หลังจากที่แยกจากเจ้าหญิงฮั่วหลิงหลิงแล้วเฟยหรงก็ได้เดินไปทั่วทั้งเมืองจนในที่สุดเขาก็ได้มาหยุดอยู่ทีี่สมาคมนักปรุงยา ชายหนุ่มเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็เดินเข้าไปด้านในอย่างเรียบเฉยและมั่นคง เมื่อเข้ามาด้านในเฟยหรงเดินไปที่กระดานข่าวสารในทันทีเพื่อที่จะดูข่าวต่างๆเกี่ยวกับสมุนไพรและเม็ดยาต่างๆว่าตอนนี้มีข่าวสารอะไรบ้าน ซึ่งมันก็มีข่าวสารที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยแต่ข่าวที่เขาดูจะสนใจมากที่สุดนั้นมีเพียงอยู่แค่สามข่าวเท่านั้น
ข่าวการเกิดขึ้นของสมุนไพรหายากอย่างดอกมังกรประกายอัคคี ที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดยาระดับห้า,ข่าวของการประมูลโอสถก่อกำเนิดปราณระดับ 6 ที่สามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นอัจฉริยะได้แต่หากคนที่มีพรสวรรค์กินอยู่แล้วเข้าไปมันจะทำให้เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกปราณในระดับเดียวกัน และข่าวสุดท้ายคือการหาหมอที่สามารถรักษาอาการป่วยของเจ้าชายฮั่วหลินเฉินเจ้าชายคนสุดท้องของราชวงศ์ฮั่วที่ป่วยจนไม่สามารถที่จะเดินได้
"ข่าวสองข่าวแรกน่าสนใจที่เดียวเพราะมันเกี่ยวกับระดับการฝึกฝนของข้า ส่วนข่าวที่สามนั้นดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวกับข้าเท่าไรแต่ก็เอาเถอะข้าจะทดแทนบุญคุณของเจ้าหญิงตัวน้อยที่ให้ข้าอาศัยรถม้ามาก็แล้วกัน"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอก และหาโรงเตี้ยมดีๆอยู่สักแห่งแต่ทันใด ในขณะที่เฟยหรงเข้ามาอยู่ในห้องตัวเองแล้วนั้นหัวใจของเขาก็เต้นแรงผิดปกติสายเลือดของเขาสูบฉีดเข้าออกอย่างรวดเร็ว จนเฟยหรงหายใจทถี่ระรั่วใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลเต้มไปหมดความเจ็บปวดของเขาราวกับมีดเล็กทิ่งแทงไปทั่วตัว
"นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมข้าถึงรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้ ทั้งที่รู้สึกเจ็บปวดแต่กลับรู้สึกดีไปด้วย!!"เฟยหรงกล่าวออกมาพร้อมกับคลานไปนอนบนเตียงอย่างยากลำบากทันใดนั้นกู่เทียนหลงที่อยู่ในหอคอยเทพมังกรพลันออกมาด้วยความเป็นห่วงก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มออกมาหลังจากที่ตรวจอาการของลูกศิษย์บ้าคนนี้แล้ว
"ทะ ท่านอาจารย์ท่านยิ้มอะไรข้ารู้สึกเจ็บปวดและอึดอัดมาก แต่ท่านกลับจะมายิ้มเยาะเย้ยข้าอีกหรือ อ๊ากก"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างโกรธเคืองแต่กู่เทียนหลงกลับมองเฟยหรงอย่างเมินเฉย ก่อนที่จะปลิปากออกมา
"เหอะ เจ้าศิษย์โง่เง่า ทั้งที่เคยผ่านระดับราชันเทวะมาแล้วแต่กลับร้องโอดโอยเพราะเรื่องเช่นนี้ ให้เจ้าเจ็บปวดจนตายไปเลยซะดีไหมเนี้ย"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงหน้าซีดเผือดในทันที ก่อนที่จะกล่าวอย่างออดอ้อน
"ท่านอาจารย์ที่น่าเคารพเลื่อมใส ได้โปรดชี้แนะลูกศิษย์ที่โง่เง่าคนนี้ด้วยเถิดข้าจะไม่ไว้อยู่แล้วมันเจ็บปวดและร้อนไปหมด"กู่เทียนหลงที่เห็นถึงกับแทบจะกลั่นหัวเราะไม่อยู่ เจ้าเด็กคนนี้ก็มีด้านนี้กับเขาเหมือนกันหรือ เขาผู้เป็นอาจารย์แทบจะไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเองเสียจริงๆก่อนที่ตัวเขาจะทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วหันไปกล่าวกับเฟยหรงอย่างจริงจังว่า
"ข้าช่วยเจ้าไม่ได้!!"
