ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...
“หมายความว่ายังไง... ทุบตีเธอให้ตาย?” ตรีภพขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
พัตรยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแล้วรินใหม่ “พี่ภพ... พิมพ์ถูกคนในหมู่บ้านโน้นดักรอทำร้ายกลางทางจนรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเป็อาทิตย์...ตอนนั้นผมยังเคยคิดด้วยซ้ำ ว่าทำไมเธอถึงยังไม่ตายๆ ไปซะ”
ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง “พี่ภพ...ในตอนนั้นไม่มีใครยอมรับฟังความรู้สึกของผมเลย แม้แต่พ่อกับแม่ของผมเองก็เหมือนกันถึงปากพวกท่านจะบอกว่ายกโทษให้น้อง แต่สายตาที่มองพิมพ์มันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า”
ตรีภพเริ่มเข้าใจความผิดหวังระทมทุกข์ในตัวลูกสาวของลุงนันกับป้าพร “แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ...ทำไมน้องสาวนายถึงย้ายมาสร้างบ้านท้ายหมู่บ้านแบบนี้”
พัตรเค้นเสียงหัวเราะ “จะอะไรเสียอีกล่ะครับ นอกจากไม่กล้าสู้หน้าใครมีแต่ความรู้สึกผิดและแปลกแยกจนอยากจะหลบหนีไปให้พ้นๆ...พี่ภพก็น่าจะรู้นิสัยที่แท้จริงของเธอดีไม่ใช่หรือครับผู้หญิงที่ไร้ความมั่นใจและขี้หวาดกลัวคนนั้นน่ะ”
“นั่นสิ... แต่เธอก็ยังกล้าหักหลังและเล่นชู้” ตรีภพยกแก้วดื่มรวดเดียวด้วยแรงอารมณ์คุกรุ่น
“ใช่... สุดท้ายเธอก็กล้านอกใจสามีและแอบเล่นชู้” พัตรถอนหายใจยาว
“หลังจากสร้างบ้านหลังเล็กนั่นเสร็จเธอก็มาร้องไห้ขอร้องป้าคำ เพื่อขอขนข้าวของพวกนั้นเข้าไปในบ้านหลังใหม่บ้านหลังนั้นไม่มีพระมาสวดเจริญพระพุทธมนต์ แค่ย้ายเข้าไปอยู่เพียงลำพังเงียบๆไม่มีงานเลี้ยงฉลองใดๆ จนกระทั่ง...” พัตรยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกหน
“พี่ภพ...พี่รู้ไหมว่าผมผิดหวังในตัวเธอจนแทบไม่อยากพูดคุยด้วยแต่ถึงยังไงเธอก็เป็น้องสาวที่ผมประคบประหงมในอุ้งมือมาั้แ่เด็กๆปกติ่บ่ายสองถึงบ่ายสาม ลูกชายของผมมักจะวิ่งไปที่บ้านเธอเพื่อปลุกให้ตื่นเพราะหลังจากโดนดักทำร้ายครั้งนั้น พ่อกับแม่เลยสั่งให้เธอลาออกจากร้านสะดวกซื้อแล้วเธอก็ผันตัวมาเขียนนิยาย...”
พัตรเงียบเสียงลงกะทันหัน เมื่อนึกถึงภาพรอยเืสดๆที่เจิ่งนงอเต็มห้องน้ำ ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!” ตรีภพเค้นเสียงถามด้วยความตระหนก
พัตรยกแก้วเหล้าขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกระดกมันลงคอไป “เธอกรีดข้อมือตัวเอง...วันนั้นลูกชายผมได้ยินเสียงร้องไห้แปลกๆ เลยวิ่งมาบอกผมผมกับพ่อรีบวิ่งไปเคาะประตูเรียกเท่าไรก็ไม่มีสัญญาณตอบรับผมเลยตัดสินใจทุบบานกระจกเข้าไป... สิ่งที่ผมเห็นในห้องน้ำคือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนจมกองเื...”
พัตรถอนหายใจแ่เบา “หลังจากวันนั้น ชาวบ้านถึงเริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อเธอ...แต่เธอก็ไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนง่ายๆ อีกเลย ยกเว้นแค่ออกมาดูแลพ่อกับแม่ของพี่”
“นาย... พูดว่าอะไรนะ” ตรีภพย่นคิ้วจ้องมองพัตรด้วยความตะลึงงัน...
