ย้อนเวลาสู่อดีต

    ตอนที่13 : ชมรมดนตรีสากล?

    ตอนที่13 : ชมรมดนตรีสากล?_________________
    หลังจากการประชุมเปิดภาคเรียนเสร็จ วิลเลียมและคริสได้มานั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวิลเลียมและคริสจะอยู่ห้อง 10/1 หรือก็คือ ม.4/1 ที่ไทยนั่นเอง
    ในห้องจะมีนักเรียนอยู่ไม่เกิน 25 คน เพราะว่าในประเทศสหรัฐอเมริกาจะสอนนักเรียนแบบเป็นกันเอง เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนพูดคุยกับนักเรียนได้ทั่วถึง และเปิดกว้างให้นักเรียนออกความคิดเห็นของตนเองมากขึ้น..ห้องเรียน เกรด10/1แน่นอนว่าภายในห้องเรียนล้วนมีเด็กสาวรุมล้อมโต๊ะของวิลเลียม เพื่อที่จะพูดคุยกับวิลเลียมรวมถึงคริสด้วยเช่นกัน
    แต่ยังมีบางส่วนที่เป็นลูกคุณหนู ผู้ดีที่ไม่แสดงอาการชื่นชอบวิลเลียมากนัก เพราะว่าพวกเธอต้องรักษาภาพลักษณ์ของตระกูลไว้เพื่อไม่ให้โดนกล่าวว่าเสียๆหายๆ พวกเธอเพียงแอบจ้องมองวิลเลียมด้วยสายตาที่คิดจะครอบครองอยู่ห่างๆเพียงเท่านั่น
    "เอาล่ะค่ะ ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ อาจารย์ชื่อว่าโรส และจะเป็นครูประจำชั้นของพวกเธอตลอดปีการศึกษานี้ ต่อจากนี้ไปขอให้ทุกคนยืนแนะนำตัวทีละคนเพื่อให้เพื่อนๆภายในห้องรู้จักด้วยจ๊ะ" เมื่อคุณครูสาวเดินเข้ามาภายในห้องเรียน เด็กสาวที่เคยรุมล้อมโต๊ะวิลเลียมต่างกลับไปนั่งที่ของตนอย่างรวดเร็ว เพราะประเทศอเมริกาทุกคนจะเป็นคนที่มีระเบียบเป็นอย่างมาก ไม่อย่างงั้นจะถูกมองว่าเป็นคนเกรียจคร้านและไม่มีใครคอยบอกกล่าว
    หลังจากนั่นทุกคนในห้องเรียนก็ได้รู้จักกันและกันมากขึ้นจากการพูดคุยภายในห้องเรียน ส่วนวิลเลียมก็ถูกยิงคำถามมากมายจากเด็กสาวและเพื่อนๆภายในห้อง ซึ่งวิลเลียมก็ตอบบางคำถามที่เขาสามารถตอบได้
    "สุดท้ายนี้ นักเรียนต้องหาชมรมที่ตนเองต้องการจะอยู่ภายในวันนี้ ซึ่งครูจะให้เวลานักเรียนจนถึง 14.30 น.ในการหาชมรมที่ตนเองสนใจแล้วนำใบเข้าชมรม โดยมีการเซ็นรับของหัวหน้าชมรมมาให้อาจารย์เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ชมรมต่างๆจะเปิดรับสมัครที่โรงยิมสองนะจ๊ะ ขอให้นักเรียนทุกคนโชคดีจ๊ะ" เมื่ออาจารย์โรสกล่าวเธอก็เดินออกไปในทันที โดยไม่ได้ทันฟังยินเสียงโห่ร้องหรือการถอนหายใจของนักเรียนแม้แต่น้อย:-|
    "วิลเลียม...นายจะเข้าชมรมอะไรเหรอ...ฉันว่าจะเข้าชมรมดนตรีน่ะ" คริสเอ่ยถามวิลเลียมที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ
    "อืม..นั่นสินะ" วิลเลียมกล่าวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
