ตอนที่ 16 รวมตัวกันประณาม
บิดาของถงเชียนง้างฝ่ามือขึ้นสูงกลางอากาศ จวนจะฟาดลงไปแล้ว
กลับเห็นได้ชัดว่าจี้ซิวผิงจ้องเขาอย่างเ็า สายตานั้นแผ่กลิ่นอายเย็นะเื
บิดาของถงเชียนอ้าปากค้าง รู้สึกหนาวเหน็บที่แผ่นหลังขึ้นมาทันที ง้างมือค้างไว้อย่างเก้ๆ กังๆ จะเก็บก็ไม่ใช่จะฟาดก็ไม่เชิง
“ตาเฒ่า” มารดาของถงเชียนร้องเตือนอย่างระมัดระวังอยู่ด้านข้าง
บิดาราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันและนึกขึ้นได้ว่าตนมาเพื่อการใด
เขาเหลือบมองจี้ซิวผิง ทว่าไม่กล้าสบสายตากับจี้ซิวผิง เขาเป็หัวหน้าครอบครัว จึงมิอาจยอมตกเป็เบี้ยล่างได้เป็อันขาด “เื่นี้เ้าไม่ต้องยุ่ง ข้ามีเื่จะคุยกับลูกสาวข้า เ้าหลบไป”
จี้ซิวผิงไม่ยอมเปิดทางให้
ถ่วงเวลาต่อไปแบบนี้คงจะไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้นถงเชียนคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์นี้ จึงไม่ได้ตื่นตระหนก มิหนำซ้ำยังเดินออกมาจากทางด้านหลัง
“หรือว่าบิดาจะมาเพราะเื่ปิ่น?”
พอพูดถึงเื่นี้ สายตาของมารดาก็แทบจะลุกเป็ฟืนเป็ไฟด้วยความโกรธ เป็เพราะนาง ตนเลยถูกสามีตบเสียตั้งหลายฝ่ามือในระหว่างทางที่กลับ บัดนี้ใบหน้ายังบวมเป่งอยู่เลย
ที่ตลาดมีผู้คนมากมายถึงเพียงนั้น บิดาของถงเชียนด่านางโครมๆ ทั้งยังเตะให้หายแค้นอีกตั้งหลายครา
ถงเชียนย่อมไม่รู้เื่นี้ แต่ถึงจะรู้ นางก็ไม่ได้ปรบมือชื่นชมยิ่งไปกว่านั้นยังนึกถึงความสัมพันธ์เก่า
พูดถึงเื่นี้ ความโกรธของบิดาก็เริ่มประทุขึ้นมา เดินไปคว้าไม้กวาดที่วางตั้งตรงอยู่ตรงหัวมุมลานบ้าน
มารดาตัวสั่นงงงันจับจ้องการกระทำของเขาไว้นานแล้ว จากนั้นก็กรีดร้องเสียงแหลมวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนภายในลานบ้าน ดูแล้วฝีมือช่ำชอง คงไม่ได้ทำแค่ครั้งสองครั้งสินะ
การเคลื่อนไหวใหญ่โตนี้ ทำให้มีชาวบ้านเดินไปมาขวักไขว่กันอย่างคับคั่งอยู่ด้านนอกรั้วไม้อันแสนเรียบง่าย
เสียงกระหน่ำตีดังเพี้ยะๆ พอได้เห็นเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกตื่นเต้นราวกับฉีดเืไก่เข้าเส้นก็มิปาน
ถงเชียนยืนอยู่ด้านข้างอย่างเ็า ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปไกล่เกลี่ยเลยสักนิด จี้ซิวผิงมองนาง เห็นนางขมวดคิ้วอย่างหมดความอดทนและไม่พูดไม่จา
พอผ่านไปสักพัก บิดาถึงได้คลายความโกรธลงมาบ้าง ถงเชียนกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหินกลางลานบ้าน แล้วค่อยๆ เทน้ำให้ตัวเอง
ความวุ่นวายโดยรอบนี้ ไม่มีผลต่ออารมณ์ดื่มชาของนางเลยสักนิด
หลังที่บิดาสงบอารมณ์ลงได้แล้ว จึงเหลือบไปมองการกระทำของนาง ไฟโทสะที่เพิ่งมอดไปก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านพ่อหาก้าทะเลาะวิวาท ใครเป็คนก่อเื่ไว้ ก็ไปหาคนนั้นสิ? ที่นี่ไม่ใช่บ้านของท่าน จะมาทำตัวไร้เหตุผลตามอำเภอใจไม่ได้” ถงเชียนเอ่ยปากก่อนเขา แย่งพูดก่อนก้าวหนึ่ง
