ตลอดสามปีให้หลัง เฉินสวินติดตามหนิงซือออกตรวจรักษาคนไข้นอกสถานที่ ท่องไปในหมู่บ้านร้านตลาด แก้ไขสารพัดโรคภัยไข้เจ็บ บางครั้งเมื่อเจอเื่ยุ่งยากเล็กๆ น้อยๆ เขาก็มักจะเผลอโชว์กล้ามหน้าท้องสิบหกลูกให้เห็นโดยไม่ตั้งใจ
เฉินสวินพกสมุดจดเล่มเล็กติดตัวเสมอ เขาช่างซักช่างถาม สงสัยไปเสียทุกเื่ แต่หนิงซือก็มีความอดทนเป็เลิศ คอยตอบคำถามให้เฉินสวินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ศิษย์ที่ใฝ่รู้เช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก
ทว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง พวกเขาไปรักษาที่คฤหาสน์เศรษฐีท่านหนึ่ง เฉินสวินดันเผลอทำเสื้อเปิด เผยให้เห็นขวานเบิกภูผาที่เหน็บอยู่ข้างเอว เล่นเอาทุกคนในบ้านหน้าถอดสี... นี่มันหมอหรือโจรป่ากันแน่?!
ตอนนั้นเฉินสวินทำได้เพียงยิ้มแก้เก้อ... เดินทางไกล พกขวานติดตัวสักเล่มเป็เื่ปกติไม่ใช่รึ?
เขาทำทีเป็จัดเสื้อผ้าอย่างใจเย็นเพื่อปิดบังขวานเล่มนั้น แต่ดัน 'เผลอ' เผยให้อีกสองเล่มที่เหลือโผล่ออกมาแทน!
บรรดาคนรับใช้ต่างพากันตั้งท่าเตรียมพร้อม กระชับไม้พลองในมือแน่น เ้าหนุ่มนี่ดูท่าจะไม่มาดีเสียแล้ว
เฉินสวินส่งยิ้มพิมพ์ใจ พยายามอธิบายปากเปียกปากแฉะว่า ท่องยุทธภพ พกอาวุธเผื่อเหลือเผื่อขาดสักสองสามชิ้นมันเป็เหตุสุดวิสัย หากไม่ได้หนิงซือช่วยไกล่เกลี่ย คงได้วางมวยกันกลางบ้านเศรษฐีแน่
ระหว่างที่หนิงซือทำการรักษา คนในคฤหาสน์ต่างเหงื่อแตกพลั่ก กลัวว่าถ้าเจอโรคที่รักษาไม่หาย เ้าหนุ่มหน้ามนคนนี้จะแก้ปัญหาด้วยการเอาขวานจามหัวคนไข้ทิ้งซะ จะได้จบๆ กันไป...
เฉินสวินมองสีหน้าหวาดระแวงของพวกเขาด้วยความงุนงง แต่ก็ยังคงพยักหน้ายิ้มแย้ม เพื่อให้ทุกคนสบายใจ
ฝ่ายคนในบ้านก็รีบฝืนยิ้มตอบ พยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร เหงื่อกาฬไหลพรากไม่หยุด
...
โรงหมอผิงไท่
วันนี้แสงแดดเจิดจ้า อากาศสดใสในฤดูใบไม้ผลิ
บัดนี้เฉินสวินได้สวมชุดแพทย์เต็มตัว ใครเดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ยกมือทักทายเรียกว่า 'ท่านหมอเฉิน' อย่างให้เกียรติ
"ท่านหมอเฉิน! ช่วยด้วย! ช่วยด้วยขอรับ!"
ชาวบ้านคนหนึ่งพยุงชายร่างท้วมหน้าดำคล้ำเข้ามาในโรงหมอ สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
เฉินสวินหรี่ตาลง มองปราดเดียวก็รู้ทันที พิษเข้าสู่กระแสเืลึกแล้ว หากมาช้ากว่านี้อีกนิด คงได้ตั้งโต๊ะจีนงานศพแน่
"โดนงูกัดมาหรือ?"
เฉินสวินประคองคนไข้ให้นอนลงบนเตียง เห็นรอยแผลเล็กๆ สองจุดที่มือ ชัดเจนว่าเป็รอยเขี้ยวพิษ
"ไม่ใช่ขอรับท่านหมอเฉิน... กินเห็ดพิษเข้าไปขอรับ"
"หา?"
เฉินสวินสะดุ้งโหยง รีบจับชีพจร สีหน้าเปลี่ยนไปมา "กินเห็ดพิษ... แล้วยังโดนงูพิษกัดซ้ำอีกเนี่ยนะ..."
ตึง!
