การบูรณะงานศิลปะที่ถูกต้อง บางครั้งจำเป็ต้องใช้วิธีการทำความสะอาดพื้นผิวด้วยสารทำความเคมีที่รุนแรง แม้จะเป็สารพิษที่เป็อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แต่หากมันเป็สิ่งเดียวที่จะช่วยสยบและยับยั้งการกัดกร่อนสลายตัวได้ นักเคมีบูรณะก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำมันมาใช้ในทางที่เหมาะสม สำหรับผมแล้ว... มนัสคือนักล่าที่มีประสาทััฉับไว และการที่เขาไล่ตามกลิ่นอายคดีคนหายของพีทจนมาถึงตัวตนของผม ทำให้เขากลายเป็ภัยคุกคามอันร้ายกาจที่สุดที่ผมต้องจำกัดขอบเขตและเคลียร์หน้างานให้สะอาดสะอ้านถาวร
วันเสาร์เวลาประมาณสามทุ่มครึ่ง ผมสวมเสื้อฮู้ดสีดำและกางเกงยีนส์เข้ม เดินฝ่าลมหนาวและไอหมอกจางๆ ไปตามถนนสายย่อยหน้าตึกแถวสำนักงานของมนัส ผมรู้ข้อมูลกิจกรรมประจำวันของเขาดีว่า ทุกคืนวันเสาร์ มนัสมักจะอยู่ทำงานดึกเพียงลำพังที่ห้องทำงานชั้นสองเพื่อตรวจทานเอกสาร และเขาชอบจิบเหล้าวิสกี้น้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการปวดจากโรคมะเร็งตับที่กัดกินร่างกายของเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ผมปีนขึ้นทางบันไดหนีไฟด้านหลังตึก สะเดาะกลอนหน้าต่างบานพับและก้าวเข้าสู่ห้องทำงานที่เงียบสงบโดยไม่ก่อให้เกิดเสียงฝีเท้าใดๆ มนัสนั่งหันหลังให้ผมอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังตัวใหญ่ แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวคือไฟนีออนสลัวบนโต๊ะทำงาน บนจอคอมพิวเตอร์ของเขายังคงเปิดภาพทะเบียนรถเก๋งของผมค้างไว้
ผมก้าวไปข้างหน้าช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เมตร มนัสที่มีสัญชาตญาณอดีตตำรวจสะดุ้งตัวโยนและหันกลับมามองอย่างรวดเร็ว มือหนาของเขาขยับพยายามจะเอื้อมไปหยิบปืนพกในลิ้นชักโต๊ะทำงาน
"อย่าขยับจะดีกว่าครับคุณมนัส... ผมไม่อยากให้เื่นี้จบลงด้วยเสียงปืนและเืเปรอะเปื้อนห้อง" ผมเอ่ยเสียงเรียบเรื่อยแต่อัดแน่นไปด้วยความเยือกเย็นไร้ความรู้สึก ในมือของผมถือเข็มฉีดยาขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวใสอานุภาพสูงที่ออกฤทธิ์ระงับการทำงานของหัวใจภายในสิบวินาที
มนัสชะงักมือ แววตาคมกริบของเขาเบิกกว้างเมื่อจ้องมองใบหน้าใต้หมวกฮู้ดของผม "แก... ไอ้บรรณารักษ์หอสมุด... แกเป็คนลักพาตัวพีทจริงๆ ด้วย!"
ผมยิ้มบางๆ อย่างอบอุ่นและสุภาพประหนึ่งกำลังแนะนำหนังสือในห้องสมุด "ใช่ครับคุณมนัส และตอนนี้พีทก็ได้รับการซ่อมแซมอย่างถาวรไปเรียบร้อยแล้ว... แต่สำหรับคุณ ผมมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นที่จะมอบให้คุณและลูกสาวของคุณครับ"
"ลูกสาวฉัน? แกอย่ายุ่งกับลูกสาวฉันนะโว้ย!" มนัสขู่ตะคอกเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและห่วงใยครอบครัว
ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา ท่าทางสบายๆ ไร้ความเกร็งเครียด "ผมรู้เื่อาการป่วยมะเร็งตับระยะที่สามของคุณดีครับ มนัส... และผมรู้ว่าคุณมีหนี้สินโรงพยาบาลหลายล้านบาทที่กำลังจะล้มละลาย จนต้องยอมรับงานสืบสวนเสี่ยงๆ จากครอบครัวของพีทเพื่อหาเงินก้อนสุดท้ายทิ้งไว้ให้ลูกสาวที่ชื่อ 'พิมพ์' ซึ่งกำลังเรียนศิลปะอยู่ที่อังกฤษเพื่อหาเงินประทังชีวิต... ผมขอแสดงความนับถือในความรักของคุณพ่ออย่างคุณจริงๆ ครับ"
มนัสจ้องหน้าผมอย่างตกตะลึงคล้ายเห็นผี "แก... แกสืบเื่ฉันขนาดนี้เลยเหรอ..."
