คมดาบลากผ่านอกของโนเอลเป็เส้นยาว
เืสาดลงบนหญ้าแห้งข้างกองไฟ
ร่างผอมซีดถอยเซไปสามก้าว ก่อนทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
เนื้อกระต่ายที่ยังเสียบอยู่เหนือกองไฟส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ราวกับไม่รู้เลยว่าเ้าของมื้อค่ำเพิ่งถูกฟันจนเกือบขาดใจ
ชายชุดสีเืนกยืนอยู่ด้านหลังโนเอล
ดาบยาวสีเงินหม่นในมือยังมีออร่าบาง ๆ เคลือบอยู่รอบคมดาบ เืสีแดงสดค่อย ๆ ไหลลงตามแนวโลหะ ก่อนถูกเขาสะบัดออกอย่างไร้อารมณ์
เขาไม่ได้ยิ้ม
ไม่ได้หัวเราะ
ไม่ได้พูดคำเยาะเย้ย
มีเพียงสายตาของคนที่มองงานหนึ่งชิ้นจบลงเท่านั้น
“ภารกิจกำจัดผู้แอบอ้าง…”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“เสร็จสิ้น”
นักฆ่ารอบกองไฟลดอาวุธลงเล็กน้อย
ไม่มีใครส่งเสียงยินดี
ไม่มีใครถอนหายใจโล่งอก
พวกเขาเพียงรอคำสั่งต่อไป เหมือนหมาป่าที่ถูกฝึกให้หยุดกัดทันทีเมื่อหัวหน้าฝูงยกมือ
บนพื้น โนเอลก้มหน้าลง
เืไหลออกจากแผลบนอก
เสื้อขาดรุ่งริ่งถูกย้อมเป็สีแดงเข้ม
ลมหายใจของเขาขาด่ไปครู่หนึ่ง
แต่ในวินาทีถัดมา ิัตรงขอบแผลกลับเริ่มขยับ
ไอร้อนจาง ๆ ลอยขึ้นจากปากแผล
เืที่ควรไหลต่อเริ่มหยุด
เนื้อที่ควรฉีกขาดเริ่มดึงเข้าหากันอย่างผิดธรรมชาติ
หากมีใครมองใกล้พอ คงเห็นว่าาแนั้นไม่ได้หายไปในพริบตา
มันกำลังปิดตัวเองลงอย่างช้า ๆ และกินพลังงานในร่างของเขาอย่างโหดร้าย
โนเอลกัดฟันแน่น
ความเจ็บยังอยู่
แต่ความหิวรุนแรงยิ่งกว่า
กระต่ายป่าทั้งตัวที่เพิ่งตกลงสู่ท้องเหมือนถูกเผาเป็เถ้าในชั่วพริบตา ท้องของเขาว่างเปล่าราวกับไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
แรงในแขนขาลดฮวบ
ปลายนิ้วเย็นลง
สายตาพร่าไปครู่หนึ่ง
‘แผลใหญ่ขนาดนี้…มันยังผสานปิดตัวลงได้ ร่างนี้มันชักจะแปลกขึ้นทุกที’
โนเอลสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจเลยก็คือ
‘ร่างนี้ไม่ได้ะ’
เขายกมือแตะพื้น หญ้าแห้งใต้ฝ่ามือถูกบีบจนหักละเอียด
‘มันแค่เผาพลังชีวิตเร็วเกินปกติ’
ชายชุดเืนกกำลังจะหันหลัง
ในตอนนั้นเอง เสียงแหบพร่าก็ดังขึ้นด้านหลังเขา
“ละเมอเพ้อฝันอะไรอยู่ไม่ทราบ…”
น้ำเสียงนั้นเบา
แต่ทำให้ความเงียบทั้งป่าหนักขึ้นทันที
ชายชุดเืนกชะงัก
โนเอลค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ดวงตาดำสนิทเย็นเฉียบยิ่งกว่าก่อนถูกฟัน
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่ริมฝีปากซีดกว่าปกติ
“เ้าเืนก”
ในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย
ไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่งดงาม
ไม่ใช่ท่าร่างที่สมบูรณ์
แต่เร็วพอจะทำให้นักฆ่ารอบข้างเบิกตากว้าง
หมัดเล็ก ๆ พุ่งตรงเข้าใส่ชายโครงของชายชุดเืนก
ชายคนนั้นยกดาบขึ้นรับแทบจะในวินาทีเดียวกัน
ตึง!!