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่พิมพ์รดาลุกลี้ลุกลนรีบหดแขนลงใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ฉายซ้ำเข้ามาในหัว...ที่แท้เธอก็แค่้าซ่อนรอยแผลเป็นั้นไว้จากสายตาเขานั่นเอง
พัตรส่ายหน้าเบาๆ เื่ราวพวกนี้เขาไม่เคยเอ่ยปากพูดคุยกับใครเพราะมีแต่จะยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมน้องสาว แม้แต่กับภรรยาเขาทำได้เพียงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ แล้วชวนกันเข้านอน “ช่างมันเถอะครับ...ว่าแต่พี่ภพเถอะ พี่ลำบากแค่ไหนยามที่อยู่ข้างในนั้น เล่าให้ผมฟังบ้างสิ”
“ก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก... ทุกๆเดือนน้องสาวนายก็พาแม่ไปฝากเงินใส่บัญชีไว้สำหรับค่าใช้จ่ายข้างในให้ตลอด”
ตลอดคืนนั้นตรีภพและพัตรจึงนั่งดื่มเหล้าและเปิดอกระบายความรู้สึกอึดอัดในใจแม้จะไม่อาจพูดทุกอย่างออกมาได้ทั้งหมดแต่มันก็ช่วยปลดปล่อยความเ็ปที่กัดกินหัวใจของชายหนุ่มทั้งสองมาตลอดสิบปีลงได้ไม่น้อย…
*** ***
เช้าตรู่...
ตรีภพตื่นขึ้นมาตามความเคยชินยามตีห้า...ชายหนุ่มปรือตาขึ้นมองฝั่งตรงข้ามของโต๊ะก็พบว่าพัตรนอนขดตัวกอดขาเก้าอี้อยู่บนพื้นร่างหนาสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่ความปวดตุบที่แล่นขึ้นมาจากการดื่มหนักเมื่อคืนก่อนจะลุกไปเปิดประตูบ้านออก
บรรยากาศยามเช้าภายนอกเย็นจัดหมอกหนาบดบังทัศนียภาพรอบกายจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดรอบด้านยังคงตกอยู่ในความมืดมิดเนื่องจากพระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า
ตรีภพทอดสายตามองไปยังบ้านสีเทาหลังเล็กข้างๆ...บานหน้าต่างบานนั้นยังคงเปิดทิ้งไว้พร้อมกับแสงไฟสีนวลตาที่ส่องสว่างกระทบโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างเด่นชัด
ยามที่ทอดมองแสงไฟนั้น...คำพูดของมารดาและความจริงจากปากของพัตรก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว
หรือแท้จริงแล้ว... เป็เพราะเขาใจร้อนและขาดสติไปจริงๆทั้งสามชีวิตถึงต้องมาจมปลักอยู่ในวังวนแห่งความอึดอัดและทรมานเช่นนี้?
*** ***
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...
พิมพ์รดานั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความรู้สึกตึงเครียดเธอเพิ่งทยอยปล่อยนิยายตอนใหม่ลงระบบออนไลน์ไปห้าตอนแรกเนื้อหาบรรยายถึงความรักแสนหวานชื่นของพระนาง ทว่าในตอนที่ห้านี้เอง...นางเอกก็ถูกพระเอกจับได้ว่าแอบปันใจให้ชายอื่น เพียงเพราะความแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับยามเมื่อมีใครสักคนยื่นมือเข้ามามอบความสนใจเธอจึงหลงเพลิดเพลินจนปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความชั่วครู่ชั่วคราวนั้น
“เอาละ... ปล่อยขายอีบุ๊กต่อเลยแล้วกัน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“พิมพ์! พี่ฝากหลานหน่อยนะ จะพาพ่อไปโรงพยาบาล!”