    'ชมรมดนตรีงั้นเหรอ' วิลเลียมคิดขึ้นในใน ก่อนจะนึกย้อนกลับไปตอนม.4 ที่แต่ก่อนวิลเลียมเลือกที่จะอยู่ชมรมดนตรีสากล ซึ่งเครื่องดนตรีที่วิลเลียมเล่นคือ กีตาร์กับการร้องเพลงไปด้วย ในตอนนั่นวิลเลียมมองว่ามันดูเท่มากๆ เขาจึงไปสมัครเข้าร่วมชมรม แต่มันก็ไม่สำเร็จแม้จะพยายามจะเล่นมากแค่ไหนมันก็ไม่คืบหน้าเอาซะเลย แต่ที่แย่ที่สุดคือการร้องเพลงของเขา เพียงแค่ร้องประโยคเดียวหมาก็หอนใส่ซะแล้ว ในตอนนั้นจึงทำให้วิลเลียมตัดสินใจที่จะออกจากชมรมวงดนตรี และย้ายไปอยู่ชมรมฟุตบอลแทน
    แต่ในครั้งนี้มันไม่ใช่แล้ว! เขามีระบบในการช่วยเหลือ และวิลเลียมจะต้องทำตามความฝันของเขาในอดีตให้สำเร็จ ความฝันของเขาคือการยืนเด่นท่ามกลางแสงสีเสียงที่สอดส่ายใส่เขา รวมถึงมีเสียงเชียร์ของเหล่าแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจ โดยที่เขาต้องเป็นจุดศูนย์กลางของสิ่งเหล่านั่นก่อนที่เขาจะตอบคริสกลับไปว่า "อืม...ฉันก็อยากเข้าเหมือนกัน"..ทันทีที่วิลเลียมและคริสตกลงว่าจะเข้าชมรมดนตรีสากลด้วยกัน ทั้งคู่จึงรีบตรงไปยังบริเวณที่รับสมัครชมรมบริเวณโรงยิมสองในทันที
    ในขณะที่สายตาของเด็กสาวหลายคู่กำลังจ้องมองวิลเลียม และคริสอยู่ห่างๆเพื่อมองว่าพวกเขาจะเข้าชมรมอะไรกันแน่
    "ชมรมดนตรีสากลจะปิดรับสมัครแล้วนะครับ!!!!" เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของเด็กชายผมสีบรอนซ์ทอง รูปร่างสมส่วน หน้าตาหล่อเหลาออกไปทางยุโรปอายุราว 18 ปี มันทำให้วิลเลียมและคริสวิ่งตรงไปต่อแถวอันยาวเหยียด ซึ่งพวกเขาวิ่งมาถึงอย่างเฉียดฉิวจวนที่เขาจะปิดสมัครรับคนอยู่แล้ว
    เพียงเวลาไม่นานที่เด็กหนุ่มผมบรอนซ์ทองจะชูป้ายสีแดงเพื่อบ่งบอกว่าปิดรับสมัคร และให้พวกเด็กหนุ่มในชมรมกันพวกที่จะเข้ามาต่อแถวออกไป
    แน่นอนว่าเหล่าเด็กสาวที่ไล่ตามวิลเลียมอยู่วิ่งมาช้ากว่าเขาเพียงเสี้ยวนาที แต่เหล่าเด็กสาวต้องเดินคอตกกลับไปเนื่องจากพวกเธอมาไม่ทันการเปิดรับสมัครเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั่น
    "ถึงนายจะเป็นลูกวิคเตอร์ เทรซ์ แต่นายอย่าหวังว่าจะได้เข้าชมรมนี่ง่ายๆล่ะ คนในตระกูลเทรซ์คงมีแต่พวกที่ซื้อทุกอย่างด้วยเงินเท่านั่นล่ะสิ รวมถึงนายด้วยลูกชายของ เทรเซอร์ วอลเลซ ไอพวกลูกคนหนู หึๆ" ในขณะที่วิลเลียมและคริสกำลังยืนต่อแถวอยู่ในโรงยิมเพื่อรอฟังประกาศจากหัวหน้าชมรม อยู่ดีๆก็มีเด็กหนุ่มร่างท้วมอายุราว 17 ปี เดินเข้ามากระซิบข้างๆหูพวกเขาก่อนจะเดินออกไป ซึ่งมันทำให้วิลเลียมและคริสตกอยู่ในความมึนงงชั่วขณะ