แรงปะทะดังสนั่นจนเปลวไฟในกองไฟไหววูบ
พื้นใต้เท้าของชายชุดเืนกแตกร้าวเป็เส้นเล็ก ๆ
ร่างของเขาถอยไปสามก้าว
ไม่มาก
แต่พอให้ดวงตาเบื่อหน่ายคู่นั้นเปลี่ยนไป
โนเอลเองก็ถอยไปหนึ่งก้าวเช่นกัน
หน้าอกที่เพิ่งสมานยังปวดร้อนเหมือนมีเหล็กเผาไฟฝังอยู่ใต้ิั
ลมหายใจของเขาหนักขึ้น
แต่รอยยิ้มยังอยู่
“รับได้งั้นรึ”
โนเอลเอียงคอ
“อย่างน้อยเ้าก็ไม่ใช่มีดบินเดินได้เหมือนพวกลูกน้อง”
ชายชุดเืนกไม่สนใจคำพูดนั้น
เขามองหน้าอกของโนเอล
มองเืที่ยังเปื้อนเสื้อ
มองาแที่ควรฆ่าเด็กคนหนึ่งได้อย่างแน่นอน แต่กลับกำลังปิดตัวเองต่อหน้าต่อตา
จากนั้นจึงยกดาบขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ ออร่ารอบดาบหนากว่าเดิมเล็กน้อย
โนเอลหรี่ตา
‘ไม่ถาม ไม่ใ ไม่เสียจังหวะนาน’
เขายกมือขึ้นปาดเืตรงมุมปาก
‘สมกับเป็หัวหน้ากลุ่มนักฆ่า’
ชายชุดเืนกพุ่งเข้ามา ดาบแรกตัดเฉียงจากไหล่ลงสู่ชายโครง
‘ข้าไม่มีมานา’
‘ข้าใช้เวทไม่ได้’
‘ข้าไม่มีมานา’
‘ข้าใช้เวทไม่ได้’
โนเอลท่องประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมาในใจ ราวกับกำลังตอกตะปูลงบนสัญชาตญาณเก่าของตนเอง
ห้ามร่ายเวท
ห้ามกางเกราะ
ห้ามรอให้มานาที่ไม่มีอยู่มาช่วย
มีเพียงตา กระดูก กล้ามเนื้อ ลมหายใจ และพื้นใต้เท้าเท่านั้นที่เขายังใช้ได้
ดาบแรกตัดเฉียงจากไหล่ลงสู่ชายโครง
โนเอลไม่ยกมือขึ้นร่ายเวทอีก
เขากัดฟัน บังคับร่างกายที่แรงแทบไม่เหลือให้หมุนหลบด้วยกำลังของตัวเอง
คราวนี้ เขาหลบได้
แต่ไม่สวย
ดาบที่สองปาดเข้าหาลำคอ
โนเอลถอยครึ่งก้าว ปลายดาบเฉียดผ่านคางจนเส้นผมสีดำขาดปลิวไปสองสามเส้น
ดาบที่สามแทงตรงเข้ากลางอก
สัญชาตญาณเก่าของเขาพยายามยกเกราะมานาขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะพยายามท่องไว้แล้วก็ตาม
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘เลิกทำแบบนั้นเสียที!’
โนเอลใช้ฝ่ามือตบด้านข้างของดาบให้เบี่ยงออก แล้วหมุนตัวหลบไปทางซ้าย
ปลายดาบเฉือนผ่านซี่โครงด้านข้างเป็แผลตื้น ๆ
ฉึก!
