
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่กำลังจะคล้อยต่ำไปเรื่อยๆ เมฆขาวปกคลุมท้องฟ้าเพียงเล็กน้อยพอให้บรรยากาศอ่อนลงแสงส่องผ่านทิ้งเงาบนท้องถนนอันคับแคบ
“แฮ่ก แฮ่ก— เวรเอ้ย ทำไมฉันต้องเป็คนมารับหน้าที่นี้ตลอดด้วยวะเนี่ย”
เคนจิวิ่งลัดเลาะผ่านบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายไปตามถนนเส้นเล็กๆ สายหนึ่งในย่านชุมชนตัวบ้านไม้หลังเก่าที่มีหลังคากระเบื้องญี่ปุ่นดูแข็งแรงและเก่าแก่ถูกตั้งอยู่ข้างๆ บ้านสมัยใหม่ เสียงลมหายใจหนักของเขาตัดกับความเงียบสงบที่ปกคลุมรอบตัวเหงื่อไหลลงมาตามหน้าผากขณะที่เขาต้องคอยเหลียวหลังมองไปยังพวกซามูไรปีศาจที่วิ่งตามมาไม่ห่าง บ้านเรือนสองฝั่งทางดูเรียบง่ายแต่มีความโดดเด่นเป็เอกลักษณ์ของย่านนี้สายไฟที่พันเกี่ยวกับเสาไฟฟ้าเหนือหัวเป็เหมือนใยแมงมุมที่ถักทอไปมาบางจุดเงาสายไฟตัดกับแสงแดดที่ส่องทะลุมา กลิ่นดินและไม้เก่า ๆของบ้านเรือนที่เคนจิวิ่งผ่านสร้างความคุ้นเคย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้กลับทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวไปอีกแบบ
เคนจิวิ่งผ่านซอกซอยที่แคบลงเรื่อยๆ ระหว่างบ้านที่ดูเหมือนจะไม่มีทางไปข้างหน้าแต่ยังคงรักษาความเร็วอยู่เหล่าซามูไรปีศาจตัวใหญ่ที่วิ่งตามมาพยายามคอยทาบเทียบความเร็วของเขาแต่เกราะหนักที่พวกมันสวมอยู่ทำให้การวิ่งของพวกมันดูช้ากว่ามาก
เคนจิเลือกวิ่งเข้าตรอกซอกซอยที่ดูซับซ้อนพลางเหลียวหลังมองพวกมันบ้างเป็บางครั้ง เมื่อเห็นว่าระยะห่างระหว่างตัวเองกับพวกมันยังพอได้อยู่จึงตัดสินใจเลี้ยวตรงหัวมุมของสามแยกขนาดเล็กอย่างรวดเร็วเส้นทางตรงหน้าคับแคบและเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่เรียงซ้อนกันทำให้เขาหายไปจากสายตาของเหล่าซามูไรปีศาจในพริบตา
ซามูไรปีศาจทั้งสี่ร้องคำรามก้องไปทั่วถนนแคบๆ ขณะที่พวกมันวิ่งตามเหยื่อด้วยความโกรธเกรี้ยวเกราะโลหะหนักกระทบกันดังเป็จังหวะตามการเคลื่อนไหวอันดุดัน ทว่าในขณะที่พวกมันคาดหวังกับการล่ากลับต้องเจอกับสิ่งไม่คาดฝัน ตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าวไม่ทัน
ภายในชั่วพริบตานั้นเอง หนึ่งในพวกของมันถูกสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่กระโจนตะครุบสวนกลับมาจากมุมถนน
