Chapter4
HighlanderApprentices
ยามเช้าวันอังคารหมู่บ้านเบโดเลียคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและพ่อค้าของแดนเหนือรวมถึงจากดินแดนต่างๆที่มาจับจ่ายใช้สอยหรือส่งสินค้าจากอาณาจักรอื่น่นี้ย่านการค้าของเมืองนอกจากเผ่ามนุษย์ที่เป็ชาวเบโดเลียแล้วมักจะมีเผ่าคนแคระจากแนวเทือกเขาในแดนเหนืออาศัยอยู่ในเมืองคลิฟฟิ่งเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาที่มีความสูงชันและสลับซับซ้อนว่ากันว่าพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้กับเผ่าพันธุ์ไททันหรือพวกคนแคระเรียกกันว่าั์ศิลาซึ่งแทบจะไม่ได้พบเห็นบนทวีปมานานหลายร้อยปีแล้วพวกเขาเร้นกายอยู่ในส่วนลึกของแนวเทือกเขาของแดนเหนือเผ่าคนแคระหุบเขามักจะมากันประมาณสิบคนและพากันซื้อพวกเครื่องเทศ ผัก ผลไม้ไวน์และขนสัตว์ขนกันเป็เกวียนเล่มใหญ่ประมาณห้าคันรถเพื่อกลับไปยังเมืองในหุบเขาของพวกเขาพวกเขาใช้สัตว์ลากรถที่เรียกกันว่าลองแฮร์ชีพเป็แพะขนาดตัวเท่าม้ามีเขาสองข้างงุ้มขนาดใหญ่ขนหนานุ่มสีขาวยาวถึงพื้นตัวใหญ่เท่าม้าป่าพวกมันมีพละกำลังค่อนข้างสูงและทนต่อความหนาวเหน็บของหุบเขาแดนเหนือได้ดีสามารถเดินทางติดต่อกันได้หลายวันเพียงแค่คอยให้อาหารกับน้ำอย่างสม่ำเสมอแต่เผ่ามนุษย์ไม่ค่อยนิยมใช้กันเพราะพบเจอพวกมันค่อนข้างยากและอาศัยอยู่ในเทิอกเขาในแดนเหนือเท่านั้นที่ท้ายสุดของถนนในย่านการค้าของหมู่บ้านเบโดเลียจะเป็ร้านค้าเมล็ดพันธุ์พืชสตรีผู้หนึ่งเปิดประตูเข้าไปในร้าน
“โอเลียน่า รับอะไรดีจ๊ะวันนี้?” เสียงต้อนรับอย่างสดใสของสตรีสูงวัยที่กำลังยืนขายของในร้านขายเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆกล่าวทักทายสตรีในชุดเดรสยาวสีเขียวอ่อนปักด้วยลวดลายดอกไม้สีทองสวมหมวกสานปีกกว้างสีครีมนางยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับเ้าของร้านเมล็ดพันธุ์พรางเอามือขวาของเธอสางผมสีน้ำตาลอ่อนและมองไปยังชั้นวางของที่มีเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆบรรจุอยู่ในถุงเล็กๆ หลากหลายสี ที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ
“อรุณสวัสดิ์ มอยร่าอืมม....ข้าอยากจะซื้อเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ กรีนโอ๊ค บัตเตอร์เฮด และเรดบัตตาเวียร์ สำหรับแปลงผักใหม่ที่กำลังจะปลูกในสวนหลังบ้านน่ะอ่อแล้วก็เมล็ดของพวกสมุนไพรไทม์ โรสแมรี่ เฟ็นเนล” โอเลียน่ากล่าว มอยร่าที่ก้มๆเงยๆ กับการจัดของใส่ตู้ลิ้นชักไม้ ปลีกตัวออกมานางจัดแจงผ้ากันเปื้อนสีขาวก่อนจะเดินมายังชั้นวางของตรงที่ โอเลียน่า ยืนอยู่