ชาวบ้านผู้นั้นคุกเข่าลงทันที ร้องไห้โฮ "ท่านหมอ! ได้โปรดช่วยเขาด้วยเถิด!"
"ข้าจะเขียนเทียบยาให้ รีบไปจัดยามาด่วน ยังพอมีทางรอด"
เฉินสวินหยิบพู่กันมาตวัดเขียนใบสั่งยาอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นให้ชาวบ้าน ฝ่ายนั้นรับไปดูแล้วหน้าซีดเผือด... เงินไม่พอค่ายา
"ไม่เป็ไร ข้าจะออกเงินให้ก่อน มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน" เฉินสวินกล่าวอย่างใจเย็น ช่วยได้ก็ช่วย ปีนี้เขาไปรักษาคนรวยมาเยอะ พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง
"ขอบคุณท่านหมอ! ขอบคุณท่านหมอ!" ชาวบ้านดีใจจนน้ำหูน้ำตาไหล โขกศีรษะขอบคุณไม่หยุด
เฉินสวินพยักหน้า ในยุคสมัยนี้ หากเสาหลักของครอบครัวล้มลง บ้านทั้งหลังก็พังทลาย การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยาก หากไม่เกินกำลัง เขาย่อมยินดีทำ
แต่ทว่า... นานวันเข้า เขาเริ่มรู้ซึ้งว่าเขาคิดผิด...
ชื่อเสียงเื่ความเมตตาธรรมของเฉินสวินขจรขจายไปไกล ทว่าหมอคนอื่นในโรงหมอต่างก็มีภาระครอบครัว จะให้มาทำตัวพ่อพระควักเนื้อตัวเองแบบเฉินสวินผู้เป็ชายโสดตัวคนเดียวคงไม่ได้
ผู้คนเริ่มยกย่องเชิดชูเขาจนเกินจริง ลือกันไปทั่วว่าเขาเป็ 'หมอเทวดาผู้ช่วยสัตว์โลก' รักษาฟรีไม่คิดเงิน! ไปหาหมอเฉินสวินสิ ค่ายาก็ติดไว้ก่อนได้! ขาดแค่ยังไม่ได้ทำธงสกรีนชื่อมอบให้เท่านั้นเอง
ชาวบ้านยากจนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน เฉินสวินเริ่มกระเป๋าฉีก แต่เขาก็ไม่กล้าไปรบกวนคนอื่น หรือกดดันให้หมอคนอื่นต้องมาทำบุญเอาหน้าแบบเขา
ส่วนพวกที่ติดหนี้ค่ายาไป มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่กลับมาใช้คืน... ตอนนี้เขาถังแตกของจริง!
ลมเปลี่ยนทิศ... เริ่มมีเสียงด่าทอว่าเขาเห็นแก่เงิน เห็นคนตายไม่ช่วย แสร้งทำเป็คนดีจอมปลอม คนที่เขาเคยช่วยเหลือบางคนกลับมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
บางคนที่ดั้นด้นมาไกลเพราะได้ยินชื่อเสียง พอรู้ว่าเฉินสวินไม่ให้ติดหนี้แล้ว ก็ถ่มน้ำลายรดหน้าโรงหมอ ด่าทอว่าเสียเวลาเปล่า
เื่ดีเงียบหาย เื่ร้ายลือไกล... ตอนนี้ใครๆ ก็พูดกันว่าโรงหมอผิงไท่มีหมอเลวทรามอยู่คนหนึ่ง พกขวานั์สามเล่มติดตัวตลอดเวลา หน้าตาบอกยี่ห้อโจรชัดๆ
ณ ลานหลังโรงหมอผิงไท่ เฉินสวินไม่กล้าออกไปนั่งตรวจที่ห้องโถงหน้าแล้ว
"ให้ตายสิ... สุดท้ายข้าก็กลายเป็ตัวตลกซะเอง"
เฉินสวินหัวเราะร่า แต่เสียงหัวเราะนั้นช่างฟังดูขมขื่น สายตาของลูกมือและหมอคนอื่นที่มองมาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
'ไหนล่ะพ่อพระ? เลิกสร้างภาพแล้วเหรอ?' หลายคนแอบสมน้ำหน้าเขาอยู่ในใจ เพราะก่อนหน้านี้เฉินสวินแย่งซีนพวกเขาไปจนหมด
มอ! มอ! มอ!
เหล่าหนิว เอาหัวถูไถแก้มเฉินสวิน มันเองก็รับรู้เื่ราวดี ข่าวลือหนาหูไปทั่วเมือง
"เหล่าหนิว เห็นไหมล่ะ ที่ข้าเคยบอกไว้... 'ช่วยเพื่อนฝูงคนกันเองก็พอ' ตอนนี้เ้าเข้าใจความหมายของข้าหรือยัง"
"มอ มอ!"