"ครับ... และข้อเสนอของผมคือ ผมได้ทำการโอนเงินสดจำนวนสิบล้านบาทถ้วน จากบัญชีลับในต่างประเทศของพีทที่ผมแฮกข้อมูลไว้ เข้าสู่บัญชีธนาคารต่างประเทศของลูกสาวคุณโดยตรงเรียบร้อยแล้วเมื่อสามสิบนาทีก่อน เงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับค่าเทอม ค่าใช้จ่าย และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอโดยไม่ต้องกังวลเื่หนี้สินของคุณอีกต่อไป" ผมยื่นหน้าจอแท็บเล็ตแสดงหลักฐานการโอนเงินที่สมบูรณ์แบบให้เขาดู
มนัสมองดูตัวเลขและข้อมูลบนหน้าจอด้วยดวงตาสั่นระริก ปากอ้าค้างสับสน "แกทำแบบนี้ทำไม... แก้าอะไรจากฉัน..."
"แลกกับความสงบสุขชั่วนิรันดร์ของคุณครับ มนัส" ผมพูดพลางหยิบกระดาษจดหมายเหตุเขียนด้วยลายมือวางลงบนโต๊ะทำงานของเขา พร้อมปากกาลูกลื่นด้ามดำ "จดหมายลาตาย... เขียนตามที่ผมร่างไว้ว่าคุณทนความเ็ปจากมะเร็งตับไม่ไหวและหนี้สินที่ทับถมจนต้องตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง จากนั้น... ดื่มของเหลวในขวดแก้วเล็กๆ นี้ มันเป็ยาคลายกล้ามเนื้อหัวใจชนิดออกฤทธิ์เร็ว คุณจะหมดสติและจากไปอย่างสงบโดยไม่มีความเ็ปใดๆ จากโรคมะเร็งอีกต่อไป"
มนัสจ้องมองขวดแก้วและกระดาษตรงหน้าด้วยแววตาสั่นระริก มือหนาหยาบกร้านขยับสั่นเทาคล้ายไม่มีแรงขยับ แววตาของเขายังคงพยายามสืบหาเบาะแสและหาทางรอด แต่สุดท้ายเขาตระหนักดีว่าไม่มีช่องทางหนีพ้นความจริงเบื้องหน้าได้เลย "แก... แกกำลังบังคับให้ฉันฆ่าตัวตาย แกมันปีศาจสารเลวไม่มีหัวใจ... ตำรวจจะตามกลิ่นแกเจอในที่สุด" เขากระซิบเสียงต่ำพร่ำด่าผมด้วยความแค้นและหมดหวัง
ผมยิ้มรับอย่างละมุนละไมอย่างไม่ถือสา "ปีศาจที่เพิ่งช่วยชีวิตลูกสาวของคุณจากหนี้สินและรับประกันอนาคตที่สดใสของเธออย่างไรเล่าครับ... ลองคิดดูสิครับ มนัส ถ้าคุณสืบหาผมต่อไป ร่างกายของคุณที่ป่วยหนักก็อยู่ได้อีกไม่เกินหกเดือนอยู่ดี และเมื่อถึงตอนนั้น หนี้สินของโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายของพิมพ์จะกลายเป็สิ่งกีดขวางความสุขของเธอไปชั่วชีวิต การจากไปของคุณในวันนี้แลกกับสิบล้านบาทให้เธอ มันเป็การบูรณะและซ่อมแซมกระดาษชีวิตที่คุ้มค่าที่สุดไม่ใช่หรือครับ"
มนัสขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตัวสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นระคนหมดหนทางเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุผลอันเยือกเย็นและรัดกุมของผมที่อุดทางออกทุกทางไว้สิ้นเชิง "แกมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะไม่เขียนบอกตำรวจในจดหมายนี้..."
