ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 38 วิเคราห์โรคมะเร็งหวนคืน

    “ นั่นคือ ราชินีธิดาราเป็นราชินีม่ายแห่งประเทศเกรซ ท่านรับคุณเบลเป็นบุตรสาวบุญธรรม นึกไม่ถึงท่านอายุจะแปดสิบแล้ว ยังดูสดใสราวกับเด็กสาวเลย”

    “ ราชินีธิดารา?”อัสนีพอได้ยินคำพูดของแขกที่ซุบซิบกัน ก็ขมวดคิ้ว เขาพอได้ยินข่าวมาบ้างในอดีตว่าราชินีธิดารา  เป็นคนไทยแต่ไปศึกษาที่อังกฤษและพบรักกับกษัตริย์แห่งเกรซ จนอภิเษกสมรสกันจนกระทั่งกษัตริย์เกรซสิ้นพระชนม์ ราชินีธิดาราเลยกลับประเทศไทยทั้งสองไม่มีทายาท  จนกระทั่งพระนางมีอาการปวดท้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเทพพิทักษ์ พบว่าพระนางเป็นมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ระยะที่ 2ซึ่ง หมอสันทัด ก็ใช้วิธีการส่องกล้องทำการผ่าตัดก้อนมะเร็ง และต่อมน้ำเหลืองโดยรอบจนหมดสิ้น หลังจากนั้นราชินีธิดาราก็มาทำการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีความสนิทสนมกับหมอสันทัดเป็นอย่างยิ่ง

    แต่เวลาผ่านไปแค่ 6เดือน ราชินีดาราก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ปวดหัวแบบไร้สาเหตุ

    จนกระทั่งทนไม่ไหวจึงสลบไป ถูกพามาส่งโรงพยาบาลเทพพิทักษ์ ตรวจพบว่า

    พระนางเป็นมะเร็งที่สมองระยะสุดท้ายไม่มีใครรักษาได้ สุดท้ายพระนางสิ้นพระชนม์ไปในที่สุด หากนับเวลาตอนนี้พระนางก็คงจะมีอายุอีกไม่ถึง 1 เดือนแล้ว

    ภารกิจรักษาราชินีธิดารา จะได้รับ เม็ดยารักษาหัวใจ 1 เม็ด ยารักษาหัวใจสามารถฟื้นฟูหัวใจที่เสียหายไม่ว่าระดับใดให้กลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิม

    “ โอ้มียาแบบนี้ด้วยหรือนี่” อัสนีถึงกับคิดจะเข้าไปหาราชินีธิดาราเสียแต่ตอนนี้แต่คงเข้าไม่ถึง เพราะมีคนของตระกูลเซี่ย และ หมอสันทัดคอยประจบประแจงใกล้ชิดตลอด

    แต่อัสนีสังเกตว่าตัวราชินีธิดารา กลับให้ความเอ็นดู คุณหนูเซี่ยอิง และ เจเจยิ่งนักทำให้คนของตระกูลเซี่ยถึงกับหน้าบานกันเป็นแถว

    “เป็นไงบ้างพี่”  หมอรงค์เข้ามายืนข้างๆอัสนี

    “ อ้าว มายังไงนี่นายเป็นเจ้าบ่าว ทำไมไม่ไปรับแขก มายืนตรงนี้ทำไม”

    “ ไม่เป็นไรตอนนี้เจ้าสาวกำลังไปเปลี่ยนชุด ต้องรอเบลมาก่อนแต่ดูแล้วพี่มองไปทางราชินีธิดาราบ่อยนะ อยากสนทนากับท่านไหม”

    “อืม..ฉันไม่อยากเอาใจใคร แต่ว่า หากเป็นไปได้ นายช่วยพาเธอไปตรวจร่างกายโดยละเอียดอีกทีดีกว่านะ”

    “ หือพี่หมอหมายความว่าอย่างไร”

    “ ฉันรู้สึกว่าแม่ยายของนายจะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย มีชีวิตอยู่ไม่ถึงเดือนแล้ว”

    “ เฮ้ย พี่พูดอะไรเมื่อห้าเดือนก่อน หมอสันทัดผ่าก้อนมะเร็งที่กระเพาะออกไปแล้วเมื่อเดือนก่อน พวกเราก็ตรวจเลือดระดับสมบูรณ์ตรวจทั้งซีทีสแกน และ  เอ็มอาร์ไอ ก็ไม่พบก้อนเนื้อเชื้อมะเร็งอีกแล้วจะเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายได้ยังไงกัน”

    “เชื้อมะเร็งมันไม่ได้กระจายอยู่เฉพาะกระเพาะอาหารเท่านั้นนายก็รู้เราไม่ควรตรวจเชื้อมะเร็งแค่ระยะใกล้ มันต้องตรวจสอบระยะไกลด้วย”

    “ หมายความว่า?”