“ดีจริงๆ ที่เ้ามีลูกชายคอยช่วยงานในสวนนะโอเลียน่า แบ่งเบางานอบขนมปังของเ้าด้วยร้านขนมปังสมุนไพรที่ขึ้นชื่อที่สุดในหมู่บ้านเบโดเลียต้องยุ่งมากแน่ๆ ่นี้การที่เ้าปลูกเองมันก็ดีกับการลดต้นทุนในการทำขนมปัง” มอยร่ากล่าวขณะที่เดินหยิบห่อถุงเมล็ดพันธุ์บนชั้นที่นางแบ่งไว้เป็หมวดต่างๆ เช่น ผัก ผลไม้สมุนไพร ดอกไม้ โอเลียน่า ยิ้มให้กับมอยร่า ทั้งสองเจอกันบ่อย มอยร่าเป็สตรีสูงวัยที่อาศัยอยู่กับสามีของนางนามว่า ลูอิค ซึ่งตอนนี้เขาน่าจะไปส่งเมล็ดพันธุ์ตามที่ต่างๆในหมู่บ้านและหมู่บ้านอีกสามสี่หมู่บ้านใกล้เคียงกันในหุบเขาบางวันก็กินเวลาจนถึง่หัวค่ำ โอเลียน่า จึงมักจะเจอ มอยร่า มากกว่า ลูอิคในร้านเมล็ดพันธุ์พืช มอยร่าหยิบถุงเมล็ดพันธุ์มาทั้งหมดเจ็ดถุง ถุงสีเขียวอ่อนสามถุงสีเขียวเข้มสาม ถุงสีแดงหนึ่ง วางบนโต๊ะไม้โอเลียน่าหยิบตะกร้าสานที่ถือมาด้วยขึ้นมาวางบนโต๊ะก่อนจะช่วย มอยร่าหยิบถุงผ้าเ่าั้ใส่ลงในตะกร้า
“ไว้วันพรุ่งนี้ข้าจะทำขนมปังอบไทม์กับซุปหัวหอมมาให้ท่านกับลูอิคนะทั้งหมดราคาเท่าไหร่?” โอเลียน่าหยิบห่อผ้าสีน้ำตาลที่ใส่เงินของนางออกมา
“ลำบากเ้าแล้วโอเลียน่าไหนดูสิ๊….ทั้งหมดก็สามสิบเหรียญเงินละกันข้าลดให้เ้า ห้าเหรียญเงิน” มอยร่ากล่าว
“ท่านใจดีกับข้าเสมอ มอยร่า” โอเลียน่า นับเหรียญเงินและส่งให้นาง
“โธ่ เราคนกันเองข้าเห็นเ้าย้ายมายังหมู่บ้านแห่งนี้ั้แ่เมื่อสิบปีก่อนเ้าก็ชอบทำนู่นทำนี่มาให้ข้ากับสามีกินอยู่บ่อยครั้ง ไว้วันไหนว่างๆ เ้าพา เรเฟสมาด้วยสิ ให้ข้าได้ตอบแทนมื้อเย็นเ้ากับลูกชายบ้าง” มอยร่า กล่าวนางนำเหรียญเงินทั้งหมดใส่ในกระเป๋าของผ้ากันเปื้อนโอเลียน่าตอบรับคำเชิญของมอยร่า หากเป็่เย็นวันศุกร์หรือเสาร์นางจะพาเรเฟสมาด้วยนางหยิบตะกร้ามาไว้ที่ข้างตัวก่อนจะกล่าวลาสตรีสูงวัยเ้าของร้านเมล็ดพันธุ์อย่างสุภาพ
นางเดินไปตามถนนของย่านการค้าที่จอแจไปด้วยผู้คนผ่านร้านรวงต่างๆแวะซื้อเนื้อหมูที่แผงของพ่อค้าเนื้อสัตว์ชายหนุ่มร่างผอมสูง ผมสีดำปรกหน้าในชุดนักดาบแห่งเบโดเลียสีน้ำเงินเดินสวนกับโอเลียน่าก่อนจะหันมาทักทายนาง
“อรุณสวัสดิ์ โอเลียน่า” นักดาบกล่าวด้วยท่าทีเงอะงะเล็กน้อย