    "อะไรกันน่ะ ผู้ชายคนนั่น! ดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว!!" คริสหันหลังไปหาวิลเลียมด้วยโทสะก่อนที่จะกล่าวออกมา
    "นั่นน่ะสิ" วิลเลียมตอบกลับเบาๆ แสดงถึงการไม่สนใจคำพูดของเด็กหนุ่มร่างท้วมแม้แต่น้อย ซึ่งมันทำให้คริสหันหน้ากลับไปในทันที และส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะสลัดความคิดเรื่องของเด็กชายร่างท่วมทิ้งไป.."เอาล่ะ ฉันชื่อเจมส์หัวหน้าชมรมดนตรีสากล พวกคุณทั้งหมดจำนวน 68 คนที่กำลังต่อแถวกันอยู่ในขณะนี้ มันไม่ได้หมายความว่าพวกคุณได้เข้าร่วมวงดนตรีของพวกเราอย่างเต็มตัว ทางเราจะคัดเหลือเพียง 10 - 15 คนหรืออาจมากกว่านั้นหากพวกคุณทำให้ผมประทับใจ ขอให้พวกคุณทุกคนเตรียมความพร้อมสำหรับการคัดเลือกที่จะมีการจัดขึ้นในพรุ่งนี้ โดยที่พวกคุณต้องนำเครื่องดนตรีมาเอง เว้นแต่คีบอร์ดและกลองทางเราจะมีให้ยืมเป็นกรณีพิเศษ โดยที่พวกคุณจะต้องนำทักษะทางด้านดนตรี หรือการร้องเพลงออกมาใช้ให้หมดในเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั่น ถ้าผู้ใดที่ไม่มีใจรักในดนตรีสากลจริงๆเราขอให้คุณไปเข้าชมรมอื่น เพราะเราจะคัดเลือกแต่คนที่มีความจริงจังในการแสดงเพียงเท่านั่น........สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณที่ไม่มีใครลุกออกไปแม้แต่คนเดียว ผมจะให้บัตรเข้าชมรมชั่วคราวให้ทุกคนไว้ก่อนนะครับ และเมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นบัตรใบนี้จะเป็นโฆฆะในทันที....ขอให้ทุกคนสนุกกับการเล่นดนตรีนะครับ:-) " เด็กชายผมสีบรอนซ์ทอง ซึ่งเป็นคนเดิมกับที่ประกาศการปิดรับชมรมกล่าวขึ้น ในตอนแรกวิลเลียมและคนอื่นๆก็คงคิดเหมือนกันว่า เจมส์คงเป็นคนดุๆและเจ้าระเบียบ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ใจดีและอ่อนโยนกลับทำให้พวกเขาเปลี่ยนความคิดในทันที ก่อนที่เจมส์จะให้ผู้สมัครเข้าชมรมลงชื่อเข้ารับบัตรชั่วคราว และปล่อยให้ผู้สมัครแยกย้ายได้.."วิลเลียมนายจะแสดงอะไรน่ะ" หลังจากที่วิลเลียมและคริสรับบัตรเข้าชมรมชั่วคราวเสร็จ จึงกลับมาที่ห้องเรียนของตนเพื่อรอเวลาให้ถึง 14.30 น.เพื่อรอครูประจำชนมาเก็บใบเข้าชมรม
    "ฉันจะเล่นกีตาร์แล้วก็ร้องเพลงไปด้วย...แล้วนายล่ะคริสคงจะเล่นกลองใช่รึเปล่า" ที่วิลเลียมกล่าวไปแบบนั่น เพราะว่าคริสนั่นเป็นถึงมือกลองอันดับหนึ่งของชมรมเมื่อม.3 ที่ประเทศไทย และยังได้ไปออกงานต่างๆอีกมากมาย ก็มันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ เพราะคริสสามารถทำได้ทุกอย่าง เว้นแต่การต่อสู้น่ะนะ-.-
