“พี่เอ้อร์ จริงหรือเปล่าเนี่ย ก็ไหนครูซงบอกว่ากุญแจอยู่ในรถ…”
โก่วเม่ยเดินเข้ามาพูดด้วยความกระวนกระวาย แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากความ จึงถอนหายใจตอบว่า “ครูซงอาจจะโดนหวังเอ้อโกวหลอก เขาน่าจะตั้งใจพูดให้ครูได้ยินว่าลืมกุญแจทิ้งไว้ในรถ ครูเลยเอามาบอกฉัน และพวกเราก็เลยมากำจัดซอมบี้ให้เขานี่แหละ”
“ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ ครูซงของเธออาจเป็พวกเดียวกับหวังเอ้อโกวก็ได้ พวกเขารวมหัวกันหลอกเธอมากกว่า…”
หลี่โหยงยกมือกอดอกด้วยความสงสัย แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ขมวดคิ้วไม่พูดอะไร ก่อนหน้านี้หลี่เสว่จู๋มาบอกใบ้ว่าเขาอยู่ในอันตราย แถมยังพูดชื่อซงเจี่ยเหวินออกมาด้วย ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็ส่ายศีรษะว่า “เป็ไปไม่ได้ ครูซงไม่ใช่คนแบบนั้น การหักหลังผมไม่ได้ส่งผลดีอะไรต่อเธอเลย”
“แหม นั่นมันซงเจี่ยเหวินนะจ๊ะ ฉันได้ยินวีรกรรมของแม่คนนี้มาเยอะ เธอเป็คุณครูคนสวยประจำโรงเรียนของเธอ มีทักษะในการหลอกผู้ชายอย่างหาตัวจับยาก…”
หลี่โหยงมองมาที่เซี่ยปู้เอ้อร์อย่างใช้ความคิด และพูดด้วยดวงตาเป็ประกาย “มาพนันกันเถอะ ถ้าซงเจี่ยเหวินรู้เห็นกับเื่นี้ด้วย เงินที่ฉันต้องจ่ายนาย 500,000 เป็อันยกเลิก แต่ถ้าไม่ใช่ ฉันจะเพิ่มเงินให้นายอีก 500,000 เลย โอเคไหม”
“หลี่โหยง คุณจะไปรู้อะไร…”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองหน้าหญิงสาวเ้าของโรงแรมอย่างไม่พอใจ รอยยิ้มของหลี่โหยงดูแปลกประหลาดชอบกล แต่เธอไม่ได้พูดด้วยความโกรธอีกแล้ว “น่า เซี่ยปู้เอ้อร์ ถ้านายไม่กลัว ก็ลองเสี่ยงดูหน่อยไหมล่ะ อย่าใจป๊อดไปหน่อยเลย!”
“ตกลง พนันกันก็ได้ เขียนเช็คมาให้ผมเดี๋ยวนี้…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยกมือชี้หน้าเธอ หลี่โหยงหยิบปากกาออกมาเขียนเช็คให้เด็กหนุ่มอย่างมีความสุข หลังจากที่เซี่ยปู้เอ้อร์รับเข็คมาแล้ว เขาก็หัวเราะเยาะ “ขอบคุณมากครับ แต่ทำไมลายมือไก่เขี่ยแบบนี้ เพราะเธอเป็ผู้หญิงที่ไม่มีความเป็กุลสตรีไงถึงได้เป็เมียน้อยคนอื่นเขา”
“เมียน้อยบ้านนายสิ! แม่นายนั่นแหละที่เป็เมียน้อย บ้านนายมันเป็เมียน้อยทั้งตระกูล…”
หลี่โหยงโต้กลับมาอย่างดุเดือดราวกับเป็แมวป่าที่โดนเหยียบหาง เธอแผดเสียงต่อไปว่า “เป็เมียน้อยหรือไม่เป็แล้วจะทำไม ที่นี่คือโรงแรมของฉัน ฉันทนเหม็นกลิ่นคนจนอย่างนายไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีความสามารถในการหาเงิน รู้ตัวไหมว่าสุดท้ายนายก็จะเกลียดคนรวย ในสายตาของนาย ผู้หญิงที่สวยและรวยมากต้องเป็เมียน้อยเขาหมดเลยหรือไง?”
“หลี่โหยง ลองปากดีอีกสิ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองเธอด้วยแววตาเ็า หลี่โหยงเงียบเสียงไปทันที แต่เธอก็กระพริบตาปริบๆ และพูดว่า “ก็ฉันไม่ชอบนี่! ใครใช้ให้นายมากล่าวหาว่าคนอื่นเป็เมียน้อยกันล่ะ เป็ใครก็ต้องโกรธทั้งนั้นแหละ แต่ตอนนี้เรายังไม่ปลอดภัย เราอาจจะมีคนบ้าอยู่ด้วยซ้ำ!”