เสียงคำรามกระหึ่มดังขึ้นจากมุมถนนความเงียบสงัดที่เคยปกคลุมบริเวณนั้นถูกทำลายลงในชั่วพริบตาหนึ่งในซามูไรปีศาจถูกสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่กระโจนเข้าใส่อย่างรวดเร็วร่างอันแข็งแกร่งของสัตว์นั้นพุ่งออกมาจากมุมอับของถนนด้วยพลังมหาศาลพวกมันไม่ทันจะหันมารับมือด้วยซ้ำ ทันใดนั้นเขี้ยวแหลมขนาดใหญ่ฝังลึกลงในคอหอยของซามูไรตัวหนึ่งเสียงกระดูกแตกดังขึ้นเป็เสียงที่น่าขนลุก เืพุ่งกระจายออกจากแผล
ซามูไรปีศาจที่เหลือหยุดชะงักร่างของพวกมันยังไม่ทันจะหันไปตอบโต้ด้วยซ้ำสัตว์ร้ายสี่เท้าใช้แรงขากรรไกรดึงร่างปีศาจที่มันตะครุบไว้ออกห่างลากร่างไร้ชีวิตหายไปยังมุมอาคารอีกฟากหนึ่งอย่างรวดเร็วทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนพวกมันไม่มีเวลาตอบสนองไม่มีแม้แต่เสียงคำรามจากเหยื่อที่ถูกลากหายไป
เรย์ซึ่งซุ่มอยู่ใกล้ ๆอาศัยจังหวะที่พวกมันไม่ทันได้ประมวลผล ะโจากระเบียงบ้านชั้นสองฟาดดาบร่อนลงมา
ปีศาจซึ่งถูกโจมตีอย่างกะทันหันนั้นตามความเร็วไม่ทัน
เมื่อเขาเหินลงมารวดเร็วดุจนกเหยี่ยวอาศัยแรงตก ผ่าทะลวงหมวกเกราะเข้ากลางกะโหลกศีรษะใหญ่นั่น
เืกระฉอกพุ่งไหลย้อยยอมเกราะเป็สีแดงฉาน
ปีศาจสองตัวที่เหลือไม่รอช้าปล่อยให้ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวพวกมันหันหลังกลับเงื้อหอกแทงพรวดทิ่มใส่ด้วยความเร็ว
เรย์ซึ่งยังเหยียบอยู่บนหัวไหล่ของร่างไร้ชีวิตรีบดึงดาบซึ่งยังเสียบคาออกแล้วถีบตัวะโถอยหลังหลบพ้นระยะคมหอกได้อย่างหวุดหวิด
นับว่าการซุ่มโจมตีนี้ได้ผลเหมือนที่ผ่านมาตลอดหลายครั้งไม่เสียที ที่ให้เคนจิลงทุนล่อพวกมันวิ่งลัดเลาะตรอกซอยอย่างต่อเนื่องเพื่อลดระดับความระมัดระวังของพวกมัน
ถึงตอนนี้เรย์ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าระดับสติปัญญาของพวกมันมีมากน้อยเพียงใดนอกจากสัญชาตญาณการฆ่าและเพื่อความไม่ประมาทนั้น เขาจึงเลือกใช้วิธีเปลืองแรงสักหน่อยแต่ชิงความได้เปรียบมานับว่าคุ้มค่า
เคนจิวิ่งวกกลับมาอีกครั้งเขาพุ่งเข้าไปกอดปีศาจตนหนึ่งจากด้านหลัง ออกแรงยกมันทุ่มลงกับพื้นแล้วจับขาลากเหวี่ยงฟาดใส่กับกำแพงอิฐจนแตกร้าว
แสดงให้เห็นถึงพละกำลังอันน่าใ