“อรุณสวัสดิ์ มาสเตอร์เดส ท่านมาซื้อของเหมือนกันหรือ?” โอเลียน่า กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“แกรนด์มาสเตอร์เว็นเดล ให้ข้ามารับของให้และมีภารกิจลาดตระเวนต่อ”มาสเตอร์เดส มีท่าทีเขินอายในระหว่างที่คุยกับโอเลียน่า
“ขอบคุณท่านมากที่คอยดูแลและฝึกฝน เรเฟสเขาอาจจะหัวรั้นไปบ้างอาจจะทำให้เหล่ามาสเตอร์ลำบาก” นางกล่าว
“ไม่เลยครับเรเฟสเป็หนึ่งในเด็กที่ตั้งใจฝึกฝนข้ารับรองได้เลยว่าเขาต้องเป็นักดาบที่ดีและมีฝีมือคนหนึ่งในอนาคตแน่นอน”มาสเตอร์เดส เอามือขวาขึ้นเกาหลังหัว แก้เขินเขาแอบชอบโอเลียน่าั้แ่แรกพบกับนางเมื่อสิบปีก่อนตอนที่นางย้ายมายังหมู่บ้านเบโดเลีย
“พรุ่งนี้ข้าอบขนมปังเสร็จจะให้เรเฟสนำไปฝากเหล่ามาสเตอร์ทุกคนเลย”โอเลียน่า กล่าว ก่อนจะขอตัวกลับบ้านไปทำธุระของนางต่อ มาสเตอร์ เดสยืนมองนางจนนางเดินเลี้ยวหายไปที่สุดถนนทางขวามือ
ณโรงฝึกดาบเบโดเลีย
ยามเช้าสนามหญ้าด้านหลังโรงฝึกดาบ
แกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลกำลังเดินตรวจแถวของเหล่านักดาบแห่งเบโดเลียรวมถึงนักดาบฝึกหัดเยาว์วัยทั้งชายและหญิงณ ที่โรงฝึกแห่งนี้มีกันอยู่ทั้งหมดห้าสิบสองคน และนักดาบที่ผ่านการฝึกฝนอย่างดีแล้วอีกประมาณสามร้อยคนจากหมู่บ้านต่างๆในแดนเหนือถูกแบ่งออกเป็หน่วยต่างๆ เพื่อดูแลความสงบสุขของหมู่บ้านเฝ้าระวังตามกำแพงเมืองของหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงการลาดตระเวนพื้นที่ในอาณาจักรแดนเหนือและหมู่บ้านต่างๆโดยรอบ นักดาบแห่งเบโดเลียถูกแบ่งออกเป็ทั้งหมด 5หน่วย
1.ไมท์ตี้ไลอ่อน หน่วยหลักของแกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลเป็ผู้ควบคุมเป็สภาหลักของเหล่าแกรนด์มาสเตอร์ มีหน้าที่ดูแลหมู่บ้านเบโดเลีย และหมู่บ้านวินด์ฮิลล์ ตั้งอยู่ใจกลางของแดนเหนือหน่วยอื่นยังมีแกรนด์มาสเตอร์อีกสี่คนที่คอยดูแลหมู่บ้านต่างๆ ในอาณาจักร คือ
แกรนด์มาสเตอร์วิคเตอร์ สั่งการและรับผิดชอบหน่วยที่ 2.ไอร์ออนวูลฟ์ ดูแลหมู่บ้านย่อยต่างๆ ทางทิศตะวันออกของแดนเหนือ ได้แก่หมู่บ้านกรีนวัลเลย์ หมู่บ้านเรดวู้ด และหมู่บ้านกรีนริเวอร์
แกรนด์มาสเตอร์โดโรแวน สั่งการและรับผิดชอบหน่วยที่ 3.บลูฮอว์ค ดูแลหมู่บ้านทางทิศใต้ของแดนเหนือ ได้แก่ หมู่บ้านเยลโล่สปริงและ หมู่บ้านเดโทรี
แกรนด์มาสเตอร์บริเทียน่า สั่งการหน่วยที่ 4.เวสต์คานารีดูแลหมู่บ้านทางทิศตะวันตก หมู่บ้านฟลอเรสต์ฮิลล์ หมู่บ้านนิโอเลียและหมู่บ้านไบร์อาร์วู้ด
