บทที่ 17 สาวชาวบ้านกลับบ้าน 1
เมื่อเข้านอนตอนกลางคืน ทั้งสองคนยังคงเบียดเสียดอยู่บนเตียงเดียวกัน จางจิงจิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อสองคืนก่อน แต่วันนี้เธอเริ่มชินกับมันแล้ว
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เธอก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงและผล็อยหลับไปในเวลาไม่นาน เสียงกรนเบาๆ ดังขึ้นเป็ระยะ ส่วนฮั่วฉางชิงนั้นนอนไม่หลับเลย
โดยปกติแล้วทั้งสองคนจะนอนหันหลังชนกัน แต่วันนี้จางจิงจิงพลิกตัวขณะที่เธอหลับไป
ในความมืด ฮั่วฉางชิงก็ค่อยๆ พลิกตัวเช่นกัน ท่ามกลางแสงจันทร์ เขาสามารถมองเห็นปลายจมูกที่โด่งของจางจิงจิง และส่วนเว้าส่วนโค้งที่น่าหลงใหล
นี่เป็ครั้งแรกที่เขามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างจริงจังเช่นนี้
ในขณะที่กำลังหลับ จางจิงจิงรู้สึกราวกับว่าเธอถูกจ้องมองด้วยสายตาที่แหลมคม หญิงสาวหายใจแรง และตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อหันไปมองก็พบว่าฮั่วฉางชิงพลิกตัวหันหน้ามาทางเธออยู่
ดึกดื่นป่านนี้ตาฝาดไปหรือเปล่านะ? ทำไมเธอถึงเห็นฮั่วฉางชิงกระพริบตาล่ะ?
ไม่ ไม่ใช่แน่ๆ คงตาฝาดไปเอง ตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้วกัน
ความรู้สึกหวาดกลัวเหมือนหายใจไม่ออกยังคงวนเวียนอยู่ในหัว จางจิงจิงรู้สึกว่าเธอฝันร้าย แต่จำไม่ได้ว่าฝันถึงอะไร รู้แค่เพียงว่ามันน่ากลัว
เธอเลียริมฝีปากที่แห้งผากอย่างลืมตัว แล้วขยับเข้าไปใกล้ฮั่วฉางชิงโดยไม่รู้ตัว ร่างกายััได้ถึงอุณหภูมิจากร่างกายของเขา จางจิงจิงรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด และไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป
หญิงสาวแอบมองฮั่วฉางชิงอย่างลับๆ เมื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้ถูกปลุกให้ตื่น เธอจึงพลิกตัวกลับ ปิดตาลงและพยายามข่มตาให้หลับ
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือหลังจากที่หลับไป ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
รุ่งเช้า จางจิงจิงไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้าตามปกติ ตอนที่กำลังกินข้าว เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาของฮั่วฟางฟาง จางจิงจิงรู้สึกตลกในใจ
"แม่คะ จักรเย็บผ้าในห้องแม่ หนูขอยืมใช้หน่อยได้ไหมคะ?"
คุณแม่ฮั่วเงยหน้าขึ้น "ได้สิ แค่แม่ไม่ได้ใช้มันนานแล้ว มันอาจจะใช้ไม่ค่อยดีนะ เธอให้ฉางชิงหยอดน้ำมันเครื่องลงไปหน่อยล่ะ"
"ค่ะ"
จักรเย็บผ้าเครื่องนี้ถูกซื้อมาตอนที่มันเป็ที่นิยมในเมือง คุณแม่ฮั่วเองก็ไม่ค่อยได้ใช้มันเท่าไหร่นัก มันเป็แค่ของประดับตกแต่ง จางจิงจิงคิดว่าถ้าเธอใช้มัน มันอาจจะยังใช้การได้ดีอยู่ ป้องกันไม่ให้มันพังเพราะไม่ได้ใช้งานเป็เวลานาน
หลังจากกินข้าวเสร็จ จางจิงจิงก็ไปล้างจาน ดูแลให้เด็กๆ ทั้งสามคนล้างหน้าแปรงฟันให้สะอาด จากนั้นก็เรียกเสี่ยวฉวนเข้ามา เธอตั้งใจจะทำเสื้อผ้าของเขาให้เสร็จก่อน
ฝีมือของจางจิงจิงน่าจะขึ้นสนิมเล็กน้อยแล้วหลังจากไม่ได้ทำมาหลายปี เธอรู้สึกว่ามือของตัวเองไม่คล่องแคล่วเท่าไหร่นัก หญิงสาวหยิบผ้าออกมาแล้ววาดลงไป จากนั้นก็หยิบกรรไกรออกมาแล้วเริ่มตัด
