่สายของวันอาทิตย์ที่แดดเริ่มทอแสงอ่อนๆ น้าพงษ์เดินทางมาหาอิ๊งค์ที่บ้านตามสัญญา เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในตัวบ้าน ประตูกระจกสีดำทึบถูกเลื่อนปิดสนิทลง คนจากข้างในมองเห็นบรรยากาศข้างนอกได้อย่างชัดเจน แต่ทางกลับกัน คนจากข้างนอกมองเข้ามาจะไม่เห็นสิ่งใดในบ้านเลยแม้แต่น้อย
บนใบหน้าของนักสังคมสงเคราะห์ปราศจากเครื่องสำอาง เผยให้เห็นผิวเนียนใสตามธรรมชาติ ท่อนบนสวมใส่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่ช่วยพรางสัดส่วน ท่อนล่างสวมใส่กางเกงช้างขายาวเนื้อผ้าบางเบาสบาย
ท่าทางของหญิงสาวดูมีความประหม่าฉายชัดในแววตา ขณะที่ชายวัยกลางคนซึ่งอยู่ในชุดเสื้อคอปกกับกางเกงขายาว เพิ่งเคยได้เข้ามาในบ้านเช่าหลังนี้เป็ครั้งแรก สายตาของเขากวาดมองสำรวจไปเรื่อย
“อิ๊งค์มีเบาะปูรองพื้นอยู่อันนึง น่าจะพอใช้ได้นะคะ เดี๋ยวอิ๊งค์ไปเอามา” ว่าแล้วคนสวยก็จัดแจงเอาเบาะหนาพอประมาณมาปูที่พื้นกลางบ้าน เพราะถ้าจะให้เข้าไปนวดถึงในห้องนอนดูจะไม่เหมาะสมอย่างแรง
“แล้วอาการเป็ยังไงบ้างครับ ยังตึงอยู่ใช่ไหม” น้าพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ
“ใช่ค่ะ โดยเฉพาะตอนตื่นนอน ตึงมาก”
“โอเค... ถ้างั้นเดี๋ยวเริ่มจากนอนคว่ำก่อน”
สิ้นเสียงน้าพงษ์ อิ๊งค์ค่อยๆคุกเข่าแล้วล้มตัวลงนอนคว่ำบนเบาะ พยายามรักษากิริยาเรียบร้อยด้วยการหนีบขาชิดสนิทแน่นตามนิสัยรักนวลสงวนตัว
น้าพงษ์นั่งคุกเข่าที่พื้นข้างเบาะ แกเริ่มบีบนวดจากบริเวณฝ่าเท้า ก่อนจะลากมือรีดเน้นตามแนวน่องขาอย่างเป็จังหวะหนักแน่น เป็การััผ่านเนื้อผ้าที่ชวนให้สะดุ้งในคราแรก เพื่อเป็การกลบเกลื่อนความอึดอัด น้าพงษ์จึงเริ่มชวนคุยเื่งาน
“ปัญหาขยะในชุมชนของเราที่คุณอิ๊งค์บอกว่าอยากจะปรับปรุงแก้ไข คุณอิ๊งค์คิดแนวทางประสานงานอะไรเอาไว้บ้างหรือยังครับ”
ตอนนี้หญิงสาวกำลังนอนคว่ำ หันหน้าตะแคงออกด้านข้าง สองแขนวางข้างลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น
“อิ๊งค์ว่าจะประสานงานไปยังกองสาธารณสุขของเทศบาลค่ะ อยากให้เขาจัดส่งถังขยะแยกประเภทมาลง แล้วเราค่อยจัดอบรมให้ชาวบ้านอีกที”
“อืม... เข้าท่าดีนะ เดี๋ยวขากลับน้าจะช่วยไปคุยกับแกนนำแต่ละซอยให้ล่วงหน้า”
น้าพงษ์รับคำ ปากพูดเื่งานด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ต่อมามือหนาได้ขยับขึ้นมาบีบนวดที่ต้นขาด้านหลัง การลงน้ำหนักเริ่มลึกและหน่วงตามศาสตร์การนวดแก้อาการจริงๆ เพื่อรีดเส้นที่ตึงเปรี๊ยะ
“ตรงต้นขานี่เส้นประธานมันวิ่งผ่านนะคุณอิ๊งค์ น้าต้องใช้แรงกดเน้นหน่อย ไม่งั้นมันไม่คลาย…” น้าพงษ์เอ่ยอธิบายพลางออกแรงบีบเค้นเนื้อแน่นตึง
