นางพาเด็กทั้งสองย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่เพื่อตั้งหลักอีกครั้ง
เพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน เยว่เยว่ก็เริ่มทนไม่ไหว "ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านเหยียบของเหม็น ๆ ใช่หรือไม่เ้าคะ? เหตุใดเดินมาไกลแล้ว ยังเหม็นเช่นนี้อยู่อีก?"
ซูชิ่น "..."
กว่าจะให้เด็กทั้งสองคุ้นชินกับกลิ่นกายของนางก็ใช้เวลาไม่น้อย ครั้นคุ้นเคยแล้ว ทั้งคู่ก็เอนกายซบอยู่กับนางก่อนจะหลับใหลไปอีกครั้ง
่ครึ่งหลังของคืน อุณหภูมิบนูเาลดต่ำลงเรื่อย ๆ อีกทั้งในป่าลึกยังมีเสียงร้องของสัตว์ร้ายแว่วมา ซูชิ่นเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงลองพาพวกเขาเข้าไปในมิติวิเศษ
นางถูข้อมือและพาเด็กทั้งสองเข้าไปในกระท่อมภายในมิติวิเศษได้อย่างราบรื่น
เ้าตัวเล็กทั้งสองหลับปุ๋ย ไม่ตื่นขึ้นมาเลยแม้จะเปลี่ยนสถานที่
เมื่อถึงสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ซูชิ่นก็เริ่มง่วงนอนเช่นกัน นางจึงล้มตัวลงนอนข้างเด็กทั้งสอง
ซูชิ่นจำไม่ได้ว่าตนเองหลับไปนานเท่าใด จนกระทั่งมีมือน้อย ๆ มาลูบที่ใบหน้าจึงปลุกให้นางตื่นขึ้น
เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นเด็ก ๆ มองนางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านแม่ พวกเราอยู่ที่ใดกันเ้าคะ?"
"เมื่อคืนหลังจากพวกเ้าหลับไป มีท่านเซียนเฒ่าท่านหนึ่งบอกข้าว่าในูเามีอันตราย จึงจะพาพวกเราไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อหลบภัย แล้วพวกเราก็มาที่นี่" ซูชิ่นมองใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กทั้งสอง แล้วฝืนแต่งเื่โกหกออกมา
เยว่เยว่อ้าปากน้อย ๆ ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านเซียนหรือ? ใช่ท่านเซียนที่อยู่ในศาลเ้านั่นหรือไม่เ้าคะ? ท่านมีเคราสีขาวยาว ๆ ใช่หรือไม่?"
"ท่านบอกว่าท่านเป็เทพูเา เห็นพวกเราแม่ลูกน่าสงสารจึงช่วยกำจัดคนเลวและพาพวกเรามาที่นี่" ซูชิ่นพยักหน้าอย่างใจเย็น
ดวงตาของเยว่เยว่เต็มไปด้วยประกายแห่งความเลื่อมใสในตัวท่านเซียน "แล้วท่านแม่ได้กล่าวขอบคุณท่านเซียนเฒ่าหรือไม่เ้าคะ?"
สีหน้าเลื่อมใสของโจวโจวก็เหมือนกับเยว่เยว่ไม่มีผิด
ซูชิ่นพยักหน้าแล้วตอบกลับว่า "เอาละ ในเมื่อตื่นแล้ว ข้างนอกก็น่าจะสว่างแล้ว พวกเราออกไปกันเถอะ"
ทว่า เยว่เยว่กลับมีสีหน้าลังเล นางกัดริมฝีปากน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาว่า "ท่านแม่ ท่าน... ท่านช่วยถามท่านเซียนเฒ่าได้หรือไม่เ้าคะ ว่าสามารถให้ของกินพวกเราได้ไหม เยว่เยว่หิวมากเลยเ้าค่ะ"
พูดจบก็กลัวว่าท่านเซียนเฒ่าจะโกรธ เยว่เยว่จึงรีบกล่าวเสริมว่า "เยว่เยว่ไม่ได้จะกินของท่านเซียนเฒ่าเปล่า ๆ นะเ้าคะ รอให้เยว่เยว่โตขึ้น จะนำของกินมากมายมามอบให้ท่านเซียนเฒ่าเ้าค่ะ"
โจวโจวพยักหน้าตามแล้วเอ่ยว่า "ข้าก็หิวนิดหน่อยขอรับ"
ซูชิ่นมองความคาดหวังในดวงตาของเด็ก ๆ แล้วรู้สึกลำบากใจ เพราะในมิติวิเศษนี้ นอกจากบ่อน้ำพุวิเศษแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกเลย
เดี๋ยวก่อน น้ำพุวิเศษ!
