
“ไม่ต้องหรอกเธอเป็คนดีฉันรู้นานแล้วพรุ่งนี้วันเกิดเธอไม่ใช่เหรอพอดีฉันไม่อยู่ต้องไปภูเก็ตไปกับคุณพ่อภาส”
“คุณดินจำได้เหรอคะ”
“อือ สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าเอานี่ฉันให้ไม่เหมือนปีที่แล้วนะแกะดูสิ” น้ำเสียงเขาเหมือนไม่ค่อยอยากให้เพลงพิณซักถามมากเื่ที่เขาจำวันเกิดของหญิงสาวได้
“ค่ะ”มือเรียวแกะกล่องสีชมพูอ่อนๆแล้วเปิดดูแล้วยิ้มเล็กน้อยเพราะด้านในเป็สร้อยข้อมือที่สลักชื่อของตนเอาไว้
“เพชรเม็ดเล็กเหมาะกับเธอนะ สวยไหม”
“ที่จริงไม่ต้องเอาแบบมีเพชรก็ได้ค่ะมันแพง”
“เงินฉัน” เขาตอบสั้นๆในขณะที่เพลงพิณก็ยกมือไหว้เขาอีกครั้งแล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้นเพราะทุกปีที่ผ่านมาเขาจะให้ของขวัญเป็ชุดสวยๆหรือไม่ก็พาไปซื้อรองเท้าให้
“วันเกิดคุณดินเดือนหน้าอยากได้อะไรคะ”
“มีเงินซื้อให้เหรอ”คนถามทำหน้าสงสัยเพราะแต่ละเดือนเพลงพิณก็ส่งเงินให้ทางบ้านจนเกือบหมด
“เพลงไม่ซื้อหรอกค่ะเพลงต้องทำให้ด้วยหัวใจค่ะ” เพลงพิณพูดตามความรู้สึกและก็ยิ้มหวานโดยไม่รู้ตัวทำให้บดินทร์มองดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักของเพลงพิณที่มีต่อเขาแม้จะรู้ว่าหญิงสาวรักและเคารพเขามากเพราะเป็คนให้ทุกอย่างกับเพลงพิณแต่แววตาแบบนี้ผู้ชายคนไหนที่ได้สบตาย่อมหวั่นไหวเป็ธรรมดา
“ห้ามมองฉันหรือผู้ชายคนไหนแบบนี้อีกนะ”เขาพูดแล้วก็รีบหลบสายตาคู่นั้น
“ทะทำไมคะ” เพลงพิณทำสีหน้าสงสัย
“แค่อย่าจ้องตาใครแล้วมองเยิ้มแบบนี้อีก”
“ค่ะ”
“ไปนอนเถอะ ใส่ให้เห็นทุกวันนะสร้อยข้อมือ”
“ค่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้นที่โต๊ะทำงานของเพลงพิณมีดอกไม้ช่อเล็กพร้อมกล่องขนมที่เพลงพิณชอบวางอยู่การ์ดอวยพรน่ารักที่เขียนด้วยลายมือของไหมฟ้าทำให้เพลงพิณยิ้มเพราะทั้งบดินทร์และไหมฟ้าดีกับตนมากไม่ว่าจะเื่อะไร
“ขอบคุณค่ะคุณไหม”เพลงพิณกดโทรศัพท์โทรหาเพราะไหมฟ้าอยู่กับบดินทร์ซึ่งคาดว่าน่าจะถึงภูเก็ตแล้ว
“จ้ะ มีความสุขมากๆนะฝากดูงานด้วยเผื่อใครมาติดต่ออะไรก็รับเื่เอาไว้ก่อนหรือถ้าด่วนก็โทรมาเลยนะเพลง”
“ค่ะ”
ไหมฟ้ากดวางสายแล้วหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มพร้อมกับถามบางอย่าง
“คุณให้อะไรเพลงเหรอคะ”
“สร้อยข้อมือ”
