ผู้ใหญ่บ้านเห็นท่าทางน่ารักของซูซูก็นึกเอ็นดู นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เลี้ยงเด็กตัวเล็ก ๆ แบบนี้ ผู้ใหญ่บ้านลูบหัวซูซูอย่างเบามือ เขากลัวว่านางจะได้รับาเ็ที่หัวด้วยจึงไม่กล้าลูบหัวนางแรงเกินไป
ซูซูที่รู้สึกถึงความอบอุ่นบนหัวน้อย ๆ ของนาง ซูซูจึงเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานให้กับปู่ผู้ใหญ่บ้านที่ดูเหมือนกำลังปลอบโยนเด็กตัวน้อย ๆ อย่างนางอยู่ ทั้งที่จริงแล้วิญญาของนางอายุ 25 ปีในโลกแห่งลมปราณก่อนจากมาอยู่ที่นี่ แต่ในเมื่อร่างเดิมยังเด็กอยู่ ซูซูจึงยินดีทำตัวเป็เด็กให้ทุกคนหลงเอ็นดูนางดีกว่าจะทำตัวเข้มแข็งจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นาง
รอกันไม่นานนัก นางหยวนปิงก็โยนหยกพกเนื้อดีสีขาวราวกับหิมะซึ่งมีลวดลายบนหยกสลักอยู่อย่างปราณีต อีกด้านมีตัวอักษรฟางสลักอยู่ด้วยอย่างสวยงามเช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบหยกแล้วเห็นว่าเป็อันเดิมที่เขาเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อนจึงพยักหน้าแล้วส่งหยกให้กับซูซูถือเอาไว้
“นี่คือสิ่งของแทนตัวของเ้านะซูซู หากในอนาคตเ้า้าตามหาพ่อแม่ก็ลองใช้หยกนี้เป็เครื่องนำทางตามหาพวกเขาดู ข้าคิดว่าเ้าเก็บเอาไว้เองจะดีที่สุด อ้อ! ข้าขอเตือนเ้านะหยวนปิง หากเ้าหรือคนในครอบครัวโจวคิดจะแย่งชิงหยกของซูซูล่ะก็ ข้าจะเอาเื่พวกเ้าให้หมดทุกคนเสียให้รู้แล้วรู้รอด ข้าอดทนกับครอบครัวที่เห็นแก่ตัวอย่างพวกเ้ามาหลายปีแล้ว หากไม่เพราะเฒ่าโจวขอร้องเอาไว้ก่อนตาย ข้ามีหรือจะให้เ้ากับโจวเหออยู่ที่หมู่บ้านนี้ให้เป็เสนียด เอาล่ะ ตอนนี้หมดเื่แล้ว พวกเราแยกย้ายกันไปทำงานกันเถอะ พวกเ้าช่วยเป็หูเป็ตาให้ข้าด้วยเล่า หากเห็นพวกนางแม่ลูกคิดจะรังแกซูซูอีกให้รีบมาบอกข้า เข้าใจหรือไม่?”
“พวกข้าเข้าใจขอรับ/เ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่บ้าน”
ชาวบ้านต่างขานรับผู้ใหญ่บ้านเป็เสียงเดียวกัน จากนี้ไปพวกเขาไม่ต้องทนดูซูซูถูกทุบตีอีกแล้ว ยิ่งนางได้รับการเลี้ยงดูจากผู้ใหญ่บ้านด้วยแล้ว พวกเขาคิดว่าซูซูจะมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
ผู้ใหญ่บ้านให้คนไปตามหมอให้มารักษาซูซูที่บ้านของเขา เขาพาซูซูเดินไปยังบ้านของเขาที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านอย่างช้า ๆ ด้วยขาสั้น ๆ ของซูซูจึงทำให้นางไม่สามารถเดินได้เร็วนัก อีกทั้งนางยังต้องแสดงละครว่ายังาเ็อยู่อีกด้วย ซูซูจึงได้แต่ขอโทษท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในใจที่นางจะต้องโกหกเขาเช่นนี้