"ห๊าาา! ช่วยไม่ได้แล้วเหตุใดท่านจึงพูดเหมือนช่วยได้กัน ท่านอาจารย์ท่านแกล้งข้า!!"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่ยินยอม ราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม
"เจ้าศิษย์โง่เง่า หากข้าช่วยเจ้าได้ข้าช่วยไปนานแล้ว เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากสายเลือดของตัวเจ้าเองนั่นก็แสดงว่ามีคนที่มีสายเลือดเดียวกับเจ้าเข้าสู่ขั้นราชันเทวะเป็นอย่างต่ำแล้วถึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ เท่านี้รู้หรือยังว่าทำไมข้าถึงช่วยเจ้าไม่ได้ดังนั้นทำความเคยชินซะซักพักความเจ็บปวดมันก็จะหายไปเอง จากที่ข้าสังเกตุดูความเจ็บปวดของเจ้าแล้วเขาคนนั้นอาจจะใช้วิธีการพัฒนาขั้นพลังที่พิเศษจริงๆไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่แสดงอาการเช่นนี้"
เฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นเขาก็ตกตะลึงจนตาค้างและค่อยๆสำรวจตัวเองอีกที ใช่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นจากสายเลือดของเขาจริงๆแล้วใครกันละที่มาเลื่อนระดับขั้นในเวลานี้
'ท่านแม่งั้นหรือไม่น่าเป็นไปได้สายเลือดของท่านแม่คือสายเลือดเทพสมุทรที่มีคุณสมบัติเป็นธาตุเย็นและไม่เคยแสดงอาการเช่นนี้ หรือว่าจะเป็นท่านพ่องั้นหรือ จะเป็นไปได้ไหมนะสิบห้าปีกับการเลื่อนระดับจากระดับประจักษ์แจ้งไปราชันเทวะ หากเป็นเช่นนั้นจริงท่านพ่อก็อัจฉริยะจนหน้าประหลาดจริงๆ'เฟยหรงคิดในใจ หากกู่เทียนหลงรู้ความคิดนี้ของเขาละก็มีหวังได้ก่นด่าเฟยหรงอย่างแน่นอน ทั้งที่เฟยหรงมีพรสวรรค์มากที่สุดในโลกแต่กลับไปบอกว่าพ่อตัวเองมีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดแล้วตัวของเฟยหรงเองละจะใช้คำไหนนิยามได้กัน
เฟยหรงเมื่อรวบรวมสติได้เขาก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจของตนเองและค่อยๆเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งในทันที และรอจนกว่าร่างกายจะเคยชินกับสายเลือดที่ถูกยกระดับ ในเวลานี้ไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีอาการเช่นนี้เฟยหงเองก็มีอาการเช่นนี้เหมือนกันแต่กระบวนการยกระดับสายเลือดของเขานั้นเร็วกว่าเฟยหรงมากนักเนื่องจากเขามีสายเลือดราชันเทวะนี้เพียงสายเลือดเดียวเท่านั้นและไม่ได้มีสายเลือดใดผสมอยู่ดังนั้นเขาจะยกระดับได้อย่างรวดเร็วและตบะของเขาก็พุ่งเข้าสู่ระดับนิพพานในทันทีจนมันชักนำเมฆสายฟ้ามาสู่ตระกูลเฟยในทวีประดับต่ำ