“จะว่าไป... ภายนอกคุณอิ๊งค์ดูเป็คนลุยงานท่าทางแข็งแรงดี แต่เนื้อขานุ่มนิ่มมากเลยนะครับ”
คำพูดคำจาที่เจือความนัยบางอย่างของน้าพงษ์ทำให้อิ๊งค์ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่เธอยังคงมองโลกในแง่ดี คิดว่าน้าพงษ์คงไม่ได้คิดอะไรเกินเลย คงเป็แค่การพูดตามประสาหมอนวดที่เจอผิวััหรือสัดส่วนร่างกายของคนไข้แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
จนกระทั่งฝ่ามือหยาบกร้านของชายรุ่นพ่อขยับสูงขึ้นมาเรื่อยๆตามแนวกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ขึ้นมาสูงจนััเนื้อผ้าบริเวณบั้นท้ายงอนงามอย่างตั้งใจ ปลายนิ้วปัดผ่านความนุ่มเด้งของเนื้อก้นใต้ผืนผ้ากางเกงช้างตัวบาง ทำให้ร่างกายของอิ๊งค์เกิดอาการเกร็งต่อต้านสะบัดขึ้นมาทันที เพราะรู้สึกว่ามันดูจะล่อแหลมรุกล้ำอาณาเขตหวงห้ามเกินไป
“เอ่อ... น่ะ.. น้าพงษ์คะ คือตรงนั้นมัน…” อิ๊งค์เอ่ยประท้วง เสียงสั่นด้วยความขัดเขินปนขบขัน
เมื่อเห็นว่าอิ๊งค์เริ่มระวังตัว น้าพงษ์ผู้โชกโชนในการใช้คารมจึงรีบปล่อยคำศัพท์ทางกายวิภาคศาสตร์สวนกลับไป พูดอธิบายด้วยน้ำเสียงสุขุมใจเย็น
“ตรงนี้เขาเรียกเส้นสลักเพชรครับคุณอิ๊งค์ มันอยู่ใต้กล้ามเนื้อสะโพกมัดลึก สาเหตุที่คุณอิ๊งค์ปวดร้าวลงต้นขา ก็เพราะไอ้เส้นสลักเพชรตรงก้นนี่แหละที่มันจมอยู่ ถ้าไม่กดเน้นตรงนี้ ส่วนอื่นก็จะไม่หายครับ…”
คำอธิบายที่เป็วิชาการและน้ำเสียงอันสุขุมฉายแววผู้ใหญ่ใจดี ทำให้อิ๊งค์ที่กำลังตื่นตระหนกค่อยๆผ่อนคลายความระแวงลง หญิงสาวเชื่อสนิทใจว่านั่นเป็เทคนิคการรักษาอาการตามตำราการนวดจริงๆ เธอจึงยอมนอนนิ่งให้อีกฝ่ายนวดต่อไปแต่โดยดี
น้าพงษ์นวดก้นให้อิ๊งค์ด้วยชั้นเชิงที่เริ่มรุกล้ำขึ้นตามลำดับ จากััแ่เบาผ่านปลายนิ้วในตอนแรก สู่จุดที่เขากางนิ้วออกเต็มฝ่ามือ บีบขย้ำลงบนเนื้อแก้มก้นนุ่มนิ่มทั้งสองข้างเต็มฝ่ามือ ทำให้ได้รู้ว่าบั้นท้ายของนางฟ้านักสังคมฯคนนี้มีขนาดใหญ่แน่นแค่ไหน
“น้าเข้าใจนะว่ามันอาจจะดูเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่มันเป็ศาสตร์การนวดตามตำราจริงๆ”
“ค่ะน้า… อิ๊งค์เข้าใจ…”
ความรู้สึกตื่นเต้นทางจิตใจของน้าพงษ์พุ่งสูงถึงขีดสุด แกรับรู้ได้ทันทีว่าตนเองกำลังได้ทำในสิ่งที่ผู้ชายคนอื่นคงไม่มีโอกาสได้ทำง่ายๆ การได้ขย้ำบั้นท้ายของคนอย่างคุณอิ๊งค์ช่างเป็สิทธิพิเศษที่หอมหวาน
