ตอน 3 ดิ้นรน
เด็กน้อยหวังแจ้หลีวัย 1 ขวบ ถูกทิ้งข้างทางอย่างไร้สิ่งหุ้มห่อตัว กลางดึกที่แสนเงียบงันเด็กน้อยร้องไห้จ้าแข่งกับเสียงหมาหอนเห่า ใบหน้าเคล้าน้ำตาน่าสงสาร
"เอ๊ะ... นั่นมันเด็กน้อยใครกัน...กล้าเอาเด็กมาทิ้งที่นี่" ซีซีหญิงหม้ายที่สามีตายเมื่อปีก่อนขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาพบพอดี ชีวิตที่เงียบเหงาของเธอเหมือนได้พบแสงสว่างเธอรีบจอดรถเพื่อเข้าไปดู ทันทีที่เห็นเธอรู้สึกเอ็นดูแจ้หลีอย่างบอกไม่ถูก
"เอาเถอะ อย่าร้องเลยเด็กน้อยฉันจะเลี้ยงดูเธอเอง" สาวหม้ายคนนั้นพาเขากลับบ้านด้วยกันนับั้แ่นั้นมาเธอดูแลแจ้หลีประหนึ่งว่าเขาคือลูกแท้ๆของเธอโดยที่เธอเองไม่ได้มีท่าทีรังเกียจแม้แต่นิดเดียว
ในขณะเดียวกันกว่าทุกคนจะรู้ว่าคุณชายแจ้หลีหายตัวไปก็สายเกินไปแล้วงานเลี้ยงใหญ่โตโอ่อ่าจบลงก่อนเวลานายใหญ่หวังจื่อเชาเป็เดือดเป็ร้อนจ้างหนังสือพิมพ์ทุกช่องเพื่อประกาศหาทายาทคนสำคัญ
แน่นอนว่าหายังไงก็หาไม่พบเพราะสาวหม้ายคนนี้ทำงานอย่างหนัก ไม่มีเวลาสืบข่าวสารแม้แต่วันเดียวขนาดเธอไม่ใช่แม่แท้ๆของเด็กน้อยเธอยังยอมทำงานตรากตรำหนักขึ้นเพื่อให้เด็กน้อยมีอนาคตที่ดีแต่หัวอกคนเป็แม่แท้ๆอย่างเหมยลู่นั้นแตกสลายเป็เสี่ยงๆ คลั่งมากราวกับคนประสาทเสีย
ถึงกระทั่งว่าซ่งถานต้องพาภรรยาไปพบหมอเพื่อบำบัดจิตอยู่บ่อยๆกระทั่งวันหนึ่งที่โอกาสเหมาะเจาะ เยาเฟและชายคนรักคิดแผนร้ายออกอีกหนครั้งนี้เธอถูกชายชั่วครอบงำจิตใจ ตามืดบอดถึงขั้นมองข้ามความสัมพันธ์พี่น้อง
เยาเฟสั่งให้ลูกน้องตัดสายเบรกรถหรูของซ่งถานเขาและภรรยาประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางพาภรรยาไปหาหมอ เสียชีวิตคาที่ทั้งสองคนและนั่นเป็ครั้งแรกที่เยาเฟรู้สึกมีความสุขมากที่สุดเพื่อตำแหน่งและเงินทองมันทำให้เธอไม่ลังเลที่จะกำจัดคนในครอบครัว
ทุกครั้งที่เธอมองไปข้างหน้าถึงอนาคตที่จะได้เป็ใหญ่ในตระกูลเธอแสนจะมีหวัง แม้มันจะดูเป็ไปได้ยากก็เถอะ
"ตระกูลหวังของเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เื่ง่ายฉันกลับต้องมาเสียทายาทคนสำคัญไปพร้อมกันถึงสองคน"ตาแก่จื่อเชาพูดบ่นพึมพำอย่างเหม่อลอยบนเตียงในโรงพยาบาล
"พ่อคะ พูดอย่างนี้ลำเอียงเกินไปมั้ง "
"หรือว่าเยาเฟคนนี้ไม่ใช่ลูกของพ่อน้องเสียไปกะทันหัน ไม่มีคนช่วยพ่อดูแลบริษัทอีกทั้งตอนนี้พ่อก็ป่วยกะทันหันอีกพ่อน่าจะให้หนูเป็ประธานบริษัทแทนนะคะ พ่อควรพักได้แล้ว"เยาเฟไปเยี่ยมพ่อที่ล้มป่วย ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเธอเอาแต่พูดยาวเหยียดเป็หางว่าว และสิ่งที่เธอพูดแต่ละอย่างล้วนเป็การที่ตัวเธอจะได้รับประโยชน์ทั้งนั้นตาแก่จื่อเชาที่อยู่มาครึ่งอายุคนก็พอจะมองออก
