หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 20 ร้องเรียน
"ต้าหลาง เกิดอะไรขึ้น!!"
หลี่หลิงผู้เป็แม่ะโถามออกมาด้วยความใเมื่อเห็นสภาพของบุตรชายคนโต ตอนนี้หลี่ต้าอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้ ทำให้หลี่เอ้อผู้เป็น้องชายเล่าออกมาแทน
ก่อนหน้านี้พวกเขาไปทำไร่ทำสวนกันตามปกติ ระหว่างแยกย้ายกันไปทำงาน จู่ๆ มีกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบบุกเข้ามาทำร้ายพี่ชายคนโตโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงการต่อสู้ก็รีบวิ่งกลับมาช่วยแต่พวกนั้นก็หนีออกไปเสียก่อน ทำให้มีเพียงหลี่ต้าพี่ชายคนโตที่ได้รับาเ็สาหัส
ขณะฟังเื่ราวจากหลี่เอ้อจบหลี่หลิงก็มั่นใจว่าต้องเป็ตระกูลตู้อย่างแน่นอน นางไม่ยอมให้ลูกชายเจ็บตัวเปล่าๆ เป็แน่ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือต้องรักษาอาการาเ็ของบุตรชาย หลี่หลิงผู้เป็มารดาจึงรีบสั่งให้หลี่เอ้อพี่ชายคนรองไปยืมเกวียนจากหัวหน้าหมู่บ้าน และให้หลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่รีบไปรับเป่าเปาที่กำลังเรียนหนังสือกลับมา
เป่าเปาที่เห็นพี่ชายคนที่สี่มารับตัวเองก็เกิดสังหรณ์ใจไม่ดี รีบบอกลาอาจารย์แล้วตามพี่ชายกลับบ้านทันที เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วเห็นสภาพของพี่ชายคนโต นางถึงกับโกรธจนพูดไม่ออก นางอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนเด็กคนหนึ่ง แต่คนพวกนั้นอยากให้นางลุกขึ้นสู้ นางก็จะสู้ให้ดู
เป่าเปาพยายามที่จะขอตามพี่ชายของนางไปด้วย หลี่หลิงผู้เป็แม่เองก็ทนรออยู่ที่บ้านไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงพาบุตรสาวเข้าเมืองไปด้วยกัน
เมื่อมาถึงโรงหมอ หลี่ต้าพี่ชายคนโตก็ถูกส่งเข้าไปด้านในอย่างเร่งด่วน ระหว่างรอตรวจอาการ เป่าเปาพยายามหาวิธีปลีกตัวออกจากครอบครัว โดยขอความช่วยเหลือจากหลี่ซานพี่ชายคนที่สาม
หลังจากปลีกตัวออกมาได้นางก็รีบออกตามหาต้าซ่งตามสถานที่ที่เขาเคยบอกเอาไว้ทันที ไม่นานหลังจากนั้นนางก็พบคนที่้าเจอตัว
"อ้าว แม่หนูน้อย สหายเ้า้าทำการค้าแล้วหรือ?"
"ไม่ใช่หรอก พี่ชายข้าถูกคนทำร้านเมื่อเช้านี้ ข้าอยากขอให้ท่านช่วยสืบเื่นี้หน่อยได้หรือไม่เ้าคะ"
"หืม ใครกันที่ทำร้ายพี่ชายเ้า?"
"ข้าคิดว่าเป็คนตระกูลตู้"
"ตระกูลตู้งั้นหรือ เช่นนั้นไม่น่าจะยาก เดี๋ยวข้าลองสอบถามจากเหล่าสหายของข้าให้"
"ขอบคุณมากเ้าค่ะ"
ต้าซ่งแจกแจงเงินที่เขานำของไปขายและค่ารักษาพยาบาลของมารดา ก่อนส่งเงินที่เหลือให้กับเป่าเปา เพราะคิดว่านางอาจได้ใช้มัน เป่าเปาไม่ได้ปฏิเสธ นางรีบรับเงินไว้แล้วกลับไปที่โรงหมอทันที เพราะครั้งนี้นางไม่ได้มากับแค่พี่ชายแบบครั้งก่อน แต่ยังมีท่านแม่และท่านพ่อตามมาด้วย ทำให้นางต้องรีบทำเวลาให้เร็วที่สุด
เมื่อกลับมาถึงโรงหมอ ท่านหมอที่ตรวจอาการพี่ชายก็เดินออกมาทันที
"อาการของชายหนุ่มค่อนข้างสาหัส อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่นี่หลายวัน พวกเ้าจะว่าอย่างไร?"