“เดี๋ยวคุณอิ๊งค์แยกขาออกนิดนึงครับ แล้วกระดกก้นขึ้นมาอีกหน่อย” ประธานชุมชนเริ่มย่ามใจ พูดบอกให้หญิงสาวทำท่าทางที่ส่อเสียดไปในทางลามกมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำตามที่เขาบอกด้วยความไม่รู้เท่าทัน
อิ๊งค์แยกขาออกให้ได้ท่าที่ถนัด พร้อมกระดกบั้นท้ายดินะเิแอ่นขึ้นให้คนข้างหลังลูบคลำและบีบนวดต่อไปตามตำราที่เขากล่าวอ้าง ความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังเข้ามาในหัวของอิ๊งค์ เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอยอมให้ผู้ชายััพื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้
ความอายแล่นริ้วจนใบหน้าร้อนผ่าว ความรู้สึกผิดในแง่ศีลธรรมเริ่มผุดขึ้น อิ๊งค์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำอะไรที่เปลืองตัว ในใจเริ่มเกิดความสับสนว่าคิดถูกหรือเปล่าที่หลวมตัวยอมให้น้าพงษ์ทำแบบนี้
สายตาของน้าพงษ์จับจ้องสัดส่วนทองคำของอิ๊งค์ไม่วางตา เอวคอด สะโพกผาย คล้ายนาฬิกาทราย เนื้อแก้มก้นนุ่มแน่นและใหญ่เกินขนาดฝ่ามือของเขา
“ไม่ต้องเกร็งนะครับ ปล่อยตัวตามสบาย…”
“...ค่ะ”
ในระหว่างที่สมองของอิ๊งค์กำลังตีกันวุ่นวาย เสียงทุ้มต่ำสุภาพของน้าพงษ์ยังคงพูดอธิบายหลักการนวดและการคลายเส้นด้วยความน่าเชื่อถือต่อไป
กลบเกลื่อนเสียงการบีบเค้นเนื้อหนังอย่างแเี ทำให้อิ๊งค์ทำได้เพียงนอนกัดริมฝีปากแน่น ปล่อยให้อารมณ์วาบหวามแปลกใหม่ค่อยๆแตกตัวอยู่ภายใต้ร่มผ้ากางเกงช้างตัวบางอย่างยากจะควบคุม
…
เมื่อบีบนวดสะโพกงอนงามของอิ๊งค์จนอวัยวะบ่งบอกความเป็ชายแข็งตัวคาเป้ากางเกง น้าพงษ์สะบัดข้อมือเบาๆทำทีเป็คลายความเมื่อย สายตามองดูร่างบางระหงที่ยังคงนอนโก่งตูดอยู่บนเบาะ
“คุณอิ๊งค์… เดี๋ยวช่วยพลิกตัวนอนหงายให้น้าหน่อยครับ น้าจะนวดขาด้านหน้าให้”
อิ๊งค์ขยับกายอย่างระมัดระวัง พลิกตัวมานอนหงายอย่างเชื่องช้า สองมือรีบดึงชายเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งลงมาปิดหน้าท้องและขอบกางเกงให้มิดชิดที่สุด
ร่างกายเหยียดตรงแน่ว สองขาหนีบชิดติดกันสนิท ปลายเท้าทั้งสองข้างชี้ตรงขึ้นฟ้าเพื่อรักษาท่าทางให้ดูสุภาพ มีมารยาท และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้
น้าพงษ์นั่งลงตรงปลายเท้าของอิ๊งค์ เริ่มวอร์มด้วยการจับข้อเท้า นวดคลึงฝ่าเท้ากับข้อเท้าสลับไปมาด้วยความชำนาญ และเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูอึดอัด น้าพงษ์จึงเปิดฉากชวนคุยเื่บ้านเช่าต่อ
“คุณอิ๊งค์อยู่บ้านหลังนี้เป็ยังไงบ้างครับ”
“ก็… ดีนะคะ เงียบสงบดี ไม่วุ่นวายเหมือนในเมือง”