    "แน่นอน" คริสกล่าว ก่อนที่วิลเลียมจะชวนคริสไปซื้อกีตาร์หลังเลิกเรียน ..14.40 เวลาอเมริกาหลังจากที่อาจารย์ประจำชั้นเก็บใบเข้าชมรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วิลเลียมและคริสจึงรีบตรงเข้ามาที่ห้างใหญ่แถบใกล้ๆบ้านพวกเขา โดยนั่งรถที่บอดี้การ์ดขับออกมารับในทันทีที่เลิกเรียน โดยมุ่งตรงไปที่ร้านดนตรีสากลเพื่อไปซื้อกีตาร์ตัวใหม่ อันที่จริงแล้ววิลเลียมมีกีตาร์อยู่ที่ไทยอยู่หนึ่งตัว แต่ช่วงนั้นเขาเหมือนจะโมโหอะไรบางอย่างจึงทุบมันแตกไปแล้ว..ร้านกีตาร์"สนใจรับเครื่องดนตรีชนิดไหนสอบถามได้นะครับ" เมื่อพนักงานหนุ่มเห็นวิลเลียมเดินดูกีตาร์อยู่หลายครั้งจึงเอ่ยถามออกมาเพื่อดูว่าลูกค้าต้องการหาอะไรอยู่กันแน่
    "อะ...เอ่อกีตาร์มีแค่นี้เหรอครับ" วิลเลียมได้เดินดูกีตาร์อยู่หลายรอบ แต่มันไม่มีตัวไหนที่ถูกใจเขาแม้แต่น้อย
    "มีครับแต่มันราคาแพงไปหน่อยเราถึงไม่เอามาโชว์และมันมีขายแต่ในเน็ตเท่านั้นครับ แต่ถ้าลูกค้าสนใจอยากจะซื้อ สามารถดูได้จากในหนังสือเล่มนี้นะครับถ้าหากถูกใจตัวไหนสามารถให้พนักงานเอาออกมาให้ดูได้นะครับ ^^" พนักงานหนุ่มตอบวิลเลียมด้วยท่าทีเป็นกันเอง ก่อนจะยื่นหนังสือรายการกีตาร์ให้แก่วิลเลียม
    เมื่อวิลเลียมเปิดไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงหน้าสุดท้าย ซึ่งรูปร่างของกีตาร์และวัสดุในการผลิตนั้นสวยงามและดูหรูหราเป็นอย่างมาก แต่มันไม่มีตัวไหนถูกใจวิลเลียมแม้แต่ตัวเดียว จนวิลเลียมเปิดไปถึงหน้าสุดท้าย
    "อันนี้แหละ!" เขากล่าวกับพนักงานในทันทีเมื่อเห็นรูปภาพของกีตาร์สีดำที่ดูลึกลับ และดูเหมือนว่ากีตาร์ตัวนี้จะดึงดูดให้วิลเลียมซื้อมัน
    "เอ่อ...คุณลูกค้าครับราคามันออกจะ...." พนักงานหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยความกังวล ก่อนที่วิลเลียมจะยื่น Black tamil card(แบล็คทามอลการ์ด หรืออีกนัยหนึ่งคือการ์ดดำทมิฬ) ให้แก่พนักงานหนุ่ม
    พนักงานหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรับการ์ดสีดำจากวิลเลียมด้วยมือที่สั่นคลอน ก่อนที่พนักงานหนุ่มจะรีบวิ่งเพื่อนำกีตาร์ที่มีมูลค่าถึง 11,300 สหดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 348,209 บาทไทยมาให้วิลเลียม
    เพียงไม่นานกีตาร์ไฟฟ้าพร้อมแอมป์ก็มาอยู่ตรงหน้าวิลเลียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วิลเลียมรับกีตาร์ของตนมาด้วยความทะนุถนอมก่อนจะสะพายไปด้านหลัง และตรงกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่จะกลับไปลองเล่นกีตาร์ตัวใหม่ของเขา.....