“คนบ้าเหรอ? หมายความว่ายังไง…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ชำเลืองมองไปที่กลุ่มซอมบี้ด้านนอกอีกครั้ง และสังเกตพบคนแปลกหน้า 3 คนเป็ชาย 2 หญิง 1 หลังจากนั้นหลี่โหยงพูดต่อว่า “เราหาของมาขวางบันไดไว้แล้ว แต่ตอนที่กำลังปรึกษากันว่าจะรับมือเื่นี้ยังไงดี ก็มีคนปล่อยซอมบี้ออกมาจากตึกใหญ่ ทำให้มีคนตายไปอีกหลายคน”
“ใช่ โชคดีที่พวกเรารอดมาได้ เราอาจถูกฆ่าโดยพวกเดียวกันเอง เขาอาจจะถูกซอมบี้กัดและอยากจะพาเราไปอยู่ด้วย…”
ชายหนุ่มที่ใส่สูทยับย่นคนหนึ่งพยักหน้า หลี่โหยงพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงด้วยสิ! หลังจากที่เราซ่อนตัวแล้ว ฉันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงะโว่า “ปล่อยฉันไปเถอะ” ฉันไม่รู้ว่าเธออยู่ตรงจุดไหน แต่มันเหมือนกับมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังตามหาคนทรยศ เขาฆ่าภรรยาของตัวเองและหาคนทรยศไม่เจอ เขาก็เลยอยากแก้แค้นทุกคน”
“คุณหน้าตาดีแบบนี้ ไม่น่าจะเล่นชู้กับใครใช่ไหม…”
โก่วเม่ยมองชายใส่สูทด้วยสายตาระมัดระวัง สีหน้าของชายใส่สูทเปลี่ยนไปทันที แต่นักข่าวชวี่เจียหลี่โบกมือพูดว่า “เดาไปก็เสียเวลาเปล่า ตอนนั้นฉันอยู่ไม่ไกลจากผู้หญิงคนนั้นพอดี เธอไม่ได้เล่นชู้กับใคร แต่ผู้ชายคนนั้นมาหาของอะไรบางอย่าง”
“ผู้ชาย? ลักษณะเป็ยังไงครับ”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองนักข่าวสาวด้วยสายตาแปลกประหลาด ชวี่เจียหลี่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า “ผู้ชายคนนั้นใส่เสื้อคลุมตัวใหญ่สีดำ ลักษณะเหมือนคนปกติ หลังจากที่บังคับให้ผู้หญิงคนนั้นบอกที่ซ่อนของของสิ่งนั้น เขาก็ใช้มีดฆ่าเธอ แถมพวกซอมบี้ตรงทางเดินก็ไม่ทำร้ายเขาด้วย”
“ต้องเป็ไอ้คนที่คอยควบคุมซอมบี้แน่ๆ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ตกตะลึงจนสั่นไปทั้งตัวเมื่อนึกถึงเงาร่างสีดำที่เห็นบริเวณเนินเขา กับผู้ชายที่พยายามทำร้ายเขาตรงหน้าต่างของโรงแรม ชวี่เจียหลี่มองเด็กหนุ่มและพูดด้วยน้ำเสียงอยากรู้ “คนควบคุมซอมบี้อะไร? หมายถึงหัวหน้าของพวกซอมบี้ใช่ไหม ฉันเห็นเขาออกคำสั่งพวกมันได้ด้วย!”
“เขาตามหาอะไรอยู่…”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองนักข่าวสาวด้วยสีหน้าจริงจัง ชวี่เจียหลี่ตอบว่า “เขากำลังตามหา กล่องใส่อัญมณีสีดำ แฟนหนุ่มของผู้หญิงคนนั้นเป็คนเก็บมันได้ แฟนหนุ่มของเธอยังพูดกับเธอในสายว่ารวยแล้ว เขานัดมาเจอเธอที่โรงแรม เธอก็เลยมารอเขาที่นี่ แต่ก็มาเจอกับพวกซอมบี้เสียก่อน”
“มีใครเคยเห็นกล่องใส่อัญมณีที่ว่านั่นบ้าง…”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันมองกลุ่มผู้รอดชีวิตที่อยู่ภายในห้อง แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันส่ายศีรษะไม่รู้ไม่เห็น หลี่โหยงพูดด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย “ตอนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ใครจะไปสนใจกล่องใส่อัญมณีกันล่ะ แต่ถ้าเราหามันเจอ พวกซอมบี้ก็จะยอมกลับไปใช่ไหม”
“ฝันไปเถอะ ต่อให้เอาของให้มัน มันก็ไม่ปล่อยพวกเราไปอยู่ดี”
เซี่ยปู้เอ้อร์ส่ายหน้าและพูดเสียงต่ำ “หมอนั่นมันต้องเป็หัวหน้าซอมบี้แน่ๆ เราเป็แค่อาหารในสายตาของมัน และมันเป็คนที่ไม่ปกติเอาซะเลย ผู้หญิงที่มันจับตัวได้ถูกตัดหัวเอาไปแขวนไว้บนโคมไฟกลางทางเดิน คุณคิดว่าคนแบบนี้จะยอมปล่อยเราไปดีๆ ไหมล่ะ”
“แล้วเราจะทำยังไงดี เราจะรออยู่ที่นี่ก็ไม่ได้…”
หลี่โหยงยืนพิงกำแพงด้วยความเหนื่อยล้า แต่เซี่ยปู้เอ้อร์หันหลังเดินกลับมาที่ประตูห้อง และมองผ่านช่องว่างออกไปด้านนอกในความเงียบ ในตอนนี้ข้างนอกมืดหมดแล้ว มีแสงสว่างเพียงอย่างเดียวจากโทรศัพท์มือถือที่เปิดโหมดไฟฉายทิ้งไว้บนทางเดิน แต่ก็มีซอมบี้หลายสิบตัวเริ่มมาเดินวนเวียนแถวนี้แล้ว
“ข้างนอกยังมีซอมบี้อยู่ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ผมไม่รู้ว่าซอมบี้ฟันเหล็กยังอยู่หรือเปล่า...”
