ่อมากกว่าแม่และพี่ชายหลายเท่า
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสมัยนิยมหยุดยืนย่นหัวคิ้วให้กับภาพที่เห็นกิริยาที่ผู้ชายคนหนึ่งกระทำกับผู้หญิงคนนั้นไม่ควรเกิดขึ้นในสถานที่ระดับไฮคลาสเช่นนี้แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เป็คนคนเดียวกับที่เขายังลืมไม่ลง... ไม่ใช่ๆเขาแค่เป็คนความจำดีเท่านั้น ธานินทร์ก้าวไปหยุดยืนมองหมายเลขที่ลิฟต์หยุดแล้วยักไหล่บอกตัวเองว่าธุระไม่ใช่
แต่ถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังมองตามหลังผู้ชายคนนั้นไปจนเห็นว่าหายเข้าไปในรถญี่ปุ่นรุ่นสวยสภาพดีคันหนึ่งก่อนขับออกไปชายหญิงสองคนนั่นอาจจะนัดมีอะไรกุ๊กกิ๊กกันที่นี่แล้วเกิดไม่ถูกกลิ่นถูกรสกันขึ้นมาก็ได้แต่จะอะไรก็ช่าง ไม่เกี่ยวกับเขา...อีกครั้งที่คนไม่สนยักไหล่ก่อนเดินไปยืนกอดอกพิงท้ายสปอร์ตโรดสเตอร์ของตัวเองจับเวลารอว่าคงไม่เกินสองนาทีน่าจะมีรถยนต์รุ่นเล็ก น่ารักๆสักคันขับลงมาผ่านหน้าเขา
แล้วมันก็จริง...แต่มีบางอย่างผิดคาด
“ว้าว! เล่นของใหญ่ซะด้วย”
ความรู้สึกอึ้งปนทึ่งเกิดขึ้นทันทีที่เชฟโรเลต แคปติวา สีขาวแล่นผ่านหน้าไปอย่างนุ่มนวลถึงกระจกติดฟิล์มด้านข้างจะค่อนข้างมืดแต่มองจากกระจกหน้าก็เห็นชัดเจนว่าใช่เธอ
ทีนี่ก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นแต่เป็คนที่นี่เลขทะเบียนจำง่ายกับชื่อจังหวัดท้ายรถยังติดตาจำได้กระทั่งว่ามีตุ๊กตาคิตตี้ติดอยู่บนกรอบทะเบียนสีชมพู...
ธานินทร์ส่ายหน้าให้ความช่างจดช่างจำของตัวเองแล้วหันไปเปิดประตูก้าวขึ้นรถไม่นึกเลยว่าคนงานยุ่งหลายเื่หลายราวอย่างเขาจะต้องมาเปลื้องสมองใส่ใจรายละเอียดยิบย่อยพวกนี้แต่ก็นั่นแหละนะ บอกแล้วไงว่าเขาเป็คนความจำดี
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อใกล้ถึงโรงพยาบาลอีกสาขาที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเข้าไปตรวจตราความเรียบร้อยบางอย่างเสียหน่อยยิ่งเมื่อสาขาหนึ่งมีการขอหุ้นกันแบบง่ายๆเขาก็ต้องเข้าไปดูแลให้มากขึ้นก่อนที่ใครจะมีความคิดขอแบ่งปันอะไรจากเขาฟรีๆ อีก
การเจรจาวันนี้จบลงอย่างค่อนข้างสวยแม้ธิติมาจะไม่พอใจเล็กน้อยแต่เมื่อเขายืนยันทางที่ตัวเองเลือกพี่สาวก็ต้องยอมสองพี่น้องตกลงแลกหุ้นโรงพยาบาลที่ธานินทร์ถืออยู่กับหุ้นโรงแรมและรีสอร์ตสองแห่งในภูเก็ตที่ธิติมาถือว่าไม่มีใครเสียเปรียบใครทีนี่ก็อยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่าว่าใครจะสามารถทำให้งานในมือของตนสร้างเม็ดเงินได้มากกว่ากัน
“มีอะไรครับ”
คนเพิ่งสตาร์ตเครื่องยนต์ต้องยอมสละเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อกดรับสายหญิงสาวหนึ่งในจำนวนมากมายที่มีเบอร์โทรศัพท์ของเขาเพราะเบอร์นี้เขาใช้มาั้แ่มีโทรศัพท์เครื่องแรกจนถึงปัจจุบัน
“คืนนี้วันเกิดหนูนามาฉลองกันหน่อยได้ไหมคะ”
“อืม...เสียดายจัง ผมไม่ว่าง”
