โจวเฉียงเริ่มร้อนรน เมื่อพบว่าภรรยาของเขาพูดจาเพ้อเจ้อมากขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ใช่เพราะอยู่ต่อหน้าแม่ เขาคงลงมือไปนานแล้ว จะทนมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร เขาจึงกระชากอู๋เสี่ยวเหมยลากออกจากห้องด้านในอย่างแรง "แม่ครับ อย่าไปฟังเธอพูดเหลวไหลเลย แม่รีบพักผ่อนเถอะ!"
ย่าโจวถอนหายใจพลางมองไปที่โจวเซี่ย "อาสามคนนี้เป็คนกตัญญู แต่ความคิดของเมียเขาน่าจะไม่ใช่เพิ่งมีแค่หนึ่งหรือสองวันหรอก ก่อนหน้านี้ ตอนเื่การแต่งงานของหลานกับสวีกัง อาสะใภ้สามคิดว่ามีผลประโยชน์ให้ตักตวง ก็เลยอดทนมาตลอด แต่ตอนนี้ล่ะ? จะช้าหรือเร็วก็ต้องอาละวาดอยู่ดี พอะเิออกมาจนสุดทางเมื่อไรก็คงดีขึ้นเอง"
โจวเซี่ยเหลือบมองคุณย่า หญิงชราคนนี้เป็คนฉลาด มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง การที่มองออกแต่ไม่พูดออกมานี่แหละคือความเก่งที่แท้จริง
"คุณย่าคะ ไม่เป็ไรค่ะ แต่ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ ฉันอยากให้คุณย่ามาอยู่กับพวกเรา พวกเราสามพี่น้องจะคอยดูแลปรนนิบัติคุณย่าเองค่ะ"
ขอบตาของหญิงชราเริ่มแดง "ดี หลานสาวคนโตของย่ายังคงกตัญญู ย่าไม่ได้รักพวกเธอเสียเปล่าจริง ๆ "
โจวเซี่ยนำเงินหนึ่งพันหยวนออกมาจากมิติ แล้วยื่นให้หญิงชรา "คุณย่าคะ นี่เป็เงินที่ฉันขอคืนมาจากสวีกัง คุณย่าเก็บไว้เถอะค่ะ!"
หญิงชรามองเงินในมือ และสังหรณ์ใจว่าการที่โจวเหล่าต้าและลูกสาวไปพบสวีกังครั้งนี้คงไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นจะขอเงินคืนมาได้อย่างไร "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาถึงยอมคืนเงินให้"
โจวเหล่าต้าสูบบุหรี่คำหนึ่งด้วยความโกรธเกรี้ยว "แม่ครับ พวกเราไปถึงตอนที่ไอ้สารเลวนั่นกำลังจัดงานแต่งพอดี"
"อะไรนะ?! มันแต่งงานอีกแล้วเหรอ? ช่างเป็คนเลวบริสุทธิ์จริง ๆ ที่เซี่ยเซี่ยบอกว่าจะหย่ากับมันน่ะถูกต้องแล้ว เ้าใหญ่ ลูกก็อย่าเสียใจไปเลย ลูกสาวบ้านเราจะปล่อยให้คนไม่เอาไหนแบบนั้นมาทำให้เสียเวลาทั้งชีวิตไม่ได้"
"แม่ครับ ผมคิดตกแล้ว เซี่ยเซี่ยทำถูกที่สุด ลูกสาวของผม ต่อให้ต้องอยู่บ้านไปตลอดชีวิต ก็ไม่มีทางยอมให้ไอ้สารเลวนั่นได้ประโยชน์หรอก"
"พ่อคะ พ่อคิดแบบนี้ก็ถูกแล้ว ต่อไปพวกเราจะใช้ชีวิตให้ดี ต้องอยู่ให้ดีกว่าพวกคนในเมืองแน่นอน"
"เซี่ยเซี่ย ต่อไปเื่ในบ้านยกให้พ่อจัดการก็พอ ลูกแค่พักผ่อนรักษาตัวให้ดี รอจนร่างกายแข็งแรงแล้วค่อยว่ากันว่าอยากทำอะไร"
เมื่อมองดูพ่อคนนี้และคุณย่า กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก สิ่งที่สูญเสียไปในชาติก่อนทำให้เธอได้ััถึงความรักจากครอบครัวในชาตินี้ ซึ่งมันทำให้เธอซาบซึ้งใจจริง ๆ
"ฉันรู้แล้วค่ะ พ่อคะ ย่าคะ ไม่ต้องเป็ห่วงฉันนะคะ ฉันวางแผนไว้แล้ว ฉันอยากกลับไปเรียนหนังสือ ปีหน้าก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ"
ทั้งสองคนมองหน้ากัน ใบหน้าของทั้งคู่ปรากฏความไม่อยากจะเชื่อ หญิงชราทอดถอนใจ คิดว่าคงเป็เพราะการแต่งงานของสวีกังสร้างความกระทบกระเทือนใจอย่างหนักให้เด็กคนนี้ จึงทำให้เธอมีความคิดอยากจะเรียนหนังสือ
เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของโจวเซี่ย โจวเหล่าต้ารู้สึกเหมือนหัวสมองอื้ออึงและปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที ‘เด็กคนนี้คงไม่ได้ชนต้นไม้จนมีผลข้างเคียงอะไรทิ้งไว้หรอกนะ?’