คำพูดนี้ของท่านหมอทำให้หลี่หลิงผู้เป็แม่และหลี่ชุนผู้เป็พ่อถึงกับคิดหนัก การพักฟื้นอยู่ในโรงหมอเท่ากับต้องมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังบอกว่าใช้เวลาหลายวัน นั่นเท่ากับต้องใช้เงินมากขึ้นอีกหลายเท่า ทำให้สองสามีภรรยารู้สึกลังเลใจ หากให้ลูกชายคนโตพักฟื้นอยู่ที่นี่ พวกนางจะไปหาค่าใช้จ่ายจากที่ใดมาให้กันล่ะ
เป่าเปาเองก็กำลังใช้ความคิดเช่นกัน นางไม่ได้กังวลเื่ค่าใช้จ่าย แต่นางกังวลเื่ความปลอดภัยของพี่ชายคนโต ดังนั้นนางจึงกระซิบบอกมารดาของนางว่า
"ท่านแม่ อาจารย์ฮุ่ยมีความรู้เื่การแพทย์อยู่บ้าง ข้าว่าเราขอให้ท่านมาช่วยดีหรือไม่เ้าคะ"
หลี่หลิงผู้เป็แม่ที่ได้ยินคำพูดนี้ของบุตรสาวคนเล็กก็รู้สึกว่ามีเหตุมีผล ดังนั้นนางจึงตัดสินใจพาบุตรชายคนโตกลับไปพักที่บ้าน โดยขอให้ท่านหมอเขียนเทียบยารักษาอาการไว้ให้
หมอจางผู้ใจดีก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเข้าใจสถานะทางบ้านของครอบครัวนี้เป็อย่างดี เพราะแต่ก่อนเขามักไปช่วยรักษาอาการป่วยของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างเป่าเปาเสมอ เมื่อคิดถึงเื่นี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเด็กหญิงตัวน้อยที่เมื่อก่อนสามวันดีสี่วันไข้ ดูเหมือนนางจะแข็งแรงขึ้นมากจริงๆ ไว้มีโอกาสเขาจะขอตรวจชีพจรของเด็กหญิงดูหน่อยก็แล้วกัน
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ เป่าเปากระซิบให้พี่ชายสามเป็คนอาสาไปซื้อยาตามเทียบที่ได้รับมา เพราะเท่าที่นางกวาดตาดู ยาบางชนิดมีราคาที่สูงมาก หากเป็พี่ชายคนอื่นไปซื้อ ต้องกลับมามือเปล่าอย่างแน่นอน มีเพียงพี่ชายสามเท่านั้นที่รู้ว่านางมีเงิน ดังนั้นเขาจึงเหมาะสมที่จะไปซื้อมากที่สุด คนในครอบครัวไม่มีใครรู้หนังสือหรือรู้เื่การแพทย์ หลี่หลิงผู้เป็แม่จึงให้เงินหลี่ซานลูกชายคนที่สามไปส่วนหนึ่งเพื่อซื้อยา โดยมีเป่าเปาแอบยัดเงินใส่มือพี่ชายสามไปอีกส่วนหนึ่ง
เมื่อหลี่ซานมาซื้อยาก็รู้เหตุผลที่เป่าเปาให้เขาเป็คนมาซื้อ แม้จะปวดใจกับค่ายาที่ต้องจ่าย แต่เพื่อให้พี่ชายใหญ่หายดีเขาได้แต่กัดฟันส่งเงินให้เ้าของร้านขายยา หลังจากซื้อยาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไปพบกับต้าซ่งตามที่เป่าเปาได้นัดหมายเอาไว้ แม้ต้าซ่งจะไม่ใช่คนใหญ่คนโต แต่เขาก็อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้มาั้แ่เด็ก รู้จักทุกคนในเมืองเป็อย่างดี ดังนั้นใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็หาข้อมูลที่เป่าเปา้ารู้ออกมาได้