"เยาเฟ แกเป็ลูกฉัน ฉันเลี้ยงแกมาทำไมฉันจะมองไม่ออกว่าในใจของแกกำลังคิดอะไร " จื่อเชาไม่ไว้ใจลูกสาวเขาเองสุขภาพเริ่มไม่ค่อยจะดี จึงแอบเรียกเลขาส่วนตัวมาทำเื่ร่างพินัยกรรมยกมรดกทุกอย่างให้เป็ของหวังแจ้หลีคนเดียวเท่านั้นหากแจ้หลียังไม่ตาย สามารถมีสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดหากเขาตายไป....มรดกที่มีขอยกให้การกุศล
**********
วันเวลาผ่านไป แจ้หลีโตขึ้นเรื่อยๆแม่เลี้ยงคนนี้เธออยากมอบชีวิตที่ดีที่สุดให้กับเขา แจ้หลีเป็ดั่งแก้วตาดวงใจแม้สุขภาพของเธอจะร่วงโรยแต่ก็ยังคงต้องทำงานอย่างหนัก...แจ้หลีเติบโตมาด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าซีซีสาวหม้ายคนนี้คือแม่แท้ๆ
เขานั้นเติบโตมาอย่างยากลำบากจึงรู้จักแบ่งเบาทุกข์ร้อน แจ้หลีต้องออกทำงานหาเงินช่วยแม่ั้แ่วัย 8 ขวบ จากเด็กน้อยที่พูดเก่งฉลาด กล้าคิดกล้าทำค่อยๆกลายเป็เด็กที่มีชีวิตแสนหดหู่ เก็บตัวเงียบ
แจ้หลีน่าสงสารนักชีวิตวัยเด็กของเขาต่างจากคนวัยเดียวกัน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะไม่เคยหลงเหลืออยู่
ณตรอกเล็กๆในหมู่บ้าน
เด็กน้อยผู้อ้วนฉุที่สดใสร่าเริงเจียงผิงหว่าน ลูกสาวร้านขายของชำเล็กๆท้ายซอย วิ่งเล่นมาไกลถึงนี่ เธอต้องหยุดมองเพราะเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังขนถ่านใส่ถุง เนื้อตัวมอมแมม น่าสงสารเธอยืนดูอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกำลูกอมในมือแน่น
"นี่นาย... กินนี่สิ ฉันให้นาย "ผิงหว่านยื่นมันให้เขา
"เอากลับไปเถอะ ฉันไม่มีเงินซื้อมันหรอกนะ "เด็กน้อยแจ้หลีปฏิเสธทันที
"นี่นายคิดมากเกินไปเด็กอย่างพวกเราต่างต้องกินลูกอมกันทั้งนั้น อย่าบอกนะว่านายไม่เคยกินลูกอม"ผิงหว่านเสียงเจื้อยแจ้วเหมือนนกน้อยฟังดูเป็มิตร แต่ท่าทีที่เธอได้รับกลับมาคือแจ้หลีนิ่งเงียบ เ็า ไม่สนใจแม้แต่จะมองดูเธอ
"นี่นายชื่ออะไรน่ะ"เด็กน้อยผิงหว่านรู้จักคิดหาคำพูดเธอใช้มือน้อยๆลูบเสื้อเพื่อปัดทำความสะอาดฝ่ามือจับเนื้อตัวข้างแขนของเด็กชายให้หันมา
"ฉันชื่อแจ้หลี... "เด็กน้อยทรงผมเต๋อๆมองดูยังไงก็เหมือนหัวเห็ดพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"แจ้หลี... ยินดีที่ได้รู้จักนะฉันชื่อเจียงผิงหว่าน... เรามาเป็เพื่อนกันเถอะ"ผิงหว่านยัดลูกอมเข้าปากแจ้หลีพร้อมจับมือของเขาที่เปื้อนถ่านขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญา
"แม่บอกว่า เด็กๆกินลูกอมแล้วจะมีความสุขแต่กินมากไม่ดี ฟันจะผุเอาได้ แต่มันอร่อยนี่นา ฉันเลยชอบขโมยลูกอมในร้านออกมาแจกเพื่อนๆ"นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน แน่นอนว่า ผิงหว่านมอบพลังบวกให้แจ้หลีมหาศาล