ทางฝั่งเรย์ยังคงสู้ติดพันซามูไรปีศาจยังคงใช้่อาวุธที่ยาวกว่า แทงหอกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องไล่ตามกระชั้นชิด
เขาเอี้ยวตัวหลบคมหอกก้าวขาถอยหลังกวัดแกว่งดาบปัดป้องอย่างใจเย็น
ในจังหวะหนึ่งที่อีกฝ่ายแทงหอกเข้ามาจนสุดแขนเรย์เอียงหัวหลบ ตั้งดาบรับในแนวขวาง ปล่อยให้คมหอกถูกแรงกระแทกแฉลบออกด้านข้างเลยผ่านข้ามหัวไหล่ไปด้านหลัง
เขากระชับดาบในมือ ฟันปัดคมหอกอีกฝ่ายขึ้น้าย่อเข่าลดตัวลงต่ำเล็กน้อย ถีบตัวพุ่งฟันใส่ใต้วงแขนข้างขวาซึ่งกำลังเปิดช่องโหว่พร้อมกับเคลื่อนไหวต่อเนื่อง อ้อมไปด้านหลัง ฟันไปยังตำแหน่งข้อพับจนมันเสียหลักเข่าทรุดลงข้างหนึ่ง
เรย์เหยียบไต่ลงไปบนร่างกายขนาดใหญ่ของมันมือซ้ายกำดาบแน่น แทงไปยังซอกคอจากช่องว่างเล็ก ๆ ใต้หมวกเกราะใบโต
ต้องยอมรับเลยว่าการฝึกฝนหลายวันที่ผ่านมานั้นไม่เสียแรงเปล่าฝีมือการรีดเค้นพละกำลังอันเหนืุ์ของพวกเขามีความก้าวหน้าขึ้นจนรู้สึกััได้ถึงพลังงานอันเอ่อล้นออกมาไม่มากก็น้อยตามแต่สมาธิ
เรย์ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังการต่อสู้จบลง
เขาลองทบทวนดูมันเป็การเปลี่ยนแปลงอันน่าใ ในตอนนี้พวกเขาไม่ได้หนีเหมือนทุกครั้งแต่เลือกที่จะวิ่งเข้าใส่เพื่อให้มีชีวิตรอดและไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรถึงเื่นั้นกันเลย
ผ่านมาเพียงไม่กี่วันพวกเขากลับเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ทำให้รู้สึกใจหายอยู่บ้าง ราวกับค่อย ๆสูญเสียตัวตนอันปกติของตัวเองไปทีละเล็กทีละน้อย
“พวกนายปลอดภัยดีนะ”
ฮารุโตะชะโงกหน้าลงมาถามจากระเบียงบ้านหลังหนึ่งที่เขาใช้ซุ่มตัว
“ไม่มีปัญหาถึงจะเหนื่อยไปหน่อย แต่ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเลยแฮะ”
เคนจิตอบกลับหลังจากลงมือสังหารปีศาจตัวสุดท้ายได้สำเร็จด้วยการใช้ปืนลูกซองยิงอัดระยะเผาขน
“แล้วปีศาจของนายนั่นล่ะ”
“เฮ้ ๆอย่ามาเรียกเ้าซีซ่าของฉันแบบนั้นนะ ช่วยให้เกียรติเพื่อนใหม่ฉันด้วย”
ฮารุโตะทำหน้าคิ้วขมวดเบ้ปากใส่
“อะไรน่ะ...เ้านั่นก็มีชื่อกับเขาด้วย?”
“โอย พับผ่าเถอะสัตว์เลี้ยงทุกตัวก็ต้องมีชื่อปะ บ้านนายไม่มีสักตัวเลยรึไงเคนจิ”
“แต่สัตว์ประหลาดของนายมันไม่ได้มีขนาดใกล้เคียงกับสัตว์เลี้ยงที่บ้านฉันสักนิดเลยว้อย”
“กรร!”