หยอดเสียงหวานกลับไปอย่างเคยชินทั้งที่ไม่ได้นึกเสียดายอะไรเพราะวันนี้ตั้งใจจะกลับไปทานข้าวกับมารดาอยู่แล้วผู้ชายอย่างเขารู้ว่าอะไรควรไม่ควร ผู้หญิงรอบกายต่อให้มีมากมายสักเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่าแม่เพียงคนเดียว
“แหมหนูนากะจะให้ของขวัญพิเศษต้าซะหน่อย เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ”
“ฮึๆจะให้ของขวัญหรือจะขอของขวัญจากผมกันแน่”
“เกลียดคนรู้ทันจังเลยอ่ะ”เสียงใสกระเง้ากระงอดตอบมาก่อนออดอ้อน “มาหน่อยนะคะ คิดถึ้งคิดถึงนะคะรูปหล่ออยากกินวีต้าก่อนนอนอ่ะ”
“ฮ่าๆไม่ว่างจริงๆ หนูนา ขอโทษด้วยนะ ่นี้ผมยุ่งมาก”
“แหมั้แ่เป็บิ๊กบอสวราเวศนี่ไม่เคยมีเวลาให้หนูนาเลยนะ”
“ใช่ตามนั้นเลยครับ ผมยุ่งจริงๆ แค่นี้นะ บายครับคนสวย”
ธานินทร์ชิงตัดสายก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งเสียงอะไรเข้าหูั้แ่บิดาเสียชีวิตเขาก็ค่อยๆ ตัดสัมพันธ์กับผู้หญิงรอบกายไปทีละคนสองคนเหลือไว้ไม่กี่รายที่มั่นใจว่าทัศนคติเื่อย่างว่าตรงกันและพูดกันรู้เื่
เพราะแต่ละคนก็เป็ลูกผู้ดีมีฐานะมีหน้ามีตาในสังคมทั้งนั้นทุกคนรู้ดีว่าถ้าพวกเธอทำอะไรให้เขาเดือดร้อนหรือเป็ข่าวคาวแน่นอนว่าเธอและครอบครัวจะเดือดร้อนและเป็ข่าวฉาวมากกว่าเขาหลายเท่า
บ่ายวันศุกร์ ณ โรงแรมหรูกลางเมืองหาดใหญ่ รถยนต์สีขาวรุ่นหรูแล่นเข้ามาจอดณ ลานจอดรถของเหล่าผู้บริหารใต้อาคารโรงแรมหรูกลางเมือง หญิงสาวร่างระหงในชุดกระโปรงสั้นสีชมพูอ่อนก้าวลงจากรถอย่างรีบร้อน เดินแกมวิ่งเข้าสู่ตัวอาคารมุ่งตรงไปยังลิฟท์ผู้บริหารแล้วกดขึ้นสู่ชั้นบนสุดออกจากลิฟท์ได้ก็เร่งเท้ามุ่งต่อไปยังประตูห้องบานขวาสุด
“สวัสดีครับคุณเตย” เลขานุการหน้าห้องเอ่ยทักคนรีบร้อน
“สวัสดีค่ะ พี่ต้าอยู่ไหม”
“อยู่ครับแต่เอ่อ...” ได้แค่นั้น เพราะคนรีบไม่คิดรอฟังก้าวตรงไปผลักประตูห้องประธานกรรมการบริหารธุรกิจในเครือวราเวศเสียแล้ว
“พี่ต้าคะ เตยอยากจะ” ภาพตรงหน้าทำให้ต้องหยุดคำพูดไว้ แต่ยังก้าวเดินต่อไปจนได้ยืนปักหลักกอดอกอยู่ข้างโต๊ะทำงานตัวใหญ่เม้มปากเชิดหน้าซัดหางตาเรียวเล็กไปยังใบหน้าราบเรียบของชายหนุ่มที่นั่งประสานมืออยู่หน้าโต๊ะหนึ่งครั้งก่อนเมินใส่เจตนาแสดงให้เห็นว่าธุระที่เธอตั้งใจมาสำคัญกว่าสิ่งที่เขากำลังคุยอยู่กับพี่ชายของเธอ
“มีอะไรเตย จะเอาอะไรก็บอกมา พี่จะได้คุยกับคุณอิฐต่อ”ธานินทร์ว่าอย่างใจเย็น ทั้งที่การปรากฏตัวราวพายุของน้องสาวเป็เื่ที่ควรตำหนิแต่เขาก็รู้ดีอีกแหละว่าตำหนิไปธันย์ชนกก็เถียงกลับได้ทุกเื่ป่วยการจะสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็
“เตยไม่ได้มาขออะไรนะคะ แต่มีธุระสำคัญกับพี่ต้า” ประโยคหลังเธอซัดสายตาไปยังบุคคลที่สาม
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณธานินทร์ คุณธันย์ชนกคงมีธุระสำคัญจริงๆ” อภินันท์ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวลา
“ไว้ผมจะให้คนส่งรายละเอียดแคมเปญตัวนี้ตามไปอีกทีก็แล้วกัน”
