ใน่เวลายามเย็น พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง รอเวลาที่จะรับขอบฟ้าในอีกไม่อีกนาทีข้างหน้า แสงพระอาทิตย์ที่ส่งสะท้อน ตกกระทบท้องน้ำทะเล สีเหลืองเป็สีส้มๆ เหลืองๆ ไปทั่วบริเวณ ดูแล้วสวยงามไปอีกแบบ สำหรับคนที่ชอบมองดูพระอาทิตย์ตก
“สวยจัง!!....”
ตวิษาพร่ำพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ ในขณะที่เธอกำลังยืนมองพระอาทิตย์ตกนั้นอย่างชื่นชอบ พร้อมทั้งปลดปล่อยจิตใจ ให้ล่องลอยไปกับสีแสงและสายลมที่พัดผ่านมาปะทะร่าง แต่ก็ต้องสะดุ้งใ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ
“สวยดีนะ”
ภูธิปปากก็พูดไป สายตาก็จับจ้องมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป แล้วค่อยหันมามองเสี้ยวหน้าสวยๆ ของตวิษานิ่งอยู่อย่างนั้น
“เราจะไม่พูดกันบ้างเลยเหรอไก๊ด์!!?? ก็ไหนบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกันแล้วไง!!??”
ตวิษาหันมามองสบตากับภูธิปนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้น เหมือนทำราวกับไม่อยากอยู่ใกล้ไม่อยากเสวนาด้วย ภูธิปจึงพูดขึ้นก่อนที่ตวิษาจะเดินห่างออกไปจากตรงนั้น
“ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรไง!!.... เราไม่มีเื่อะไรที่จะต้องพูดคุยกัน และอีกอย่าง เราไม่อยากให้ใครมาว่ามาแซว ในเื่ที่ผ่านมาแล้ว เพราะเราก็ต่างคนต่างมีชีวิต ของใครของมันนานแล้ว และปัจจุบันเราก็เพื่อนกัน และที่สำคัญ เราไม่อยากเป็ตัวต้นเหตุ ที่ทำให้นายกับแฟนหวาดระแวงหรือมีปัญหากัน”
ตวิษาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเป็ปกติ ไม่มีทีท่าหรืออารมณ์ใดๆ แสดงออกให้เห็น พอตวิษาพูดจบก็เดินหันหลังกลับเข้าไปภายในบ้าน เพื่อไปช่วยเพื่อนจัดทำอาหารอีกแรง ซึ่งบริเวณที่ทำอาหารจะอยู่บริเวณสนามหญ้าข้างบ้าน อาหารที่ได้ทำก็จะเป็ปิ้งย่างอาหารซีฟู้ดที่ได้ซื้อมานั่นแหละ
“ฉันเห็นธิปเขาเดินตามหลังเธอออกไป มีอะไรกันหรือเปล่าอ่ะ!!??”
พรรณวารอจังหวะให้ตวิษานั่งลงเรียบร้อยซะก่อน จึงค่อยถามไปเบาๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ไปตามเื่ตามราว ของคนที่สนใจเื่ของคนอื่นเป็พิเศษ
“ก็ไม่มีอะไร ฉันแค่ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนเขาฉันไม่รู้ เพราะฉันไม่ได้สนใจ แล้วนี่เธอจะถามฉันทำไมเนี้ย!! ฉันกับธิปไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย”
ตวิษาพูดพร้อมกับทำหน้าตาเป็ปกติ ไม่มีพิรุธอะไรออกมาให้เห็น และว่าเหน็บพรรณวาไปด้วย
ซึ่งเหมือนว่าจะพูดเล่นไปอย่างนั้น แต่แท้ที่จริงแล้วตวิษาว่าใส่จริงๆ เพราะเริ่มจะเอือมระอากับเพื่อนๆ แต่ละคนที่มาจ้องจับผิดเธอกับภูธิปอยู่นั่นแหละ ซึ่งมันอะไรกันนักกันหนา เธอก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเธอไม่ได้สนใจหรือใส่ใจภูธิปเลยสักนิดหนึ่ง
พรรณวาซึ่งก็รู้แหละว่าตวิษาพูดมานั้น เริ่มมีอาการไม่พอใจขึ้นมาบ้างแล้ว จึงสงบมาสงบคำลงฉับพลัน เพราะกลัวว่าตวิษาจะโกรธเอาหากพูดเซ้าซี้มาเข้า พรรณวาปิ้งย่างกุ้ง ปลาหมึกต่อไปและไม่พูดเอ่ยถึงเื่ของตวิษากับภูธิปอีก ซึ่งตวิษาก็อยู่ช่วยปิ้งย่างกุ้ง ปลาหมึก อยู่อย่างเงียบเสียง
ภูธิปเดินกลับเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หลังจากเดินหายไปราวๆ สิบห้านาทีได้ โดยมานั่งทานโน่นทานนี่ และร่วมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในการดื่มกินกันเฉยๆ ก็ไม่สนุกอะไร เพื่อนๆ จึงหาเกมมาเล่นกัน โดยเกมที่นำมาเล่นกันในครั้งนี้คือเล่นต่อเพลง หากใครต่อเพลงไม่ได้ก็ให้ดื่มเหล้าแบบเพรียวๆ ยกดื่มครั้งเดียวหมดแก้ว
“ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันขอตัวไปนอนก่อนแล้วกันนะ”
ตวิษาซึ่งรู้สึกเมามากแล้วจริง จึงได้บอกกับเพื่อนๆ โดยลุกขึ้นเซไปนิดๆ แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ได้ ซึ่งภูธิปก็มองดูอย่างเป็ห่วง แต่กลัวว่าเพื่อนจะหาเื่จับผิดกันอีก จึงทำแต่เพียงมองดูอยู่เฉยๆ
“ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ขอตัวไปนอนเช่นกัน”
อัณณิกาก็ลุกขึ้นตามตวิษา แล้วจากนั้นตวิษาและอัณณิกา ก็พากันเดินออกจากกลุ่มเพื่อนๆ ทันที โดยไม่สนใจใครเลยสักนิดว่าจะคัดค้านหรือไม่คัดค้านออกมา เพราะคนทั้งสองรู้สึกไม่ไหวกันแล้วจริงๆ เพราะพวกเธอเล่นต่อเพราะไม่ได้ จึงถูกให้ดื่มบ่อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ
ตวิษาและอัณณิกาเดินโซซัดโซเซไม่ตรงทาง กลับเข้าไปภายในบ้าน ก็พากันตรงไปยังห้องนอนที่เป็ห้องที่พวกเธอใช้หลับนอนกันในทันที ซึ่งพอถึงห้องนอนกันแล้ว ก็ต่างล้มตัวลงนอนไม่เป็ท่า และหลับไปเพราะความมึนเมา
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