สัตว์อสูรคำรามประท้วงเบาๆ เหมือนฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกันรู้เื่
“เหวอ! อย่าโผล่มาข้างหลังแบบนี้สิเฟ้ย ใหมด”
“ซีซ่ามันเริ่มเกลียดนายนิดๆ แล้วล่ะ”
“มันฟังภาษาคนรู้เื่ด้วยหรือไง”
เคนจิเลิกคิ้วถามเหมือนไม่เชื่อ
“แน่นอนสิจิตสำนึกของฉันกับซีซ่านั้นเชื่อมต่อถึงกัน”
เรย์พินิจมองดูอสูรตัวดังกล่าว
สัตว์อัญเชิญของฮารุโตะมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากแต่ก็มีข้อเสียเื่ระยะเวลาแสดงพลังที่สั้น
จากการทดสอบความสามารถของฮารุโตะนั้นสัตว์อัญเชิญมี่เวลาอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดถึงแปดนาทีโดยเฉลี่ย ใน่ระหว่างทดสอบเรย์คอยใช้ดวงตาเฝ้าสังเกต พลังงานบนร่างกายของฮารุโตะถูกเผาผลาญลงอย่างรวดเร็วและต้องใช้เวลาพักฟื้นถึงสองชั่วโมงเป็อย่างต่ำถึงสามารถอัญเชิญออกมาได้อีกครั้ง
นั่นแสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาแสดงผลอิงกับระดับพลังงานในร่างกายอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเรย์กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดอยู่นั้น
ฮารุโตะรับรู้ถึงอันตรายบางอย่างผ่านปฏิกิริยาของซีซ่าที่พองขนขู่คำรามด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัว
ส่วนหัวเอนมาข้างหน้าด้วยท่วงท่าของสัตว์ร้ายขาทั้งสี่พลางย่อลง
ถึงแม้จะช้าไปหน่อยแต่เรย์กับเคนจิเมื่อเห็นปฏิกิริยาของซีซ่า พวกเขานั้นเริ่มตระหนักถึงอันตรายเช่นกัน
ปัง!ปัง!
เสียงปืนดังออกมาอย่างฉับพลัน
ะุปริศนามุ่งตรงมายังพวกเขาแต่พลาดเป้าฮารุโตะมุดหัวลงต่ำหลบเข้าไปในบ้านเคนจิผลักเรย์ไปทางด้านข้างก่อนตัวเองจะะโหลบเข้ากำแพงอีกฝั่งตามไป
“ปืน!? พวกนี้ฝีมืุ์นี่ ...แล้วทำไมถึงต้องยิงพวกเราด้วยพวกเราไม่ใช่ปีศาจนะเฟ้ย”
เคนจิบ่นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
“เคนจินายอย่าโผล่หน้าออกไปล่ะการซุ่มยิงจากมุมที่เราไม่รู้มันน่ากลัวนะ”
ฮารุโตะเอ่ยเตือน
“ต่อให้ขอร้องฉันก็ไม่โผล่ออกไปรับะุหรอกน่า!”
“ดูเหมือนทิศทางะุจะมาทางอาคารแถวนั้นฮารุโตะสัตว์ของนายตามรอยพวกมันได้ไหม”
เรย์วิเคราะห์ทิศทางของเสียงอย่างรวดเร็ว
“ก็บอกไปแล้วว่าชื่อซีซ่าไง! เฮ้อช่างเถอะ... เดียวฉันจัดการเอง”
ฮารุโตะสั่งการซีซ่าให้ใช้เส้นอ้อมกระโจนพุ่งทะยานไปตามผนังเคลื่อนนำไปยังที่มาของเสียง พวกเขารีบวิ่งตามเส้นทางนั้นไปติด ๆ
ดูเหมือนเสียงปืนจะเงียบไปเนื่องจากหาตำแหน่งยิงพวกเขาไม่พบ
ไม่นานนักเสียงคำรามก้องของสัตว์ร้ายและเสียงโหยหวนด้วยความเ็ปก็ดังขึ้นภายในเวลาไล่เลี่ยกัน
พวกเขารีบตามไปยังจุดกำเนิดเสียงบนบริเวณระเบียงอาคารหอพักสามชั้นจนพบชายฉกรรจ์สองคนในสภาพย่ำแย่นอนอยู่บนพื้น ร่างหนึ่งถูกซีซ่าใช้เท้าหน้าตะปบกดไว้แน่นกับพื้น แววตาของมันเต็มไปด้วยความดุร้ายส่วนอีกคนถูกอัดสลบพิงกำแพงโดยไรเฟิลสไนเปอร์ที่ตกกระเด็นอยู่ไม่ไกล
“พวกแกเป็ใคร้าอะไร ทำไมถึงต้องยิงพวกเราด้วยฮะ!?”