กว่าที่ผู้ใหญ่บ้านจะพาซูซูไปถึงหน้าประตูบ้านก็พอดีกับที่หมอประจำหมู่บ้านมาถึงหน้าประตูเช่นเดียวกัน พวกเขาจึงได้เข้าไปในบ้านผู้ใหญ่บ้านพร้อมกันเพื่อดูาแของซูซูตัวน้อย ซูซูที่เห็นท่านหมอก็ย่อกายคารวะอย่างน่ารัก ยิ่งทำให้ผู้ใหญ่บ้านกับหมอหลงใหลกับความน่ารักและรู้ความของนางกันไม่น้อย ด้วยรูปร่างหน้าตาของซูซูเองก็ไม่ได้ขี้เหร่ เพียงแค่นางผอมและตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไปเท่านั้นจึงดูซอมซ่อไปสักหน่อย แต่หลังจากนี้นางน่าจะน่ารักมากกว่านี้หากได้รับการดูแลที่ดีจากผู้ใหญ่บ้านกับภรรยา
หมอตรวจดูาแไม่นานก็ให้ยาทาาแไว้กับผู้ใหญ่บ้าน อีกทั้งยังเตือนให้พวกเขาอย่าลืมทำอาหารให้ครบห้าหมู่เพื่อบำรุงร่างกายซูซูให้กลับมาเหมือนเด็กทั่วไปโดยเร็ว
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับปากท่านหมอและกำลังจะจ่ายค่ายาพร้อมกับค่าตรวจรักษา แต่กลับถูกท่านหมอห้ามเอาไว้เสียก่อน เขายังล้อเล่นกับซูซูด้วยว่าถ้าอยากตอบแทนเขาก็ค่อยหาอาหารป่ามาให้เขาหลังจากร่างกายหายดีแล้วก็พอ ซูซูที่ไม่รู้ว่าท่านหมอล้อเล่นก็พยักหน้ารับอย่างจริงจังว่าหากนางหายดีแล้วจะขึ้นเขาเพื่อหาอาหารป่าอร่อย ๆ มาฝากท่านหมอกับเหล่าท่านลุงท่านป้าและท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านอย่างแน่นอน
ผู้เฒ่าทั้งสองไม่คิดเลยว่าเื่ล้อเล่นนั้นจะกลายเป็จริงหลังจากที่ซูซูหายดีได้ไม่กี่วัน พวกเขาเพียงแต่หัวเราะสีหน้าจริงจังของเด็กน้อยตรงหน้าเท่านั้น เมื่อหัวเราะจนพอใจแล้ว ท่านหมอก็ขอตัวกลับไปตากสมุนไพรต่อทันที แน่นอนว่าผู้ใหญ่บ้านกับซูซูต่างเดินไปส่งท่านหมอที่ประตูตามมารยาท
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านที่นึกสงสารซูซูมานานหลายปีแล้ว ในที่สุดนางก็จะได้ดูแลเด็กอาภัพคนนี้เสียที ถึงจะต้องรอจนกระทั่งซูซูเกือบตายไปแล้วก็เถอะ แต่หลังจากนี้นางจะตั้งใจดูแลซูซูเป็อย่างดี เพราะนางมีแต่ลูกชายสามคนซึ่งแยกบ้านออกไปแล้ว แต่ด้วยภาระทางบ้านเมื่อเจ็ดปีก่อน พวกเขาจึงไม่ได้รับซูซูมาเลี้ยงเอง
ผู้ใหญ่บ้านเห็นภรรยาออกมาแล้วก็บอกให้นางรีบพาซูซูไปอาบน้ำจะได้ทายาก่อนจะหาข้าวปลาให้นางกิน พวกเขารู้ดีว่าซูซูไม่น่าจะมีอาหารตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว ดีที่วันนี้ซวงหยวนเอ๋อทำอาหารเอาไว้ไม่น้อย หลังจากที่นางกับสามีกินมื้อเช้ากันแล้วก็ยังเหลืออาหารอยู่อีก ซวงหยวนเอ๋อรีบพยักหน้าให้สามีและอุ้มซูซูที่ผอมกะหร่องขึ้นอย่างง่ายดายเพื่อไปอาบน้ำ ซูซูได้แต่เขินอายท่านย่าที่ต้องอุ้มนางซึ่งโตแล้วเช่นนี้ แต่ในเมื่อพวกเขาเมตตานางมากขนาดนี้ ซูซูเองก็คิดที่จะตอบแทนบุญคุณพวกเขาจนกว่าที่นางจะมีวรยุทธสูงส่งกว่านี้แล้วค่อยจากพวกเขาไปตามหาครอบครัวของร่างเดิมในอนาคต
