กายขาวอวบของหมวยสาวแอ่นสูง พร้อมเกร็งสุดตัวจนโอปป้าหนุ่มสัมผัสได้
“ โอ้….พี่สาวถึงสวรรค์แล้ว แสดงว่าเธอน่าจะมีอารมณ์ร่วมกับเกมกามาของเราพอสมควร ไม่ได้การ ต้องเร่งมือ ” พอพูดจบ หนุ่มคิดก็ทิ่มกำลังลงไปสุดแรงอีกหลายที เพื่อสยบเอวที่แอ่นขึ้นมา เรียกเสียงครางจากหมวยสาวอย่างมากมาย
“ อ้า อ้า อ้า……..”
จากการเปลี่ยนจังหวะรักจากเนิบนาบเป็นเดือดระอุ บ่งบอกว่าโอปป้าหนุ่มเองก็ไม่เกรงใจเช่นกัน และไม่แยแสว่าหมวยสาวจะตื่นจากนิทราหรือไม่ ใบหน้าขาวนวลเลยแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา
“ อีกนิด อีกนิด ขออีกไม่กี่นะ พี่สาว ”
“ อื้อ…..อืม…” กายขาวอวบแลผ่อนคลายลง พร้อมหดตัวลงมานอนแผ่หลาให้โอปป้าหนุ่มย่ำยีดุจเดิม แต่สองแขนกลับเอื้อมมาเกาะเอวของฝ่ายบุรุษ พร้อมลืมตาขึ้นมาส่งประกายเชื้อเชิญ
“ อึ้ย……พะ….พี่สาวตื่นเเล้ว ” หนุ่มคิดสะดุ้งจนตัวโยนด้วยความตกใจ ก่อนจะเริ่มเพลาแรงโยก คล้ายจะเลิกรา แต่หมวยสาวกลับกระตุ้นเสียงแผ่ว
“ อย่าหยุดสิ ทำต่อ กำลังได้อารมณ์อยู่พอดี ”
โอปป้าหนุ่มตื่นตระหนก เพราะไม่คิดว่าหมวยสาวรุ่นพี่(รุ่นน้ามากกว่ามั้ง) จะมีความคิดแบบนี้ แต่พอปรับอารมณ์ได้ รอยยิ้มย่ามใจก็ปรากฏบนใบหน้าเนียนใส
“ หึ หึ หึ ได้เลยครับ ผมจะบริการให้ถึงใจ เอาให้พี่สาวลืมผัวของตัวเองไปเลย ”
พอตัดสิตใจเด็ดขาด โอปป้าหนุ่มก็โหมกระหน่ำ ทำให้เกมรักครั้งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเป็นเท่าทวี ประดุจดังเครื่องตอกเสาเข็มในเขตก่อสร้าง กายขาวอวบของหมวยสาวเลยกระเด้งกระดอนไปตามแรงกระแทก
“ อืม…..ต้องแบบนั้นสิ หนุ่มน้อย พี่เริ่มเสียวอีกแล้ว ” หมวยสาวยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอของคู่ขาหนุ่ม ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาแนวเกาหลีลงมาจูบปากอย่างดูดดื่ม อันเป็นการกระตุ้นอารมณ์กระเส่าขั้นสุด ไม่นาน บุรุษผมทองก็สิ้นฤทธิ์
“ โอ้ว….พี่สาว ผมจะไม่ไหวแล้ว ”
ซิ้มรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าคู่ขาวัยละอ่อนใกล้ถึงจุดจบ แต่ด้วยความเสี้ยนที่อุดมในหัวใจ เลยทำให้สาวเจ้าลืมความภักดีที่มีต่อผัวหนุ่ม และยอมรับเกมกามาที่กำลังผจญ
“ เข้ามาเลย พี่พร้อมทุกอย่าง ”
ถึงหมวยสาวไม่พูดแบบนั้น หนุ่มคิดก็ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้ว จึงกระทำตามคำเชิญในบัดดล
“ อึก….ฮือ…ดีมาก แบบนั้นล่ะ ” หมวยสาวจิกเล็บยาวลงบนหัวไหล่ของบุรุษหนุ่ม พร้อมเผยอกายขึ้นมานิดนึง ใบหน้าเนียนใสแลเหยเก สองแก้มแดงปลั่งด้วยเลือดสาวที่สูบฉีด อันเป็นภาพที่ชวนทัศนาของเหล่าบุรุษ
หลังจากเสร็จกิจ กายสูงเพรียวของหนุ่มคิดก็เริ่มคลายตัว และแผ่ราบทาบทับร่างขาวอวบทันควัน จากนั้นก็ส่งเสียหอบถี่ อันดังประสานกับกระแสของหมวยสาว
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……..”