หลังจากนางดื่มน้ำพุวิเศษเมื่อคืน ร่างกายของนางก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกหิวเลย!
คิดดูแล้ว น้ำพุวิเศษนี้ไม่เพียงแต่มีสรรพคุณมหัศจรรย์ในการฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อิ่มท้องได้ด้วย!
ซูชิ่นจึงหยิบถ้วยบนโต๊ะเตี้ย ๆ แล้วพาเด็กทั้งสองวิ่งไปที่ข้างบ่อ
"ท่านแม่ น้ำนี้หวานและอร่อยมากเลยเ้าค่ะ! ท่านแม่ ท่านก็ดื่มด้วยนะเ้าคะ"
เยว่เยว่พึงพอใจกับรสชาติของน้ำพุวิเศษเป็อย่างมาก นางชูถ้วยขึ้นเพื่อจะป้อนซูชิ่น
ซูชิ่นมองดูเด็กหญิงตัวน้อยที่พยายามเขย่งเท้า ชูถ้วยขึ้นป้อนนางด้วยท่าทางตั้งใจเช่นนั้น ทำให้นางไม่กล้าที่จะปฏิเสธ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ยื่นมือไปรับถ้วยในมือของลูกสาว แต่ปรากฏว่าเยว่เยว่กลับปล่อยมือกะทันหัน ทำให้ถ้วยตกลงบนพื้นหญ้านุ่ม ๆ เด็กน้อยกุมท้องด้วยสีหน้าเ็ป
"ท่านแม่ ข้าปวดท้องเ้าค่ะ"
โจวโจวที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็กุมท้องในลักษณะที่เหมือนจะกลั้นไว้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
"ท่านแม่ น้ำนี้มีพิษหรือเปล่าเ้าคะ?" เยว่เยว่ใน้ำตาคลอ
มุมปากของซูชิ่นกระตุก เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้มีความระแวดระวังภัยสูงเสียจริง
เมื่อพาเด็กทั้งสองออกจากมิติวิเศษ เยว่เยว่ก็ะโโลดเต้นด้วยความรีบร้อน
"ท่านแม่ ข้าจะถ่ายแล้วเ้าค่ะ กลั้นไม่ไหวแล้ว"
โจวโจวเองก็กำลังรีบแก้สายรัดกางเกงของตนเองเช่นกัน
เด็ก ๆ ไม่สามารถอดทนได้เหมือนผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้เยว่เยว่ถ่ายราดกางเกง ซูชิ่นจึงรีบช่วยแก้กางเกงให้เยว่เยว่ แต่แล้วนางก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยเขียวช้ำหลายแห่งบนขาของเด็กน้อย
ขณะที่กำลังจะถามเยว่เยว่ว่ารอยเ่าั้เกิดขึ้นได้อย่างไร เยว่เยว่ก็ได้นั่งยอง ๆ ในพุ่มไม้ และเริ่มระบายของเสียออกมา ทำให้กลิ่นที่รุนแรงจนแทบสลบอบอวลขึ้นมาอีกครั้ง
ซูชิ่น "..."
