ภายใต้ความเงียบสงบของจวน‘อ๋องหลี่’ ผู้ที่ราชสำนักตราหน้าว่าป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดหลายปีนั้น ั้แ่มีราชโองการคืนยศจวนนี้ก็ได้ทิ้งภาพลักษณ์ขุนนางผู้ไร้อำนาจไว้เื้ั
ภายในห้องทรงงาน ที่เรียบง่ายอ๋องหลี่หรือ ‘หลี่จางเย่ว’ กำลังนั่งอ่านรายงานจากวังหลวงด้วยท่าทีสุขุมนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดุจกระบี่ที่ผ่านการลับคมในฝักตลอดเวลา เขาไม่ได้แสดงอาการกริ้วโกรธหรือตื่นตระหนกต่อข่าวการปะทะของเฟยหลงกับองค์ชายใหญ่ที่ได้รับมา
ตรงกันข้าม เขากลับวางจดหมายลงบนโต๊ะอย่างแ่เบา ก่อนจะรินน้ำชาใส่จอกด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า
“ใจร้อนนักลูกข้า...” เขาพึมพำน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความรู้สึกที่พุ่งพล่าน แต่แฝงไปด้วยความคาดหวังที่ลึกซึ้ง “เฟยหลงเอ๋ย เ้าเป็ัที่รู้ว่าตนเองสามารถโบยบินสู่ท้องนภาได้ แต่กลับลืมไปว่าการจะบินในวังหลวงได้นั้น มิใช่เพียงแค่การมีพละกำลังที่เหนือกว่า แต่ต้องรู้จักวิธีพรางกายในเมฆหมอก”
หลี่จางเย่วลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างออกสู่ลานฝึกทหารเบื้องล่าง ที่นั่นไม่ได้มีกองทัพที่เอิกเกริก แต่เป็เหล่าชายฉกรรจ์ในชุดสีดำสนิทที่กำลังฝึกฝนการใช้ปราณและทักษะการสืบข่าวอย่างเงียบเชียบ พวกเขาคือ ‘หน่วยรัตติกาล’ กองกำลังที่อ๋องหลี่บ่มเพาะขึ้นมาเพื่อเป็ดวงตาและกรงเล็บให้แก่ตระกูลหลี่ในยามที่สถานการณ์เปลี่ยนไป
ทหารคนสนิทก้าวเข้ามาคุกเข่าอยู่ด้านหลังอย่างเงียบกริบ “ท่านอ๋อง ข่าวเื่การปะทะทำให้องค์ชายใหญ่เริ่มเพ่งเล็งมาที่จวนเรามากขึ้น และทางราชสำนักแคว้นเยี่ยนได้ส่งหน่วยอีกาเนตรโลหิตลอบสังหารจอหงวนเหวินเทียนที่ชายแดนด้วยพ่ะย่ะค่ะ แต่บัดนี้เขาหนีไปได้”
อ๋องหลี่เพียงพยักหน้ารับอย่างสงบ เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่สายตาทอดยาวไปยังขอบฟ้าทิศใต้ “ปล่อยให้องค์ชายใหญ่ทำในสิ่งที่เขาคิดว่าได้เปรียบไปเถิด ยิ่งเขารุกหนักเท่าใด เขาก็ยิ่งเปิดเผยรอยแยกในหมากกระดานของเขาเองมากขึ้นเท่านั้น ส่วนเื่เหวินเทียน... ส่งคนของเราไปรอรับบริเวณเมืองที่คาดว่าเขาจะหนีไป”
“ท่านอ๋อง... ท่านไม่กังวลเื่ซื่อจื่อเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
อ๋องหลี่แค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “เฟยหลงไม่ใช่เด็กที่ข้าต้องคอยประคบประหงมอีกต่อไป ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็บทเรียนที่จำเป็สำหรับการก้าวข้ามขีดจำกัดที่ข้าเคยวางไว้ให้เขา ปราณนิลกาฬในตัวเขา ้ายืดเส้นยืนสายมัน้า 'ความเ็ป' เป็เชื้อเพลิงในการตื่นขึ้น” เขากลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็จังหวะสม่ำเสมอ “เฝ้าจับตาดูต่อไป อย่าให้ใครล่วงรู้”
คำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปอย่างเฉียบคม
อ๋องหลี่เอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาปิดลงราวกับกำลังนึกถึงภาพลูกชายของตนที่กำลังต่อสู้ใน
วังหลวงอย่างยากลำบาก