บิดาใช้แรงเยอะเกินไป ไม่ว่าเื่อันใดเมื่อพูดแล้วก็จะไม่เปลี่ยนคำพูด อกตัญญูเพียงนิดเดียวในความหมายของเขาถ้าไม่ตีก็ด่า ไม่ต้องพูดถึงถงเชียนคนก่อน แม้แต่มารดาของถงเชียน ก็ยังถือว่าเื่ลงไม้ลงมือนั้นเป็เื่ธรรมดา
ถงเชียนคนก่อนอ่อนแอ พอเห็นบิดาตีมารดา จึงโผเข้าไปปกป้อง ก็ยังไม่เคยเห็นเขาผ่อนแรงลงสักนิด
กลับยิ่งทำรุนแรงกว่าเดิม จากนั้นมารดาก็มักจะมาระบายโทสะใส่นาง วันๆ เอาแต่ด่าประจาน
หมุนเวียนเป็วัฏจักรเช่นนี้ จนกลายเป็ความเคยชินอย่างหนึ่ง
บิดานึกว่าครั้งนี้ถงเชียนจะทำเหมือนเมื่อก่อน เป็ฝ่ายโผเข้ามาปกป้อง ถึงเวลานั้นค่อยถือโอกาสพูดข้อเรียกร้องของตนและไม่กลัวว่านางจะไม่รับปาก แต่กลับคิดไม่ถึงว่าถงเชียนจะนั่งเ็าอย่างนี้ หนังตาไม่กระตุกแม้แต่นิด
เขาแค่นเสียงเ็าคำหนึ่ง โยนไม้กวาดที่พุงพังไปด้านข้างอย่างลวกๆ
“ข้าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นในเมืองแล้ว” บิดานั่งลงบนม้านั่งตามอำเภอใจ หัวเราะเยาะเ็า “หมาป่าขี้ขลาดตาขาวเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ เลี้ยงหมามันยังส่ายหางดูแลปกป้องบ้าน ช่างกล้าเสียจริง! หันมาเล่นงานพ่อแม่ตัวเอง”
ชาวบ้านที่แอบฟังอยู่หูผึ่งทันที ฟังได้ชัดเจนทุกถ้อยทุกคำ
“บิดาไปเอาคำพูดนี้มาจากที่ใดกัน?” ถงเชียนยิ้มตอบอย่างเ็า
เด็กสาวในอดีตที่ได้แต่ก้มหน้ารับคำ มาบัดนี้นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าถามเขาเช่นนี้! กลับตาลปัตรกันไปหมด!
ฝ่ามือหนากระแทกลงบนโต๊ะดัง ‘ปัง’ น้ำชาในแก้วสั่นเป็ระลอกคลื่น
มารดาของถงเชียนหดหัวหลบอยู่ด้านข้าง ถงเชียนเงยหน้าขึ้น จ้องบิดาตรงๆ ไม่มีความหวาดกลัวในสายตาเลยแม้แต่นิด
“ของตกลงมาจากหัวของมารดา ข้าเห็นเองกับตา บิดาไม่แยกแยะถูกผิดแล้วยังจะมาโทษข้าเช่นนี้อีกรึ?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าหยิบปิ่นนั่น มารดาเ้าจะคิดว่าเ้าจะซื้อให้นางรึ ทั้งยังเสียบลงไปบนผมอีก!” บิดาเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาก “ถึงจะถูก แล้วอย่างไร? พี่ชายเ้าสองคนแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว เลยไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นเื่ช่วยครอบครัวแบ่งเบาภาระก็ถือว่าเป็ความรับผิดชอบของเ้าด้วยเช่นกัน!”
ช่างไร้เหตุผลเสียจริง ถงเชียนแทบจะหัวเราะออกมา ยังมีคนที่กลับผิดให้เป็ถูก แล้วกลับถูกให้เป็ผิดเช่นนี้อยู่บนโลกด้วย
ถึงแม้จะมองดูอยู่ข้างๆ แต่สุดท้ายบัญชีเล่มนั้นก็ยังหล่นใส่หัวนางอยู่ดี
“ท่านพ่อตากล่าวเช่นนี้ไม่ถูก ท่านแม่ยายเป็คนทำของแตก ทั้งยังไม่มีหลักฐาน ก็อย่าโทษคนอื่นจะดีกว่า” จี้ซิวผิงมองบิดาของถงเชียนแวบหนึ่ง
พอบิดาเห็นว่ามีคนโต้แย้ง ก็ขู่ฟ่อในลำคอโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อััได้ถึงสายตาอันหนาวเหน็บคู่นั้น จึงค่อยๆ กลืนคำพูดลงไป
เขาไม่พูดอะไรสักคำ แล้วหันไปลงมือกับถงเชียนแทน “ข้ากับมารดาเ้าเลี้ยงดูเ้ามาจนเติบใหญ่ด้วยความยากลำบาก ให้เ้าช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวเช่นนี้มันผิดรึ!”