“ได้ครับ”ชายหนุ่มรับคำแล้วโน้มศีรษะเป็เชิงลาคนที่มีวัยวุฒิมากกว่าก่อนหันไปยิ้มลาหญิงสาวที่อ่อนวัยกว่าเขาหลายปีแล้วเดินจากไปอย่างสงบ
“นายนั่นมาทำไมคะ” ธันย์ชนกเอ่ยถามทันทีเมื่อประตู ห้อง ปิดสนิท
“อ้าว ไหนว่ามีธุระสำคัญกับพี่ แล้วถามเื่คนอื่นทำไมแล้วอีกอย่าง พูดจาให้มันน่ารักหน่อย คุณอภินันท์เป็ผู้จัดการไนท์คลับของพี่นะ”
“รู้คะ แต่ไม่สน” ธันย์ชนกยักไหล่ก่อนก้าวไปนั่งบนเก้าอี้ ตัวเดียวกับที่อภินันท์เพิ่งลุกจากไปไออุ่นจากเขายังหลงเหลือแต่เธอก็ข่มใจนั่งและตั้งอกตั้งใจกับเื่ของตัวเอง “เตยจะมาขออนุญาตเปิดห้องวีไอพีที่เดอะคิสจัดงานวันเกิดให้เพื่อนน่ะค่ะ”
“ก็แล้วทำไมไม่บอกแต่เมื่อกี้ จะได้คุยกับคุณอิฐเขาเลยทีเดียว”
สถานที่ที่น้องสาวอ้างถึงคือไนท์คลับที่หรูหราที่สุดในเมืองนี้และเป็กิจการหนึ่งที่ทำเงินให้เขาไม่น้อย
“แต่พี่ต้าเป็เ้าของนะคะ ทำไมเตยต้องคุยกับคนอื่น”
“เฮ้อ เรานี่น่า โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเป็เด็กๆก็รู้อยู่ว่าที่นั่นคุณอภินันท์เขาดูแลจัดการอยู่ พี่อนุญาตไปก็เท่านั้น ถ้าเผื่อเขามีลูกค้าจองคิวห้องอยู่ก่อนแล้วจะให้ทำไง”
“แหม เื่แค่นี้พี่ต้าจัดการให้น้องได้อยู่แล้ว เตยเชื่อ” สาวสวยทำเสียงออดอ้อนพร้อมขยิบตาให้
“นะคะ คืนพรุ่งนี้ นะๆ”
“คืนพรุ่งนี้! แล้วทำไมเพิ่งมาบอก”
“ก็แหม เตยเพิ่งตกลงกับเพื่อนๆ ได้นี่นา นะคะพี่ต้าสุดหล่อ”
ธานินทร์ส่ายหน้าให้เสียงลากยาวและดวงตาปริบๆ ของน้องสาวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้ามือถือของบุคคลที่เพิ่งออกจากห้องไปไม่นานเจรจากันด้วยเื่ธุระสำคัญของน้องแล้วพยักหน้ารับฟังคำตอบก่อนวางสาย
“เห็นว่าห้องใหญ่สุดมีคนจองแล้ว แต่มีห้องอื่นว่างอยู่คุณอิฐจะล๊อกไว้ให้ เตยไปคุยรายละเอียดกับเขาอีกทีก็แล้วกัน เขารออยู่ที่ล็อบบี้”
“จะให้เตยลงไปคุยกับเขาเองเหรอคะ”
“ก็ใช่ แล้วพี่จะไปรู้รายละเอียดของเราไหม ถ้าไม่คุยเอง”
“แหม แต่”
“เตย... พี่มีงานต้องทำอีกเยอะ รีบไปเถอะคุณอิฐเค้าก็รีบกลับไปทำงานเหมือนกัน อ้อ...แล้ววันนี้กลับบ้านเร็วๆ ด้วยเดี๋ยวพี่ต้องบินไปกรุงเทพฯ คงกลับวันอาทิตย์ค่ำๆ”
“นัดหญิงไว้อีกล่ะสิ”
“ไม่ช่าย... ไปเื่งานเลยว่าจะนัดสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่โน้นซะหน่อย”
“แหม เพื่อนๆ ผู้หญิงกี่คนๆ ก็เรียกเพื่อนหมดแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เตยจะได้เห็นว่าที่พี่สะใภ้ซะที แม่ก็แอบบ่นบ่อยๆว่าอยากอุ้มหลาน จะสามสิบสามแล้วนะพี่ต้า จะช้าอยู่ใย”
“ธุระไม่ใช่ ไปจัดการเื่ของตัวเองก่อนเถอะไปๆ” เมื่อพูดความจริงก็ไม่เชื่อคนเป็พี่เลยโบกมือไล่เพราะยังมีงานเร่งด่วนต้องเคลียร์ก่อนเดินทาง
“ชิ ไปก็ได้ เดี๋ยวอีตา... เอ่อ เดี๋ยวคุณอภินันท์จะรอนาน” เธอรีบเปลี่ยนคำทันทีที่พี่ชายชักสีหน้าใส่ก่อนลุกขึ้นจากไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้ขามา