เสื้อผ้าฤดูร้อนนั้นทำง่าย จางจิงจิงจึงตั้งใจจะทำเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นแบบง่ายๆ แล้วปักลายลูกแมวหรือลูกสุนัขน่ารักๆ ลงไป เด็กๆ ทั้งสามคนต้องชอบแน่ๆ แถมยังอาจจะช่วยเพิ่มคะแนนความประทับใจจากฮั่วฉางชิงได้อีกด้วย
ฮั่วฉางชิงเห็นเธอทำเสื้อผ้าให้เด็กๆ ก่อน ในใจก็รู้สึกโล่งใจ ไม่ว่าจางจิงจิงจะรักเด็กๆ จริงหรือไม่ ขอแค่เด็กๆ อิ่มท้องอุ่นสบายก็พอแล้ว
เพียงแค่จางจิงจิงทำมัน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ไม่นานนัก จางจิงจิงก็ทำเสื้อผ้าของเสี่ยวฉวนเสร็จ
ผ้าสีฟ้ามองดูแล้วรู้สึกเย็นสบาย บนเสื้อปักเป็ลายลูกสุนัข ดูน่ารักมาก ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากร้านทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
"เสี่ยวฉวนลองใส่ดูสิ"
เสี่ยวฉวนจ้องมองอยู่ข้างๆ ตาเป็ประกาย ลายลูกสุนัขบนเสื้อช่างน่ารักจริงๆ ถ้าเขาใส่ไปเล่นข้างนอก เด็กๆ ในบริเวณที่พักอาศัยคงไม่หัวเราะเยาะเขาแล้วล่ะ
เสี่ยวฉวนสวมเสื้อผ้าและขอให้พี่สาวอุ้มไปส่องกระจก ฮั่วฉางชิงเห็นดังนั้นจึงรีบอุ้มเขาขึ้นมา
เสี่ยวฉวนมองเห็นตัวเองในกระจกก็ยิ้มอย่างดีใจ
"ขะ…ขอบคุณครับคุณป้า ผม…ชอบ…ชอบมากๆ ครับ"
เมื่อเขามีความสุขเขาก็พูดติดอ่างมากขึ้น
เ้าตัวเล็กทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นน้องชายมีเสื้อผ้าสวย ๆ ก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที
แต่นิสัยของทั้งสองคนไม่เหมือนน้องเล็ก แม้จะอยากได้แค่ไหนก็ไม่ยอมเอ่ยปาก จางจิงจิงเห็นท่าทางอยากได้ของพวกเขาก็อดขำไม่ได้
"ตอนนี้เริ่มสายแล้ว ฉันกับคุณลุงฮั่วต้องออกไปข้างนอก บ่าย ๆ พอกลับมา เดี๋ยวป้าทำให้พวกเธอสองคนนะ"
พูดจบก็หันไปมองเสี่ยวเยว่ "อาหารกลางวันป้าวางไว้ในตู้แล้ว ตอนเที่ยงเธอก็อุ่นให้น้อง ๆ ทานนะ สำหรับมื้อเย็นป้าจะกลับมาทำให้กินเอง"
พี่สาวคนโตกับน้องรองได้ยินดังนั้นก็ดีใจ รีบพยักหน้าตอบตกลง
จางจิงจิงกอดเ้าตัวเล็กด้วยความเอ็นดูอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เก็บของเตรียมตัวออกไปกับฮั่วฉางชิง
พอเห็นฮั่วฉางชิงขนของมาเยอะแยะ จางจิงจิงก็รู้สึกเสียดาย
"ทำไมคุณถึงเอาของมากมายขนาดนี้ล่ะ? นี่มันมากเกินไปแล้วนะ"
สำหรับตระกูลจาง เธอกลับไปเยี่ยมบ้านไม่อยากเอาอะไรไปทั้งนั้น อยากจะไปกินฟรีด้วยซ้ำ
มีของดี ๆ มากมายขนาดนี้ เก็บไว้กินเองไม่ดีกว่าเหรอ? ให้หมาจรจัดกินยังดีซะกว่าเอาไปให้พวกนั้นอีก
“เอาไปเถอะ คุณควรเอาไปด้วย”
ปกติแล้วเวลาลูกสาวกลับบ้านสามีหลังแต่งงาน มักจะอยากได้ของติดไม้ติดมือกลับไปเยอะๆ เพื่อเป็การยืนยันว่าตนเองนั้นเป็ที่รักและถูกให้ความสำคัญในบ้านสามี
แต่จางจิงจิงกลับแปลกออกไป กลับไม่ชอบใจที่ของเยอะแยะขนาดนี้
ไหนๆ ฮั่วฉางชิงก็พูดไปแบบนั้นแล้ว จางจิงจิงเลยได้แต่เก็บความรู้สึกที่แท้จริงไว้พลางมองดูสิ่งของพวกนั้นและถอนหายใจ
จางจิงจิงถือของนั่งซ้อนท้ายฮั่วฉางชิงปั่นจักรยาน ไม่นานก็ถึงบ้านตระกูลจาง
ตอนนั้นเป็เวลาอาหารพอดี หลายคนที่อยู่ในบ้านต่างพากันกลับมากินข้าว พอเห็นว่าเป็ฮั่วฉางชิงกับจางจิงจิง ต่างก็พากันซุบซิบนินทา
“นั่นมันลูกสาวที่จางอ้ายกั๋วเอามาทิ้งไว้ที่ชนบทไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่ว่าตระกูลฮั่วไม่ค่อยชอบหล่อนหรือไง? ทำไมเขาถึงยังยอมกลับมาเยี่ยมบ้านด้วยล่ะ?”