แกรนด์มาสเตอร์โรเซลิน สั่งการหน่วยที่ 5.คริมสันฟ็อกซ์ดูแลหมู่บ้านโวเซน หมู่บ้านที่เชื่อมต่อกับปากทางเข้าขุนเขาของแดนเหนือ
หลังจากผ่านวันคัดเลือกพลังพวกเขาจะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเคร่งครัดและหลังจากนั้นพวกเขาจะถูกบรรจุไปตามหน่วยต่างๆ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของเหล่านักดาบที่สืบทอดกันมาั้แ่อดีตกาลของชาวเบโดเลียปกป้องดินแดนทางเหนือให้ปลอดภัยจากโลกภายนอก
“เอาล่ะ พวกเ้าทุกคนคงทราบดีในอีกสองวันคือวันคัดเลือกพลังพลังของชาวเบโดเลียมาจากพรของเทพโบราณที่ปกป้องดินแดนแห่งนี้จะถูกปลุกขึ้นมาหากเ้าผ่านการทดสอบแห่งพลัง”มาสเตอร์เว็นเดล กล่าวกับเหล่านักดาบรุ่นใหม่ที่จะเข้าร่วมการทดสอบพวกเขาจะถูกแบ่งกลุ่มเพื่อร่วมกันทำภารกิจ
“ภารกิจนี้อันตรายและมีความเสี่ยงพวกเ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับศัตรูร่วมกับพวกพ้องของเ้านอกจากความกล้าสติและความรอบคอบของพวกเ้าจะทำให้พวกเ้ารอดชีวิตจากสมรภูมิที่พวกเ้าจะต้องเผชิญในภายภาคหน้าพวกเ้าจะถูกแบ่งกลุ่มเป็กลุ่มละสี่คนเป้าหมายของภารกิจคือเดินทางไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้านจุดแรกป่ากรีมาเรีย มาสเตอร์แอคโนน่า จะรอเ้าอยู่ที่ชายป่าเพื่อมอบภารกิจจุดที่สองเมื่อพวกเ้าผ่านป่ากรีมาเรีย จะถึงยังที่ราบสูงสุสานดาบของบรรพบุรุษมาสเตอร์ อาสมันด์ จะรอมอบภารกิจให้พวกเ้า สถานที่ทดสอบสุดท้าย วิหาเทพแห่งาเลมอส อยู่ลึกสุดในเทือกเขาเบโดเลีย มาสเตอร์ มาเรีย จะรอมอบภารกิจสุดท้ายให้เ้า”มาสเตอร์ เว็นเดล กล่าว สตรีนักดาบในชุดคลุมสีแดงตัดดำ ผมสีบลอนด์สว่างเดินขึ้นมาข้างหน้า นางคือ มาสเตอร์ มาเรีย
“ทีมที่ตกรอบจะต้องเข้าร่วมทดสอบใหม่อีกครั้งเมื่อวันดวงดาวแห่งรุ่งอรุณมาถึงอีกในครั้งหน้าข้าอยากให้พวกเ้าทุกคนดูแลกันเป็อย่างดีระหว่างทำภารกิจเพราะหากพลาดพลั้งเพียงแค่คนเดียว ถือว่าตกรอบทั้งกลุ่ม” มาสเตอร์ มาเรียอธิบายกติกาเหล่านักดาบเยาว์วัยมีอากัปกิริยาที่หลากหลายต่างกัน บางคนใกับกติกาบางคนตื่นเต้นที่จะได้ร่วมทดสอบจนอดใจไม่ไหวบางคนบ่นออดแอดถึงเงื่อนไขในการผ่านการทดสอบแห่งพลังเรเฟสรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมทดสอบเขา้าที่จะพิสูจน์ฝีมือตนเองและกลายเป็นักดาบที่แข็งแกร่งเรเฟสวาดฝันว่าตนเองได้เข้าร่วมกับกลุ่มไมท์ตี้ไลอ่อนอันทรงเกียรติของแกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลและวันหนึ่งเขาอาจจะมีโอกาสได้เป็แกรนด์มาสเตอร์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งทวีปเหมือนกับเหล่าแกรนด์มาสเตอร์ในปัจจุบันที่อาณาจักรอื่นๆ ต่างโจษจันถึงความแข็งแกร่งและฝีมือดาบที่เลื่องลือของไฮแลนเดอร์ เหล่านี้
