‘ทำไมนามสกุลเดียวกับคุณตฤณเลย ?’ต้องกล้าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มือเลื่อนเมาส์คอมพิวเตอร์ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมจากโปรแกรมเสิร์ชเอนจินทางอินเทอร์เน็ต
ก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้าไปดูงานที่โรงแรมทีดีทีเอสพาร์กหรือ TDTSPark Hotel ตามที่ได้นัดหมายกับโศรยาและเติมฝันไว้ เขาจะค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของโรงแรมแห่งนี้ให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้เผื่อไว้ใช้เป็ประโยชน์เมื่อไปดูงานจริง
ข้อมูลหลักๆ ที่ต้องกล้าค้นหาส่วนมากได้จากสื่อออนไลน์เสียเป็ส่วนใหญ่ เนื่องจากสะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลาสำหรับคนที่มีเวลาว่างน้อยมากอย่างเขาและข้อมูลสำคัญสิ่งแรกที่เขาค้นหาคือ ประวัติของโรงแรมและประวัติของผู้บริหาร
‘โรงแรมนี้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณตฤณหรือเปล่า ?ชักสงสัยแล้วสิเรา ทำไมผู้บริหารของโรงแรมนี้มีนามสกุลเดียวกับคุณตฤณเลย’
‘ชื่อโรงแรมทีดีทีเอสพาร์ก ก็สอดคล้องกับชื่อย่อเป็ภาษาอังกฤษของนามสกุล ตั้งดำรงธนเสถียรซะด้วย’ชายหนุ่มเกิดความสงสัยอยู่ในใจ
ต้องกล้าพยายามค้นหาคำว่า‘ตฤณ ตั้งดำรงธนเสถียร’ ทางอินเทอร์เน็ตหลายครั้ง แต่ไม่พบข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับชื่อนี้เลย มีแต่เพียงข่าวประชาสัมพันธ์ของโรงแรมและข่าวงานสังคม งานเลี้ยงต่าง ๆ ที่เอ่ยถึงชื่อของ พอเจตน์และโศรยา ตั้งดำรงธนเสถียรเท่านั้น
...และมีพ่วงด้วยข่าวในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ชื่อดังคอลัมน์เกี่ยวกับกอสซิปไฮโซ ที่ร่วมแสดงความยินดีกับเติมฝัน บุตรสาวของพอเจตน์และโศรยา ตั้งดำรงธนเสถียร ที่สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำได้
...ต้องกล้ารู้ดีว่าข่าวประเภทนี้ ผู้้าให้ตนเองเป็ข่าวสามารถซื้อพื้นที่ข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ได้โดยไม่ยากเย็นอะไร
ในระหว่างที่เขากำลังง่วนอยู่กับการค้นหาคำตอบที่ค้างคาในใจอยู่นั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
ชายหนุ่มรีบวางมือจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันทีและวิ่งลงบันไดออกไปหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว เสียงกดกริ่งเป็จังหวะเพลงลอยกระทงนี้เป็ใครไปไม่ได้นอกจากคนสำคัญในชีวิตของเขา ชายหนุ่มวิ่งถลาเข้าไปโอบกอดผู้มาเยือนที่คุ้นเคยด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้งใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มไม่หุบ
เข็มนาฬิกาชี้ไปยังเวลา9นาฬิกาตรง ในห้องรับแขกยามสายของวันนี้ พร้อมหน้าพร้อมตาไปด้วยบุคคลอันเป็ที่รักและคุ้นเคยกันมายาวนานหลายสิบปีเสียงไถ่ถามถึงสารทุกข์สุขดิบของแต่ละคน สลับกับเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็ระยะ ๆ
วันนี้่เช้าถึงบ่ายสามโมงต้องกล้าไม่มีตารางเรียน ทำให้เขาสามารถอยู่รอต้อนรับการมาเยือนของอาคันตุกะผู้คุ้นเคยได้และสามารถอยู่ร่วมรับประทานอาหารกลางวันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับพวกเขาได้ ซึ่งนับเป็เวลาอันมีค่าที่ต้องกล้ารอคอยและเป็ความสุขที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของเขา
ส่วนบัวบูชาติดเรียนในวันนี้ทั้งวันซึ่งเป็โอกาสเหมาะที่สุด ที่บุคคลทั้งห้าชีวิตจะได้เปิดใจคุยในสิ่งที่เก็บงำมาไว้เนิ่นนาน...