"บททดสอบจากสวรรค์เมื่อไปถึงจุดสูงสุดของความเป็นมนุษย์งั้นหรือ เข้ามา!!ข้าอยากรู้นักว่าบทดสอบของสวรรค์จะซักเท่าไร"เฟยหงกล่าวพร้องพุ่งเข้าไปรับบททดสอบแห่งสวรรค์ในทันทีพร้อมกับตัวเขาที่โดนสายฟ้าผ่าไปถึงเก้าครั้งเก้าคราจนในที่สุดเขาก็ผ่านมันมาได้อย่างง่ายดายส่งผลให้ตัวเขาเข้าไปอยู่ในระดับนิพพานขั้นที่หนึ่งอย่างแท้จริง
ตัดไปที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้ในหุบเหวที่มืดสนิท มีชายหนุ่มหล่อเหลาผมีสีดำสนิทสวมใส่อาภรณ์สีขาวดำมีสัญลักษณ์กระบี่อยู่ระหว่างคิ้วค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นก่อนที่จะแผ่ออร่าของราชันเทวะขั้นที่หนึ่งออกมาไม่ขาดสาย เขาคือเฟยเทียนเป็นพ่อของเฟยหรงและเป็นสามีของเป่ยอิงอิงที่ตอนนี้บรรลุขั้นราชันเทวะเรียบร้อยแล้ว
"ในที่สุดข้าก็บรรลุระดับราชันเทวะเสียที อิงเอ๋อข้าจะไปรับเจ้ากลับมาเดี๋ยวนี้แหละและครอบครัวของเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที"เสียงของชายหนุ่มเฟยเทียนได้ดังขึ้น พร้อมกับประกายระยิบระยับในดวงตาที่แสดงถึงความห่วงหาและความคิดถึง ตั้งแต่ภรรยาของเขาจากไปไม่มีวันใดที่เฟยเทียนจะสงบใจได้แม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงใช้เรื่องนี้เป็นแรงกระตุ้นและฝึกอย่างหนักมาโดยตลอดและก้าวมาจากประจักษ์แจ้งขั้นห้าถึงระดับราชันเทวะได้ภายในสิบห้าปีเท่านั้น และในตอนนี้เขายังอายุเพียงหนึ่งร้อยปีถือว่าเป็นราชันเทวะที่อายุน้อยที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์
"เด็กน้อยเฟยเทียนอย่าวู่วามไป ตัวเจ้าแม้จะมีพรสวรรค์สูงล้ำแต่ต้องไม่ลืมว่าอีกฝ่ายมีจักรพรรดิเทวะนับสิบแถมเจ้าเทพสมุทรเป่ยเฉินนั่นก็ถือครองบัลลังก์ราชันวารี หากเจ้าไปในเวลานี้ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น แม้จะมีพวกเราไปด้วยก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายคนนั้น"ขณะที่ชายหนุ่มกำลังตื่นเต้นและคิดจะไปอาณาเขตเทพสมุทรอยู่นั้น ดวงตาสีทองและเงินขนาดใหญ่ได้จับจ้องไปที่เขาพร้อมกับกล่าวออกมาจนทำให้ชายหนุ่มต้องหันหน้าไปมองและสิ่งที่เขาได้เห็นคือมังกรสีทองขนาดใหญ่กับพยัคฆ์สีขาวที่ตัวไม่ได้ด่อยไปกว่ากัน
"ขอบคุณท่านจักรพรรดิมังกรทองหลงเสี่ยวหยา และท่านพยัคฆ์ขาวสามตาไป๋หู่ ที่มอบแก่นเลือดให้ข้าได้ดูดซับจนสามารถบรรลุระดับราชันเทวะได้รวดเร็วเช่นนี้ และสำหรับเรื่องที่ท่านกล่าวนั้นข้าเองก็รู้ตัวดีกว่าไปที่นั่นเท่ากับไปตายแต่ข้าเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน ยิ่งข่าวการแต่งงานนั่นออกมาข้าเองก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้"เฟยเทียนคาราวะสัตว์อสูรทั้งสองที่เป็นเหมือนผู้มีพระคุณพร้อมกล่าวตามจริง