มาสเตอร์มาเรีย เริ่มแบ่งทีมโดยการประกาศตามรายชื่อจากแผ่นกระดาษบนมือของนาง
“แคทเทอรีน มาร์คัส แบรี่ จีน” รายชื่อถูกขานนักดาบวัยเยาว์ที่ถูกเรียกชื่อจะเดินแยกออกไปรวมกันตามกลุ่มของตนเองที่ได้ถูกจัดไว้
“นีโอ แอคม่า นาเดีย กีอัส”
“โรสแมรี่ ซินเธีย ไอรีน่า ดาช่า”
“ออกัสตีน ลีโอนาร์ด โทมัส บอริส”
“ฟิน คาร์ล โคเบน ไนแมน”
มาสเตอร์มาเรีย แบ่งไปแล้วทั้งหมด 5 ทีมจากทั้งผู้เข้าร่วมทั้ง 52 คนเหล่านักดาบฝึกหัดเริ่มทยอยยืนจับกลุ่มตามที่เรียกชื่อ พวกเขาต่างตื่นเต้นเพราะเป็เวลาที่พวกเขาจะได้เติบโตอีกขั้นและพิสูจน์ฝีมือดาบที่พวกเขาร่ำเรียนมา
“เดวอส กริมม์ ฮาเร็ค การ์ดาร์”
“รูธ โอมิล่า บาทอส ลาคิ”
“เอ็ดการ์ เชียเรส บริส มาริน่า”
“เซ็ธ เบอร์ธ่า กอเรีย ไมอา”
“กิซาน่า อัฟ กอร์ม เสตนน์”
“ฟลอร่า เรเฟส เซ็ดมอนด์ แอลเล็ต”
“เรเฟส เราได้อยู่ทีมเดียวกัน!” ฟลอร่า รีบวิ่งเข้ามาหาเรเฟสด้วยความตื่นเต้นท่าทีกระตือรือร้นของนางทำให้เรฟสรู้สึกมีแรงฮึดเข้าไปอีก ก่อนที่เด็กชายอีก 2คนจะเข้ามาร่วมกลุ่มคนแรกคือ เซ็ดมอนด์ เด็กชายผมสีน้ำตาลอ่อนดวงตาสีเหลืองอำพันข้างกายของเขาทั้งสองข้างมีดาบ 2 เล่มและที่หลังของเขามีโล่โลหะกลมขนาดไม่ใหญ่มากมีสัญลักษณ์รูปูเาอยู่ตรงกลางของโล่คนที่สอง แอลเล็ต ผมสีทองเป็ประกายดวงตาสีน้ำเงินเข้มผิวขาวซีดรูปร่างผอมบางสะพายดาบเล่มเล็กไว้ที่ด้านซ้ายของตัวหอกเล่มยาวไว้ที่ด้านหลังทั้งสี่คนรู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะเป็เพื่อนร่วมรุ่นกันทั้งหมดและมักจะเจอกันในโรงฝึกบ่อยครั้งเซ็ดมอนด์ เป็น้องชายของมาสเตอร์เดสส่วน แอลเล็ตเป็ลูกชายคนเล็กของพ่อค้าเนื้อสัตว์ในย่านการค้าพวกเขากล่าวทักทายฟลอร่าและเรเฟส
แอลเล็ตเป็เด็กชายที่สุภาพและค่อนข้างจะขี้อายต่างกับเซ็ดมอนด์ที่มักจะพูดจาฉะฉานท่าทีขึงขังเต็มไปด้วยความมั่นใจส่วนฟลอร่าใจดีและคอยให้กำลังใจคนรอบข้างเสมอโดยรวมฝีมือดาบของพวกเขาอยู่ระดับปานกลางไม่ได้โดดเด่น เหมือน เดวอส หรือกลุ่มอื่นๆ
มาสเตอร์มาเรีย ขานชื่อครบทั้งหมด 13 กลุ่มนักดาบฝึกหัดทั้งหมด ยืนแยกตามกลุ่มที่ตัวเองถูกจัดไว้