แผลปิดตัวเองในไม่กี่ลมหายใจ
และแรงในเข่าของโนเอลก็หายไปพร้อมกันอีกชั้น
เขาเกือบทรุด
แต่ฝืนยืนไว้
‘พลังเหลือไม่มากแล้ว’
ลมหายใจของโนเอลหนักขึ้น
‘ถ้ายืดต่อ ข้าไม่ตายเพราะดาบ ก็คงตายเพราะร่างนี้สูบพลังชีวิตจนหมด’
ชายชุดเืนกก้าวเข้ามาอีกครั้ง
ดาบยาวสีเงินหม่นเคลื่อนที่เร็วขึ้น
โนเอลไม่คิดจะต่อสู้กับเขานานกว่านี้
เขาต้องจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
โนเอลหลบดาบหนึ่งด้วยการบิดไหล่
อีกดาบเฉียดผ่านชายโครงจนเสื้อขาดเป็ทาง
ดาบถัดมาบังคับให้เขาต้องใช้หลังมือปัดคมดาบออก ทั้งที่ปกติเื่เช่นนี้ควรจบลงด้วยเกราะมานาเพียงชั้นเดียว
เขาพยายามอ่านทางวิชาดาบของชายชุดเืนก เพื่อหวังหลบการโจมตีให้พ้น ป้องกันร่างกายสูบพลังชีวิตเขาหมดเสียก่อน จนเริ่มจับสังเกตุบางอย่างได้
วงจรเวทภายในร่างของชายชุดเืนกส่งมานาจากแก่นพลังบริเวณหัวไหล่ ไหลลงสู่แขน ผ่านข้อมือ ก่อนแปรสภาพเป็ออร่าเคลือบลงบนคมดาบ
และมันดูผิดธรรมชาติ
ดาบของชายชุดเืนกเน้นการะเิพลัง
แต่วงจรเวทที่ส่งมานากลับพยายามบังคับออร่าให้ซ่อนสำเนียงเหมือนนักฆ่า
วิชาดาบที่ควรเน้นทำลายล้างจึงถูกกดเอาไว้ด้วยวงจรเวทที่ขัดแย้งกับธรรมชาติของมันเอง
โนเอลคิด ก่อนที่สัญชาตญาณจะให้คำตอบบางอย่างกับเขา
“อ้อ…แบบนี้นี่เอง”
ชายชุดเืนกฟันลงมาอีกครั้ง
โนเอลเฉียงตัวหลบ ปล่อยให้คมดาบเฉือนผ่านเสื้อขาดไปอีกเส้นหนึ่ง ก่อนใช้จังหวะที่อีกฝ่ายส่งมานาผ่านวงจรเวทผิดทิศ จิ้มปลายนิ้วลงบนไหล่ของเขาเพียงเสี้ยวลมหายใจ
ไม่ใช่การโจมตี
เป็การจิ้ม
เบามาก
แต่จิ้มถูกจุดที่วงจรเวทภายในร่างกำลังติดขัดพอดี
ชายชุดเืนกชะงักไปชั่ววูบ
เสี้ยววูบนั้นมากพอให้โนเอลถอยออกมาสองก้าว และมากพอให้เขายืนยันสิ่งที่เพิ่งเห็น
“วิชาดาบของเ้าน่ะ…”
โนเอลเอ่ยพลางหอบเล็กน้อย
“ผิดั้แ่ราก”
บรรยากาศรอบกองไฟเย็นลงทันที
นักฆ่าหลายคนมองหน้ากัน
ชายชุดเืนกไม่ได้ตอบ
แต่ดวงตาเย็นลงชัดเจน
โนเอลยกนิ้วที่เพิ่งแตะไหล่เขาขึ้น
“เพลงดาบเน้นทำลายล้าง”
เขาหอบเล็กน้อย แต่เสียงยังคม
“รุนแรง ดุดัน ตัดสินในดาบเดียว ใช่หรือไม่?”
ชายชุดเืนกยังนิ่ง
โนเอลยิ้ม
“แต่เ้ากลับเดินวงจรเวทเพื่อสร้างออร่าแบบนักลอบสังหารที่เน้นการกลบกลิ่นอาย”
เขาชี้ไปที่ไหล่ของอีกฝ่าย
“จุดนี้ถูกปิด”
แล้วเลื่อนนิ้วไปแตะซี่โครงของตนเองแทนตำแหน่งบนร่างอีกฝ่าย
“จุดนี้ถูกฝืน”
สุดท้าย นิ้วของเขาเลื่อนมาหยุดตรงกลางอก
“ส่วนตรงนี้…”
สายตาของโนเอลหยุดนิ่งบนร่างของชายชุดเืนก
ราวกับไม่ได้มองิั แต่กำลังอ่านเส้นทางพลังที่ซ่อนอยู่ข้างใน
“เ้ากลัวที่จะะเิมันออกมา”
ความเงียบกดลงรอบกองไฟ
เสียงแตกของฟืนดังขึ้นเบา ๆ
เปรี๊ยะ
ชายชุดเืนกกำหมัดแน่น เขากำลังโกรธ
โกรธที่เด็กเร่ร่อนตรงหน้ากล้าพูดเหมือนมองทะลุวิชาดาบที่เขาฝึกมาตลอดชีวิต
โกรธที่คำพูดนั้นแทงลงในจุดที่เขาไม่เคยให้ใครแตะ
โกรธที่มันจริงจนไม่อาจเถียงออกมาได้สักคำ
ดาบในมือของเขาเคลือบออร่าหนาขึ้น
“หุบปาก”
คำสั้น ๆ หลุดออกจากริมฝีปากเขา
ครั้งแรกั้แ่ปรากฏตัว น้ำเสียงของชายชุดเืนกมีอารมณ์
เขาพุ่งเข้าหาโนเอล
ดาบตัดอากาศเป็เส้นตรง
โนเอลไม่ถอย
หรือบางที เขาอาจจงใจไม่ถอย
ปลายนิ้วของเขาแตะข้อมืออีกฝ่ายเบา ๆ ขณะดาบเฉียดผ่านไหล่
ฉึก!