เด็กน้อยที่ทำงานหนักมากตลอดทั้งวันเปลี่ยนแววตาสิ้นหวัง เป็แววตาสุดฟิน เมื่อได้กินลูกอมแสนหวานเขาเริ่มมีรอยยิ้มเล็กๆออกมาเพื่อตอบแทนเพื่อนสาวตัวน้อย
"อะฮ่าาา ในที่สุดนายก็ยิ้มแล้ว"ผิงหว่านหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ ตามประสาเด็กร่าเริง
"เจียงผิงหว่าน!!! ผิงหว่าน!!" เสียงดังมาแต่ไกล
"แย่แล้วล่ะ ฉันต้องไปแล้ว แม่ตามหาฉันแล้ว"ผิงหว่านมอบลูกอมทั้งหมดในกำมือยัดใส่ถุงเสื้อของแจ้หลี รีบวิ่งหนีไปจากตรอกนั่น
"นี่ลูกมาทำอะไรที่หน้าหมู่บ้าน!!อย่าได้ไปเล่นกับเด็กขอทานนั่น รีบกลับไปอาบน้ำได้แล้วเนื้อตัวสกปรกมอมแมมที่สุด" เด็กน้อยผิงหว่านโดนแม่ตามกลับบ้านทั้งยังโดนตีด้วยไม้เรียว เธอร้องไห้จ้า แต่ก่อนจะจากไปเธอก็ยังหันมามองแจ้หลีด้วยน้ำตา พร้อมโบกมือลา
เด็กน้อยแจ้หลีรู้สึกต่ำต้อยไม่แม้แต่จะกล้าโบกมือลาเพื่อตอบรับน้ำใจของเธอเขาได้แค่ก้มหน้าก้มตากรอกถ่านเข้าถุงต่อไป
**********
"แม่ครับ... ผมกลับมาแล้ว"แจ้หลีทำงานจนมืดค่ำ กระส่ายตัวด้วยความเหนื่อยล้ากลับเข้าบ้าน
"แจ้หลี ลูกมานี่สิ แม่มีอะไรจะบอกต่อไปนี้ลูกไม่จำเป็ต้องลำบากแล้ว แม่จะไปทำงานที่ต่างแดนจะได้มีเงินมากมายส่งให้ลูกไปโรงเรียน"
"ระหว่างนี้แม่จะให้ลูกไปอยู่กับคุณน้าหนูต้องทำตัวดี เชื่อฟังนะ " แม่หม้ายสาวไม่อยากจากไปแต่ก็ต้องไปทำงานต่างแดนเพราะความจำเป็
"ครับแม่"เด็กน้อยแจ้หลีก็ว่านอนสอนง่ายเหลือเกิน เพราะไม่อยากทำให้เธอลำบากใจ
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็วันแรกที่โรงเรียนเปิดนั่นเป็ครั้งแรกในชีวิตที่แจ้หลีได้ััคำว่าโรงเรียนสาวหม้ายรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีจ่ายค่าเทอมให้เขา
"กรี้งงง "เสียงออดดังขึ้นในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง
"เอาล่ะเด็กๆ วันนี้เปิดเทอมวันแรกครูจะให้พวกเธอทำความรู้จักกัน " วันแรกมีเด็กมากมายทำความรู้จักกันพวกเขาเริ่มต้นคำว่าเพื่อนด้วยการเตรียมขนมมาจากบ้านและมอบให้กันส่วนแจ้หลีน่ะเหรอ เขาไม่มีแม้กระทั่งขนมที่จะกินเอง
"เฮ้!! แจ้หลี นั่นนายหรอ"เด็กอ้วนฉุที่ไม่มีใครอยากเป็เพื่อนด้วยอย่างผิงหว่านเธอเห็นแจ้หลีนั่งเงียบเชียบหลังห้อง เธอจำเขาได้ดี รีบวิ่งแจ้นเข้าหาพร้อมมอบซาลาเปาชิ้นโตให้
"ขะขอบคุณนะ"
"เหอะ !! ฉันขนขนมมาจากบ้านเป็กองแบ่งให้ใครก็ไม่มีใครรับ น่าเบื่อจริงๆเลย ฉันกินคนเดียวก็ได้"ผิงหว่านสนใครซะที่ไหน เธอนั่งกินขนมจนพุงกาง ยิ้มหัวเราะอย่างสดใสราวกับว่าโลกนี้ไม่มีเื่น่ากังวล
"เธอทำได้ยังไงนะ ทำสีหน้ามีความสุขแบบนั้น"แจ้หลีได้แต่นั่งมองและเกิดคำถามในใจ เขาเองพลางมีรอยยิ้มบนใบหน้าตามเธอไปด้วย
นั่นเป็จุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีๆที่ทำให้แจ้หลีเริ่มแอบมองผิงหว่านอยู่บ่อยๆ