หลายเดือนผ่านไป
เื่เบาะแสที่ให้ไปตามหาก็ยังไม่คืบหน้า ทางด้านงานของตนเองก็เยอะจนไม่มีเวลาไปคิดเื่อื่น"ใต้เท้า! มีรายงานว่ามีโจรป่าปรากฏตัวที่เขาหลัวหลิง พวกมันลอบปล้นชาวบ้าน เผาบ้านเรือนไปแล้วสามแห่งในสัปดาห์นี้!" ทหารคนสนิทรายงานเสียงเครียด
"ใต้เท้า! คดีการตายของพ่อค้าจากเมืองหลวงยังไม่มีคำตอบ ขุนนางผู้ดูแลขอให้ท่านเร่งสืบหาความจริงขอรับ!" เสียงอีกคนดังขึ้น
รองแม่ทัพลู่ที่ยังไม่ทันได้หยุดพักลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ ั้แ่กลับมาจากาปัญหาหลายอย่างก็เข้ามาไม่หยุด ก่อนลุกขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "จัดกำลังบางส่วนแล้วแจ้งให้หน่วยลาดตระเวนเตรียมพร้อม เราจะออกเดินทางคืนนี้!"
หลายวันต่อวัน ยังต้องจัดการกับสารพัดปัญหา ั้แ่การไล่ล่าโจรป่า การเจรจากับขุนนางที่เข้ามากดดันเื่ผลประโยชน์ ไปจนถึงการตัดสินคดีความที่ซับซ้อน บางคืนเขานั่งเขียนรายงานจนถึงรุ่งเช้าแทบไม่ได้นอน ความเหนื่อยล้าสะสมแต่ก็ยังต้องทำงานต่อ ไม่ใช่ว่าไม่มีหน่วยอื่นช่วยแต่เพราะคนรับผิดชอบไม่พอ แจ้งไปทางเมืองหลวงก็ยังไม่อนุมัติคนลงมา อีกทั้งหยางโจวติดกับชายแดนปัญหาต่างๆจึงมีมาก ทั้งปัญหาภายในและภายนอก ไหนจะเื่คนต่างแคว้นรอบเข้ามาอีก จนคนที่รับผิดชอบหัวหมุนไปตามๆกัน
หลายปีผ่านไป รองแม่ทัพลู่เริ่มได้รับชื่อเสียงในฐานะขุนนางที่ซื่อสัตย์และทำงานหนัก แต่ชื่อเสียงที่มากขึ้นกลับนำมาซึ่งศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด วันหนึ่งระหว่างการตรวจสอบคดีของกลุ่มขุนนางที่เกี่ยวข้องกับการค้าเถื่อน เขาได้รับจดหมายข่มขู่
"หากยังดื้อรั้นขัดขวางผลประโยชน์ของเรา จงระวังตัวไว้ให้ดี"
"หึ! ก็ลองดู ข้าก็อยากจะรู้ว่าพวกเ้าจะขนาดไหนกัน"เขาเริ่มสืบเงียบๆ เกี่ยวกับการค้าของเถื่อนและเครือข่ายในหยางโจว ท่ามกลางความเสี่ยงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ความลับของขุนนางที่เกี่ยวข้องถูกเปิดโปงทีละน้อย และดูเหมือนเส้นทางทั้งหมดจะนำไปสู่สถานที่หนึ่ง.. หอนางโลมฮวาเซียนอิน
หอนางโลมฮวาเซียนอินตั้งอยู่ใจกลางหยางโจว แม้จะดูเป็เพียงสถานเริงรมย์สำหรับชนชั้นสูง แต่ข้างในมักซ่อนความลับมากมาย อาคารหลังงามถูกประดับด้วยโคมไฟแดงสด และเสียงดนตรีอันไพเราะดังก้องในยามค่ำคืน ทำให้ที่นี่กลายเป็แหล่งรวมตัวของขุนนางและพ่อค้าผู้มั่งคั่ง
รองแม่ทัพลู่มองไปยังหอนางโลมจากฝั่งตรงข้ามที่เป็ร้านอาหาร“ท่านรองแม่ทัพ เราจะลอบเข้าไปคืนนี้เลยหรือไม่?” ทหารคนสนิทถามเสียงเบา
“ไม่... ที่แห่งนั้นมีคนคุ้มกันแ่า หากเราเคลื่อนไหวผิดพลาดจะกลายเป็ปัญหาใหญ่ ข้าจะปลอมตัวเข้าไปคนเดียว” รองแม่ทัพลู่กล่าวเสียงเรียบ