“วันนี้พี่ทำอาหารกลางวันสุดโปรดของน้องๆ ทั้งสามไว้ด้วยนะ มีมัสมั่นไก่ของโปรดกานต์ มีปลาแนมของโปรดชาลส์และมีขนมค้างคาวของโปรดของธีร์ด้วยนะ”
“ขนมค้างคาวเอ๊ะ !ขนมอะไรครับป้าณัฐ ชื่อแปลกจัง ต้องไม่เคยได้ยินเลยเอาเนื้อค้างคาวมาทำเหรอครับ อี๋ ! โหดร้ายจังลุงธีร์ชอบกินอะไรแปลก ๆ เหรอครับ ต้องเพิ่งรู้นะเนี่ย” ต้องกล้ามองสบตาณัฐกานต์และธีร์สลับไปมาด้วยความแปลกใจพร้อมทำหน้าปูเลี่ยน ๆ
หญิงชายวัยกลางคนทั้งสี่หัวเราะร่วนออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ขนมค้างคาวเป็ของว่างไทยโบราณที่หาทานยากมาก ๆ แล้ว สันนิษฐานว่าน่าจะมีมาั้แ่สมัยอยุธยาเป็ราชธานีของไทยชื่อขนมมีที่มาจากลักษณะการปั้นที่มีรูปร่างเหมือนค้างคาว มีหลายตำหรับ ตามตำหรับโบราณของท่านเ้าครอกทองอยู่ซึ่งมีชื่อเสียงเป็ที่เลื่องลือสมัยต้นรัตนโกสินทร์จะนำถั่วทองผสมแป้งและหัวกะทิมาหุ้มห่อไส้ที่ทำจากกุ้งสับผสมกับมะพร้าวขูดและสามเกลอปรุงรสด้วยเกลือแล้วนำไปทอดอีกที”ณัฐกานต์เล่าที่มาของชื่อขนมค้างคาวให้หลานชายสุดที่รักฟัง
“นี่ล่ะลุงถึงได้ชอบกินขนมค้างคาว เพราะหาคนทำกินทำขายตามสูตรโบราณยากมาก ๆแล้วในประเทศไทย แถมฝีมือพี่ณัฐก็อร่อยเหาะอีกด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า”ธีร์ยกนิ้วโป้งให้กับณัฐกานต์
“แค่ฟังป้าณัฐเล่าต้องก็อยากจะกินขนมค้างคาวแล้วล่ะครับ” ต้องกล้ากลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“อ้อ !ป้าไม่ลืมทำแกงเทโพของโปรดให้ต้องด้วยนะจ๊ะ ป้าตื่นมาทำั้แ่เช้ามืดตื่นก่อนไก่ยังไม่โห่ร้องเลย” ณัฐกานต์และทุกคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน
แขกทุกคนที่มาเยือนในวันนี้รวมถึงต้องกล้าด้วยจึงมีความสุขที่จะได้ลิ้มรสอาหารมื้อกลางวันที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
รสมือการทำอาหารของณัฐกานต์นับว่าเป็เลิศไม่แพ้แชมป์รายการทำอาหารระดับโลกเลยทีเดียวฝีมือการทำอาหารของเธอเป็ที่ยอมรับในหมู่ญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนบ้านหรือคนใกล้ชิด
แทบทุกคนที่เคยได้ลิ้มรสฝีมือการทำอาหารของเธอรวมถึงบัวบูชาและต้องกล้าต่างออกปากเป็เสียงเดียวกันยุยงให้เธอเปิดร้านอาหารและสมัครเข้าร่วมในรายการแข่งขันการทำอาหารชื่อดังระดับประเทศซึ่งรายการนี้ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาจากรายการดังระดับโลกอีกทีหนึ่งด้วยแต่เธอยังไม่พร้อมในตอนนี้เธออยากทุ่มเทเวลาดูแลบัวบูชาอย่างเต็มที่จนกว่าลูกสาวสุดที่รักจะเรียนจบปริญญาตรี
อาคันตุกะทั้งสามที่นั่งอยู่ตรงหน้าของต้องกล้าคือ...กานตามารดาผู้เป็สุดที่รักยิ่งของเขา
อาคันตุกะคนที่สองคือ...ชนัยหรือชาลส์ผู้เป็บิดาที่เขาเคารพรักและเป็ต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่ดีของเขาตลอดมา
ชนัยเป็ลูกครึ่งไทย-อเมริกันและเป็บุตรชายเพียงคนเดียว เขามีมารดาเป็คนไทยเชื้อสายจีนและมีบิดาเป็ชาวอเมริกัน วงการธุรกิจทั่วโลกรู้จักเขาในชื่อของ ‘ชาลส์’ นักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มือฉกาจระดับโลก
ชนัยมารับ่กิจการต่อจากบิดาชาวอเมริกันของเขาหลังจากที่บิดาได้วางมือลงจากธุรกิจต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกหลังเกษียณอายุ เพื่อพักผ่อนในยามบั้นปลายของชีวิตกับมารดาของเขาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีกานตาคอยช่วยทำหน้าที่ดูแลบิดามารดาของเขา ทำให้ชนัยต้องเดินทางไปทั่วโลกเพื่อดูแลกิจการต่างๆ ของครอบครัวเป็ประจำ และไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับครอบครัวที่สหรัฐอเมริกาเท่าไรนักในเดือน ๆ หนึ่งเขาจะมีเวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างมากเพียงไม่เกิน 1สัปดาห์เท่านั้นแต่เขาก็ให้เวลากับครอบครัวอย่างอบอุ่นเต็มที่ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน
ต้องกล้าจะมีเวลาอยู่ร่วมกับบิดานานๆ ใน่ที่เขาปิดเทอมใหญ่เท่านั้น ชายหนุ่มจะร่วมเดินทางไปดูกิจการงานต่าง ๆ กับบิดาของเขาเสมอทำให้เขาซึมซับเรียนรู้การทำธุรกิจและบริหารงานมาั้แ่เขายังเป็เด็กและทำให้เขาสนิทสนมกับมารดามากกว่าบิดา
และอาคันตุกะคนสุดท้ายที่มาเยือนในวันนี้คือ...ธีร์ หรือลุงธีร์ที่ต้องกล้าเรียกขานมาตลอด
ธีร์เป็นักธุรกิจรับเหมางานวิศวกรรมก่อสร้างแบบครบวงจรชื่อดังของประเทศไทยเขามีพี่น้องร่วมสายเื 3 คน ร่วมกันบริหารกิจการธีร์เป็เพื่อนสนิทของกานตาและชนัยมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่ชนัยและกานตามาเยือนเมืองไทยเขาจะมาร่วมพบปะสังสรรค์กับเพื่อนสนิททั้งสองเสมอและมาร่วมรับประทานอาหารที่บ้านของณัฐกานต์ด้วย
ต้องกล้าสนิทสนมกับธีร์มาั้แ่เขายังเป็เด็กทุกครั้งที่เขาติดตามชนัยมาประชุมและดูงานที่เมืองไทยเมื่อว่างจากการทำงานแล้วธีร์และชนัยมักจะพาเขาไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆที่สำคัญของเมืองไทยอยู่เสมอ แม้เป็ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วันก็ตามธีร์จึงไม่ใช่บุคคลแปลกหน้าของต้องกล้าและณัฐกานต์แต่อย่างใด
ใน่3ปีที่ผ่านมา หลังจากต้องกล้าย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทยแล้วหากชนัยเดินทางมาประชุมและดูงานในเมืองไทย กานตามักจะติดตามมาด้วยเสมอ และพักอาศัยอยู่ที่บ้านของณัฐกานต์ด้วยทุกครั้งชนัยยินดีและไม่เคยห้ามปรามแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าการที่กานตาได้อยู่ใกล้ชิดกับบุตรชายและญาติพี่น้องที่นานๆ จะเจอกันสักครั้ง แม้เป็เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ไม่กี่วัน แต่เป็ความสุขที่ยิ่งใหญ่เสมอของคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ต่างถิ่นแดนไกลและใน่ระยะเวลาสั้น ๆ นี้กานตามักชวนพี่สาวของเธอหาโอกาสไปกราบพระอาจารย์กันต์ด้วยเสมอ
...เวลามีไม่มากนักแล้วณัฐกานต์จึงรวบรัดพูดเข้าประเด็นสำคัญที่ต้องกล้าจำเป็ต้องรู้
...ถึงเวลาที่ชายหนุ่มต้องเริ่มทำภารกิจที่สำคัญในชีวิตของเขาแล้ว...
“ต้อง!ได้เล่าให้แม่ฟังแล้วใช่มั้ย เื่ที่ต้องฝันเมื่อคืนก่อน”ณัฐกานต์ถามขึ้น เมื่อได้ช่องสบจังหวะ ต่อหน้าแขกผู้มาเยือนทั้งสาม
ต้องกล้าไม่เคยมีสิ่งใดปิดบังมารดาของตนหลังจากเหตุการณ์ที่เขาฝันเห็นร่าง 3 ร่างอย่างชัดเจนและได้เล่าให้ณัฐกานต์ฟังแล้ว เขาก็รีบโทรศัพท์ผ่านโปรแกรมออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตถึงมารดาทันที
แม้เวลาของประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาจะต่างกันมากถึง12ชั่วโมงก็ตาม แต่ชายหนุ่มกับมารดามีข้อตกลงกันไว้ก่อนที่เขาจะมาอยู่เมืองไทยว่าหากมีเื่ใด ๆ ก็ตามที่ทั้งคู่มีเื่เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สบายใจต่าง ๆ ไม่ว่าเวลาที่สองฟากฝั่งโลกจะดึกดื่นแค่ไหนก็ตามสามารถโทรศัพท์เพื่อปรึกษาและคุยกับอีกฝ่ายได้ตลอด...ในครั้งนี้ก็เช่นกัน...
แต่สิ่งที่ต้องกล้าแปลกใจมากที่สุดในตอนนี้คือ...
‘ทำไมป้าณัฐต้องคุยเื่นี้ต่อหน้าลุงธีร์ด้วย ?’ ต้องกล้าคิดสับสนอยู่ในใจ เท่าที่เขารู้...มีบุคคลเพียง 4 คน ที่รู้เื่ราวของคุณตฤณเป็อย่างดี นั่นก็คือ บิดามารดาของเขาพระอาจารย์กันต์ และณัฐกานต์ เท่านั้น
‘หมายความว่าอะไรกัน ? ลุงธีร์มาเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย ?’ ชายหนุ่มคับข้องใจสับสนงุนงงเป็ที่สุด...