‘หรือว่าจิตใจจะมีปัญหา?’
"เซี่ยเซี่ย ลูกยังเรียนไม่จบประถมเลย จะไปเรียนมัธยมปลาย แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไง?" โจวเหล่าต้ามองลูกสาวด้วยความปวดใจ กลัวจริง ๆ ว่าจะเป็อย่างที่เขาคิด คือจิตใจมีปัญหา
โจวเซี่ยตกอยู่ในความครุ่นคิด ดูเหมือนว่าเธอจะคิดเื่นี้ง่ายเกินไป
ใบหน้าของย่าโจวเริ่มมีความกังวลปรากฏขึ้น แต่ถึงอย่างไรเธอก็มีอายุมากแล้ว จึงยังพอสงบใจได้ "เอาละ ไปนอนกันก่อนเถอะ! มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้"
โจวเหล่าต้าเดินออกไปพร้อมกับถอนหายใจ ส่วนย่าโจวคืนเงินให้โจวเซี่ย "เซี่ยเซี่ย หลานอย่าคิดเื่ที่มันเป็ไปไม่ได้พวกนั้นเลย รักษาตัวให้ดีเถอะ!"
โจวเซี่ยเพียงแต่มองย่าโดยไม่พูดอะไร เธอรู้ว่าคำพูดของเธอทำให้ทั้งสองคนใ และพวกเขาคงคิดว่าเธอมีปัญหาทางจิตแน่ ๆ
เธอต้องหาวิธีที่รัดกุม เพื่อให้พ่อและคุณย่าเชื่อว่าเธอมีความสามารถนี้จริง ๆ
ย่าโจวเห็นเธอไม่พูดก็ยิ่งกังวล จึงวางเงินกลับลงในมือของโจวเซี่ยอีกครั้ง "เงินนี้หลานเก็บไว้เถอะ ต่อไปหลานเป็คนดูแลเื่เงินในบ้าน รักษาตัวให้แข็งแรง วันหน้าจะได้หาคู่ครองที่ดีกว่าสวีกัง ให้ตระกูลสวีนั่นเห็นว่า ถึงไม่มีเขา หลานสาวของย่าก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย"
"คุณย่าคะ คุณย่าเก็บไว้เถอะค่ะ ถ้าฉัน้าเงินเมื่อไรค่อยมาขอคุณย่าเอง" โจวเซี่ยพูดด้วยความจริงใจ
แต่ย่าโจวยิ่งร้อนใจ "เงินนี้เป็ค่าชดเชยที่ตระกูลสวีให้หลาน ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย หลานเก็บรักษาไว้ให้ดีเถอะ ขืนให้อาสะใภ้สามของหลานรู้เข้า ได้เกิดเื่ขึ้นอีกแน่ ธาตุแท้ของยัยนั่น หลานยังไม่รู้อีกหรือ? เก็บไว้ซะ!"
โจวเซี่ยคิดดูแล้วก็จริง หากรู้ว่ามีเงินแต่ไม่เอามาใช้จ่ายในบ้าน คงจะทำให้บ้านไม่สงบสุขอีก "ถ้าอย่างนั้น ตกลงค่ะคุณย่า ฉันจะเก็บไว้เอง แต่เงินจำนวนนี้คุณย่าต้องให้ฉันเป็คนจัดการเองนะคะ"
ย่าโจวลูบหัวเธอ "ให้หลานแล้ว ก็เป็ของหลาน ในมือย่าเองก็ไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมาย ให้หลานไม่ได้มากหรอก ไว้ถ้าวันหน้าหลานจะแต่งงาน เงินนี้ก็ถือเป็สินเดิมของหลานแล้วกัน"
"ขอบคุณค่ะคุณย่า วันข้างหน้าฉันจะใช้เงินก้อนนี้ให้ดี คอยดูเถอะว่าฉันจะเนรมิตอะไรขึ้นมาบ้าง จะทำให้ครอบครัวเรามีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น ดียิ่งกว่าพวกคนในเมืองพวกนั้นเสียอีกค่ะ" โจวเซี่ยเอ่ยออกมาด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่ง
ย่าโจวรู้สึกปลื้มใจมาก และหวังว่าหลานสาวจะไม่ได้ป่วยเป็อะไร ขอให้รักษาตัวให้หายดี วันหน้าจะได้หาเด็กที่ซื่อสัตย์และเรียบง่ายมาแต่งงานใช้ชีวิตด้วย หลานสาวคนโตของเธอในตอนนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นขนาดนี้ ย่อมสมควรได้รับชีวิตที่ดีงาม
"อื้อ งั้นนอนเถอะค่ะ ฉันง่วงแล้ว" โจวเซี่ยมุดเข้าใต้ผ้าห่ม ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ย่าโจวหรี่ไฟลงจนดับ ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในความมืด
แม้โจวเซี่ยจะเหนื่อย แต่เธอกลับนอนไม่หลับ เธอต้องสอบให้ได้ เพื่อที่จะได้รับใบประกอบวิชาชีพแพทย์มาเปิดคลินิกรักษาคนไข้
ตอนนี้การควบคุมยังไม่เข้มงวด ไม่มีใบประกอบวิชาชีพก็รักษาได้ แต่ในอนาคต สิ่งเหล่านี้จะถูกทำให้เป็ระเบียบ หากไม่มีใบประกอบวิชาชีพคงจะทำไม่ได้
จะทำอย่างไรดีนะ?