เืของโนเอลกระเด็นอีกครั้ง
แต่ในเวลาเดียวกัน นิ้วของเขากดลงบนจุดเชื่อมแก่นพลังที่ข้อมือของชายชุดเืนกพอดี
“จุดมหาสมุทร”
ชายชุดเืนกชะงัก
โนเอลถอนมือกลับก่อนโดนตัดนิ้ว
“เ้าส่งมานาผ่านตรงนั้นมานานเกินไป”
เขาก้าวถอย หอบหนักขึ้นกว่าเดิม
“มันเหมาะกับการซ่อนคม เหมาะกับความเร็ว เหมาะกับการฟันเงียบ ๆ”
โนเอลยิ้มทั้งที่หน้าเริ่มซีด
“แต่เพลงดาบของเ้าไม่ใช่ดาบที่ควรซ่อน”
ชายชุดเืนกยกดาบขึ้นอีกครั้ง
โนเอลพูดต่อก่อนเขาจะโจมตี
“เปลี่ยนไปใช้จุดขุนเขา”
ดวงตาของชายชุดเืนกหรี่ลง
“จากนั้นเร่งผ่านจุดสุริยัน”
โนเอลแตะกลางอกตนเองอีกครั้ง
“แล้วค่อยะเิออกที่จุดปลายเข็ม”
เขาหยุดเล็กน้อย
“เทคนิคนั้นเรียกว่า ผลาญพิภพ”
นักฆ่ารอบข้างไม่มีใครเข้าใจ
แต่ชายชุดเืนกเข้าใจ
ไม่ใช่ทั้งหมด
แต่พอเข้าใจว่าคำพูดนั้นไม่ได้มั่ว
เขาไม่ได้เชื่อในทันที
คนที่ฝึกดาบมาทั้งชีวิต วิชาประจำตระกูลที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ย่อมไม่อาจให้เด็กเร่ร่อนหนึ่งคนมาพูดจามั่วสั่วใส่ได้ง่าย ๆ
เขายังไม่เชื่อ
แต่ร่างกายกลับจำคำพูดนั้นไว้ก่อนความคิด
เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาลองผิดลองถูกกับตำราเก่าไม่สมบูรณ์มานับครั้งไม่ถ้วน
เพราะภาพดาบของบิดาที่เคยเห็นเพียงครั้งเดียวในวัยเยาว์ ยังติดอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ
และเพราะคำแนะนำประหลาดของเด็กตรงหน้า บังเอิญวางลงบนช่องว่างเดียวกับที่เขาเฝ้าคลำหามาตลอดชีวิต
เสี้ยวหนึ่งของลมหายใจ เขาจึงลองขยับวงจรเวทตามคำพูดนั้นโดยไม่รู้ตัว
แค่เสี้ยวเดียว
มานาที่เคยติดขัดตรงหัวไหล่กระตุกวูบ
ออร่าบนคมดาบเปลี่ยนน้ำหนัก
ไม่มาก
แต่พอให้โลกทั้งใบของเขาเงียบลง ดวงตาเบิกขึ้นราวกับการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ได้เกินขึ้นภายในตัวของเขา
โนเอลเห็นดวงตาของชายชุดเืนกเปลี่ยนไป แม้ว่าจะพยายามเก็บสีหน้าแล้วก็ตาม
เขาจึงหัวเราะเบา ๆ
“ติดอยู่หน้ากำแพงนี้มานานเท่าไรแล้วล่ะ”
ชายชุดเืนกกำดาบแน่น
“ห้าปี?”
โนเอลเอียงคอ
“สิบปี?”
