แพทย์ฉุกเฉินกัดฟันแน่น ก่อนสั่งเสียงเฉียบ “เพิ่มน้ำเกลือให้เร็วขึ้น! เตรียมสารน้ำขวดที่สองไว้ด้วย!”
สายน้ำเกลือถูกบีบเร่งให้ไหลเร็วขึ้น มือของพยาบาลฉุกเฉินไม่หยุดขยับเพื่อกดประคองเส้นเืให้คงที่
“ออกซิเจนเข้าไหม?”
“ค่าออกซิเจนยังต่ำอยู่ครับ ลมหายใจไม่สม่ำเสมอ!”
“เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ!”
เ้าหน้าที่อีกสองคนประคองศีรษะเธอ ขณะที่แพทย์ใช้เครื่องมือเปิดปากอย่างรวดเร็ว ท่อช่วยหายใจถูกสอดลงไปอย่างแม่นยำ จากนั้นเครื่องช่วยหายใจก็เริ่มทำงานทันที เสียงเครื่อง “ฟืด… ฟืด” ประสานกับเสียงไซเรนรถพยาบาลที่เพิ่งเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงแรม
“ชีพจรเริ่มกลับมาแล้ว แต่ยังอ่อนมาก!”
“อย่าหยุดกดที่แขน คอยเช็กความดันตลอดด้วย!”
รถพยาบาลสั่นะเืตามแรงถนน แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยจังหวะของการทำงานที่เด็ดขาด
แพทย์ฉุกเฉินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองนาฬิกาที่ข้อมือแล้วรายงานทางวิทยุ
“ผู้ป่วยหญิง อายุประมาณสิบกว่าปี อาการาเ็ศีรษะและแขนขามีาแฉกรรจ์ ความดันตก ้าผ่าตัดด่วน เตรียมห้องฉุกเฉินรอไว้ทันที!”
เสียงตอบรับจากโรงพยาบาลดังขึ้นทันทีในลำโพง
“รับทราบ เตรียมทีมศัลยแพทย์พร้อมแล้ว!”
ภายในรถพยาบาล เสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็จังหวะ แพทย์ฉุกเฉินก้มมองเธออีกครั้งด้วยแววตาแน่วแน่
“สาวน้อยอดทนไว้นะ เธอยังไม่ถึงเวลาที่จะหลับไปตลอดหรอก”
เสียงไซเรนดังระงม รถพยาบาลเบรกอย่างแรงก่อนจะจอดสนิทที่ทางเข้าฉุกเฉิน
“ถึงแล้ว! ระวัง ยกลงเลย!”
ประตูท้ายเปิดออกทันที เ้าหน้าที่กู้ชีพ 2 คนรีบเลื่อนเปลลงจากรถ เสียงล้อเปลกระทบพื้นคอนกรีตดัง กึก กึก กึก เร่งรีบไปตามทางที่ปูไว้สู่ห้องฉุกเฉิน
แพทย์เวรและพยาบาลวิ่งออกมารับทันที “รายงานสภาพผู้ป่วย!”
แพทย์ฉุกเฉินที่นั่งมากับรถะโรายงานเสียงดังชัดเจนขณะวิ่งไปพร้อมกัน
“ผู้ป่วยหญิง อายุสิบกว่าปี าเ็ที่ศีรษะ เืออกมาก แขนซ้ายและขาขวามีาแฉกรรจ์ ความดันตก ระดับความรู้สึกตัว GCS แค่ 7 พวกเราใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว ให้สารน้ำไป 2 ขวด กำลังห้ามเื!”
“โอเค ส่งเข้าห้องผ่าตัดเลย! โทรเรียกศัลยแพทย์ระบบประสาทกับศัลยแพทย์ทั่วไปขึ้นด่วน!”
เสียงล้อเปลวิ่งดังสะท้อนในทางเดินแคบ ๆ เ้าหน้าที่พยาบาลบางคนรีบประกบสองข้าง ตรวจสายให้น้ำเกลือและท่อช่วยหายใจให้แ่าอีกครั้ง
“ค่าออกซิเจนขึ้นมานิดหน่อย แต่ความดันยังต่ำอยู่!”
“เตรียมเื B-negative ไว้ก่อนเลย!”
“ห้องผ่าตัดพร้อมแล้วค่ะ!”
เปลถูกดันพรวดเข้าไปในโถงห้องฉุกเฉิน ประตูบานใหญ่เปิดออกด้วยเสียงดัง ปัง!
ภายในห้องสว่างจ้าไปด้วยไฟผ่าตัด เ้าหน้าที่อีกทีมรออยู่พร้อมเครื่องมือครบชุด
แพทย์ฉุกเฉินส่งต่อเคสด้วยเสียงหอบแต่ชัดเจน
“ส่งต่อแล้วนะครับ! ผู้ป่วยคนนี้ต้องผ่าตัดทันที ไม่งั้นไม่รอดแน่!”
มือของศัลยแพทย์หญิงรับข้อมูลต่อทันที แววตาคมกริบ “รับทราบ ทีมผ่าตัดเตรียมพร้อม! เคลื่อนย้ายขึ้นโต๊ะเลย!”
ประตูห้องผ่าตัดปิดลงอย่างแรง ทิ้งไว้เพียงเสียงรองเท้าเ้าหน้าที่ที่ยังวิ่งวุ่นอยู่ด้านนอก
ห้องผ่าตัดถูกปรับอุณหภูมิให้เย็นจัด แสงไฟสีขาวจ้าส่องลงบนร่างผู้ป่วยที่ถูกย้ายขึ้นโต๊ะผ่าตัดทันที
ศัลยแพทย์ประสาทยกมือที่สวมถุงมือแล้วพยักหน้า “เริ่มเลย”
พยาบาลส่งมีดผ่าตัด แพทย์ค่อย ๆ เปิดแผลบริเวณกะโหลกที่ถูกกระแทก เืไหลทะลักออกมาในทันที
“suction! ดูดเืออกจากโพรงกะโหลก”
เสียงเครื่องดูดดัง ครืดดด… เืสีเข้มถูกดูดออกเพื่อเปิดทางให้เห็นเนื้อเยื่อสมอง
“คลิปหยุดเื clamp ตรงเส้นเืฝอยนั้น”
มือศัลยแพทย์นิ่งสนิท แม้เหงื่อจะไหลซึมใต้หน้ากาก
ด้านข้าง พยาบาลอีกทีมรีบล้างแผลแขนซ้ายและขาขวา พร้อมเตรียมชุดเย็บแผลและเฝ้าดูการเสียเื
“ความดันตก! ให้เืเพิ่มอีกหนึ่งถุงเร็ว!” แพทย์วิสัญญีรายงานเสียงดังชัด
“พวกเราต้องหยุดเืในสมองก่อน ทุกวินาทีสำคัญ” ศัลยแพทย์เอ่ยสั้น ๆ
เสียงกรรไกรตัดไหมดัง แชะ ตามมาด้วยการเย็บปิดเส้นเืเล็ก ๆ ที่ปริแตก
กราฟชีพจรบนมอนิเตอร์ขึ้นลงถี่ ๆ ก่อนจะเริ่มคงที่ เสียง ติ๊ด…ติ๊ด… กลับมาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนในห้องเผลอถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ยังไม่กล้าละสายตา
“หยุดเืที่สมองแล้ว ต่อไปเย็บแผลแขนกับขาเลย พวกเราต้องทำให้เร็วที่สุด”