    “ ใช่พระนางเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้ายแล้ว ไม่เชื่อนายลองไปสอบถามอาการของท่านดูว่ามีอาการปวดหัวแบบงี่เง่าๆ หรือไม่ ฉันทายได้เลยว่า หมอใกล้ชิด อาจบอกท่านว่าท่านอาจเป็นไมแกรน จึงให้ยาแก้ปวดไม่แกรนกับท่านไป”

    “ โอ้ผมเองที่จัดยาแก้ปวดให้กับท่าน แย่แล้ว ที่นี้ผมจะทำยังไงดี”

    “ส่งท่านไปตรวจด้วยเครื่อง PET/SCAN  ตรวจดูว่ามีจุดไหนที่กลูโคสถูกนำไปใช้งานมากที่สุด แสดงว่าเซลล์มะเร็งต้องอยู่บริเวณนั้นอย่างแน่นอน”

    “ ครับผมจะไปกราบเรียนท่านเดี๋ยวนี้ แต่ว่า พี่รู้ได้ยังไง ว่าท่านเป็นมะเร็งสมอง พี่ยังไม่ได้ตรวจท่านเลยนี่ครับ”

    “นายสงสัยการวิเคราะห์คนไข้ของฉันตั้งแต่เมื่อไรกัน”อัสนีมองหน้าหมอรงค์แล้วยิ้มๆ หมอรงค์ไม่กล้าถาม รีบเดินไปหาราชินีธิดาราทันที

    ไม่นานทั้งหมดก็มีการพูดคุยกันอย่างเข้มข้น พร้อมกับจ้องมองมาที่อัสนีที่ตอนนี้เขาหันหลัง นั่งอยู่ที่โต๊ะรวมกลุ่มกับพยาบาลของโรงพยาบาลเทพพิทักษ์โดยที่พวกนางพยาบาลทั้งหลายนั่นแสดงท่าทีกระอักกระอ่วนใจ ไม่อยากพูดกับเขา

    เพราะยังเข้าใจกันว่าเขาคือฆาตกรฆ่าท่านผอ.วิชัย ตามคำบอกเล่าของรินณลีและหมอสันทัด

    “ พี่ครับท่านแม่ยายขอเชิญ ท่านอยากพูดกับพี่ครับ” หมอรงค์เข้ามาพูดกับอัสนีเบาๆ อัสนีก็พยักหน้า เขารู้อยู่แล้วดังนั้นเขาจึงเดินไปอย่างมั่นใจ

    อัสนีทำความเคารพตามธรรมเนียม  ราชินีธิดารา ถึงกับเอ่ยออกมาทันทีว่า

    “ หมออัสนี คุณคิดว่าใช้วิธีการนี้แล้วฉันจะขายที่ดินให้กับ ผอ.อีริคอย่างนั้นรึ?”

    “ กระหม่อมเป็นหมอมีหน้าที่รักษาคน เห็นใครเป็นโรค ก็ต้องรีบเอ่ยเตือนที่เตือนไปก็เป็นเพราะหมอรงค์เป็นน้องชายที่รักของผมจึงกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา ไม่เกี่ยวกับ เรื่องที่ดินอะไรนั่นแม้แต่น้อย”

    “ หมออัสเรื่องนี้สำคัญใหญ่หลวง จะมาพูดจาลอยๆ แบบนี้ไม่ได้ รู้ไหมพระองค์เป็นใคร คุณไม่บังควรที่จะพูดเล่นๆแบบนี้ออกมา”  รินณลีเอ่ยออกมาทันที

    “ ใช่พระองค์ได้รับการตรวจสุขภาพตลอดทุกๆ เดือน ไม่พบเชื้อมะเร็งแม้แต่น้อยนายพูดจาพล่อยๆ อย่างนี้ ฉันสามารถรายงานแพทย์สภาว่านายใช้ความแค้นส่วนตัวกับพวกฉัน แล้วมาพูดใส่ร้ายโรงพยาบาลเทพพิทักษ์รักษาโดยไม่ประมาทเช่นนี้มันไม่ใช่คำพูดของหมอที่คนไข้ฝากชีวิตเอาไว้เลย”