…………………………..
“ เฮ้อ……..” เสียงถอนหายใจยาวดังออกมาจากปากของคุณนายสาว ที่ตอนนี้ยืนเหม่ออยู่หน้ากระจก เรือนร่างอวบอัดปรากฏผ้าถุงกระโจมอกบดบัง ใบหน้าสวยคมที่แต่งหน้าเข้มฉายแววกลัดกลุ้ม เหตุเพราะเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เธอเพิ่งเจอเรื่องประหลาด
“ เอ…..แปลกเหลือเกิน เมื่อกี้คล้ายกับว่าเราได้เสพสังวาสกับท่านอาจารย์ แต่พอเสร็จกิจ กลับมานอนแผ่หลาสิ้นท่าอยู่ตามลำพังบนพื้นห้องน้ำ เสื้อผ้าก็อยู่ครบทุกชิ้น ไม่มีวี่แววว่าถูกใครล่วงเกิน ราวกับเหตุกามที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันไป ”
คุณนายศรีสมรพยายามหาเหตุผลต่างๆนาๆมาอธิบาย แต่ไม่ว่าจะยกสมมุติฐานใดมา ก็ไม่ช่วยคลายความสงสัยในจิตใจเลย มิหนำซ้ำยังทำให้ว้าวุ่นหนักกว่าเก่า
“ หรือว่าเราจะเพลียไปหน่อย เลยเผลอหลับ จากนั้นก็ดันฝันบ้าๆ เอ…แต่แบบนี้ก็เท่ากับว่า….เราแอบหลงรักอาจารย์ใช่มั้ยเนี่ย ไม่น่าเป็นไปได้ ก็อายุของพวกเราห่างไกลกันซะขนาดนั้น ” ใบหน้าสวยคมของคุณนายสาวเริ่มแดงซ่านด้วยความเขินอาย ก่อนจะหักใจ ปฏิเสธตัวเอง
“ ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังมั่นคงกับนัฐเหมือนเดิม แถมท่านอาจารย์ก็เป็นผู้ทรงคุณวิเศษ ไม่น่าจะมาสนใจเรื่องชู้สาวหรอก ”
เมื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติ คุณนายสาวก็เอียงหน้าไปซ้ายทีขวาที เพื่อดูว่ามีส่วนไหนที่ไม่เข้าที่ แต่ไม่ว่าจะส่องซักกี่ที ก็พบกับความเพอร์เฟคเท่านั้น ด้วยรูปโฉมของเจ้าหล่อนจัดว่าเข้าขั้นสวยงาม จึงปลุกปลอบตัวเองอีกหนึ่งที ก่อนเดินออกจากห้องน้ำ
“ อืม…เอาล่ะ พร้อมแล้ว ลุยล่ะนะ ”
……………………………..