“เหรอคะ”ไหมฟ้าทำสีหน้าเจื่อนเพราะไม่คิดว่าเขาจะให้สร้อยข้อมือแบบเดียวกับที่ให้ตนเมื่อวันเกิดสามเดือนก่อนหน้านี้แม้จะรู้ว่าอาจจะไม่เหมือนกันอยู่แล้วแต่ความหมายระหว่างให้คนรักกับเด็กสาวที่รับอุปการะมันคนละอย่างกัน
“ลูกค้ามาแล้ว”บดินทร์บอกไหมฟ้าแล้วก็ยิ้มเมื่อลูกค้าคนสำคัญเดินมาถึง
่เวลาเดียวกันซึ่งตรงกับวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาวันนี้ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่านจนนางกุลวดีได้แต่ยืนเช็ดเหงื่อเพราะมองหาบุตรสาวไม่เจอ
“คุณแม่ครับ”เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้านางกุลวดี
“ตรี เจอน้องไหมลูก”
“เห็นว่าต้องถ่ายรูปกับเพื่อนก่อนครับถ่ายรูปหมู่อีกสักสิบนาทีน่าจะมาหาเราตรงจุดนี้ นัดตรงนี้ไงครับคุณแม่” ตรีภพตอบพร้อมกับยิ้มเขาเองก็ตั้งใจจะขอกุลธิดาเป็แฟนวันนี้ให้ได้เพราะคบหากันมาเกือบสี่ปียังไม่กล้าขอสักครั้งทั้งที่ก็เป็รุ่นพี่สถาบันเดียวกัน
“แม่หิวน้ำ ตรีไปซื้อได้ไหม”
“ครับ”
นักศึกษาหญิงรูปร่างเพรียวในชุดครุยเดินมายืนข้างนางกุลวดีแล้วก็หันมามองพร้อมกับกล่าวขอโทษเพราะไปชนไหล่นางกุลวดีเข้า
“ขอโทษค่ะ” เสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็ไรจ้ะ หนูรับวันนี้เหรอจ๊ะ”
“ค่ะ ลูกคุณก็รับวันนี้เหรอคะ”หญิงสาวที่แต่งหน้าเข้มผิดปกติและใบหน้าก็มีรอยแผลค่อนข้างชัด นางกุลวดีมองขนตาที่งอนและแต่งเปลือกตาเข้มมากทำให้ดูเหมือนไม่ใช่รุ่นเดียวกับบุตรสาวตนเลย
“ลูกฉันรับวันนี้จ้ะ”นางกุลวดีจ้องใบหน้าที่แต่งเข้มจนแปลกตาด้วยความสงสัย
“มีอะไรคะ” หญิงสาวเมื่อรับรู้ว่าคนแปลกหน้ากำลังจ้องหน้าตนอยู่แม้จะรู้ดีว่าั้แ่เดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยทุกคนก็มองกันหมดเพราะการแต่งหน้าที่เข้มเกินไปทั้งที่เพื่อนคนอื่นๆก็ไม่มีใครแต่งเข้มแบบตนเลย
“เปล่าจ้ะ” นางกุลวดีตอบแล้วขยับมายืนอีกมุม
“มาแล้วครับ” ตรีภพยื่นน้ำให้นางกุลวดีและหันไปมองหญิงสาวที่กำลังยืนถ่ายรูปกับครอบครัวด้วยความสงสัย
“อย่ามองเขาสิตรี เสียมารยาท”
“คุณแม่คิดเหมือนผมใช่ไหมครับ”
“แม่เห็นแต่ยัยกุลบอกช่างให้แต่งหน้าให้เบาๆบางๆ”
“แต่งเข้มยังกะจะปกปิดอะไรบนหน้าแต่เหมือนหน้าเขามีรอยแผลนะคุณแม่เห็นชัดเลย”
“อาจจะใช่เลยต้องแต่งเข้มแบบนั้น” นางกุลวดีเองก็มองเห็นว่าเด็กสาวคนนั้นตรงแก้มมีรอยแผลชัดเจน