เซี่ยปู้เอ้อร์ขมวดคิ้วด้วยความเป็กังวล แต่ชวี่เจียหลี่พูดแทรกขึ้นมาว่า “นายจะออกไปเสี่ยงไม่ได้นะ นายเองก็เห็นแล้วว่าซอมบี้ฟันเหล็กมันน่ากลัวแค่ไหน ถ้าเธอยังอยู่แถวนี้เราคงซวยกันหมด ถึงรวมกันเราก็สู้เธอไม่ได้”
“งั้นเอาเป็ว่า ผมขอหาอะไรใส่ท้องก่อนแล้วกัน…”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันกลับมาเปิดลูกท้ออบแห้งสองกระป๋องและส่งเข้าปากในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็เดินกลับไปกลับมาระหว่างหน้าต่างทั้งสองบาน เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว เขาก็หยิบกระดาษกับปากกาออกมานั่งเขียนอะไรบางอย่างที่โต๊ะ แถมยังแสดงวิธีการใช้สูตรคำนวณขั้นสูงอีกด้วย
“นายทำอะไรเนี่ย ทำการบ้านส่งครูหรือไงยะ”
หลี่โหยงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ เธอเปลี่ยนชุดที่เปื้อนอุจจาระทิ้งไปแล้ว และล้างหน้าล้างตาด้วยเบียร์ที่อยู่ภายในห้อง ตอนนี้เนื้อตัวเธอจึงเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์แทน โก่วเม่ยตอบคำถามเธอด้วยความภูมิใจว่า “พี่เอ้อร์ของเราเก่งการคำนวณมาก เพราะแบบนี้ไงล่ะเราถึงไม่เคยถูกจับได้!”
“พูดจริงสิ เ้าหมอนี่มันคำนวณเป็ด้วยเหรอ…”
หลี่โหยงนิ่วหน้าด้วยความสงสัย แม้แต่ชวี่เจียหลี่ก็มายืนดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น โก่วเม่ยพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะว่า “วันนี้ที่คุณขับรถชนต้นไม้และพวกเราสามารถะโหลบได้ทันเวลา ก็เป็เพราะการคำนวณของพี่เอ้อร์ทั้งนั้น เราแอบดูการขับรถของคุณมาทั้งสัปดาห์ก็เพื่อการณ์นี้!”
“ดีมาก นี่พวกนายวางแผนต้มตุ๋นฉันกันมานานแล้วใช่ไหม...”
หลี่โหยงมองเด็กหนุ่มที่ปลอมตัวเป็หญิงสาวด้วยความโกรธ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์เงยหน้าหัวเราะว่า
“คุณเป็คนขับรถเร็ว แถมยังชอบเล่นวีแชทตอนขับรถ นอกจากนี้รถของคุณยังเป็รถสปอร์ตรุ่นใหม่ ผมเลยแน่ใจว่าถ้าเกิดเื่อะไรขึ้น คุณจะไม่โทรแจ้งตำรวจ ถ้าสักวันคุณขับรถชนคนตายขึ้นมาจริงๆ ผมจะเสียใจแทนพ่อแม่คุณมาก”
“นายรู้ได้ไงว่ารถฉันเป็รถสปอร์ต…”
หลี่โหยงเริ่มตกตะลึงในความสามารถของเซี่ยปู้เอ้อร์ เด็กหนุ่มจุดบุหรี่ก่อนตอบว่า “คุณขับรถเร็วและชอบขับฝ่าไฟแดง มีแต่คนที่ขับรถสปอร์ตเท่านั้นถึงมีนิสัยแบบนี้ และที่ผมเลือกลงมือวันเสาร์ก็เพราะเป็วันที่มีนักท่องเที่ยวเยอะที่สุด คุณไม่มีโอกาสหลบหนีได้เลย”
“ปู้เอ้อร์ ฉลาดแบบนี้ไม่น่าเป็แค่นักเรียนแล้วนะ สมองนายนี่มันร้ายกาจจริงๆ…”
ชวี่เจียหลี่มองเซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยความสนใจ เซี่ยปู้เอ้อร์กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เป็จังหวะเดียวกับที่เกิดเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโกลาหล เซี่ยปู้เอ้อร์ลุกขึ้นยืนทันทีและะโว่า “ไม่นะ! ครูเฉิน เกิดเื่ขึ้นกับพวกเธอแล้ว!”