    หมอสันทัดเอ่ยออกมาเช่นกัน

    “ ฉันเองก็เข้าใจนะว่า ที่ดินนั้นมันจำเป็นสำหรับโรงพยาบาลของคุณ แต่ว่าในโลกของธุรกิจใครอ่อนแอก็ต้องแพ้พ่าย คุณไม่ใช่นักธุรกิจไม่เข้าใจและไม่น่าที่จะพูดเรื่องอาการของพระองค์ท่านเช่นนี้ออกมา”  คุณชายใหญ่เซี่ยอี เอ่ยอย่างดูถูกออกมาหมวยเล็ก กลับมองหน้าอัสนี แล้วส่ายหัว ถอนหายใจ สงสารอัสนีแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

    อัสนีได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มแล้วก็เอ่ยออกมาช้าๆ ว่า

    “ ขอถามพระองค์มีอาการปวดหัวแปลบๆ ชาๆ อยู่บ่อยๆ นับวันมันก็ยิ่งนานขึ้นเรื่อยๆ ใช่หรือไม่อ้อ..นอกจากนั้น แขนและขา บางครั้งก็อยู่ๆ อ่อนแรงลงไป บางครั้งก็ เดินเหินได้ปกติและอีกข้อหนึ่ง รู้สึกร่างกายเริ่มโหย นั่งที่ไหนก็ง่วงตลอดเวลา  อาการเหล่านี้ เป็นหลังจากการผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งในกระเพาะออกไปใช่หรือไม่”อัสนีหยุดไปสักครู่ ทุกๆ คนเงียบกริบ มองหน้าราชินีธิดาราที่ยังคงเงียบเฉยไม่มีคำตอบออกมาจนกระทั่งอัสนีเอ่ยต่อว่า

    “ นี่คือชีวิตของพระองค์กระหม่อมเองก็บอกให้หมอรงค์ทำการตรวจพระองค์อย่างละเอียดอีกครั้งหากไม่เจอเชื้อมะเร็ง ก็เป็นการดีต่อสุขภาพของพระองค์ แต่ถ้าหากเจอเล่าพระองค์ก็จะสามารถได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีทั้งหมดนี่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อพระองค์ทั้งสิ้น  ส่วนเรื่องที่ดินนั่นกระหม่อมแค่ต้องการซื้อเพื่อไปขยายโรงพยาบาลเพื่อสร้างอาคารตรวจรักษาฟรีให้กับประชาชนที่ยากไร้ กระหม่อมไม่ได้คิดซื้อไปเพื่อผลประโยชน์ใดใดทั้งสิ้นแม้แต่น้อย”

    “ โกหกคนอย่างนายมีหรือที่จะทำไปเพื่อคนยากคนจน ฉันไม่เชื่อเป็นอันขาด”

    รินณลีเอ่ยขัดขึ้นมาเพราะเธอรู้นิสัยเก่าของอัสนีเป็นอย่างดี

    “ ใช่แล้วที่ดินมูลค่า นับพันล้าน มีใครกันที่จะซื้อเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยไม่ได้หวังกำไร”

    คุณชายใหญ่เซี่ยอีเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “ หมออัสนีนายนี่ช่างพูดจาเอาดีใส่ตัวมากมายเหลือเกินนะ คดีฆ่าท่านผอ.วิชัย ยังไม่สรุปเลยนายคิดว่านายจะรอดหรือไม่ยังไม่รู้ ยังกล้าพูดว่า ทำเพื่อคนยากไร้ในโลกนี้ใครจะเชื่อคำพูดของนาย” หมอสันทัดเอ่ยดูถูกเขาเช่นกัน

    “ ผมเชื่อ”  ผอ.อีริค รองผอ.เกรียง และ พ่อของหมอรงค์เดินเข้ามาในงาน ท่ามกลางความสงสัยของอัสนี

    “ มาได้ไงครับเนี่ย?”อัสนีกระซิบถาม รองผอ.เกรียง

    “ท่านผอ.เป็นเพื่อนกับพ่อหมอรงค์ งานแต่งลูกเพื่อนไม่มาได้ยังไง” รองผอ.เกรียงเอ่ย

    “ นี่คือท่านผอ.อีริค เจ้าของโรงพยาบาลซานตาครอสครับ” พ่อหมอรงค์แนะนำให้ ราชินีม่ายธิดาราผอ.อีริคก็ทำความเคารพตามธรรมเนียมแล้ว

    “ ท่านผอ.ทำไมถึงเชื่อว่า หมออัสนีทำเพื่อประโยชน์สาธารณะครับ”  พ่อของหมอรงค์เริ่มถามแทนใจของทุกๆ คน