เหล่าหนิว มองเฉินสวินด้วยความปวดใจ มันไม่เคยเห็นเฉินสวินหดหู่ขนาดนี้มาก่อน ในสายตามัน เฉินสวินคือคนที่ยิ้มแย้มและมีความสุขเสมอ
"เ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว เื่แค่นี้ข้าเดาได้ตั้งนานแล้ว ที่ทำไปก็แค่อยากพิสูจน์ให้เ้าเห็นกับตาเท่านั้นแหละ"
เฉินสวินฝืนยิ้ม กอดหัววัวดำแน่น แนบแก้มชิดกัน
มอ~~ เหล่าหนิว เอาหน้าซุกอกเฉินสวิน แม้มันจะเศร้า แต่ลึกๆ ในใจกลับเดือดดาลด้วยโทสะ
"เหล่าหนิว ไปจากที่นี่กันเถอะ ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเราแล้ว ข้าจะไปลาอาจารย์หนิง"
เฉินสวินตบไหล่ เหล่าหนิว เบาๆ การอยู่ต่อมีแต่จะทำให้กิจการโรงหมอเสื่อมเสีย เขาไม่อยากเป็ตัวถ่วงใคร
มอ!
เหล่าหนิว ะโตัวลอย มันเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว รีบวิ่งไปเก็บหม้อไหจานชามเตรียมพร้อมทันที
เฉินสวินมองแผ่นหลังที่วุ่นวายของมัน หัวใจพลันอบอุ่นขึ้นมา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปาก
...
ณ เรือนพักของหนิงซือ
เฉินสวินเปลี่ยนกลับมาสวมชุดผ้าดิบสีครามชุดเดิม ถอดชุดแพทย์ทิ้งไปแล้ว
"อาจารย์รู้เื่หมดแล้ว และเข้าใจความลำบากใจของเ้า"
หนิงซือนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน แววตาฉายความเหนื่อยล้าและเข้าใจโลก "มนุษย์นั้นพื้นฐานสันดานหยาบ... นี่คือสิ่งที่อาจารย์สรุปได้จากการเป็หมอมาทั้งชีวิต หวังว่าคำนี้จะเป็ประโยชน์ต่อเส้นทางข้างหน้าของเ้านะ"
"คำสอนของท่านอาจารย์ ศิษย์จะจดจำไว้จนวันตาย" เฉินสวินประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม สิบปีมานี้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมายเหลือเกิน
หนิงซือหยิบตำราไร้ปกเล่มหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะ "นี่คือบันทึกประสบการณ์ทั้งชีวิตของข้า ข้ายกให้เ้า"
"หา?"
เฉินสวินตาโต ก้าวเท้าฉับไว ยื่นมือไปรับตำรา "ท่านอาจารย์... เกรงใจแย่เลย"
หนิงซือจะดึงมือกลับ แต่สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย... ดึงไม่ออก! ตำราเล่มนั้นเหมือนถูกคีมเหล็กหนีบไว้แน่น!
"โฮ่ๆ... เอาไปเถอะ"
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์!"
วูบ!
ตำราหายวับไปอยู่ที่เอวของเฉินสวินในพริบตา ความเร็วระดับปีศาจทำเอาหนิงซือตาค้าง
"ไปเถอะ... มีเวลาก็แวะกลับมาเยี่ยมบ้าง"
"ท่านอาจารย์ ขอบพระคุณสำหรับบุญคุณที่ชุบเลี้ยง หากตระกูลหนิงมีเื่เดือดร้อน ต่อให้อยู่ไกลหมื่นลี้ ศิษย์ก็จะรีบกลับมาทันทีขอรับ"
เฉินสวินสีหน้าจริงจัง คุกเข่าโขกศีรษะคำนับเป็ครั้งสุดท้าย
หนิงซือพยักหน้าด้วยความตื้นตัน "หลายปีที่ผ่านมา อาจารย์เฝ้าดูเ้ามาตลอด... เ้าเป็คน 'คมในฝัก' มิใช่ปลาในบ่อขัง (หมายถึงคนที่มีความสามารถยิ่งใหญ่เกินตัว) ขอเพียงยึดมั่นในตัวตนของเ้าก็พอ"
เฉินสวินเงยหน้าขึ้น มองหนิงซือเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
มองดูแผ่นหลังของศิษย์รักที่ค่อยๆ ห่างออกไป หนิงซือยิ้มบางๆ พึมพำกับสายลม
"เ้าหนูเฉินสวิน... ขอให้เ้ามีอนาคตที่สดใส วันข้างหน้าจงได้ดี"
จบตอนที่ 12