“ไปเถอะค่ะมีแต่คนมองหนูไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว”เ้าของใบหน้าที่แต่งเข้มรู้ตัวรีบเดินไปอีกทาง
หญิงสาวร่างเพรียวในชุดครุยวิ่งมาพร้อมเรียกมารดาและพี่ชายคนสนิทด้วยความดีใจ
“น้องกุลคนเก่งมาแล้วจ้าทุกคนมาถ่ายรูปกัน วิ่งมาส้นรองเท้าเกือบหักเลย” กุลธิดาพูดพลางหอบไปด้วย
“กุลมีเพื่อนที่มีแผลเป็ที่หน้าไหมเรียนคณะเดียวกับหนูนี่ล่ะ”
“ทำไมคะแม่ คณะรัฐศาสตร์ภาคปกติที่หนูเรียนก็ไม่มีนะแต่คณะหนูมีเรียนภาคเสาร์อาทิตย์ด้วยค่ะรับวันเดียวกันค่ะเช้ากับบ่ายค่ะ แต่หนูไม่รู้จักเพื่อนที่เรียนเสาร์อาทิตย์นะคะ”
“พี่เห็นมีคนหนึ่งแต่งหน้าเข้มมากเลยดูแปลกๆ”
“สมัยนี้เขาไม่แต่งเข้มแล้วค่ะพี่ตรีเขาเน้นผิวสวยๆเบาๆแบบธรรมชาติค่ะแบบเกาหลีไงคะสวยๆใสๆ” กุลธิดาพูดพลางยิ้มเพราะวันนี้รู้สึกดีใจที่จบเสียทีและก็จะได้ไปทำหน้าที่บางอย่างที่เฝ้ารอมาหลายปี
“ถ่ายรูปดีกว่าลูก” นางกุลวดีหันไปเรียกช่างภาพที่จ้างมาถ่ายรูปให้รีบมาถ่ายรูปตนกับบุตรสาวหลังจากนั้นก็พากันไปเจอญาติๆที่มาร่วมแสดงความยินดีพอ่เย็นนางกุลวดีและตรีภพก็พากุลธิดาไปเลี้ยงฉลองที่ร้านอาหารในตัวเมืองซึ่งเป็ร้านดังของที่นี่หญิงสาวร่างเพรียวสวมเสื้อยืดรัดรูปเอวลอยเผยให้เห็นรอบเอวคอดกิ่ว กางเกงยีนทรงหลวมแต่งขาด่เข่าที่กำลังเป็ที่นิยมและเป็กางเกงที่นางกุลวดีไม่ชอบใจนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจบุตรสาว
“ชุดสวยๆมีไม่ใส่ยัยกุล”
“กางเกงตัวนี้แพงนะแม่ต้องใส่วันสำคัญสิ”กุลธิดายิ้มเพราะตรีภพเป็คนพาไปซื้อที่ห้างหลายวันก่อน
“แม่รู้ว่าตาตรีสายเปย์ น้องยังไม่ทำงานใส่กางเกงตัวหลายพันไม่เหมาะนะลูกตัวสี่ห้าร้อยก็พอแล้ว”
“คุณแม่ครับผมเต็มใจอีกอย่างยี่ห้อนี้ใส่ได้นานคุ้มค่าเงินที่เสียไปครับ”
“นั่นไงคะของถูกและดีมีที่ไหนของดีและแพงแต่ไม่ได้จ่ายตังดีที่สุดและที่สำคัญคุณพี่ตรีเต็มใจค่ะแม่”กุลธิดาหัวเราะชอบใจเพราะคิดว่าตรีภพเอ็นดูตนเหมือนน้องสาวแท้ๆ
“ว่าแต่จะไปทำงานที่ไหนล่ะน้องกุล”
“ไม่รู้สิคะยังไม่คิดพอดีมีเื่ต้องทำก่อนค่ะ”
“เื่อะไรเหรอบอกพี่หน่อยสิ”
“ความลับค่ะ”
“พอลูกสั่งอาหารดีกว่า”นางกุลวดีหันไปมองบุตรสาวเพราะรู้ดีว่าเื่ที่กุลธิดาเอ่ยขึ้นคือเื่อะไรเมื่อทั้งสามรับประทานอาหารเสร็จตรีภพก็อาสาขับรถตามไปส่งเพราะเป็ห่วงเนื่องจากบ้านสวนของนางกุลวดีอยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆสี่สิบกิโลเมตร