    "เด็กนั่น ต้องเป็นลูกของเศรษฐีคนใหญ่คนโตอย่างแน่นอน เราคงไม่ไปพูดอะไรไม่ดีกับเด็กนั่นสินะ เพราะถ้าเผลอพูดไปเราอาจถูกไล่ออกในทันทีก็เป็นได้...ว่าแต่เรารู้สึกคุ้นๆหน้าของเด็กนั่นอยู่นะ...เอ๊ะหรือว่าจะเป็น!!!" การขณะที่วิลเลียมกำลังนั่งรถเพื่อตรงกลับบ้านโดยมุ่งเน้นไปที่การเล่นกีตาร์ แต่หารู้ไม่ว่าพนักงานหนุ่มในร้านขายกีตาร์กำลังกังวลกับฐานะทางบ้านของเขาอยู่..คฤหาสน์ของปู่วิลเลียมเวลา 17.37 อเมริกา"คริส....นายอยากทำให้การทดสอบในวันพรุ่งนี้สนุกมากขึ้นรึเปล่าล่ะ?" เมื่อวิลเลียมคิดอะไรสนุกๆออกจึงโทรหาเพื่อนสนิทของเขาในทันที
    "หื้ม? นายก็คิดเหมือนฉันงั้นเหรอ?...เอาสิ" เมื่อคริสรู้ว่าเพื่อนของเขาต้องการที่จะสื่อถึงอะไรจึงตอบตกลงไป เพราะตนก็กำลังคิดอยู่พอดีว่าการทดสอบแบบนี้มันธรรมดาไป แต่หารู้ไม่ว่าวิลเลียมมีเหตุผลอื่นมาเกี่ยวข้อง
    "นายมาที่บ้านฉันตอนนี้เลยนะ ฉันจะทำให้ไออ้วนนั้นหน้าหงายไปเลย" วิลเลียมกล่าวด้วยเสียงเรียบ ซึ่งในตอนเช้าของวันนี้ที่มีเด็กหนุ่มร่างท้วมเดินมากระซิบที่ข้างๆหูเขาด้วยความดูถูก การที่วิลเลียมเงียบไปและไม่ตอบโต้ใดๆก็เพราะว่าเขาพยายามสงบไฟที่เดือดพล่านของเขาภายในใจ เพื่อไม่ให้คนอื่นๆเห็นตัวตนในอีกด้านของเขา
    ถ้าหากเด็กหนุ่มร่างท้วมพูดดูถูกเขาคนเดียวคงจะไม่ปลุกไฟในตัววิลเลียมได้ขนาดนี้ แต่เด็กหนุ่มร่างท้วมกลับพูดชื่อพ่ออันเป็นที่รักและตระกูลของเขาออกมาด้วย ทั้งที่คนอย่างมันไม่มีสิทธิแม้แต่จะเปิดปากเอ่ยชื่อของวิคเตอร์ เทรซ์ แม้แต่พยางค์เดียว โดยที่ตัวมันไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง! ว่าพ่อของเขาต้องทำงานหนักแค่ไหนถึงจะมีเงินทองมากขนาดนี้!
    "โอเคร...แล้วจะรีบไป หึๆ" เมื่อคริสตอบตกลง วิลเลียมจึงกดวางสายไป โดยที่เขากำลังเผยรอยยิ้มไว้ที่มุมปากเล็กน้อย......
    "ฉันจะทำให้แกอึ้งจนฉี่ราดเลยคอยดู ไอหมูอ้วน!" คำกล่าวสุดท้ายของวิลเลียมก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป...
    วิลเลียมกับเพื่อนสนิทของเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ โปรดติดตามตอนต่อไป...._______________ฝากติชมด้วยนะคะเราเป็นนักเขียนมือใหม่อาจผิดพลาดบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ????????One comment = Encouragement infinite❣[ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะฮัป]