ตอนที่ 32: เสบียงที่หายไป
ค่ำคืนอันเงียบสงัดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งค่ายป่าไผ่ ม่านเมฆดำทะมึนลอยตัวต่ำบดบังแสงจันทร์เสี้ยวจนท้องรัตติกาลมืดมิดราวกับถูกชโลมด้วยน้ำหมึกสีเข้ม มีเพียงเสียงสายลมพัดโชยเบาๆ หอบเอาความหนาวเย็นยะเยือกแล่นผ่านยอดไผ่จนเสียดสีกันดังแกรกกรากคล้ายเสียงฝีเท้าสิ่งลี้ลับ ทหารบ้านบางคนเดินถือคบเพลิงตรวจตราเวรยามรอบแนวรั้วป้องกันด้วยแววตาอ่อนล้าจากศึกสงครามเมื่อคืนวาน
ห่างออกไปตรงชายคาเรือนพักส่วนตัวของผู้ใหญ่บ้านซึ่งสร้างจากไม้ซุงหนาและมุงหลังคาคาหญ้าแห้ง บัดนี้จมดิ่งอยู่ในเงามืดมืดสลัว
ใต้พุ่มพงหญ้าขัดแตะรกร้างข้างเรือนพัก ร่างสองร่างกำลังนอนหมอบต่ำแนบกายชิดติดกับพื้นดินแดง เป้า ขุนศึกหนุ่มที่ยังคงเปลือยอกและมีรอยสะเก็ดแผลสมานตัวสีชมพูจางๆ โอบกอดกระชับร่างระหงของมะลิไว้ในอ้อมแขนกว้างเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของเวรยามค่ายที่เดินผ่านไป ความใกล้ชิดในซอกมุมแคบๆ ยามวิกาลเช่นนี้ทำให้แผงอกร้อนผ่าวของเขาบดเบียดเข้ากับหัวไหล่มนและแผ่นหลังบางของนางอย่างเลี่ยงไม่ได้
กลิ่นหอมสะอาดจรุงใจดั่งดอกมะลิแรกแย้มจากกายสาวลอยฟุ้งแตะจมูกขุนศึกหนุ่ม ตัดกับกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นใบไม้แห้งรอบตัว ดึงดูดความกะล่อนในสายเลือด of เป้าให้ตื่นตัว เขาแอบสูดดมกลิ่นความหอมละมุนจากซอกคอขาวเนียนของนางอย่างเงียบกริบ แววตาคมกริบฉายประกายเย้าแหย่กะล่อน
มะลิสะดุ้งกายเบาๆ ใบหน้างดงามใต้เงารัตติกาลซับสีระเรื่อร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย นางหันขวับมามองค้อนเป้าวงใหญ่พลางใช้ศอกเรียวกระทุ้งสีข้างแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้เขารักษากิริยาในยามทำงานสำคัญ
"พี่เป้า... อย่าเล่นซนเวลาเยี่ยงนี้สิเจ้าคะ หากเวรยามของท่านพ่อพบเข้า แผนการสืบสวนคัดกรองหนอนบ่อนไส้ของพวกเราจะพังพินาศหมดหนา" มะลิกระซิบเตือนเสียงแผ่วเบาหวาดหวั่น
"หึๆ... พี่ก็แค่สูดกลิ่นกายเมียรักเพิ่มพละกำลังป้องกันภัยสงครามอย่างไรเล่าจ๊ะคนงาม นุ่มนิ่มหอมฉุยปานนี้ ค่อยมีกำลังใจทำงานหน่อย" เป้ากระซิบตอบเสียงพร่ากวนประสาท พลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะปล่อยร่างบางเมื่อสายตาคมกริบตรวจพบว่าทหารยามเดินพ้นแนวโค้งเรือนไปแล้ว
"เอาล่ะ... ได้เวลาลงมือแล้ว ลุยเลยจ้ะมะลิคนดี" เป้าส่งสัญญาณเสียงเข้มขรึม
มะลิสูดลมหายใจเข้าลึก นางสะบัดผ้าคลุมผืนหนาออก เหลือเพียงชุดรัดกุมสีดำทะมัดทะแมงที่เน้นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอรชร ท่าทางการเคลื่อนไหวของนางแคล่วคล่องว่องไวและเงียบเชียบดุจแมวป่าก้าวเหยียบบนปุยเมฆ ร่างสีดำของนางปลิวผ่านช่องลมหน้าต่างกระท่อมผู้ใหญ่บ้านที่แง้มเปิดทิ้งไว้ ลอบแทรกซึมเข้าไปด้านในอย่างหวุดหวิดไร้ซุ่มเสียง
ภายในกระท่อมพักของผู้ใหญ่บ้าน แสงไฟตะเกียงน้ำมันสลัวริบหรี่ส่งแสงพอให้เห็นตู้เก็บตำราไม้เก่าเตี้ยๆ และเตียงนอนไม้กระดานหนาที่มีร่างของชายชรานอนคลุมผ้าห่มขนสัตว์อยู่ มะลิเคลื่อนไหวแผ่วเบาตรงดิ่งไปยังตู้ไม้ ค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวแง้มลิ้นชักและค้นหาเอกสารสัญญาหรือม้วนกระดาษลับเกี่ยวกับการทุจริตเสบียงและการขายค่ายอย่างระมัดระวังสูงสุด
ทว่า ในขณะที่นางกำลังก้มลงลูบคลำตามแผ่นไม้ใต้เตียงนอนเพื่อหาช่องซ่อนกลไก จู่ๆ ร่างของชายชราบนเตียงก็ขยับพลิกตัวส่งเสียงไอแห้งๆ กุกกักในลำคอ
"แค็ก... แค็ก... ใครน่ะ..."
ผู้ใหญ่บ้านสะดุ้งตื่นด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัย แววตาฝ้าฟางเริ่มลืมตาปรือปรอยพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อจะก้าวไปจุดตะเกียงส่องสว่างดูรอบห้อง
มะลิใจหายวาบ ตัวแข็งทื่อหลบมุมอยู่ใต้เงามืดข้างตู้ไม้ แววตาของนางสั่นระริกตระหนกตกใจอย่างรุนแรง หากชายชราจุดตะเกียงขึ้นมา ความลับของนางต้องแตกพ่ายและเป้าจะหมดโอกาสกวาดล้างคนทรยศทันที!
ทว่า ในวินาทีวิกฤตินั้นเอง เสียงฝีเท้าลากกะเผลกๆ เอะอะเสียงดังหน้าตาเฉยก็ดังขึ้นจากประตูด้านหน้าเรือน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"ผู้ใหญ่บ้านจ๋า! อยู่หรือไม่จ๊ะผู้ใหญ่บ้าน! หลับหรือยังเอ่ย!"
เสียงทุ้มต่ำและยียวนกวนประสาทของเป้าดังลั่นรบกวนความเงียบสงัด เป้าผลักประตูไม้พรวดพราดก้าวเดินกะเผลกๆ ถือไหสุราดินเผาสีเข้มเข้ามาด้านในหน้าตาเฉย แกล้งสวมบทคนเจ็บปวดระบมแผลสงครามที่นอนไม่หลับเพื่อเข้าถ่วงเวลาดึงดูดความสนใจของชายชรา
ผู้ใหญ่บ้านสะดุ้งตกใจหันขวับไปมองประตู แววตาฝ้าฟางฉายโทสะและหวาดระแวงทันทีเมื่อเห็นหน้าของเป้า ชายชราขบกรามแน่นเอ่ยเสียงดุร้าว
"ไอ้เป้า!... เจ้าเป็นบ้าอันใดกันถึงบุกเข้ามาเคาะประตูเรือนข้ายามวิกาลเช่นนี้! ไม่รู้จักเด็กผู้ใหญ่รึอย่างไร!" ชายชราตะคอกพลางกุมไม้เท้าเดินก้าวเข้ามารอบโต๊ะไม้
เป้าแสร้งทำเป็นทำสีหน้าเหยเก กุมไหล่ซ้ายเดินกระเผลกๆ เข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ไม้อย่างวิสาสะ วางไหเหล้าลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก* พลางใช้ทักษะสกิลคาถาวาจาอ้อนหญิงมาปรับกลับทางกลายเป็น "วาจาอ้อนตีน" กวนอารมณ์ประสาทดึงดูดความสนใจข้าศึกอย่างแนบเนียน
"โถ... ผู้ใหญ่บ้านคนดี อย่าเพิ่งโกรธเกรี้ยวเสียงดังใส่ข้าสิจ๊ะ ข้าเจ็บระบมแผลธนูไฟและมีดพิษจากเมื่อคืนจนกายนอนไม่หลับ ร้อนรุ่มปวดแปลบปลาบไปทั้งตัว เลยคิดถึงผู้ใหญ่บ้าน หอบเอายาสุราป่าคลายหนาวมาดื่มชวนคุยคลายเหงากับท่านอย่างไรเล่าจ๊ะ... หรือว่าท่านมีความลับอันใดซ่อนอยู่ ถึงทำท่าทางตกใจหวาดระแวงปานเห็นผีเห็นสางเช่นนี้เอ่ย?" เป้าแสยะยิ้มกะล่อน ยื่นหน้าเข้าหาถามจิกกัดสอดแนมอย่างกวนประสาท
"ข้าไม่มีความลับอันใดทั้งสิ้น! แล้วก็ไม่อยากดื่มสุราป่ากับเจ้าด้วย! ออกไปจากเรือนข้าเดี๋ยวนี้!" ผู้ใหญ่บ้านตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำสลับเขียวด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นเทิ้ม รังสีโทสะแผ่พุ่งจนแทบควันออกหู ชายชราจ้องมองเป้าด้วยสายตารังเกียจชิงชังอยากจะใช้ไม้เท้าฟาดปากกะล่อนกวนโทโสนั่นให้สะบั้นสักหลายๆ ที
เป้าไม่เพียงไม่ถอย เขากลับหัวเราะร่า ยิ่งทำท่ายกไหเหล้าขึ้นดื่มกวนประสาท พลางแกล้งพูดย้อนจิกกัดเรื่องการแจกจ่ายเสบียงค่ายที่ดูขาดตกบกพร่องบางส่วนราวกับมีหนอนแอบลักลอบนำออกไปขาย
"อืม... สุรานี้หอมหวานนัก... เอ ว่าแต่ช่วงนี้เสบียงคลังของค่ายเราดูเบาบางลงแปลกๆ นะจ๊ะผู้ใหญ่บ้าน ข้าตรวจดูเห็นเสบียงข้าวสารหายไปหลายกระสอบ ราวกับมีหนอนบ่อนไส้คอยคาบข่าวแอบลอยนำเสบียงออกไปส่งให้ข้าศึกภายนอกเพื่อแลกกับความสุขสบายส่วนตัว... ผู้ใหญ่บ้านพอจะรู้เรื่องบ้างไหมเอ่ย?"
คำพูดเสียดสีแทงใจดำทำเอาผู้ใหญ่บ้านสะอึก แววตาฉายความตื่นตระหนกแวบหนึ่งก่อนจะปรับเป็นเหี้ยมเกรียมดุร้าย ชายชรากำไม้เท้าจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แผ่รังสีคุกคามตึงเครียดหนักหน่วง
ในจังหวะที่เป้ากวนประสาทดึงดูดความสนใจและโทสะของผู้ใหญ่บ้านอยู่นั้น มะลิที่แอบซ่อนตัวในเงามืดด้านหลังตู้ไม้ก็ใช้นิ้วเรียวแง้มเปิดกล่องลิ้นชักลับใต้โครงเตียงได้สำเร็จ นางสอดสายตาพบม้วนสารกระดาษผูกด้ายแดงประทับตราครั่งของแคว้นพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งเป็นเอกสารสัญญาขายค่ายแลกยศศักดิ์ขุนนางที่ผู้ใหญ่บ้านลงนามลับไว้!
มะลิใจเต้นระทึก นางรีบหยิบม้วนสารลับซ่อนเก็บไว้ในสาบเสื้อรัดรูปสีดำของนางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกกายพลิ้วไหวโหนตัวข้ามขอบบานหน้าต่างด้านหลังหลบหนีออกไปสู่ความมืดภายนอกเรือนได้อย่างเงียบเชียบและหวุดหวิดสูงสุด
เป้าเหลือบตาเห็นเงาไหวบางเบาจากขอบหน้าต่างด้านหลัง บ่งบอกว่ามะลิทำงานสำเร็จลุล่วงแล้ว ขุนศึกหนุ่มจึงแสร้งยกไหสุราป่าขึ้นดื่มอึกสุดท้าย แแสยะยิ้มกะล่อนลุกขึ้นยืนกระเผลกๆ บิดขี้เกียจ
"เฮ้อ... ในเมื่อผู้ใหญ่บ้านใจจืดใจดำไม่อยากชวนคุยแก้หนาวกับข้า ข้าก็ขอตัวกลับไปนอนพักผ่อนรักษาแผลกายต่อดีกว่าจ้ะ ราตรีสวัสดิ์หนาจ๊ะผู้ใหญ่บ้านคนดี"
เป้าเดินหัวเราะร่ากวนประสาทออกไปจากกระท่อม ทิ้งให้ผู้ใหญ่บ้านยืนกำไม้เท้าแน่น หายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธจัดและสับสนระแวงสายตาจับจ้องตามหลังร่างของเป้าไปด้วยความรู้สึกหวาดระแวงและคุกรุ่นรังสีตึงเครียดรุนแรง
---
เป้าเดินลัดเลาะชายป่ากลับมาสมทบกับมะลิที่ซุ่มรออยู่ใต้เงาต้นไผ่ใหญ่ มะลิรีบยื่นม้วนกระดาษลับผูกด้ายแดงส่งให้เขาด้วยรอยยิ้มโล่งอกในผลความสำเร็จ
"นี่เจ้าค่ะพี่เป้า... เอกสารสัญญาขายค่ายลับและหลักฐานทุจริตเสบียงของผู้ใหญ่บ้าน ข้าขโมยออกมาได้สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ"
เป้ารับม้วนสารมาลูบคลำ แววตากะล่อนเปลี่ยนเป็นคมปลาบดุดันทันที ในห้วงความคิดของเขา หน้าต่างข้อความสีทองของระบบพลันเด้งผุดเตือนด้วยความปั่นประสาทปนชื่นชม
*“ติ๊ง! สกิลวาจาอ้อนตีนทำงานได้ผลดีเยี่ยมปานเทพกระตุ้นตีน! ยั่วเย้าปั่นอารมณ์คนแก่จนแทบกระอักเลือด โฮสต์นี่มันหาเรื่องกินตีนตลอดเวลายิ่งนัก! ยินดีด้วย ได้รับแต้มสะสมเพิ่ม 100 แต้ม แต้มสะสมระบบโบราณพุ่งขึ้นสู่ 2100 แต้มเรียบร้อยแล้วจ้า! รักษาความกะล่อนหาเรื่องและเตรียมล้างบางคนทรยศต่อไปนะจ๊ะโฮสต์แมงดาหนุ่มรูปงาม!”*
เป้าแสยะยิ้มกะล่อน แววตาสะท้อนประกายหนาวเหน็บจ้องมองม้วนสารสัญญาในมือ คืนนี้... เขาได้หลักฐานมัดตัวคนทรยศเรียบร้อยแล้ว แผนตลบหลังเพื่อรับศึกสงครามใหญ่ขั้นถัดไปพร้อมจะเปิดฉากขึ้น!
---