ทันทีที่คุณนายสาวก้าวเท้าออกมา ก็พบกับอาจารย์หนุ่มที่ยังขัดสมาธิอยู่ไม่ห่าง แม้ว่าเขาจะประสบกับสาวสวยวัยสามสิบที่มีเรือนร่างอวบอัด แถมทั่วกายยังมีแค่ผ้าถุงกระโจมอกที่สั้นประมาณเข่า สีหน้าก็ยังคงเรียบสงบ ไร้อาการดี๊ด๊าใดๆ ผิดกับศรีสมรที่เป็นฝ่ายเอียงอายเสียเอง ด้วยยังปรับอารมณ์ได้ไม่เต็มที่
“ แย่จัง เหมือนเราจะเหนียมอายอาจารย์อยู่หน่อยๆ เพราะเมื่อกี้เพิ่งฝันว่าได้ซั่มกับเขามาหมาดๆ ”
ทว่าอาจารย์กลับดูไม่ยี่หระ ก่อนจะสั่งเรียบๆว่า……..
“ เอาล่ะ พร้อมหรือยัง ถ้าเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งตรงหน้าข้า ”
“ อ่า…ค่ะ ” คุณนายศรีสมรได้แต่ก้มหน้ารับคำ แต่ในระหว่างที่นั่งพับเพียบ สองแขนก็ยังคงยกขึ้นกอดอก ทำให้อาจารย์หนุ่มต้องออกคำสั่ง
“ เลิกกอดอก แล้วเอามือแนบลำตัว ปล่อยกายตามสบาย อย่าเกร็ง ”
ด้วยความกลัวผสมยำเกรง คุณนายสาวจึงยอมทำตามแบบไม่ค่อยเต็มใจ และพอสองแขนเลื่อนลงมาแนบลำตัว ก็ทำให้ทรวงอกอวบอิ่มปรากฏต่อสายตาของอาจารย์หนุ่ม แน่นอนว่าเนินเนื้อนั้นแทบจะล้นทะลักออกจากผ้าถุงผืนน้อยที่ห่อหุ้ม
“ อืม……” ดวงตาของอาจารย์หนุ่มเหมือนจะวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนาแวบนึง ก่อนจะดับวูบไป ทำให้คุณนายศรีสมรนึกเอะใจ
“ เอ๊ะ! เมื่อกี้เหมือนอาจารย์จะแอบเหล่…อ่า โนตมๆของเรา จากนั้นก็ฉายแววหื่นในดวงตา แต่ตอนนี้ท่านกลับดูสงบเหมือนปกติ หรือว่าเราจะมองผิด คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาสนใจ ”
แต่พอคุณนายศรีสมรนิ่งตรึกตรองนานเกินไป ก็ได้ยินเสียงร้องทักที่ออกแนวดุนิดๆของอาจารย์หนุ่ม
“ มีสมาธิหน่อยสิ อย่าเหม่อลอย ”
“ อ่า…ค่ะ ” คุณนายศรีสมรรับคำลนลาน ท่าทางคล้ายเด็กน้อยที่โดนคุณครูตำหนิ ทั้งที่ความเป็นจริง เจ้าหล่อนสูงวัยกว่าอาจารย์หนุ่มเกือบสิบปี
เมื่อเห็นว่าคุณนายสาวเริ่มนิ่งขึ้น อาจารย์หนุ่มก็ออกคำสั่งในลำดับถัดมา นั่นก็คือ……
“ หลับตาลง และเอาจิตไปจับที่บทสวดของข้า ”
คุณนายสาวลังเลนิดหน่อย เพราะต้องปิดกั้นประสาทการมองเห็นต่อหน้าบุรุษหนุ่มที่ไม่รู้จัก แต่ด้วยความเชื่อถือ จึงยอมกระทำตามแบบกล้าๆกลัวๆ
“ เอาก็เอาวะ อาจารย์คงไม่ทำอะไรเราหรอกมั้ง ”
ทางอาจารย์หนุ่มเองก็สมกับเป็นมืออาชีพ เพราะในทันทีที่อีกฝ่ายปิดเปลือกตาลง เขาเองก็เริ่มสำรวมจิตให้สงบ ก่อนจะบริกรรมคาถาช้าๆ
