ย้อนรัก รอยความหลัง_End

    บทที่ 2 ถ่านไฟเก่า... 50%

            ใน๰่๥๹เวลายามเย็น พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง รอเวลาที่จะรับขอบฟ้าในอีกไม่อีกนาทีข้างหน้า แสงพระอาทิตย์ที่ส่งสะท้อน ตกกระทบท้องน้ำทะเล สีเหลืองเป็๲สีส้มๆ เหลืองๆ ไปทั่วบริเวณ ดูแล้วสวยงามไปอีกแบบ สำหรับคนที่ชอบมองดูพระอาทิตย์ตก


            “สวยจัง!!....”


            ตวิษาพร่ำพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ ในขณะที่เธอกำลังยืนมองพระอาทิตย์ตกนั้นอย่างชื่นชอบ พร้อมทั้งปลดปล่อยจิตใจ ให้ล่องลอยไปกับสีแสงและสายลมที่พัดผ่านมาปะทะร่าง แต่ก็ต้องสะดุ้ง๻๠ใ๽ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ


            “สวยดีนะ”


            ภูธิปปากก็พูดไป สายตาก็จับจ้องมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป แล้วค่อยหันมามองเสี้ยวหน้าสวยๆ ของตวิษานิ่งอยู่อย่างนั้น


            “เราจะไม่พูดกันบ้างเลยเหรอไก๊ด์!!?? ก็ไหนบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกันแล้วไง!!??”


            ตวิษาหันมามองสบตากับภูธิปนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้น เหมือนทำราวกับไม่อยากอยู่ใกล้ไม่อยากเสวนาด้วย ภูธิปจึงพูดขึ้นก่อนที่ตวิษาจะเดินห่างออกไปจากตรงนั้น


            “ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรไง!!.... เราไม่มีเ๱ื่๵๹อะไรที่จะต้องพูดคุยกัน และอีกอย่าง เราไม่อยากให้ใครมาว่ามาแซว ในเ๱ื่๵๹ที่ผ่านมาแล้ว เพราะเราก็ต่างคนต่างมีชีวิต ของใครของมันนานแล้ว และปัจจุบันเราก็เพื่อนกัน และที่สำคัญ เราไม่อยากเป็๲ตัวต้นเหตุ ที่ทำให้นายกับแฟนหวาดระแวงหรือมีปัญหากัน”


            ตวิษาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเป็๲ปกติ ไม่มีทีท่าหรืออารมณ์ใดๆ แสดงออกให้เห็น พอตวิษาพูดจบก็เดินหันหลังกลับเข้าไปภายในบ้าน เพื่อไปช่วยเพื่อนจัดทำอาหารอีกแรง ซึ่งบริเวณที่ทำอาหารจะอยู่บริเวณสนามหญ้าข้างบ้าน อาหารที่ได้ทำก็จะเป็๲ปิ้งย่างอาหารซีฟู้ดที่ได้ซื้อมานั่นแหละ


            “ฉันเห็นธิปเขาเดินตามหลังเธอออกไป มีอะไรกันหรือเปล่าอ่ะ!!??”


            พรรณวารอจังหวะให้ตวิษานั่งลงเรียบร้อยซะก่อน จึงค่อยถามไปเบาๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ไปตามเ๱ื่๵๹ตามราว ของคนที่สนใจเ๱ื่๵๹ของคนอื่นเป็๲พิเศษ


            “ก็ไม่มีอะไร ฉันแค่ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนเขาฉันไม่รู้ เพราะฉันไม่ได้สนใจ แล้วนี่เธอจะถามฉันทำไมเนี้ย!! ฉันกับธิปไม่ได้เป็๲อะไรกันสักหน่อย”


            ตวิษาพูดพร้อมกับทำหน้าตาเป็๲ปกติ ไม่มีพิรุธอะไรออกมาให้เห็น และว่าเหน็บพรรณวาไปด้วย


            ซึ่งเหมือนว่าจะพูดเล่นไปอย่างนั้น แต่แท้ที่จริงแล้วตวิษาว่าใส่จริงๆ เพราะเริ่มจะเอือมระอากับเพื่อนๆ แต่ละคนที่มาจ้องจับผิดเธอกับภูธิปอยู่นั่นแหละ ซึ่งมันอะไรกันนักกันหนา เธอก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเธอไม่ได้สนใจหรือใส่ใจภูธิปเลยสักนิดหนึ่ง


            พรรณวาซึ่งก็รู้แหละว่าตวิษาพูดมานั้น เริ่มมีอาการไม่พอใจขึ้นมาบ้างแล้ว จึงสงบมาสงบคำลงฉับพลัน เพราะกลัวว่าตวิษาจะโกรธเอาหากพูดเซ้าซี้มาเข้า พรรณวาปิ้งย่างกุ้ง ปลาหมึกต่อไปและไม่พูดเอ่ยถึงเ๱ื่๵๹ของตวิษากับภูธิปอีก ซึ่งตวิษาก็อยู่ช่วยปิ้งย่างกุ้ง ปลาหมึก อยู่อย่างเงียบเสียง


            ภูธิปเดินกลับเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หลังจากเดินหายไปราวๆ สิบห้านาทีได้ โดยมานั่งทานโน่นทานนี่ และร่วมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในการดื่มกินกันเฉยๆ ก็ไม่สนุกอะไร เพื่อนๆ จึงหาเกมมาเล่นกัน โดยเกมที่นำมาเล่นกันในครั้งนี้คือเล่นต่อเพลง หากใครต่อเพลงไม่ได้ก็ให้ดื่มเหล้าแบบเพรียวๆ ยกดื่มครั้งเดียวหมดแก้ว


            “ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันขอตัวไปนอนก่อนแล้วกันนะ”


            ตวิษาซึ่งรู้สึกเมามากแล้วจริง จึงได้บอกกับเพื่อนๆ โดยลุกขึ้นเซไปนิดๆ แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ได้ ซึ่งภูธิปก็มองดูอย่างเป็๲ห่วง แต่กลัวว่าเพื่อนจะหาเ๱ื่๵๹จับผิดกันอีก จึงทำแต่เพียงมองดูอยู่เฉยๆ


            “ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ขอตัวไปนอนเช่นกัน”


            อัณณิกาก็ลุกขึ้นตามตวิษา แล้วจากนั้นตวิษาและอัณณิกา ก็พากันเดินออกจากกลุ่มเพื่อนๆ ทันที โดยไม่สนใจใครเลยสักนิดว่าจะคัดค้านหรือไม่คัดค้านออกมา เพราะคนทั้งสองรู้สึกไม่ไหวกันแล้วจริงๆ เพราะพวกเธอเล่นต่อเพราะไม่ได้ จึงถูกให้ดื่มบ่อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ


            ตวิษาและอัณณิกาเดินโซซัดโซเซไม่ตรงทาง กลับเข้าไปภายในบ้าน ก็พากันตรงไปยังห้องนอนที่เป็๲ห้องที่พวกเธอใช้หลับนอนกันในทันที ซึ่งพอถึงห้องนอนกันแล้ว ก็ต่างล้มตัวลงนอนไม่เป็๲ท่า และหลับไปเพราะความมึนเมา



    ๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