บทที่ 19 การรับเลี้ยงบุตร [การขอบคุณและขอโทษ] (2)
“สวัสดีครับ”
เขาทักทายอย่างเคอะเขิน
“อ่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
ลีจองฮุนเองก็ทักทายอย่างเคอะเขินเหมือนกัน
“ชีกุก นายอน”
ชีกุกและนายอนหันกลับไปตามเสียงเรียกของคุณพ่อจาง
คุณพ่อจางที่มีอายุมากกว่า มองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม
“ใช้ชีวิตให้ดีล่ะ เข้าใจไหม? เชื่อฟังคำพูดของพ่อกับแม่และกินข้าวให้ครบสามมื้อนะ”
นายอนตอบว่า “ค่ะ” ด้วยน้ำเสียงร่าเริงให้กับคำอวยพรของคุณพ่อจาง
แต่ชีกุกไม่ได้มีความคิดที่จะตอบสั้น ๆ แบบนั้น
ชีกุกค่อย ๆ เดินเข้าไปหาคุณพ่อจาง
“คุณพ่อจางครับ”
“ว่าไง ชีกุก”
“ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสักหน่อยเถอะครับ”
“หืม?”
“แค่รับฟังคำพูดของผมเถอะนะครับ”
“อ่า อือ ขอบคุณนะ”
“ไม่ใช่การคุยแบบส่ง ๆ นะครับ ช่วยทำตามอย่างดีด้วยนะครับ”
ชีกุกพูดและรวบรวมคลื่นพลังเวทย์เล็ก ๆ ส่งไปทีคุณพ่อจาง
หลังจากนั้นคุณพ่อจางก็รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“เข้าใจแล้วล่ะ ฉันจะทำมันแน่นอน ขอบใจนะชีกุก”
ชีกุกยิ้มและโค้งคำนับให้คุณพ่อจาง ก่อนจะเดินกลับไปหาลีจองฮุนอีกครั้ง
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
ลีจองฮุนและยูซอยองบอกลาคุณพ่อจางและนักบวช
“ฝากด้วยนะครับ”
“ฝากด้วยนะคะ”
คุณพ่อจางและนักบวชก็บอกลาเช่นกัน
ชีกุกกับนายอนขึ้นรถเก๋งของลีจองฮุนและทิ้งบ้านพักพิงเทวทูตไว้เื้ั
นายอนที่ขึ้นรถไปแล้วเอาแต่พูดไม่หยุด ทำให้บรรยากาศที่น่าอึดอัด ดูอบอุ่นขึ้น
ไม่นานรถก็มาถึงวิลล่าที่ตั้งอยู่ที่ย่านโคช็อก
“ว้าว!”
“ตรงนี้คือห้องของนายอนนะ ตอนนี้มีของไม่เยอะ เดี๋ยวค่อย ๆ เติมทีละอย่างนะ ตกลงไหม?”
“ค่ะพี่”
ชีกุกยิ้มให้นายอนที่กำลังมีความสุขกับห้องของตัวเอง
ส่วนสายตาของลีจองฮุนที่จ้องมองไปยังรอยยิ้มนั้นก็เด่นชัดขึ้น
ชีกุกทิ้งนายอนและยูซอยองไว้และไปที่ห้องของตัวเอง
เมื่อเข้าไปในห้องที่มีเพียงเตียงและโต๊ะ ซีกุกก็โยนกระเป๋าที่เขานำมาไว้ที่มุมห้อง
“ฉันรักษาสัญญาแล้วนะ”
ลีจองฮุนที่ตามเข้ามา ปิดประตูและพูดกับชีกุก
ชีกุกมองไปที่เขาและพูด
“ไม่ต้องกังวลไป เพราะฉันเป็คนรักษาสัญญา”
“จะลองเชื่อดูแล้วกัน”
“แล้วก็ เหมือนฉันจะบอกไปั้แ่รอบก่อนแล้วนะว่าให้แก้วิธีพูดด้วย ตอนนี้แกกำลังพูดกับลูกชาย ลูกชายพูดสบาย ๆ ถ้าไม่พูดก็จะแปลกหน่อย ใช่ไหมล่ะ?”
“…จะลองพยายามดู”
“งั้นเราค่อย ๆ เริ่มจากหนึ่งกัน”
* * *
โคลเวอร์
ท่ามกลางความพลุกพล่านของลูกค้า รถเก๋งของลีจองฮุนก็มาจอดอยู่ที่ด้านหน้าของประตูหน้า
สมาชิกแก๊งร่างกายกำยำในชุดสูท ออกมาจากที่นั่งข้างคนขับ และเปิดประตูหลัง
ลีจองฮุนและชีกุกก็เดินออกมา
“มาแล้วเหรอครับ ลูกพี่!”
เหล่าสมาชิกโคลเวอร์ที่รออยู่ด้านหน้าโค้งคำนับให้ลีจองฮุน
หลังจากที่ชีกุกรับการทักทายของพวกนั้น ก็เข้าไปข้างในกับชีกุก
“อุ๊ย เธอคือเด็กที่มากับพี่บงกิลคราวก่อนไม่ใช่เหรอ?”
ผู้หญิงคนหนึ่งในสภาพเลอะเทอะที่เจอกันคราวก่อน ไม่พลาดที่จะเดินเข้ามาพูดคุยกับชีกุก
ลีจองฮุนจ้องเขม็งไปที่ผู้หญิงคนนั้น แต่เธอก็ไม่สนใจ และพูดคุยกับชีกุกต่อ
“รอบนี้มากับท่านประธานเลยนี่? นี่เ้าหนู เธอเป็ใคร? แล้วชื่ออะไร?”
ชีกุกไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ กับคำถามของเธอ
“อะแฮ่ม”
ลีจองฮุนกระแอม และจับมือของชีกุก
“ไปกันเถอะ”
จากคำพูดอันแข็งกระด้างของลีจองฮุน หญิงสาวทำเสียงฮึดฮัดและเดินจากไปจากตรงนั้น
ขณะที่มุ่งหน้าไปที่ห้องวีวีไอพีกับลีจองฮุน ชีกุกก็ถามขึ้น
“อะไรของผู้หญิงคนนั้น?”
“เธอชื่อซอมินจี เป็เด็กที่ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ประธานฮันเป็คนพามาที่นี่ ตอนนี้เดทกับประธานคัง ทั้งสองคนก็ดูเข้ากันได้ดีนะ”
“ไม่จำเป็ต้องคอยดูแลเหรอ?”
“ไม่จำเป็หรอก”
ชีกุกถอนหายใจเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่ขมวดคิ้วโดยไม่สามารถซ่อนความอึดอัดใจไว้ได้
ลีจองฮุนมองไปที่ชีกุก และเป็เพราะชีกุกไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม เขาจึงไม่ได้พูดอะไร
จากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็เข้าไปในห้องวีวีไอพี
ฮันมยองโฮกับคังบงกิลที่รออยู่ก่อนแล้ว ลุกพรวดพราดขึ้นจากที่นั่งและทักทายพวกเขา
ชีกุกและลีจองฮุนนั่งข้างกันที่ที่นั่งสำหรับแขกคนสำคัญ
“ยินดีด้วยนะครับ”
“ยินดีด้วยนะครับ”
ชีกุกกับลีจองฮุนเอียงศีรษะงุนงงกับการแสดงความยินดีอย่างกะทันหันของฮันมยองโฮและคังบงกิล
ฮันมยองโฮและคังบงกิลยิ้มอย่างเคอะเขินกับปฏิกิริยาของทั้งสองคนและพูดต่อ
“เป็พ่อลูกกันอย่างเป็ทางการแล้ว…”
“ตอนนี้เป็พ่อกับลูกชายแล้ว ขอแสดงความยินดีด้วยครับ”
ชีกุกยิ้มอย่างเยือกเย็น “หยุดพูดไร้สาระและเข้าประเด็นได้แล้ว”
ฮันมยองโฮและคังบงกิลก้มศีรษะลงเล็กน้อยราวกับว่ารู้สึกเศร้าใจกับท่าทีเ็าของชีกุก
หลังจากที่ลีจองฮุนเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเบา ๆ และพูดว่า
“ถึงชีกุกจะมาเป็ลูกชายของฉัน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกคนไม่ต้องกดดันและทำหน้าที่ของตัวเองก็พอ”
ฮันมยองโฮและคังบงกิลพยักหน้าให้กับคำพูดของลีจองฮุน จากนั้นการประชุมก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีลีจองฮุนเป็ประธาน
เนื้อหาของการประชุมไม่ได้มีอะไรพิเศษ
การประชุมทั้งหมดเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของคิมยังกีซึ่งกรรมสิทธิ์ถูกโอนไปยังบริษัทที่นำโดยลีจองฮุน ปัญหาภาษีที่เกิดขึ้นในขั้นตอนก่อนหน้าและสถานะปัจจุบันของแต่ละธุรกิจ
อันที่จริง ไม่จำเป็ต้องประชุมกันแบบนี้ก็ได้
สาเหตุที่ชีกุกเรียกประชุมก็เพื่อตักเตือนฮันมยองโฮกับคังบงกิลที่เป็ปรปักษ์กับลีจองฮุน
ฉันเป็ลูกชายของคนคนนี้ขอพูดเตือน!
่ที่จะจบการประชุม ฮันมยองโฮก็ถามคำถามลีจองฮุน
“ตอนนี้พี่จองฮุนเป็ประธานบริษัท และผมกับบงกิลเป็รองประธาน คุณลูกชายไม่มีตำแหน่งไม่ได้.......”
ลีจองฮุนพยักหน้าให้กับคำถามของฮันมยองโฮ และหันไปมองชีกุก
ชีกุกที่หัวเราะโดยการยกมุมปากอยู่สักครู่ ก็พูดขึ้น
“เหมาะสมที่จะเป็ผู้จัดการไหมครับ?”
ทั้งสามคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของชีกุก
ด้วยท่าทางแบบนั้น ชีกุกก็รู้สึกสับสนอยู่ภายในใจ
‘ทำไมคนพวกนี้ถึงทำเป็เื่ตลกกัน?’
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าชีกุกจะคิดอย่างไร พวกเขาก็เริ่มเรียกผู้จัดการชีกุกอย่างเป็ธรรมชาติ
“ผู้จัดการลี ...ผู้จัดการลี ผมว่ามันเหมาะกับคุณมากเลย”
“คุณผู้จัดการลี โอ้ เป็อย่างที่บงกิลพูดเป๊ะเลย”
“ผู้จัดการลี คำนี้ดูไม่เลวเลย”
ถึงพวกเขาจะเห็นว่าดี แต่ชีกุกไม่ได้หลงละเลิงไปกับมัน
เขายิ้มอย่างขมขื่นและมองไปยังทั้งสามคนที่ยังคงเรียกผู้จัดการลีอยู่