“ไม่รู้สิ ได้ยินมาว่าวันนั้นทะเลาะกันน่าเกลียดมาก ตระกูลฮั่วโกรธจนเกือบจะล้มเลิกการแต่งงานเชียว”
ทุกคนต่างก็พูดคุยกัน มองจางจิงจิงราวกับเป็ลิงในสวนสัตว์
จางจิงจิงมาอยู่ที่เมืองไม่กี่วันก็ถูกหลอกให้แต่งงาน เธอเองก็ไม่รู้จักคนพวกนี้ จึงไม่ได้ทักทาย เพียงแต่รู้สึกแปลกๆ และค่อนข้างอึดอัดใจ
ตอนนี้ต่งฮุ่ยเจวียนกำลังเตรียมอาหารอยู่ จางจือจือเข้าไปในครัวและเห็นแม่เพียงผัดกะหล่ำปลีกับมันฝรั่งฝอยแค่จานเดียว
"แม่จะเอานี่ให้จางจิงจิงกินตอนที่หล่อนกลับมาใช่ไหม?"
จางจือจือไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล แต่กลับเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ยังไงซะ ฮั่วฉางชิงก็คงไม่มากับหล่อนหรอก คงมีแค่จางจิงจิงนังคนบ้านนอกนั่นแหละ ปล่อยให้หล่อนกินข้าวสวยสักชามก็ถือว่าดีมากแล้ว
"ทำให้หล่อนกินก็ดีแค่ไหนแล้ว มีลูกสาวแบบนี้ น่าขายหน้าจริง ๆ"
ต่งฮุ่ยเจวียนแค่นเสียงเ็า อยากจะให้วันนี้จางจิงจิงไม่กลับมาเสียจริง ๆ
"ก็นั่นน่ะสิแม่ ยังไงซะหล่อนก็แต่งงานออกไปแล้ว ต่อไปก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับบ้านเรา กินข้าวที่บ้านมื้อนี้แล้วก็อย่ากลับมาอีกเลยเถอะ"
"อืม แม่เห็นว่าพ่อของลูกก็ไม่ค่อยชอบหน้าหล่อนอยู่แล้วด้วย"
ต่งฮุ่ยเจวียนวางอาหารบนโต๊ะ มองนาฬิกาบนผนัง แล้วอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ
จางอ้ายกั๋วเหลือบมองอาหารบนโต๊ะ และไม่พูดอะไร ซึ่งถือว่ายอมรับการกระทำของภรรยา
ทันใดนั้นก็มีคนมาเคาะประตู
ต่งฮุ่ยเจวียนทำหน้าบึ้งตึงเดินไปเปิดประตู "ทำไมเวลานี้แล้วพึ่งจะมา ไม่ชอบกลับบ้านก็ไม่ต้องกลับเสียสิ นี่มัน..."
ต่งฮุ่ยเจวียนยังไม่ทันพูดจบ เพราะพอเอ่ยประโยคหลังก็เห็นฮั่วฉางชิงยืนอยู่ข้างนอก จึงรีบปิดปากทันที
"เสี่ยวฮั่ว เธอไม่ได้ไปกองทัพหรอกเหรอ? ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว"
เธอหัวเราะแห้งๆ สองสามครั้ง แล้วรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที