ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 122 ความเกลียดชังของฉู่หลิวซวง

            เมื่อเสียงของมู่เฉิงอินลดลงเสียงร้องของเสี่ยวไป๋ก็ยิ่งน่าอนาถมากขึ้นไปอีก ราวกับว่ามันเจ็บจนทนไม่ไหว ดั่งจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก

            มู่เสวียนเย่“...”

            ถึงเขาจะเป็นคนใจกว้างแต่ยามนี้กลับอดทำสีหน้าทะมึนไม่ได้

            เมื่อจ้องเขม็งไปที่หมาป่าตัวน้อยนี้เกรงว่าใจจริงของมันคงเริงร่ายิ่งนัก

            “มันแกล้งทำข้ามิได้ใช้แรงเลยสักนิด”

            มู่เสวียนเย่อ้าปากกล่าวอย่างผู้บริสุทธิ์ทว่ามู่เฉิงอินกลับมองเขาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะพี่เย่”

            มู่เสวียนเย่“...”

            เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าไม่เชื่อเขาดูสายตาของนาง ราวกับมองเด็กน้อยที่กำลังหาเรื่องอย่างไร้เหตุผลเล่า?

            มู่เสวียนเย่ยังคงดิ้นรนที่จะอธิบายทว่าทันใดนั้นหลิงหลงก็วิ่งเข้ามา บอกว่าถึงเวลารับอาหารกลางวันแล้วมู่เสวียนเย่จึงทำได้เพียงกลืนวาจากลับลงท้องไป ทั้งสามคนเดินออกจากสวนดอกซิ่งไปที่ห้องอาหารด้วยกัน

            “พี่หญิงมู่ท่านมานั่งนี่สิเจ้าคะ”

            เมื่อฮวาเหยียนเห็นว่ามู่เฉิงอินกลับมาพร้อมกับพี่ใหญ่ของนางมือน้อยจึงรีบโบกเรียกพวกเขา เมื่อมองให้ดีก็พบว่าเสี่ยวไป๋นอนอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของพี่หญิงมู่อย่างออดอ้อนทั้งยังหรี่ตาเป็นสุข สีหน้าของฮวาเหยียนมืดครึ้มลงทันที เจ้าหมาป่าตัวน้อยนี่...

            รอจนกระทั่งมู่เฉิงอินเดินมาถึงตรงหน้าฮวาเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ก็ยื่นมือคว้าคอของเสี่ยวไป๋และโยนมันออกจากห้องอาหารทันที

            “เอ๋งงงง...”

            หมาป่าที่น่าสงสารแผดเสียงหอนแหวกอากาศลอยละล่องออกไปจนไกลลิบ

            มู่เฉิงอินตกตะลึงนิ่งค้างไม่มีปฏิกิริยาใดตอบสนองกลับมาเลยสักนิดเสี่ยวไป๋ถูกฮวาเหยียนโยนออกไปแล้ว จนกระทั่งนางได้สติกลับมาก็ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้อันน่าสลดและร่างเงาสีขาวที่ลอยไกลออกไปบนท้องฟ้าเท่านั้น

            มู่เฉิงอิน “...”

            ทุกคน “...”

            คุณหนูใหญ่นี่มันไม่หยาบคายเกินไปหน่อยหรือ?

            มู่เสวียนเย่เลิกคิ้วฉากนี้ทำให้เขาหายใจสะดวกขึ้นเล็กน้อย

            “น้องหญิงเหยียนเสี่ยวไป๋ นี่...”

            เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้มู่เฉิงอินร้อนรนแล้วนางรีบเร่งจะออกจากห้องอาหาร ด้วยกลัวว่าเสี่ยวไป๋จะเป็นอันใดขึ้นมา

            “ท่านป้ามู่ไม่เป็นไรหรอกขอรับ เสี่ยวไป๋แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไป มันย่อมไม่เป็นไรแน่ท่านแม่ของข้ามักจะฝึกมันเช่นนี้เสมอขอรับ”

            เมื่อเห็นว่ามู่เฉิงอินกำลังจะร้องไห้หยวนเป่าก็รีบพูดขึ้นมาทันที

            “เสี่ยวไป๋กลับมา”

            หยวนเป่าตะโกนจนเสียงดังออกไปด้านนอกเสี่ยวไป๋ที่ถูกเหวี่ยงกระเด็นเมื่อครู่พลันกระดิกหางและย่างเท้าก้าวเล็กๆมาปรากฏตัวที่ประตูอีกครั้ง

            หงิงๆ

            คิ้วของเสี่ยวไป๋ราวกับกำลังเต้นระบำมันสั่นหัวไปมาอย่างอิ่มเอมใจ

            มู่เฉิงอินเห็นแล้วประหลาดใจยิ่งเสี่ยวไป๋มหัศจรรย์ขนาดนี้เชียวหรือ?

            ...

            ไม่มีคนจากครอบครัวรองมาร่วมทานอาหารมื้อนี้มู่เอ้าเทียนพึงพอใจมู่เฉิงอินเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขานับนางเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตนแล้วอาหารมื้อนี้รับประทานอย่างอิ่มอกอิ่มใจ หลังมื้ออาหารผ่านไปแม้มู่เสวียนเย่จะไม่อยากจากไปที่ใด แต่อย่างไรก็ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ สุดท้ายจึงทำได้เพียงต้องขอตัวลา

            มู่เฉิงอินและฮวาเหยียนสนทนากันอยู่ในห้องอาหารยิ่งคุยกันมากเท่าไรก็ยิ่งถูกคอมากขึ้นเท่านั้น เพียงรู้สึกว่าพวกนางพบกันช้าเกินไป

            ในจวนตระกูลมู่เปี่ยมด้วยบรรยากาศของความปรองดองทว่าภายนอกกลับเต็มไปด้วยห่าฝนพายุและโลหิต ข่าวลือเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงน้ำชาซินเยว่ถูกแพร่กระจายออกไป

            ฉู่หลิวซวงใช้เวลาไม่นานก็ตื่นขึ้นจากอาการสลบหลังฟื้นคืนสติ ก็เห็นได้ชัดว่านางโมโหมากเพียงใด!

            นางหนีออกจากโรงน้ำชาซินเยว่ด้วยความอับอายโดยมีฉู่รั่วหลานตามมาตลอดทาง ระหว่างทางนั้นใบหน้าของฉู่หลิวซวงเย็นชาเป็นอย่างยิ่งจนเกือบเป็นสีหน้าเย็นชากระหายเลือด ทุกสิ่งที่นางลำบากทำมาทั้งหมด ทุกความพยายามที่นางลงแรงมานานปีทว่าภายใต้การต่อสู้ในวันนี้ ทุกสิ่งล้วนสูญสิ้นว่างเปล่า กลายเป็นความอัปยศที่ไม่อาจลบล้างไปจากชีวิตของนางได้!

            ต่อจากนี้ไปหากมีคนกล่าวถึงจวิ้นจู่หลิวซวง พวกเขาต้องนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้แน่

            ฉู่หลิวซวงน้ำตาไหลจนแทบจะกลายเป็นสายเลือดนางเกลียด เกลียดยิ่งนัก

            “มู่อันเหยียนข้าจะไม่มีวันยกโทษให้เจ้า ไม่มีวันยกโทษเป็นอันขาด! ความอัปยศในวันนี้ข้าจะให้เจ้าชดใช้คืนเป็นสิบเท่า!”

            ฉู่หลิวซวงกัดฟันกรอดกัดจนฟันเกือบแตก! เวลานี้ดวงตาของนางแดงก่ำเป็นสีเลือด ผมของนางยุ่งเหยิงใบหน้าซีดเซียวราวกับผีก็ไม่ปาน ด้วยรูปลักษณ์ที่ชั่วร้ายนี้ ทำฉู่รั่วหลานอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา

            “ใช่แล้วน้องหญิง พวกเราปล่อยนางไปไม่ได้จริงๆ”

            ฉู่รั่วหลานพยักหน้าอย่างหนักแน่นข้างหลังนาง

            “เจ้าตามข้ามาด้วยเรื่องอันใด?”

            เมื่อได้ยินเสียงของฉู่รั่วหลานฉู่หลิวซวงพลันหันศีรษะกลับมาคำรามใส่นาง ดวงตาสีแดงเลือดราวกับจะกินคนทำให้ฉู่รั่วหลานตกใจ แต่สุดท้ายก็เปิดปากตอบกลับอย่างไม่พอใจว่า "น้องหญิงเหตุใดเจ้าต้องตะคอกใส่ข้าด้วย ข้ามิใช่คนที่ทำให้เจ้าเสียหน้า อีกทั้งข้าเองก็ไม่รู้จะไปที่ใดเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้หากแพร่ไปถึงพระกรรณของเสด็จพ่อ เกรงว่าข้าคงกินไม่หมดจนต้องห่อกลับ [1]เป็นแน่”

            ฉู่รั่วหลานบ่นด้วยความขุ่นเคือง

            ฉู่หลิวซวงอารมณ์เสียคุกรุ่นในใจปรารถนาจะฆ่าคนเป็นอย่างยิ่ง

            นางจับจ้องลูกพี่ลูกน้องผู้โง่เขลาตรงหน้าและไม่กล่าววาจาอยู่เป็นนานทั้งแววตาก็ดำมืดลง

            “จะ เจ้ามองอันใด?”

            ฉู่รั่วหลานถูกดวงตาของฉู่หลิวซวงจ้องเสียจนรู้สึกอึดอัดจึงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นและเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “เจ้าอยากแก้แค้นหรือไม่?”

            จู่ๆฉู่หลิวซวงก็ถามขึ้น

            “แก้แค้น? จะหาผู้ใดมาแก้แค้นเล่า? ข้าไม่ใช่เจ้ามิอาจปลุกเส้นชีพจรลมปราณให้ตื่นได้ และไม่สามารถเอาชนะมู่อันเหยียนได้ข้าจะแก้แค้นได้อย่างไร?”

            ฉู่รั่วหลานกล่าวอย่างหงุดหงิด

            มุมปากของฉู่หลิวซวงหยักโค้งจนเกิดเป็นรอยยิ้มเย็นชามืดมนแม้นางจะรำคาญลูกพี่ลูกน้องที่อกใหญ่ไร้สมองผู้นี้ ทว่าถ้ามิใช่เพราะอีกฝ่ายมีข้อดีที่สามารถใช้ประโยชน์ได้นางก็จะไม่แม้แต่ชายตาแลเป็นแน่ สตรีผู้นี้ช่างโง่งมเหลือเกิน

            “เช่นนั้นหลังจากนี้เจ้าวางแผนไว้ว่าอย่างไร?วันนี้นับว่าเจ้าได้สูญเสียทุกสิ่งอย่างไม่แน่ว่าทันทีที่กลับไปถึงวังหลวง ฮ่องเต้อาจจัดแจงให้เจ้าแต่งออกไปยังดินแดนห่างไกลเลยก็เป็นได้”

            “ว่าอย่างไรนะ?มิได้เป็นอันขาด!”

            เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่หลิวซวงฉู่รั่วหลานพลันตกใจกลัวเป็นอย่างยิ่ง ทว่าหลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้วลูกพี่ลูกน้องของนางก็กล่าวได้มีเหตุผลนัก นางจึงกังวลมากขึ้นไปอีก “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี? น้องหญิงหลิวซวงโปรดช่วยข้าคิดหาวิธี ข้าชอบบุตรชายใหญ่ของตระกูลมู่ และต้องการจะแต่งงานกับเขา

            หลิวซวงรอจนข้าสามารถแต่งให้มู่เสวียนเย่ได้สำเร็จเช่นนั้นข้าก็จะกลายเป็นพี่สะใภ้ของมู่อันเหยียนถึงตอนนั้นข้าย่อมมีวิธีจัดการนาง!”