ดวงตาของอีกฝ่ายแข็งค้างไปเสี้ยวหนึ่ง
โนเอลยิ้ม
“ไม่สิ...นานพอให้เ้าเชื่อว่านี่คือขีดจำกัดของตัวเอง”
รอบกองไฟเงียบสนิท
ไม่มีนักฆ่าคนใดกล้าขยับ
ชายชุดเืนกยังยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าโนเอล ดวงตาของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับบางสิ่งที่มองไม่เห็น
คำว่า ผลาญพิภพ ยังสั่นอยู่ในวงจรเวทภายในร่างของเขา
โนเอลเห็นช่องว่างนั้นทันที
‘ตอนนี้แหละ’
แรงในร่างเขาเหลือไม่มากพอจะเล่นละครยืดเยื้ออีกแล้ว
เขากัดฟัน ใช้พลังเฮือกสุดท้ายถีบเข้ากลางกองไฟ
ตูม!
ท่อนไม้ติดไฟ เถ้าถ่าน และสะเก็ดเพลิงกระเด็นกระจายไปทั่ว
เปลวไฟที่เป็แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของลานป่าดับวูบลงในพริบตา
ความมืดกลืนทุกอย่างทันที
นักฆ่าหลายคนสะดุ้ง สายตายังไม่ทันปรับเข้ากับความมืด
โนเอลไม่รอจังหวะที่สอง
เขาคว้าหนังสือพิมพ์เก่ากับเนื้อกระต่ายที่เหลือ แล้วพุ่งเข้าหาแนวไม้ทันที
“ลาล่ะ เ้าเืนก”
เสียงของเขาทิ้งไว้ในความมืด พร้อมเสียงกิ่งไม้ไหวเพียงครั้งเดียว
“ตาม!”
นักฆ่าคนหนึ่งกำลังจะพุ่งออกไป
“หยุด”
เสียงของชายชุดเืนกดังขึ้นสั้น ๆ
ทุกคนหยุดทันที
เขาเพิ่งได้สติกลับมาจากภวังค์ สีหน้ายังคงเรียบเฉย ทว่าข้อนิ้วที่กำด้ามดาบแน่นเกินไปบอกว่าภายในไม่ได้สงบเท่าใบหน้า
เขามองทิศที่โนเอลหายไปในความมืดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนลดดาบลง
“ถอนตัว เก็บกวาดพื้นที่ อย่าให้ใครสาวมาถึงเรา”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
“เื่นี้ ข้าจะรายงานเอง”
“รับคำสั่ง”
นักฆ่ากระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครถามว่ารายงานให้ใคร
ไม่มีใครถามว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงถูกปล่อยให้หนี
ในกลุ่มนี้ คำสั่งคือคำสั่ง
ส่วนชายชุดเืนกยังยืนอยู่ข้างกองไฟที่ใกล้มอด
สายตาเขาลดลงมองจุดข้อมือที่เด็กคนนั้นแตะไว้เมื่อครู่
จุดเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมีความหมายอะไร
แต่กลับทำให้มานาภายในร่างของเขายังสั่นอยู่จนถึงตอนนี้
อีกด้านหนึ่ง ในแนวป่าห่างจากกองไฟเดิมพอสมควร
โนเอลหยุดอยู่หลังโขดหินใหญ่
ทันทีที่มั่นใจว่าไม่มีใครตามมาใกล้ เขาก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทันที
“ฮ่า…”
ลมหายใจหลุดออกจากปากเขาอย่างหนัก
าแบนอกปิดเกือบหมดแล้ว
แผลที่สีข้างก็เช่นกัน
แต่ร่างกายของเขากลับสั่นเบา ๆ จากความหิวและการสูบพลังงานอย่างรุนแรง
กระต่ายป่าทั้งตัวที่กินไปเมื่อครู่ เหลือค่าในร่างเหมือนขนมชิ้นเล็ก ๆ
โนเอลก้มมองมือตัวเอง
มือเล็ก ซีด เปราะบาง
แต่เพิ่งรับมือกับนักฆ่าทั้งกลุ่ม และรอดจากดาบออร่าของหัวหน้าพวกมันมาได้
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ร่างนี้…”
เสียงของเขาแหบลง
“ประหลาดจนข้าอยากจับผ่าดูเองเสียจริง”
ท้องร้องขึ้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