อิ๊งค์ตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม ในขณะที่น้าพงษ์ขยับมือขึ้นมานวดน่องขาท่อนล่าง ขาของอิ๊งค์เริ่มแยกออกจากกันทีละน้อยตามจังหวะการลงแรงกดของฝ่ามือหนา ปลายเท้าสะบัดเอียงออกด้านข้างเป็ระยะ ทว่าภาพรวมอิ๊งค์ยังคงนอนเกร็ง หุบขาเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเรียบร้อยเอาไว้เต็มที่
“ดูเหมือนคุณอิ๊งค์ยังเกร็งๆอยู่นะครับ” น้าพงษ์เกริ่นนำ แกล้งขยับยิ้มบางเบาพลางเงยหน้ามองสบตา
“นอนให้สบายตัวเต็มที่ไปเลยจะดีกว่านะครับเชื่อน้า เพราะถ้าฝืนเกร็งไว้แบบนี้ กดเส้นไม่ลง แล้วกล้ามเนื้อจะยิ่งระบมหนักกว่าเก่านะ”
พูดจบน้าพงษ์ก้มหน้าโฟกัสกับมือตัวเองที่กำลังนวดรีดเส้นน่องขาท่อนล่างต่อทันที ปล่อยให้คำแนะนำเมื่อครู่ทำงานในหัวของหญิงสาวด้วยตัวของมันเอง
สีหน้าแววตาของอิ๊งค์ฉายแววลังเลไม่มั่นใจอย่างรุนแรง เธอส่งสายตามองใบหน้าของฝ่ายชายตลอดเวลาเพื่อประเมินสีหน้าและท่าทางของเขา
แต่เมื่อเห็นว่าประธานชุมชนรุ่นพ่อยังคงตั้งหน้าตั้งตานวดด้วยความบริสุทธิ์ใจ เธอก็เลยตัดสินใจวาดวงขาแยกกางออกจากกันจนกว้างกว่าระยะหัวไหล่ ปล่อยให้ปลายเท้าทั้งสองข้างล้มแหมะออกด้านข้างอย่างไร้การควบคุม ่ข้อพับเข่าปรับงอเล็กน้อยตามธรรมชาติ จนกลายเป็การนอนแบะขาอ้าซ่า สูญเสียภาพลักษณ์ความเรียบร้อยที่สะสมมาทั้งชีวิต
น้าพงษ์เห็นการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงนี้ ทว่าความเก๋าเกมทำให้แกฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรทำเป็นิ่งเฉย เพราะถ้าหากแกชะงักมือหยุดนวด หรือแสดงอาการตื่นตูมออกมา อิ๊งค์จะรีบหุบขาทันที ชายวัยห้าสิบต้นๆจึงทำเป็ก้มหน้าก้มตาบีบนวดต่อตามปกติ
สายตาของอิ๊งค์ที่แอบชำเลืองมองประเมินน้าพงษ์อยู่เต็มไปด้วยความเลิ่กลัก เธอปั้นสีหน้าไม่ถูก รู้สึกกระดากอายและนึกตำหนิตัวเองอยู่ในใจ ที่เล่นนอนแบะขาอ้าซ่าอย่างน่าเกลียด จนดูเสียมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เป็เพศตรงข้าม ทว่าการกระทำอันน่าอายนั้น กลับมาพร้อมมวลอารมณ์ความตื่นเต้นวาบหวามแปลกใหม่ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นในหว่างขา
จากนั้นต่อมาน้าพงษ์ขยับมานั่งขัดสมาธิด้านนอกหว่างขา บริเวณข้างสะโพกของอิ๊งค์ หันหน้าไปทางปลายเท้าคนสวย มือทั้งสองข้างวางลงที่ต้นขาด้านใน ยังคงเป็การััผ่านผ้ากางเกงตัวบาง ไม่ใช่การจับผิวเนื้อโดยตรง ทว่าความร้อนจากฝ่ามือทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนผิวเนื้ออ่อนด้านในร้อนผ่าว
ในขณะที่มือบีบนวดเค้นคลึงลากไปมา ปากของน้าพงษ์ชวนคุยเื่งานในชุมชนต่ออย่างหน้าตาเฉย