หลังจากเด็กทั้งสองจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ซูชิ่นก็รีบพาพวกเขาเปลี่ยนสถานที่ทันที แม้ว่าสารพิษในร่างกายเด็กจะมีไม่มากเท่าผู้ใหญ่ แต่กลิ่นของเด็กสองคนรวมกันก็เพียงพอที่จะทำให้คนหายใจไม่ออกได้
ใครจะรู้ว่าเดินไปเดินมาไม่นาน กลับพบว่าพวกเขาเดินวนกลับมาที่ศาลเ้าอีกครั้ง
เมื่อคืนพวกเขาสามแม่ลูกใจนขวัญหนีดีฝ่อ หลังออกจากศาลเ้าก็วิ่งวุ่นหาที่ซ่อนตัวไปทั่ว จึงไม่ได้สังเกตทิศทางเลย ไม่นึกว่าจะเดินลึกเข้าไปในป่า
เด็กทั้งสองพอเห็นศาลเ้าหลังเล็ก ๆ ก็ใจนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังซูชิ่น
พูดตามตรง ซูชิ่นเองก็กลัวเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะพาเด็กทั้งสองจากไป นางก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืนตอนที่ยื้อยุดกับชายผู้นั้น มีดสั้นถูกชายคนนั้นแย่งไป
ศพของชายผู้นั้นอยู่ในศาลเ้า อีกทั้งที่แห่งนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักซึ่งง่ายต่อการถูกค้นพบ
มีดสั้นนั้นเป็ของเ้าของร่างเดิม นางไม่กล้ารับรองว่าจะมีใครจำได้หรือไม่ แต่ถ้าโชคร้ายถูกจำได้ขึ้นมา นางคงเดือดร้อนหนัก
ดังนั้นซูชิ่นจึงบอกกับเด็กทั้งสองให้รออยู่ด้านนอก ส่วนนางก็รวบรวมความกล้าแอบเข้าไปด้านใน
ทว่า ยังไม่ทันเดินเข้าประตู ซูชิ่นก็ได้กลิ่นคาวเืรุนแรงโชยมา หัวใจของนางเต้นระรัว พยายามสูดลมหายใจลึก ๆ จนมีความกล้าที่จะเดินเข้าไปด้านใน
นางเตรียมใจที่จะเผชิญกับกองเืและเนื้อ แต่เมื่อเข้าไปแล้วกลับพบว่าศพของชายผู้นั้นหายไปแล้ว และบนพื้นมีรอยเท้าสัตว์ร้ายที่เปื้อนเืจำนวนมาก กับเศษเสื้อผ้าบางส่วนแทนที่
ศพของชายผู้นั้นถูกสัตว์ร้ายกินไปแล้วหรือ?
ในขณะที่ซูชิ่นถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางก็รีบหันกลับไปมองเด็กน้อยทั้งสองแล้วคิดว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ในป่านี้มีสัตว์ร้ายอยู่จริง ๆ !
ใช้เวลาเพียงไม่นาน นางก็พบมีดสั้นที่มุมหนึ่งของศาลเ้า ซูชิ่นหยิบมันขึ้นมาและเตรียมจะจากไป แต่แล้วสายตาก็ถูกบางสิ่งตรงมุมกำแพงดึงดูดเข้า
เงินตำลึง?!
นางกะพริบตาเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปดู และพบว่าเป็ก้อนเงินจริง ๆ !
บนก้อนเงินมีคราบเืใหม่ติดอยู่ ซูชิ่นคาดเดาว่านี่น่าจะเป็เงินที่ติดตัวชายผู้นั้นมา และตอนที่ศพถูกสัตว์ร้ายรุมกิน เงินก้อนนี้คงกระเด็นมาอยู่ที่มุมกำแพง
ชายผู้นั้นแต่งกายซอมซ่อแต่กลับมีเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ เมื่อนึกถึงพฤติกรรมของเขาเมื่อคืน ซูชิ่นจึงรู้ว่าคนผู้นี้ตั้งใจปลอมตัวเป็ผู้ลี้ภัย เพื่อฉวยโอกาสลงมือกับคนที่อยู่ลำพังเช่นเดียวกับนาง
นางหากิ่งไม้สองกิ่งข้างกองไฟมาทำเป็ตะเกียบ แล้วคีบก้อนเงินนั้นขึ้นมา
ตอนนี้นางไม่มีเงินติดตัวเลยสักอีแปะเดียว ทั้งยังต้องเลี้ยงเด็กอีกสองคน หากไม่มีเงินคงลำบาก ดังนั้นแม้ในใจจะรู้สึกขยะแขยงและหวาดกลัว แต่นางก็ยังเก็บเงินก้อนนี้ไป
เมื่อลุกออกจาก ซูชิ่นก็เด็ดใบไม้จากต้นไม้ข้าง ๆ สองสามใบมาเช็ดคราบเืบนก้อนเงินจนสะอาดแล้วเก็บเข้ามิติวิเศษ จากนั้นจึงพาเด็กสองคนที่มีสีหน้าตื่นตระหนกออกจากที่นี่ ไปยังลำธารที่โจวโจวเคยไปตักน้ำเมื่อวาน
ซูชิ่นใช้ผิวน้ำในลำธารส่องดูตนเอง ใบหน้าและร่างกายมอมแมมดำปี๋ ดูน่าเวทนายิ่งกว่าขอทานเสียอีก
เด็กทั้งสองไม่ได้ดูแย่เท่ากับนาง แต่ก็ดูสกปรกไม่น้อยเช่นกัน