ขณะนอนอยู่บนเตียงเตา เธอรู้สึกไม่สบายตัว เพราะตอนกลางวันเดินจนเหงื่อออกมาก ตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายเหนียวเหนอะหนะไปหมด เธอคิดอยากอาบน้ำ จึงเข้าไปในมิติส่วนตัว
เมื่อถึงห้องเล็ก ๆ ของเธอ เธอก็เปิดฝักบัว ปรากฏว่าในนี้มีน้ำอุ่น เธอจึงอาบน้ำอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าเ้าของร่างเดิมไม่ได้อาบน้ำมานานแค่ไหน ่แรกน้ำไหลลงมาถึงเป็สีดำ
‘ดูแล้วน่ากลัวชะมัด…’
เมื่อเดินออกมาที่ลานบ้านเพื่อดื่มน้ำพุ ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงเมล็ดพันธุ์ผักและธัญพืชเ่าั้ เธอจึงยื่นมือไปหยิบมา แล้วปลูกเมล็ดพันธุ์เ่าั้เป็แถว ๆ ไว้ เพื่อดูผลผลิตในอนาคต
หลังจากปลูกเสร็จก็รดน้ำลงบนดิน น้ำในชามหินนี้ไม่มีวันหมด ตักออกหนึ่งชามก็ยังมีอีกหนึ่งชาม ไม่มากไม่น้อย มีอยู่ตลอดกาล
เมื่อปลูกจนเต็มพื้นที่ เธอก็เหงื่อท่วมตัวอีกครั้ง จึงกลับไปอาบน้ำที่ห้องน้ำอีกรอบ จากนั้นก็เดินกลับมาที่ห้องของเธอ แม้บ้านหลังนี้จะเล็ก แต่ถูกออกแบบมาอย่างสมเหตุสมผล
มีห้องนอนใหญ่หนึ่งห้อง ซึ่งพอดีสำหรับวางเตียงหลังใหญ่ ห้องน้ำที่กว้างขวาง และห้องครัวเล็ก ๆ อยู่แล้วสบายมาก เมื่อเธอนอนลงบนเตียงหลังใหญ่ อารมณ์ก็พลันสดชื่นขึ้นมาทันที
เธอตั้งนาฬิกาปลุกไว้ คิดว่าจะนอนในมิติส่วนตัวนี้สักหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับไป เดิมทีเตรียมจะคิดเื่ต่าง ๆ แต่พอหัวถึงหมอนก็หลับไปทันที เดินมาทั้งวัน เหน็ดเหนื่อยเต็มที ทำได้เพียงรอให้ตื่นนอนแล้วค่อยว่ากัน
เช้าวันถัดมา โจวเซี่ยถูกปลุกด้วยเสียงนาฬิกาปลุก เมื่อลืมตาขึ้น ในห้องยังคงสว่าง จึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในมิติ เธอหันไปมองนาฬิกา พบว่าเพิ่งจะตีสี่ แต่ก็ถึงเวลาต้องกลับแล้ว เพราะคนชนบทตื่นเช้า หากกลับช้าจะถูกจับได้
เมื่อกลับมาที่เตียงเตา ทุกคนยังคงหลับอยู่ การได้นอนในมิติหนึ่งคืนทำให้ร่างกายเบาสบาย ความเหนื่อยล้าของเมื่อวานหายไปในทันที แถมจิตใจยังสดชื่นเป็พิเศษ
ดูเหมือนว่ามิติจะเป็สถานที่ที่ดีในการฟื้นฟูพลังจริง ๆ และน้ำพุนั่นก็พิเศษมาก เมื่อวานดื่มน้ำพุเข้าไป เดินทั้งวันก็ไม่รู้สึกเหนื่อย แถมร่างกายยังรู้สึกเบาสบายอีกด้วย
จากนั้นเธอก็อดใคร่ครวญถึงชีวิตต่อจากนี้ไม่ได้ ถ้าสามารถหาแพทย์แผนจีนที่มีฝีมือได้ก็คงดี เธอจะได้กราบเป็อาจารย์ แล้วจะได้รักษาคนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการไปเรียนหนังสือก็จะไม่ดูแปลกจนเกินไป
แต่จะไปหาแพทย์แผนจีนคนนั้นได้ที่ไหนกัน?