การทดสอบครั้งนี้จะทำให้พวกเขาได้รับพลังจากเทพแห่งาคือพรแห่งพละกำลังหากพวกเขาผ่านการทดสอบไปจนถึงวิหารของเทพเลมอสและผ่านการทดสอบสุดท้ายพรแห่งพละกำลังของแต่ละคนที่ได้รับจะต่างกัน ตัวอย่างเช่นแกรนด์มาสเตอร์ เว็นเดลสามารถเพิ่มพละกำลังของกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นใน่ระยะเวลาหนึ่งสามารถทะลายได้แม้แต่หินผาเขาเป็เพียงคนเดียวที่สามารถดึงพละกำลังของทุกส่วนออกมาได้อย่างเต็มที่เป็พรแห่งพละกำลังที่หายากที่สุดในรอบศตวรรษ มาสเตอร์ เดส สามารถเพิ่มพลังแขนข้างขวาให้แข็งแกร่งทะลุขีดจำกัดตัวเอง นอกจากนั้น พรแห่งพละกำลังยังมีอีกสายหนึ่งคือสายความเร็วตัวอย่าง มาสเตอร์ มาเรียสามารถเพิ่มกำลังของขาทั้งสองข้างเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวอัคคีที่วิ่งเร็วที่สุดในดินแดนทะเลทรายและะโได้สูงกว่าคนปกติทั่วไปนักนับว่าการะโขึ้นยอดต้นไม้ถือว่าเป็เื่ง่ายมากสำหรับพรแห่งพละกำลังสายความเร็ว
“เอาล่ะ ทุกคนสำหรับวันนี้พวกเ้าจงกลับไปพักผ่อนและเตรียมตัวให้พร้อมในอีกสองวันจงไปเจอกันที่ชายป่ากรีมาเรียพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมของพวกเ้ามาสเตอร์แอคโนน่าจะคอยพวกเ้าอยู่ที่นั่น” มาสเตอร์มาเรียกล่าวลาเหล่านักดาบฝึกหัดก่อนจะรีบไปหารือเร่งด่วนอีกเื่กับแกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลและมาสเตอร์คนอื่นๆถึงภัยอันตรายที่ถูกลือขึ้นหนาหูเรื่อยๆ ในแถบหมู่บ้านต่างๆของแดนเหนือและสิ่งที่หน่วยลาดตระเวนของมาสเตอร์เดส พบในป่าก่อนหน้านี้
“ข้าชักอดใจรอให้ถึงวันทดสอบไม่ไหวแล้วสิ ฟลอร่า เซ็ดมอนด์ แอลเล็ต พวกเรามาพยายามด้วยกันเถอะ”เรเฟส ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยไฟของนักสู้และความกระตือรือร้นทำให้ทุกคนในทีมต่างพากันตื่นเต้นไปด้วย
“หวังว่าข้าคงจะไม่เป็ตัวถ่วงพวกเ้าในการทดสอบหรอกนะ” แอลเล็ตกล่าวด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง
“เ้าอย่ากังวลนักแอลเล็ต ฝีมือของเ้าไม่ได้ด้อยกว่านักดาบรุ่นเราคนอื่นๆ”เซ็ดมอนด์ เดินไปแตะไหล่แอลเล็ตสร้างความมั่นใจให้กับเขาเป็อย่างมาก
“ข้าเห็นด้วยกับเซ็ดมอนด์นะแอลเล็ต” ฟลอร่า กล่าวให้กำลังใจอีกคนเรเฟสเดินมาแตะไหล่อีกข้าง เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นเป็อย่างดี
“วันนี้เราแยกย้ายกลับกันเถอะ จะได้ไปเตรียมตัวให้พร้อม”เรเฟสกล่าวลาเพื่อนๆ ทั้งสามคน
ด้านนอกกำแพงป่าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านเบโดเลีย
หน่วยลาดตระเวนของมาสเตอร์เดสกำลังแกะรอยของก๊อบลินในป่าพร้อมด้วยหน่วยลาดตระเวนอีกสองหน่วยของมาสเตอร์เคียร่าและมาสเตอร์โซโลมอนพวกเขามีกันทั้งหมดสิบห้าคนแบ่งเป็หน่วยละห้าคนทุกคนอยู่ในสังกัดของกองกำลังไมท์ตี้ไลอ่อนของแกรนด์มาสเตอร์เว็นเดล
“เอาล่ะพวกเ้าคงทราบกันดีทำไมหน่วยของพวกเราถึงมารวมกันที่นี่หน่วยลาดตระเวนของข้าแกะรอยพวกก็อบลินได้ไม่ต่ำกว่าสิบตัวเมื่อวานก่อนพวกมันกินซากสัตว์และทิ้งไว้ตามลำธาร” มาสเตอร์เดส กล่าว
“น่าแปลกมาสเตอร์เดสหน่วยของข้าก็ค้นพบซากสัตว์ระหว่างลาดตระเวนโดยรอบของหมู่บ้านวินด์ฮิลล์ในป่ามีร่องรอยของพวกก็อบลินเช่นกัน”สตรีอายุราวๆสี่สิบกว่าผมสีเทาถักเปียใหญ่สามเปียยาวถึงกลางหลังด้านหลังมีดาบใหญ่สองเล่มสะพายอยู่ชุดคลุมสีดำตัดแดง นางคือมาสเตอร์เคียร่า
“มันคือฝูงเดียวกันหรือ?” เสียงของบุรุษอายุราวๆสี่สิบปลายๆ รูปร่างกำยำสูงเกือบสองเมตรด้านหลังสะพายดาบใหญ่เล่มเดียวที่ใบหน้ามีแผลเป็รอยบากผมสีน้ำตาลทองยาวประบ่าไว้หนวดเครา มาสเตอร์โซโลมอนถามขึ้นมา
“ข้าว่าไม่น่าใช่ แสดงว่ามันจะต้องมีมากกว่าสิบตัวเราควรรีบไปตรวจสอบที่ต้นลำธารแบ่งหน่วยตรวจสอบตามถ้ำด้วยพวกมันต้องซ่อนตัวในตอนกลางวัน” มาสเตอร์เคียร่ากล่าวด้วยความร้อนใจหากก๊อบลินมีหลายฝูงอันตรายจะมาถึงหมู่บ้านต่างๆ ในไม่ช้าหวนทำให้นางนึกถึงเหตุการณ์กวาดล้างพวกมันตอนที่ร่วมต่อสู้กับแกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลกำจัดาาก๊อบลินนางสูญเสียนักดาบไปหลายคนรวมถึงผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ตอนนั้นมีจำนวนไม่น้อย
“ข้าคงต้องไหว้วานให้หน่วยของพวกท่านตรวจสอบตามถ้ำต่างๆพวกข้าจะล่วงหน้าไปที่ต้นลำธารหากเกิดอะไรฉุกเฉินพวกท่านโปรดจุดพลุสัญญาณหน่วยของข้าจะตามไปสมทบแต่หากที่ต้นลำธารมีรังใหญ่ของพวกมันข้าจะเป็คนจุดพลุสัญญาณแจ้งพวกท่านเอง”มาสเตอร์เดสกล่าว หน่วยลาดตระเวนของเขายังมีนักดาบใหม่อยู่หลายคนค่อนข้างทำให้เขากังวลเล็กน้อยแต่ภารกิจนี้สำคัญมากเขาไม่้าให้เกิดความสูญเสียใดๆไม่ว่าจะเป็หน่วยของใครก็ตาม
พวกเขาแยกกันเป็สามหน่วยเดินทางเข้าในป่าถึงแม้จะเป็เวลากลางวันแต่ต้นไม้ในป่าแห่งนี้ค่อนข้างสูงทึบทำให้หลายส่วนของป่าค่อนข้างอึมครึมอากาศเย็นะเืยิ่งทำให้ป่าดูวังเวงมากขึ้นไปอีก