"ที่แท้เจ้าคิดถึงเรื่องนี้เองหรือ เช่นนั้นก็จงสบายใจเสียเถอะเพราะว่าตระกูลไห่ที่หมั่นหมายกับภรรยาของเจ้าตอนนี้ไม่มีอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว"ไป๋หู่กล่าว
"หมายความว่าอย่างไร!"เฟยเทียนกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ
"ในช่วงเวลาห้าปีที่เจ้าฝึกอยู่ที่นี่ข้าได้ขึ้นไปเที่ยวเมืองมนุษย์อยู่บ่อยๆและได้รับข่าวนี้มา ดูเหมือนคนที่ลงมือจะเป็นเจ้าแก่เทพสมุทรเป่ยเฉินนั่นละแต่เพราะเหตุผลอะไรข้าก็ไม่รู้ เจ้าได้ฟังอย่างนี้แล้วพอที่จะสบายใจขึ้นมาได้หรือยัง"ไป๋หูกล่าวถาม
"เช่นนั้นข้าควรจะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ แม้ข้าจะคลายความร้อนใจและฝึกฝนต่อแต่ทรัพยากรณ์ที่ต้องใช้เพื่อเลื่อนระดับมันก็มากมายเหลือเกินและไม่มีวันหาได้โดยง่าย"เฟยเทียนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
"เหอะ ตอนนี้พลังของเจ้านับว่าแข้งแกร่งแล้วสิ่งที่เจ้าต้องการในเวลานี้หาใช่พลัง แต่เป็นกำลังคนดังนั้นข้าแนะนำให้เจ้าหากำลังคนที่ชื่อถือได้และแข็งแกร่งมาไว้ข้างกายบ้างและเมื่อถึงเวลานั้นหากเจ้าจะทำอะไรมันก็ง่ายขึ้น"หลงเสี่ยวหยากล่าวออกมา เฟยเทียนที่ได้ก็ก็คลี่ยิ้มออกมาจนทำให้ใบหน้าที่อมทุกข์ของชายหนุ่มกลับกลายเป็นหล่อเหลาและดูมีสง่าขึ้นกว่าเก่าก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาอย่างจริงใจ
"พวกท่านก็ถือว่าเป็นคนที่อยู่ข้างกายข้านี่ขอรับ มีทั้งความแข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเทวะขั้นกลางแถมข้าเองก็เชื่อถือในพวกท่านสุดหัวใจของข้าเปรียบพวกท่านเป็นดังพ่อแม่คนที่สองของข้าเลยก็ว่าได้"
"เหอะ เฟยเทียนน้อยเจ้าช่างพูดเสียจริง หากไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเจ้าเมื่อห้าปีที่แล้วข้าเกรงว่าคงคิดว่าเจ้าเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดินเสียมากกว่า เอาเถอะก็จริงอยู่ที่พวกเราค่อยอยู่เคียงข้างเจ้าแต่มันก็ยังไม่พอหรอกนะ เจ้าจะต้องหากำลังคนเพิ่มและสร้างขุมกำลังของตนเองขึ้นมาและเมื่อถึงตอนนั้นหากเจ้าจะไปนำตัวภรรยาของเจ้ากลับมาทุกอย่างมันก็ง่ายขึ้น"หลงเสี่ยวหยากล่าว
"เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่าขอรับ ในเมื่อข้าเติบโตมากับหอกระบี่ดาวตกเช่นนั้นข้าก็จะขอสร้างหอกระบี่ดาวตกขึ้นมาในทวีประดับสูงเสียเลยแล้วกัน และจะทำให้มันมีชื่อเสียงขึ้นอีกในทวีประดับสูง"กล่าวจบหนึ่งคน หนึ่งพยัคฆ์ หนึ่งมังกรก็กระชากมิติและหายไปจากหุบเหวนั้นไม่เหลือแม้แต่ล่องลอย