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ชอบใช้ท่าทางเผด็จการอยู่เสมอ ผู้อื่นล้วนต้องฟังเขาเท่านั้น ถงเชียนไม่อยากจะมองเลยแม้แต่นิด
แบ่งเบาภาระ? เหอะ พูดเสียน่าฟัง
หากจำไม่ผิดล่ะก็ สามีภรรยาคู่นี้ขูดรีดเงินจากร่างเดิมไปไม่น้อย แน่นอนว่าเงินนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็เงินของจี้ซิวผิง จี้ซิวผิงนั้นปฏิบัติต่อสะใภ้ตัวน้อยผู้นี้ แต่ไหนแต่ไรมาล้วนพูดคำไหนคำนั้น ทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับนาง
บุตรสาวเช่นนาง เมื่อเทียบกันแล้วยังออกเงินให้มากกว่าลูกชายสองคนนั้นรวมกันเสียยิ่งกว่า แบมือขอจนเคยตัว ย่อมต้องมีนิสัยเช่นนี้ถูกแล้ว
ถงเชียนหัวเราะเ็าอยู่ในใจ “บิดากล่าวเช่นนี้เป็การรีดไถ่ข้า หากว่ากันด้วยใจ ท่านแบมือขอเงินจากตระกูลจี้ ถ้าไม่ห้าสิบก็คงถึงร้อยตำลึงแล้วล่ะ” เดิมทีตระกูลจี้ก็ยังพอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง แต่หลังจากที่เลี้ยงสะใภ้วัยเยาว์คนนี้ ทั้งยังมีบ้านทางฝั่งภรรยาก็มาขูดรีดบ้างเป็บางครั้ง เลยทำให้ทรัพย์สินในบ้านหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว คำพูดของถงเชียนล้วนเป็จริงทุกประการ
บิดาของถงเชียนคิดจะพูด แต่กลับถูกถงเชียนชิงตัดบทไปก่อนหนึ่งก้าว “ไม่ต้องพูดเื่บุญคุณเลี้ยงดูอันใดกับข้า ล้วนโกหกทั้งสิ้น เพื่อลูกชายที่ไม่เป็โล้เป็พายสองคนนั้น ถึงกับยอมขายลูกสาวเพื่อแลกผลประโยชน์ มาบัดนี้ยังจะหน้าด้านแบมือขอเงินอีก?”
คำพูดของนางเฉียบขาดดุดัน ทุกถ้อยคำที่กล่าวออกไป กระทบคำพูดซุบซิบนินทาที่อยู่นอกรั้วจนแตกกระเจิง แต่รั้วเองก็ถูกฝูงชนที่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมผลักเปิดแล้ว ไม่ว่าจะห่วงใยเื่นี้จากใจจริง หรือแค่อยากชมเื่สนุก ต่างก็ถือวิสาสะเข้ามาในลานผ่านช่องทางนี้กันเสียแล้ว
ถงเชียนเหลือบมองบิดา แน่นอนว่าคำพูดนี้พูดให้คนนอกเ่าั้ฟัง “หลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยกินข้าวสักเม็ด ดื่มน้ำสักหยดของพวกท่าน เมื่อออกมาแล้วก็ไม่เคยกลับไปอีก ถ้าหากยังไม่กตัญญู เช่นนั้นขอให้ท่านทั้งหลายโปรดพูดออกมาสิว่า ลูกสาวอย่างข้า ทำถูกหรือว่าผิด!”
บิดาหน้าซีดสลับดำ คิดไม่ถึงเลยว่านางจะหักหน้าตนเองเช่นนี้ พอผู้คนที่มามุงดูได้ยิน จะให้ทำลับๆ ล่อๆต่อไปก็คงไม่ดี จึงแสร้งทำเป็เดินเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ
รักหน้าตามากมิใช่รึ? วันนี้ถงเชียนจะหนังหน้าจอมปลอมนี้ลงมาแล้วกระทืบแรงๆ
“บิดาอยากให้ข้ารับผิดชอบเงินก้อนนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้?” ถงเชียนเอ่ยอย่างเ็า “คืนเงินสิบกว่าตำลึงที่ยืมตระกูลจี้ไปมาก่อนสิ แล้วข้าจะนำไปชดใช้ค่าสินค้าที่เสียหายให้”
“อะไร เงินอะไร?” บิดาของถงเชียนแกล้งทำเป็เลอะเลือน แล้วยังเห็นถงเชียนจ้องเขม่งมาที่ตัวเองอีก “เงินพวกนั้นเ้านำมาให้พวกเราเพื่อแสดงความกตัญญูเอง ยังมีเหตุผลให้ต้องเอาคืนด้วยรึ?”
อย่าบอกให้คืน แม้แต่อัฐเดียวเขาก็ไม่ให้!
บิดาของถงเชียนดีดลูกคิดไว้แล้ว บัญชีที่เข้ากระเป๋าเขาแล้วย่อมไม่มีเหตุผลอันใดให้ต้องคืนทั้งนั้น