บ้านไม้ยกใต้ถุนที่อยู่ในสวนบรรยากาศยามดึกดูเงียบสงัดวังเวงจนน่าขนลุกและนี่ก็เป็ครั้งแรกที่ตรีภพมาที่นี่ตอนดึกเพราะปกติเขามาแค่ตอนกลางวัน
“เงียบนะครับ”เขาเอ่ยขึ้น
“นอนนี่ก็ได้ลูกมันดึกแล้วที่จริงไม่น่ามาส่งเลย”
“พี่ตรีนอนที่นี่นะเดี๋ยวกุลมีเื่ผีเล่าให้ฟัง”
“ั้แ่คุณตาคุณยายเสียไปที่นี่ก็เงียบกริบแบบนี้ล่ะ”นางกุลวดีพูดพลางนึกถึงพ่อกับแม่เพราะเพิ่งเสียไปได้ไม่นาน
“งั้นผมนอนที่นี่ก็ได้ครับขอนอนที่ระเบียงไม่นอนห้องคุณตาคุณยายนะครับ”
“รู้แล้วว่าไม่กล้านอนในนั้น”นางกุลวดียิ้มแล้วเดินไปหาหมอนและผ้าห่มมาวางไว้ตรงที่ตรีภพจะนอนแล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำให้หนุ่มสาวนั่งคุยกันที่ระเบียงบ้าน
“พี่ตรีทำงานอยู่ในป่าสนุกไหมกุลอยากทำมั่งจัง”
“เ้าหน้าที่ป่าไม้เหนื่อยมากนะไม่สนุกหรอกปัญหาก็เยอะแต่พี่ชอบธรรมชาติไงเลยทำงานแบบนี้ได้”
“คุณพ่อพี่ตรีตำแหน่งใหญ่โตทำไมถึงยอมทำงานลำบากล่ะไม่ขอไปทำในส่วนกลางน่าจะสบายกว่านี้นะ”
“ไม่ พี่ไม่อยากใช้เส้นสาย”
“พี่เคยสำรวจป่าตรงที่เอ่อ… เมื่อหลายปีก่อนมีคนขับรถตกเหวแล้วหายสาบสูญ พี่พอนึกออกไหม”
“เคยนะแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรมีแต่ของเซ่นไหว้”ตรีภพยังพอจำเื่ราวตอนนั้นได้ดีเพราะบิดาเขาเป็หัวหน้าชุดออกตามหาผู้สูญหายและเขาก็สนใจเื่นั้นมากแต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างค่อยๆเลือนรางหายไป
“กุลอยากรู้เขายังมีชีวิตอยู่ไหมพี่ตรีช่วยตามหาอีกครั้งได้ไหมจากชาวบ้านละแวกนั้น”
“ไม่มีหรอกเขาหาหมดแล้วไม่มีใครไปหาของป่าเจอเลยเจอแต่ซากรถที่ะเินั่นล่ะเห็นมีแต่คนไปขอหวย”
“กุลอยากไปเที่ยวแถวนั้นพอจะมีที่พักหรือโฮมสเตย์ถูกๆไหม”
“น้องกุลหาเื่สนุกอีกแล้วนะบางเื่ไม่ต้องไปยุ่งหรอกไม่มีความสำคัญกับเราเลยจะอยากรู้ไปทำไมว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม”
“เอาไว้เมื่อถึงเวลากุลจะเล่าให้ฟังค่ะเอ่อแต่กุลไม่ได้ไปเที่ยวตอนนี้หรอกนะคะกุลมีนัดเจอเพื่อนที่กรุงเทพฯอีกสามวันจะนั่งรถทัวร์ไป”
“พี่ไปส่ง”
“พี่ตรีทำงานนี่คะ”
“ไปได้”
“ก็ได้ค่ะ”กุลธิดานั่งคุยอยู่เกือบชั่วโมงก็ขอตัวไปนอนเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องรีบตื่นไปทำบุญกับมารดาแต่เช้า
‘ฉันจะต้องตามเช็กบิลทุกคนที่ทำให้บุญหายไปแบบนี้’