"พี่กิต... ตรงนี้ผมคุยไม่สะดวกเท่าไร..." แล้วจันก็คว้าข้อมือผม "พี่กิตตามผมมาทางนี้สิ..."
แล้วจันก็เดินนำผมไปที่หน้าบ้าน พอเลี้ยวขวาพ้นรั้วบ้านมาได้สักหน่อยหนึ่งแล้วเขาก็หันมามองผมด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
"มันยังไงกันจัน?" ผมเริ่มถามอีก "ฉันก็อยู่ที่นี่มาได้สักพักใหญ่แล้ว ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีผีสางหรือผีสิงอะไรเลยนะ"
"จริงเหรอพี่กิต? พี่โชคดีจังที่ไม่รู้สึกอะไรเลย" จันพูดพร้อมทำตาโต "แต่หลายๆคนที่เคยอยู่ที่นี่ ถ้าไม่เห็นตัวกันชัดๆ ก็ได้เห็นกันในความฝันน่ะพี่กิต"
"ว่าไงนะ...? ฝันเหรอ...?" ผมเอะใจอะไรขึ้นมา
"ใช่แล้วพี่กิต... เขาน่ะมาเข้าฝันเกือบทุกคน ทำให้แต่ล่ะคนตกอกใแล้วก็ขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆกันเลยล่ะพี่..."
แล้วผมก็พลันนึกถึงอะไรบางอย่างที่ตัวเองเกือบจะลืมไปแล้ว...
ไม่สิ... ตอนนั้นน่ะมันเป็แค่ความฝันไม่ใช่รึ เป็ฝันที่ผมเกือบลืมไปแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ผมรู้สึกเหมือนกับฝันไปว่ามีคนมานอนข้างๆ นอนอยู่ทางด้านขวาของผม ผมพยายามหันไปมอง แต่ก็เหมือนกับมองไม่ถนัด และก่อนหน้านั้นอีกเล็กน้อย ผมก็รู้สึกเหมือนมีคนมาดึงขาของผมข้างหนึ่ง ผมยังคิดว่ามันก็แค่ฝัน เป็แค่ฝันที่ผมไม่ได้สนใจอะไรเลย...
ทำไมจันต้องพาฉันมาตรงนี้ล่ะ?" ผมถาม
"คือว่า.. ผมกลัวเขาได้ยินน่ะสิพี่กิต" พูดแล้วจันก็อดเหลียวซ้ายแลขวาอีกไม่ได้
"เขานี่คือ ผีที่จันเพิ่งบอกให้ให้ฉันฟังใช่ไม๊ ? เขานี่เป็.. เป็ผีผู้ชายรึ?"
จันพยักหน้า "ใช่แล้วพี่กิต ตอนนั้นน่ะ มะลิเห็นชัดเจนเลย แต่เห็นข้างหลังนะ วันนั้นตอนค่ำ ฝนตั้งเค้าทำท่าจะตก มะลิก็รีบลงไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนราวหลังบ้าน พอเก็บเสื้อผ้าลงตะกร้าเสร็จก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังอยู่ตรงมุมหลังบ้าน ตรงนั้นถึงจะมืดมากแต่ก็ยังเห็นว่าใครคนนั้น ใส่เสื้อสีขาว ผมสั้น เป็ผู้ชายแน่ๆพี่กิต มะลิบอกว่า ดูยังไงก็ไม่คุ้นตา ต้องใม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งในพวกเราแน่ๆ"
จันหยุดไปเล็กน้อยแล้วหันมามองผม "จะว่าเป็พี่กิต ผู้ชายคนนั้นก็ดูสูงชลูดไม่เหมือนพี่กิตที่ไม่สูงมากนักและอีกอย่างพี่กิตก็ดูหุ่นหนาล่ำกว่าเยอะเลย"
"อาจจะเป็คนนอกบ้านหรือข้างบ้านแวะเข้ามาหาแล้วมองไม่เห็นใครในบ้านหรือเปล่า?" ผมตั้งข้อสังเกตุเพราะยังไม่เชื่อว่า สิ่งที่มะลิเห็นเป็ตัวเป็ตนนั้นจะเป็ผีหรือิญญาไปได้
จันส่ายหัว "พี่กิตก็รู้ว่าพอทุ่มนึงพวกเราก็ปิดประตูรั้วลงกลอนตามที่เจ๊สานายผมกำชับไว้ทุกวันนี่ครับ เจ๊สานี่แกกลัวขโมยจะเข้ามาลักอุปกรณ์ทำน้ำเสาวรสจะตายไปนะพี่"
"เอ้า... แล้วถ้างั้น มะลิทำไงต่อล่ะ ?" ผมเร่งจัน
"มะลิก็เลยวางตะกร้าลง แล้วเดินไปหาผู้ชายคนนั้น เขาก็เหมือนรู้ตัวรีบเดินออกไปโดยไม่หันมามอง พอเขาเลี้ยวซ้ายลับมุมบ้านไปแล้ว มะลิก็รีบเดินตามไปทันที แต่น่าแปลกที่ตรงทางเดินข้างบ้านที่เขาเพิ่งเลี้ยวไปแว๊บเดียวนั้นกลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย มะลิตอนแรกยังคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเดินเร็วมาก อาจเดินออกไปถึงลานโล่งหน้าบ้านแล้ว มะลิจึงรีบตามออกไปดู แต่... แต่ว่า..."