โครกกกก…
โนเอลหลับตาลง
“ข้ารู้ ข้ารู้”
เขาพิงหลังกับโขดหินเย็น ๆ
ความคิดเริ่มเรียงตัวช้า ๆ ท่ามกลางความเหนื่อย
‘อันดับแรก ต้องหาอาหารและที่ปลอดภัย’
‘อันดับสอง ต้องรู้ให้ได้ว่า “ท่านโนเอล” คือใครกันแน่’
ก้มมองหน้าอกที่เืแห้งติดเสื้อ แผลที่เคยโดนฟัน ตอนนี้ปิดสนิทเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
‘และสุดท้าย ข้าต้องเข้าใจร่างนี้ให้มากขึ้น ก่อนที่มันจะสูบพลังข้าจนหมด’
โนเอลค่อย ๆ ลุกขึ้น
ขาอ่อนเล็กน้อย แต่ยังขยับได้
ไกลออกไปจากแนวป่า มีถนนสายเล็กทอดออกจากลินด์เดลไปยังพื้นที่ชนบท
เขาเห็นแสงตะเกียงของเกวียนขนผักคันหนึ่งกำลังเคลื่อนผ่านถนนช้า ๆ มุ่งหน้าออกจากเมือง
กลิ่นผักสดลอยมาตามลม
โนเอลหรี่ตา
“ผัก…”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง
“ถึงจะไม่ใช่เนื้อ แต่ตอนนี้ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก”
เด็กหนุ่มผอมซีดยิ้มบาง
จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงจากโขดหิน มุ่งหน้าไปยังถนนสายเล็กนั้นอย่างเงียบเชียบ
ค่ำคืนของลินด์เดลยังไม่จบ
แต่สำหรับโนเอล เมืองนี้ไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป
ในเวลาเดียวกัน ชายชุดสีเืนกนั่งนิ่งอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังอาคารเก่าริมเมือง
ห้องนั้นไม่มีความหรูหรา
มีเพียงเตียงไม้ โต๊ะเตี้ย อ่างน้ำ และม่านหนาที่ปิดแสงจากภายนอก
ดาบยาวสีเงินหม่นวางอยู่ข้างตัว
เขาถอดถุงมือออกอย่างช้า ๆ
ปลายนิ้วข้างหนึ่งยังสั่นเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะาเ็
แต่เพราะคำพูดของเด็กคนนั้นยังค้างอยู่ในร่าง
จุดมหาสมุทร
จุดขุนเขา
จุดสุริยัน
จุดปลายเข็ม
ผลาญพิภพ
ชายชุดเืนกหลับตาลง
เด็กคนนั้นคือเป้าหมาย
ผู้แอบอ้าง
ภัยที่ต้องรายงาน
แต่ร่างกายของเขากลับจำเส้นทางนั้นได้แม่นยำกว่าที่ควร
เขาลองเดินวงจรเวทตามเส้นทางที่เด็กคนนั้นพูด
ครั้งแรก
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ครั้งที่สอง
มานาที่ไหลผ่านแก่นพลังบริเวณหัวไหล่กระตุกเล็กน้อย
เขาลืมตาขึ้นทันที
ความเงียบในห้องหนักขึ้น
ชายชุดเืนกหลับตาลงอีกครั้ง
ครั้งที่สาม
มานาที่เคยหยุดชะงักอยู่บนวงจรเดิมมาหลายปี ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านจุดเชื่อมนั้นไปอย่างเชื่องช้า
ไม่รุนแรง
ไม่อลังการ
ไม่มีแสงทะลุหลังคา
ไม่มีเสียงะเิ
มีเพียงกำแพงบางอย่างในร่างที่เริ่มแตกร้าวเป็เส้นเล็ก ๆ
เปลวออร่าสีทองจาง ๆ ปรากฏขึ้นรอบปลายนิ้วของเขา
ไม่มาก
แต่มากพอให้ชายผู้เคยหมดหวังกับวิชาดาบของตนเองลืมหายใจไปชั่วขณะ
เขามองปลายนิ้วของตนเอง
ดวงตาที่เคยเบื่อหน่ายนิ่งค้างอยู่กับประกายสีทองจาง ๆ นั้น
เสียงของเด็กผอมซีดย้อนกลับมาในความทรงจำ
“ผลาญพิภพ”
ในค่ำคืนนั้น ไม่มีใครในลินด์เดลรู้ว่า ชายผู้เคยหมดหวังกับวิชาดาบของตนเอง ได้เห็นรอยร้าวแรกบนกำแพงที่ขวางเขามาสิบปี