ผู้ใหญ่บ้านเหอหยางเปาได้แต่มองภรรยาที่ดูจะรักซูซูมากพร้อมรอยยิ้ม เขารู้ดีว่าภรรยาอยากมีลูกสาวมากแค่ไหน เพียงแต่นางคลอดลูกชายมาถึงสามคนแล้วจนหมอบอกว่านางไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะอันตรายทั้งแม่และลูก ตัวเขาจึงได้ระมัดระวังเื่นี้มาตลอดหลายปีจนกระทั่งแก่เฒ่ากันทั้งคู่แล้ว แต่เมื่อมีซูซูเข้ามาอยู่ในครอบครัว ผู้ใหญ่บ้านก็คิดว่าภรรยากับเขาคงรู้สึกดีกว่าที่อยู่กันเพียงสองเฒ่าชราเหมือนเมื่อก่อน เพราะทุกวันนี้ลูกหลานก็จะมาหาพวกเขาแค่่เทศกาลไม่นานนักก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานทำการของตนเองกันหมด แต่หลังจากนี้ไปพวกเขามีซูซูตัวน้อยน่ารักมาเลี้ยงให้กระชุ่มกระชวยจนรู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้นทั้งที่พวกเขาต่างแก่เฒ่ากันไม่น้อยแล้ว จะไม่ให้พวกเขามีความสุขได้อย่างไร
โจวเหอที่ได้ข่าวจากชาวบ้านที่กำลังลือกันอยู่ใกล้ ๆ กับที่ที่เขาถางหญ้าในนาอยู่ก็รีบวิ่งกลับบ้านเพื่อไปถามความกับภรรยาตนเอง กระทั่งเมื่อถึงบ้านแล้วเขาเห็นประตูห้องเก็บฟืนเปิดค้างเอาไว้และไม่มีใครอยู่ในนั้นก็เข้าใจแล้วว่าข่าวลือที่ว่าผู้ใหญ่บ้านนำซูซูกลับไปเลี้ยงน่าจะเป็ความจริง โจวเหอทำหน้าตาบอกบุญไม่รับแล้วรีบเดินเข้าบ้านไปหาภรรยาที่แสนโง่เขลาของเขาในทันที
“ข้าบอกเ้ากี่หนแล้วว่าอย่าทำร้ายนาง เหตุใดเ้าจึงมักจะทำร้ายนางจนชาวบ้านรู้กันทั่วแบบนี้ ตอนนี้เป็อย่างไรเล่า นางถูกผู้ใหญ่บ้านพาตัวไปแล้ว แผนการที่คิดจะให้ฮุ่ยเหมยปลอมเป็นางก็ทำไม่ได้แล้ว เ้านี่มันโง่ดักดานเสียจริง ฮึ่ย!!”
โจวเหอพอเห็นหน้าภรรยาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก่นด่าภรรยาเกี่ยวกับเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว
“ก็ใครให้มันมาทำตัวจองหองใส่ข้าเล่า ข้าก็ต้องสั่งสอนนางเป็ธรรมดา เ้าจะมาด่าว่าข้าทำไมกัน ในเมื่อตอนนี้แผนการก็พังไปแล้ว ยังดีที่ข้ายังเหลือเงินเอาไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นเราจะเอาเงินที่ไหนให้ลูก ๆ ไปสอบขุนนางกัน”
“ฮึ!!! นับว่าเ้ายังไม่โง่จนเกินเยียวยา เงินที่เหลืออีกสามร้อยตำลึงต้องเก็บไว้เป็ค่าเดินทางไปสอบของลูก ๆ ในปีหน้า ต่อไปเ้าต้องจัดการบ้านช่องด้วยตัวเองแล้วและก็ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับนังซูซูอีกต่อไป ไม่อย่างนั้นลูก ๆ ของเราที่เรียนอยู่จะเดือดร้อนได้ เ้าเข้าใจหรือไม่?”
“ข้าเข้าใจแล้วน่าสามี เ้ามาเหนื่อย ๆ กินน้ำเย็น ๆ เสียก่อน ฮุ่ยเหมยรีบไปเอาน้ำมาให้พ่อเ้าสิ”
โจวฮุ่ยเหมยได้แต่ทำหน้ามุ่ยเดินตึง ๆ ไปเอาน้ำใส่ชามมาให้พ่อของนางดื่ม ทำอย่างไรได้ นางเองก็กลัวแม่ตัวเองจะทำร้ายหากนางไม่ทำตามคำสั่งของท่านแม่เช่นกันนี่นา ถึงนางจะเป็ลูกแท้ ๆ แต่หากนางทำให้ท่านแม่ไม่พอใจมีหวังนางต้องมีสภาพไม่ต่างจากนังซูซูเป็แน่