"แต่ว่า ไม่มีใครอยู่ที่หน้าบ้านเลยใช่ไหม ? เขาคงปลดกลอนออกไปแล้วสิ" ผมสรุปให้พราะเห็นจันปากค้างและทำท่าสยิวกายขึ้นมา
"ไม่ใช่ๆนะพี่กิต... " จันรีบปฏิเสธ "พี่กิตอย่าลืมสิ ว่าประตูหน้าบ้านเรานี้นอกจากลงกลอนแล้วยังคล้องสายยูจากด้านในด้วย ส่วนดอกกุญแจมะลิก็เอาไปแขวนไว้ที่ห้องครัวชั้นล่างตามคำกำชับของเจ๊สาเป็ประจำ เช้าตรู่วันต่อมานั่นแหล่ะ มะลิถึงจะไปไขกุญแจเปิดประตูอีกที ส่วนพี่กิตพอเลิกงานกลับมาจากข้างนอกตอนดึกก็เข้าประตูเล็กด้านโน้นโดยต้องไขกุญแจเข้ามาเองไม่ใช่หรือพี่ ?"
ผมก้มหน้าครุ่นคิดนึดหนึ่ง "ก็ใช่นะ แต่เขาอาจจะ..."
"พี่กิตคงคิดว่า เขาอาจจะมีกุญแจแบบที่แขวนไว้ในครัว แล้วรีบไขออกไปใช่ไหม...?"
จันหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ "ต่อให้มีกุญแจก็ไม่มีทางที่จะไขได้เสร็จก่อนที่มะลิจะเดินตามออกไปถึงหน้าบ้านหรอกพี่กิต แม่กุญแจนี้มันเก่าไขยากกว่าปกติพอควร ต่อให้เป็กุญแจใหม่ๆยังไงก็ต้องใช้เวลาไขหน่อยนึงล่ะ"
"งั้นก็สรุปว่าเขาหายไปจริงๆ พอมะลิเดินตามออกไปถึงหน้าบ้าน เขาก็หายตัวไปเฉยๆงั้นรึ ?"
"ไม่ใชพี่...?" จันท้วง "เขาหายไปั้แ่เดินเลี้ยวลับมุมบ้านออกไปแล้วต่างหาก เพราะมะลิไม่เห็นเขาอีกั้แ่ตรงนั้นแล้วพี่...!"
จู่ๆก็มีลมเย็นๆะเืหอบหนึ่งพัดกรูเกรียวผ่านเราทั้งสองคนไป สายลมนั้นราวกับมีััของบางสิ่ง...
จันหันซ้ายหันขวา สีหน้าก็ซีดขึ้นมาฉับพลัน...!
"ผมว่าจะไม่เล่าอยู่แล้วนะ ไม่อยากจะเล่าเลย ไม่ว่าพี่กิตจะรู้อะไรหรือไม่รู้อะไร.."
ผมส่ายหัวพลางมองกลับเเข้าไปที่ตัวบ้านแฝดสองชั้นนั้น
"ตอนแรกผมเองก็ไม่เชื่อเื่นี้เลยนะพี่กิต" จันเล่าต่อ "แล้วที่จริงผมก็ไม่ใช่คนกลัวผีอะไรนักหรอก แต่... แต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้ มะลิกลับฝันแปลกๆ และดูน่ากลัวขึ้นไปอีก แล้วก็เห็นชัดด้วย..."
"ฝันแปลกๆ... และดูน่ากลัวขึ้นไปอีก...? แล้วอะไรล่ะที่เห็นชัดน่ะ...? หน้าของเขาเหรอ ?" ผมฉงน
"ไม่ใช่พี่..." จันส่ายหัว "มะลิน่ะเห็นหน้าเขาไม่ชัดหรอก เพราะหน้าเขาอยู่ในเงามืด แต่ที่เห็นชัดและน่ากลัวมากก็คือ... มะลิน่ะได้เห็นมือที่มาจับขาในความฝันนั้นมีขนขึ้นรกรุงรัง และขนนั้นก็รกรุงรังขึ้นไปถึงแขนเขาเลยนะพี่กิต...!"
"อะไรนะจัน... !" ผมแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง "มะลิฝันเห็นมือของผู้ชายที่มีขนขึ้นรกรุงรังรึ... ?!!" ผมอดเสียงดังขึ้นมาไม่ได้
"ใช่ๆพี่กิต... แล้วมะลิก็ตกอกใมากๆ จนหวีดร้องเสียงดังในความฝัน แล้วก็ใตื่นขึ้นมา เหงื่องี้แตกพลั่กๆเลยล่ะพี่"
ผมตะลึงกับเื่ที่จันเล่าไปชั่วครู่... ไม่สิ... เื่นี้มัน...
มันไม่น่าจะบังเอิญขนาดนี้นี่....?!
(โปรดอ่านต่อ บทที่ 03 เร็วๆนี้)