เสียงะโดังมาจากหน้าบ้าน พิมพ์รดาลุกเดินออกไปดูก็พบพัตรยืนอยู่กับหลานชายทั้งสองคน “พ่อเป็อะไรเหรอคะพี่พัตร”
“หมอนัดตรวจตามนัดน่ะ... ฝากเลี้ยงหลานสักครึ่งวันหรืออาจจะถึงวันหนึ่งได้ไหม” พัตรเอ่ยถาม
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ฝากไว้กับพิมพ์ได้เลย” หญิงสาวพยักหน้ารับคำ
“อีกสักพัก นาก็คงกลับมาจากตลาดกับแม่ คงไม่ถึงครึ่งวันหรอก”พัตรทอดสายตามองลูกชายทั้งสองก่อนจะหันกลับมามองน้องสาวที่ดูซูบเซาและอ่อนโรย และเขากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า...เธอดูผอมลงไปอีกแล้ว
“พิมพ์ดูแลได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง” พิมพ์รดายิ้มรับ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ก็ดังขัดขึ้นตรีภพขับรถแล่นผ่านหน้าบ้านมา โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งซ้อนท้ายมาด้วยก่อนที่รถจะเลี้ยวจอดลงตรงหน้าบ้านของเธอทั้งพิมพ์รดาและพัตรต่างขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย
พลัน ใบหน้าของพิมพ์รดาก็ซีดเผือดลงทันตาทั่วทั้งร่างเหมือนโดนน้ำเย็นจัดราดรดจนชาหนึบ จุกแน่นไปหมดจนแทบหายใจไม่ออกเธอจึงรวบรวมเสียงทั้งหมดเอ่ยถามออกไป “มี... มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ภพ”
“เกิดอะไรขึ้นพี่ภพ” พัตรถามเสียงเรียบติดไม่พอใจเพราะหากตรีภพคิดจะมีผู้หญิงคนใหม่ก็ไม่จำเป็ต้องพามาข่มขวัญหยามหน้าน้องสาวตนถึงขนาดนี้
“บังเอิญเจออยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน” ตรีภพเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เธอบอกว่ามาตามหาผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์รดา” ตรีภพสายตามองร่างอวบอัดที่พยายามต้อนเด็กๆ เข้าบ้านอย่างลุกลี้ลุกลนก่อนจะก้าวเดินออกมาเผชิญหน้า
“ใหม่... มีอะไรกับฉันอย่างนั้นเหรอ” พิมพ์รดาถามเสียงสั่นเครือพลางหันไปทางพี่ชาย “พี่พัตร... รีบพาพ่อไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”
ใหม่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนเอ่ยปากถามตรงๆ “เธอเคยสัญญาอะไรกับพี่ตามเอาไว้?”
พิมพ์รดายืนแข็งทื่อ...สายตาช้อนมองไปยังร่างหนาที่ยื่นพิงกำแพงรั้วมองพวกเธอสองคน
ตรีภพที่ยืนกอดอกจ้องมองผู้หญิงสองคนที่ท่าทางไม่น่าจะเคยเป็เพื่อนกันได้ตามที่เขาได้ยินมาจากปากหญิงสาวที่ซ้อนท้ายมา
“เขาใช่ไหม... สามีของเธอ” ใหม่ชี้มือไปทางตรีภพที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงประตูรั้ว
พิมพ์รดายกมือขึ้นปฏิเสธพัลวันด้วยความร้อนรน “ใหม่... เธอฟังฉันก่อน!มัน... มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ!”
ตรีภพขมวดคิ้วมุ่น...จังหวะนั้นเองที่สายตาคมกริบเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลเป็ขนาดใหญ่สามรอยที่แขนซ้ายของพิมพ์รดารอยเย็บนั้นดูหยาบร้อน เหมือนทำไปเพียงเพื่อประสานเนื้อหนังให้ติดกันโดยไม่ได้ใส่ใจเื่ความสวยงามเลยสักนิด
“ใช่... ฉันเป็สามีของเธอ” ตรีภพโพล่งขึ้นมา“มีธุระอะไร ทำไมไม่พูดกับฉันั้แ่แรก จะให้ฉันพามาพบเธอทำไม”
ใหม่หันไปมองตามน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบนั้น “ภรรยาของคุณบอกว่าจะพาคุณไปขอโทษสามีของฉัน...เพราะคุณทำให้ขาของเขามันพิการจนต้องเดินกระเผลกไปตลอดชีวิต!”
พิมพ์รดารีบก้าวไปยืนขวางตรงหน้าตรีภพด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บเพราะเธอใช้เท้าเปล่าเหยียบลงบนกองหินคมๆ “ใหม่... เธอใจเย็นๆ ก่อน ฟังฉันก่อนนะเหตุการณ์ในวันนั้นเธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก!”
เพียะ!