ในคืนเดียวกันนั้น เขาปลอมตัวเป็พ่อค้าจากต่างเมือง สวมชุดผ้าไหมหรูหรา ลงจากรถม้าเข้ามาหอนางโลมด้วยท่าทีสง่ายิ้มน้อยๆให้กับสาวสวยข้างทาง แม่เล้าที่มองเห็นแต่ไกลคลาดว่าชายคนนี้น่าจะมีเงินไม่น้อย ดูจากการแต่งตัวหน้าตาที่ดูดี ท่าเดินที่ไม่เหมือนกับคนธรรมดาจึงรีบเข้ามาต้อนรับด้วยตนเองอย่างเร็ว"นายท่าน มาเหนื่อยๆ รีบเข้าไปพักข้างในก่อนเ้าคะ"มือข้างที่ถือพัดโบกสะบัดให้กับชายตรงหน้าพร้อมกับนำทางไปยังชั้นพิเศษ
“นายท่านมาจากเมืองไหนหรือเ้าคะ? เหมือนไม่ใช่คนแถวนี้เลย” นางถามอย่างนอบน้อม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาด อยากรู้อยากเห็น
“ข้ามาจากแคว้นฉิน ้าพักผ่อนหลังจากเดินทางไกล หวังว่าแม่เล้าฮวาจะช่วยจัดหาสิ่งที่เหมาะสมให้ข้า”
แม่เล้าฮวาโค้งศีรษะอย่างสง่างาม “แน่นอนเ้าค่ะ หอนางโลมของเรามีแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแขกผู้มาเยือน ท่านจะได้รับความอิ่มเอมใจจนไม่อยากที่จะจากไปเลย”เมื่อมาถึงสถานที่ที่จัดเตรียมไว้แม้เล้าก็เรียกเด็กๆของนางมาดูแล ก่อนที่จะขอตัวไปรับแขกคนต่อไป
หญิงสาวที่มาดูแลทั้งบีบนวด บางคนก็แทบจะเอาตัวเกยขึ้นมาบนตัก ปากก็พร่ำบอกว่า"นายท่านลองชิมอันนี้ดูเ้าคะ อันนี้อร่อยมาก" เขาที่ด้วยความมาหาข่าวจะผลักออกก็ไม่ได้ แม้ปากจะกินในสิ่งที่พวกนางป้อนแต่สายตากับมองออกไปข้างนอกเป็บางครั้งคราว จนเห็นกลุ่มขุนนางที่เขาเฝ้าสืบมานานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังเหมือนเลี้ยงฉลองที่ตกลงงานกันสำเร็จ เขามองไปทางพวกนั้นแค่เพียงหางตาเหมือนไม่ใส่ใจ ปากก็คุยหยอกล้อกับหญิงสาวตรงหน้า แต่ยังสังเกตการกระทำทุกอย่างของฝั่งตรงข้าม ไม่นานก็ได้ยินเสียงผีผาที่เล่นได้อย่างไพเราะแต่แฝงด้วยความเศร้าสร้อยจนสะกดใจเขาให้หันไปมอง เห็นหญิงสาวนางนึงนั่งอยู่บนเวทีกำลังเล่นผีผาอยู่ สายตาของเธอจับจ้องที่สายผีผาอย่างตั้งใจ มือของเธอเคลื่อนไหวอย่างงดงาม แต่รอยแผลจางๆ บนข้อมือของกลับดึงดูดความสนใจของเขา
“นางคือใคร?” ถามเบาๆ สายตาไม่ละไปจากคนบนเวที
“นางนะหรือเ้าคะ” พร้อมกับหันไปทางเวที สีหน้าไม่ค่อยชอบใจที่มีคนสนใจเด็กคนนั้น “เป็เด็กใหม่ที่พึ่งออกมาทำงานได้ไม่นาน เห็นว่าชื่อหลีิเฟย ข้าก็ไม่ค่อยรู้จักหรอก นางทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา ให้ทำงานก็ไม่ยอมทำงาน แต่วันนี้เหมือนแม่เล้าจะให้นางรับแขกเป็ครั้งแรกพวกข้ายังคิดกันเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะไหวจริงหรอ"พร้อมกับปิดปากหัวเราะคนอื่นๆก็หัวเราะตาม รองแม่ทัพลู่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ หันไปจิบสุราฟังเสียงผีผาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์