“แล้ว... เื่ลานกีฬาต้านยาเสพติดท้ายซอยล่ะคุณอิ๊งค์ เอกสารคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ”
“อ๋อ... เื่... เื่ลานกีฬา…” อิ๊งค์เค้นเสียงพูด ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้นปานหัวใจจะวายกับสถานการณ์ที่ล่อแหลมนี้
“อิ๊งค์ส่ะ… ส่งเื่เข้าเขตไปแล้วค่ะน้า”
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ในบ้านเช่าที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงฝ่ามือบดเบียดเนื้อผ้า หญิงสาวชำเลืองมองท่วงทางการนอนแหมะขาอ้าซ่าของตัวเองสลับกับใบหน้านิ่งเฉยของฝ่ายชายเป็ระยะ
อิ๊งค์ยังคงรู้สึกสับสนปนตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ภาพตอนที่เธอนั่งหุบขาเรียบร้อย หัวเข่าชิดติดกันยามอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ตัดสลับมายังสภาพในตอนนี้ที่เล่นนอนแบะขาสบายๆชิลๆ ปล่อยให้ผู้ชายคราวพ่อขยับมือบีบเค้นใกล้จุดสงวน ความแตกต่างอันสุดขั้วนี้ทำให้เธอรู้สึกราวกับตัวเองได้กลายเป็คนละคน
“อิ๊งค์นอนน่าเกลียดไปหรือเปล่าคะ น้าพงษ์นวดถนัดไหม” นักสังคมสงเคราะห์สาวตัดสินใจโพล่งถามออกไป น้ำเสียงเจือความขบขันเล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดและความละอายในใจ
“ไม่น่าเกลียดหรอกครับ เพราะมันเป็เื่ของการรักษาอาการ” น้าพงษ์กล่าวพร้อมรอยยิ้มซื่อๆ ขยับมือบีบนวดเนื้อนุ่มนิ่มของอิ๊งค์ต่อ โดยที่อวัยวะในเป้ากางเกงของแกแข็งจนปวดหนึบไปหมดแล้ว
“อีกอย่าง... การที่คุณอิ๊งค์นอนแบบนี้ ทำให้น้านวดถนัดมือขึ้นด้วยครับ เพราะมันเปิดแนวเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ไม่ต้องอายหรอกครับ”
น้ำเสียงของน้าพงษ์สั่นพร่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“โคนขาหนีบมีเส้นเอ็นแล่นผ่าน ใกล้ๆจุดศูนย์รวมประสาทนี่แหละ การกดเน้นตรงนี้จะทำให้เืลมวิ่งพล่านไปทั่วแนวขา ไม่ต้องเกร็งนะครับ สบายๆ”
พูดจบมือหนาก็จงใจออกแรงกดรีดเส้น ขยับนิ้วเข้าใกล้จนเกือบแตะเป้ากางเกงช้างของสาวสวย สมองของอิ๊งค์พยายามประท้วงร้องเตือนว่ามันสุ่มเสี่ยงไม่เหมาะสมเกินไปแล้วนะ แต่ว่าความรู้สึกเสียวซ่านแปลกๆกำลังแผ่ขยายทำลายความยั้งคิดของเธอ
ยิ่งเวลาผ่านไป บริเวณจุดกึ่งกลางกายสาวก็เริ่มเกิดความชื้นแฉะ แต่อิ๊งค์ต้องเก็บอารมณ์ ซ่อนอาการเอาไว้ให้มิดชิด เพราะกลัวว่าถ้าน้าพงษ์รู้เข้าจะเป็เื่ที่น่าอับอายขายหน้ามากๆ ผู้ใหญ่เขาอุตส่าห์มีเจตนาดีมาช่วยนวดรักษาอาการให้ แต่เธอกลับนอนแบะขาสบายหี ให้เขานวดโคนขาหนีบข้างหีจนเกิดอาการน้ำเดินทรยศตัวเองขึ้นมาเสียอย่างนั้น
จบตอน…