เหล่าชายฉกรรจ์ที่ทำร้ายหลี่ต้าพี่ชายคนโต เป็คนในตระกูลตู้จริงๆ มีชาวบ้านหลายคนละแวกนั้นเห็นชายฉกรรจ์รวมตัวเดินออกนอกเมืองไปเมื่อเช้านี้ และกลับมาสังสรรค์ในโรงเตี๊ยม่บ่ายที่ผ่านมา ดูจากจำนวนคนและระยะเวลา ทำให้เชื่อได้ว่าคนเ่าั้คือคนที่ลงมือจริงๆ
พี่ชายสามรับฟังเื่ราวทั้งหมดก็ได้แต่กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ เป่าเปาที่ได้ฟังเื่ราวจากพี่ชายสามอีกทีก็รู้สึกโกรธไม่แพ้กัน นางจึงวางแผนนำความไปบอกกับมารดาและยุยงให้มารดาไปร้องเรียนที่ศาลกลางเมือง
หลี่หลิงผู้เป็แม่เมื่อเห็นสภาพลูกชายคนโตที่ถูกทำร้ายก็เห็นดีเห็นงามกับลูกสาวคนเล็ก เมื่อจัดการเื่ทางบ้านทุกอย่างเรียบร้อย นางจึงเดินทางไปที่ศาลกลางเมืองพร้อมกับสามี หลี่เอ้อลูกชายคนรอง หลี่ซานลูกชายสาม และเป่าเปาน้องสาวคนเล็กที่ขอตามมาด้วย โดยให้หลี่กังน้องสามีและหลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่คอยดูแลคนป่วยอยู่กับบ้าน
ระหว่างทางมาที่ศาลกลางเมือง เป่าเปาได้คิดคำนวณสิ่งที่จะเกิดขึ้น นางแอบกระซิบกระซาบกับพี่ชายสาม เพื่อให้พี่ชายสามไปปล่อยข่าวว่ามีเื่สนุกกำลังจะเกิดขึ้นที่ศาลกลางเมือง ปลุกความอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านให้พวกเขาพากันมารวมตัวอยู่ที่นี่ หากเป็อย่างที่ต้าซ่งบอกจริงๆ ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่เห็นชายฉกรรจ์เ่าั้ต้องมารวมตัวกัน และพวกเขาจะกลายเป็พยานให้นางโดยไม่ได้ต้องออกแรง
เมื่อมาถึงหน้าศาลกลางเมืองทังโจว ทั้งสี่คนก็ยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า พวกเขาเคยได้ยินเื่การตีกลองร้องเรียนที่หน้าศาลแต่ไม่เคยทำมาก่อน การมายืนอยู่ตรงนี้ทำให้หลี่หลิงผู้เป็แม่ที่ตั้งใจแน่วแน่จะมาร้องเรียนเอ่ยขึ้นว่า
"หลี่ชุน ท่านเป็บุรุษ ท่านควรเป็คนเริ่มต้นถึงจะถูก"
"ไหนเ้าว่าเ้าจะเป็คนเริ่มเองไง?"
"ข้าคิดอีกทีข้าว่าท่านเหมาะกว่าข้า"
สองสามีภรรยาที่รู้สึกตื่นกลัวสถานที่ของทางการยืนเถียงกันว่าใครจะเป็คนตีกลองร้องทุกข์ คนที่เริ่มตีกลองมักเป็คนที่ถูกถามมากที่สุด แม้ไม่เคยขึ้นศาลแต่พวกเขาก็เคยมายืนชมดูเื่ของผู้อื่นอยู่บ้าง เป็ธรรมดาที่ชาวบ้านอย่างพวกเขาจะรู้สึกกลัวที่จะถูกซักถาม
ขณะที่สองสามีภรรยากำลังถกเถียงกันอยู่ เป่าเปาที่เห็นเช่นนั้นก็เดินอย่างมาดมั่นหมายจะตีกลองร้องทุกข์ด้วยตัวเอง แต่กลับมีคนทักนางขึ้นก่อนว่า
"เ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะตีกลองใบนั้น"
"....!!"
"แน่ใจสิเ้าคะ เหตุใดข้าถึงตีไม่ได้?"
"ก็กลองใบนั้นมันหนังกลองมันชำรุดเลยไม่มีเสียง เ้าเคาะประตูเอาน่าจะง่ายกว่าน่ะสิ"
"..."
แล้วท่านพ่อกับท่านแม่จะมาทะเลาะเื่ใครจะลงมือตีกลองทำไมกันล่ะเนี่ย...เฮ้อ