“ โอมขน้มนังปอมเปรีย อคาฮาราวิรุธดาแอดเชียร์ ฉลงวงเวียงนังขน้ม ขอมพานฮีเบ็ทเดียงทอยอนักพาเสี้ยง ”
“ เอ…..คุ้นๆอยู่นะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนหว่า….” พอศรีสมรได้สดับบทสวด เธอก็รู้สึกว่าสำเนียงแลคุ้นเคยอย่างประหลาด จึงพยายามหวนทบทวนอยู่หลายอึดใจ ในที่สุด ก็ได้คำตอบที่ต้องการ
“ โอ้….ใช่แล้ว เมื่อไม่นาน เราไปได้ยินลูกน้องต่างด้าวประเทศนึงพูดคุยกัน สำเนียงแลสูงๆต่ำๆ เต็มไปด้วยการควบกล้ำเหมือนบทสวดของอาจารย์ไม่มีผิด หรือท่านจะใช้ไสยศาสตร์ของประเทศนั้น ” ศรีสมรเริ่มสงสัย และถ้าเธอคิดถูก คาถาเหล่านี้ก็น่าจะมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งนัก เพราะหลายคนเชื่อว่าประเทศเพื่อนบ้านที่กล่าวถึง มีความสามารถทางด้านไสยเวทในระดับเอกอุ (ซึ่งถ้านอกเหนือเรื่องแทงคนข้างหลัง ชาตินี้น่าจะมีชื่อด้านอาคมจริงๆ)
คุณนายสาวนั่งฟังบทสวดแปลกๆอยู่ชั่วขณะ ไม่นานเธอก็รู้สึกบางอย่าง หัวใจเริ่มหวิวอย่างประหลาด ทั่วกายร้อนรุ่ม คล้ายว่ามีใครเอาฮีทเตอร์มาตั้งในห้องทำพิธีซักสามสี่ตัว คิ้วเรียวจึงขมวดนิ่วด้วยความสงสัย
“ เอ….มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ ”
เหมือนอาจารย์หนุ่มจะรู้ว่าคุณนายสาวเริ่มไหวหวั่น เลยสำทับเบาๆ แต่ได้ใจความ
“ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ได้ยินอะไร สัมผัสถึงอะไร อย่าลืมตา ไม่งั้นพิธีจะเหลว แล้วเจ้ากับข้าจะเสียเวลาฟรี สงบใจ นั่งนิ่งๆไว้อย่างเดียวเท่านั้น เข้าใจมั้ย ”
“ อ่า…ค่ะ ” คุณนายสาวไม่รู้จะพูดอะไร จึงได้แต่รับคำไปตามธรรมเนียม
เสียงบทสวดยังดังต่อเนื่อง มันดำเนินไปได้แค่สิบนาที แต่ในความรู้สึกของคุณนายสาวเหมือนจะยาวนานซักล้านชาติก็ไม่ปาน อันชวนให้เจ้าหล่อนอึดอัด
“ เมื่อไหร่จะจบซักทีนะ หัวใจของชั้นจะวายตายอยู่แล้ว ”
ราวกับฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ หรือไม่นรกก็รับฟัง อาจารย์หนุ่มจึงหยุดบริกรรมคาถา ทำให้คุณนายสบายกายและใจขึ้นมาหน่อย แต่มันก็โล่งอกได้เพียงแวบเดียว ก่อนจะมีบางสิ่งเลื่อนมากระทบหน้าผากนูนๆของเธอ
“ ว้าย! อะไรมาถูกตัวของชั้นน่ะ มันมีลักษณะเป็นดุ้นๆ คล้ายอวัยวะลับของผู้ชายเลย ” ศรีสมรตื่นกลัวจนเกือบเผลอกรี๊ดออกมา และถ้าอาจารย์กระทำเรื่องวิปริตตามจินตนาการของเธอ มันก็คงชวนให้เสื่อมจิตสุดๆ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