"เพราะคุณรักลูกสาวของคุณมากกว่าความแค้นครับ" ผมตอบอย่างมั่นใจพลางเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตที่มีภาพถ่ายแบบเรียลไทม์ของลูกสาวเขาขณะเดินอยู่นอกหอพักในลอนดอนส่งให้เขาดู "ถ้าตำรวจพบสิ่งผิดปกติ ข้อตกลงสิบล้านจะเป็โมฆะ และคนที่จะได้รับผลกระทบคนแรกคือคุณพิมพ์... ผมหวังว่าคุณจะรักเธอมากพอที่จะจากไปอย่างเงียบเชียบนะครับ"
น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มของชายแก่ที่ผ่านโลกมาอย่างยาวนาน ความตึงเครียดในกล้ามเนื้อของเขาค่อยๆ สลายตัวลงราวกับกระดาษที่ละลายน้ำ เขาตระหนักดีว่าเขาไม่มีไพ่ในมือที่จะเล่นงานผมได้เลย
มนัสหยิบปากกาลูกลื่นขึ้นมา ค่อยๆ เขียนข้อความลาตายด้วยลายมือที่สั่นเทาทีละบรรทัด... ละเอียดลออและชัดเจน หลังจากเขียนเสร็จ เขากวาดสายตามองจดหมายลาตายเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวใสพิษร้ายขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก
"ขอให้แกักษาสัญญา... อย่าแตะต้องลูกสาวฉัน..." มนัสเอ่ยฝากคำสุดท้าย
"ผมรักษาคำพูดเสมอครับคุณมนัส ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพและปราศจากความเ็ปครับ" ผมพยักหน้ารับอย่างสุภาพ
มนัสยกขวดแก้วขึ้นดื่มของเหลวใสพิษร้ายเข้าไปจนหมดสิ้น เพียงไม่ถึงสิบวินาที ยาออกฤทธิ์เร็วก็ทำลายระบบนำไฟฟ้าของหัวใจของเขา ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจแ่ลงและหยุดลงอย่างถาวรในที่สุด ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายลงราวกับคนหลับสนิทหลังจากเผชิญหน้ากับความเ็ปมาแสนนาน
ผมยืนดูความตายของเขาด้วยความสงบนิ่ง หยิบขวดแก้วและผ้าเช็ดรอยนิ้วมือของผมออกจากสิ่งของทุกชิ้นในห้องทำงาน จัดแจงเอกสารลาตายและใบแจ้งหนี้ให้วางเด่นชัดบนโต๊ะทำงานเพื่อให้ตำรวจลงความเห็นเป็คดีฆ่าตัวตายตามปกติ ก่อนจะลอบปีนกลับออกทางบันไดหนีไฟและหายตัวไปในสายหมอกยามค่ำคืนอย่างเงียบกริบ
วันรุ่งขึ้น ข่าวการเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายของอดีตนายตำรวจมนัสเนื่องจากโรคมะเร็งและหนี้สินกลายเป็ข่าวสั้นหน้าหนึ่ง วิเวียนโทรหาผมด้วยน้ำเสียงที่โล่งอกอย่างที่สุดเมื่อทราบข่าวว่านักสืบที่สะกดรอยเธอนั้นไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว
"คุณนนท์คะ... วิเวียนรู้สึกปลอดภัยแล้วจริงๆ ค่ะ... มันเหมือนฟ้าหลังฝนเลย..."
ผมกอดปลอบเธอแนบอกพลางยิ้มเย็นในความเงียบสงบของคอนโด "ครับวิเวียน... ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ และผมจะอยู่ดูแลภาพวาดแสนสวยเล่มนี้ตลอดไปครับ" ผมลูบเส้นผมสลวยของเธออย่างเบามือ ััความจริงใจและไร้เดียงสาของเธอที่ซุกไซ้อยู่กับอกของผม ความหวาดระแวงของเธอสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยความภักดีและเชื่อมั่นในตัวผมอย่างไร้เงื่อนไข นักสืบมนัสได้พบความสงบของเขาแล้ว และอนาคตของพิมพ์ลูกสาวของเขาก็ได้รับการปกป้อง คดีของพีทก็เป็อันจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีใครสงสัยอีกต่อไป
โลกของวิเวียนกลับมาสะอาด ประณีต และปลอดภัยอีกครั้งภายใต้การบูรณะที่สมบูรณ์แบบด้วยสองมือของผมเอง ผมลอบสัญญากับตัวเองว่า หากวันข้างหน้ายังมีสปอร์ของเชื้อราหรือหนอนแมลงตัวร้ายใดๆ พยายามจะรุกล้ำและทำลายกระดาษโบราณแสนรักเล่มนี้ ผมก็จะไม่ลังเลใจแม้แต่วินาทีเดียวที่จะใช้สารเคมีพิษร้ายทำลายพวกมันทิ้งอย่างรุนแรงและประณีตที่สุด เพราะในแกลเลอรีชีวิตแห่งนี้ วิเวียนคือผลงานชิ้นเอกเพียงชิ้นเดียวที่ควรค่าแก่การรักษาชั่วนิรันดร์ตราบนานเท่านานและผมจะเป็ผู้ดูแลแต่เพียงผู้เดียวตลอดกาล ไม่มีอุปสรรคหรือสิ่งรบกวนใดในโลกกว้างที่จะเข้ามาแทรกแซงพื้นที่แห่งความฝันของวิเวียนและผมได้อีกต่อไป ทุกสิ่งถูกทำความสะอาดและจัดเรียงอย่างสง่างามเรียบร้อยแล้ว และในยามค่ำคืนนี้ ผมจะหลับตาลงนอนกอดเธอด้วยหัวใจที่อิ่มเอมอย่างที่สุดชั่วนิรันดร์