    “ หมออัสนีได้เริ่มบริจาคเงิน 100 ล้านบาท เข้ามูลนิธิของโรงพยาบาล เพื่อให้คนไข้ที่เป็นโรคร้ายแรงรักษาฟรี มาตลอด และได้มอบเงินให้กับมูลนิธิอีก 1 พันล้าน เพื่อหาซื้อที่ดินเพื่อทำการสร้าง สถานพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อจะให้มีการตรวจสุขภาพฟรีกับทุกๆคน และจะขยายวงเพื่อทำการรักษาคนไข้โรคร้ายแรงเพิ่มจำนวนมากขึ้น อีกทั้ง ยังมีโครงการเพื่อที่จะสร้างบ้านพักสุดท้ายให้กับคนไข้ และคนชราอีกครับ”

    “ อะไรนะเป็นไปไม่ได้ คนอย่างเขาจะเอาเงินมาจากไหนมากมาย” รินณลีเอ่ยอย่างตกใจ

    “ ใช่แล้วคนอย่างเขาเป็นแค่หมอผ่าตัดธรรมดา ฝีมือยังไม่ถึงระดับของผมเลย

    ทำไมมีเงินมากมายเช่นนี้แน่ใจนะว่า เป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกกฏหมาย” หมอสันทัดพูดไปเรื่อย

    “เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ผมสามารถแจ้งปปง. ให้ทำการตรวจสอบให้ได้ ผมคิดว่างานนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเวบพนันหรือไม่” คุณชายรองเซี่ยเอ้อ พูดออกมาเช่นกัน

    “ ทุกๆ คนไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ผมให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว เงินของคุณหมออัสนีนั้นผ่านการตรวจสอบเรียบร้อย เป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้องครับ”  ผอ.อีริคทำการตรวจสอบแล้วซึ่งทุกหน่วยงานก็ไม่มีปัญหาอะไร อัสนียิ้มออกมาจะมีปัญหาได้อย่างไรก็นั่นมันคือเงินของ วิหารอนันดา แม้แต่ผู้นำรัฐบาลเองยังไม่กล้าทำให้พวกเขาต้องขุ่นเคืองแม้แต่น้อย

    “ ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ฉันจะลองไปตรวจดู หากว่าฉันเป็นมะเร็งจริงๆ ฉันยินดีบริจาคที่ดินสิบไร่ให้กับทางโรงพยาบาลซานตาครอสทันทีแต่หากฉันไม่เป็นอะไร ฉันคงต้องรายงานเรื่องนี้ต่อแพทย์สภา หวังว่า คุณหมออัสนีคงไม่ว่าอะไร”

    ราชินีธิดารา จ้องหน้าอัสนีที่ก้มหัวยิ้มรับ

    “ แย่แล้ว หมออัสหากตรวจไม่พบเชื้อมะเร็ง หมออาจถูกพักใบอนุญาตได้นะครับ”

    ผอ.อีริคเอ่ยด้วยความเป็นห่วงหลายคนต่างยิ้มเยาะเขา

    “ท่านผอ.ยังกังขาในการวิเคราะห์โรคของผมอีกหรือครับ”

    ผอ.อีริค กับรองผอ.เกรียงไกร พอได้ฟัง ก็ได้แต่ยิ้มแหะ แล้วตบไหล่เขาเป็นกำลังใจให้แทน

    อัสนีขอตัวทุกๆคนเพื่อไปห้องน้ำ แต่เขาก็พบว่า คุณหนูเซี่ยอิง หรือ หมวยเล็กมายืนรอเขาอยู่

    “ คุณหมออัสนีเหตุใดถึงได้ทำเช่นนี้”

    “ ทำอะไรครับ”อัสนีขมวดคิ้วสงสัย

    “บริจาคเงินนับพันล้าน กล้าวิเคราะห์โรคร้าย ทั้งๆ ที่หมอคนอื่นๆ ทำการตรวจอย่างละเอียดแล้วว่าราชินีธิดาราปกติ คุณทำเพื่อวัตถุประสงค์ใด?”

    อัสนียิ้มให้กับหมวยเล็กที่ตอนนี้รู้สึกว่า ให้ความสนใจเขามากขึ้นกว่าแต่ก่อนหรือว่านางจะเริ่มจำความได้บ้างแล้ว

    “คุณหนูสนใจผมแล้วหรือครับ” อัสนียื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หมวยเล็ก ที่ถึงกับถอยร่นไปติดกำแพง

    “ ใครสนใจคุณกันฉัน..ฉันแค่อยากรู้เท่านั้น”.........