เคนจินั่งยอง ๆ ถามอย่างไม่สบอารมณ์เพื่อให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัด ๆ
“อั๊กปล่อยฉันนะโว้ยไอ้หนู —หากพวกฉันเป็อะไรไป ลูกพี่ฉันไม่เอาแกสองคนไว้แน่!”
ชายคนนั้นพยายามดิ้นรนสายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ยังคงพยายามท้าทายอารมณ์ของเคนจิ
“สภาพดูไม่ได้ขนาดนี้ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอีกหรือไงหา!”
เคนจิส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
“พวกแกก็อวดดีได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละลูกพี่ฉันมาเมื่อไหร่พวกแกต้องเจอดีแน่!"
“นับเป็การแสดงความแข็งกร้าวผิดที่ผิดเวลาจริงๆ เลยนะครับ”
เรย์ข่มขู่ด้วยการใช้ปลายดาบจิ้มไปยังคอหอยอีกฝ่ายจนเืซิบ
“—ถ้าไหน ๆก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเจรจาด้วยแล้ว ขอผมฆ่าทิ้งเลยก็แล้วกันนะครับ”
เขากดปลายดาบลึกขึ้นเล็กน้อย เรียกเืหยดหนึ่งไหลจากคออีกฝ่าย
“เอาสิฉันเริ่มเบื่อหน้าพวกมันแล้ว ให้ลูกพี่ของพวกแกตามมาเก็บศพเองก็ดีเหมือนกันนะ”
เคนจิถอนหายใจพลางลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินจากไป
“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิ เดี๋ยวก่อน!! ...ใจเย็น ฉันยอมแล้ว ๆแต่นายต้องสัญญาว่าจะปล่อยพวกฉันไปจริง ๆ นะ”
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะใจเสาะกว่าที่คิด
“เอาล่ะมีเวลาให้ห้านาทีก่อนที่พวกผมจะเปลี่ยนใจขอแนะนำว่าพูดออกมาให้หมดดีกว่านะครับ”
น้ำเสียงของเรย์ชัดเจนและแน่วแน่ทำให้ชายคนนั้นเริ่มสำนึกได้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสารภาพทั้งหมด

อีกด้านหนึ่งอันห่างออกไปคณะชายฉกรรจ์ยี่สิบกว่าคนพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งปืน โล่ดาบ โซ่ หอก กระบอง และอื่นๆเคลื่อนตัวมาถึงบริเวณหน้าทางเข้าศาลเ้าแห่งหนึ่ง
“นั่นน่ะเหรอเป้าหมายของพวกเราน่ะ”
ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นขณะพวกเขาก้าวบันไดขึ้นมาในบริเวณลานกว้างของศาลเ้า
“แค่เ้านั่นตัวเดียวทำไมต้องขนคนมากันขนาดนี้ด้วยล่ะครับลูกพี่”
“เพราะเ้านั่นมีของสำคัญคุณนาโอกิถึงได้ไว้ใจ ส่งหน่วยพวกเรามาจัดการยังไงล่ะ”
ชายอีกคนที่ดูท่าทางเป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยตอบผู้ติดตามเสียงเข้ม
เมื่อเขามองรอดผ่านเสาโทริอิเข้าไปจึงพบซามูไรปีศาจตนหนึ่งนั่งอยู่เชิงบันไดทางขึ้นหน้าอาคารศาลเ้าเล็ก ๆ หลังหนึ่ง
ลักษณะของมันดูแตกต่างจากตนอื่นๆที่พวกเขาเคยเห็นอยู่หลายส่วน ตรงตามข้อมูลที่ได้รับมา
ทันทีที่มันเห็นพวกเขาเข้ามาในบริเวณลานกว้างจึงได้ขยับกายลุกขึ้นเดินเยื้องก้าวเท้าลงมาด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับเ้าบ้านกำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือน
“กระจายตัวล้อมเ้านั่นไว้ตามที่ฝึกซ้อมรีบจัดการให้จบ ฉันไม่อยากพลาดเทศกาล ‘เกมล่า’ ของค่ำคืนนี้”
“รับทราบ!”
ทุกคนตอบรับอย่างเห็นพ้อง