            ฉู่รั่วหลานกล่าว

            เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยฉู่หลิวซวงพลันด่านางว่าโง่งมในใจ ทว่าบนใบหน้ากลับมิได้มีทีท่าเยาะเย้ยแม้แต่น้อย

            “น้องหลิวซวงช่วยข้าคิดหาวิธีหน่อยเถิด เมื่อถึงเวลาข้าย่อมล้างแค้นให้เจ้าแน่”

            ฉู่รั่วหลานไว้ใจและพึ่งพาฉู่หลิวซวงเป็นอย่างยิ่งนางถือว่ายามนี้อีกฝ่ายคือกระดูกสันหลังชิ้นสำคัญ และลืมไปนานแล้วว่าเหตุที่นางต้องอับอายขายหน้าในโรงน้ำชาซินเยว่ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะความคิดของลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นี้

            เวลานี้สตรีทั้งสองยืนอยู่ในตรอกเล็กๆไร้คนเดินผ่าน สภาพแวดล้อมชื้นแฉะ มีตะไคร่น้ำขึ้นหนาบนผนัง เนื่องจากพระอาทิตย์ย้อนแสง องคาพยพทั้งห้าจึงดูเย็นชายิ่งนัก

            ฉู่หลิวซวงก้มศีรษะลงผมยาวที่กระจัดกระจายบนแก้มปิดบังการแสดงออกอันชั่วร้ายของนาง

            นางโน้มกายเข้าไปหาฉู่รั่วหลานและกระซิบว่า“เรื่องนี้ ข้ามิสามารถช่วยเจ้าได้ มู่เสวียนเย่ผู้นั้นนอกจากมู่เฉิงอินก็ไม่ยอมแต่งให้ผู้ใด ทั้งสองเป็นดั่งกาวที่ติดกันจนสนิทโดยเฉพาะอย่างยิ่งมู่เสวียนเย่ยังกล่าวออกมาด้วยตนเอง ‘ตลอดชีวิตไม่คิดรับอนุ’ เกรงว่าความปรารถนาของเจ้าคงมิอาจทำให้สำเร็จได้”

            “เป็นเยี่ยงนั้นได้ที่ใด?ข้าจะแต่งงานกับเขา! ข้าจะไม่แต่งกับผู้อื่นตลอดชีวิต!”

            ฉู่รั่วหลานกระทืบเท้าด้วยความโมโห

            พริบตาต่อมานางก็ได้ยินฉู่หลิวซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า“นอกเสียจากใต้หล้านี้จะไม่มีมู่เฉิงอิน...แต่เห็นได้ชัดว่าไม่อาจเป็นจริงได้ มู่เสวียนเย่กับมู่เฉิงอินกำลังจะแต่งงานกันในเร็วๆนี้ใช่หรือไม่? ลูกพี่ลูกน้อง ข้ารู้สึกไม่ใคร่สบายนัก ต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว”

             

            เชิงอรรถ

            [1] กินไม่หมดจนต้องห่อกลับ 吃不了,兜着走 (chī bù liǎo dōu zhe zǒu) หมายถึง อาหารที่รับประทานไม่หมดจึงฉวยโอกาสห่อเก็บไว้ในเสื้อคลุมนำออกไปเปรียบเทียบกับการก่อเรื่องหรือทำให้เกิดเรื่องไม่ดีจนต้องแบกรับผลที่ตามมามักใช้สำหรับตักเตือนผู้อื่นว่าจะทำเรื่องใดอย่าลืมคำนึงถึงผลที่ตามมา

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367