
ทันทีที่มีดสั้นแทงเข้าช่องท้องของคาร์ลเขารู้สึกถึงความเ็ปที่แล่นผ่านไปทั่วร่างแล้วทรุดตัวลงนั่งชันเข่าแต่มือยังคงยึดมีดเอาไว้ไม่ให้มือสังหารดึงออกจากตัวเขาได้กล้ามเนื้อทั่วร่างแข็งราวกับเป็อัมพาตทำให้ขยับไม่ได้ เขารู้ทันทีว่าคมมีดมียาพิษอาบอยู่
แคเรนเห็นคาร์ลขยับไม่ได้ก็ชักดาบสั้นของตนเองออกจากฝักก่อนบังคับให้ดาบวิ่งพุ่งตรงใส่มือสังหารแต่มันใช้แรงมหาศาลคว้าดาบสั้นเอาไว้มั่นแล้ววิ่งเข้าถึงตัวแคเรนได้ในพริบตาก่อนจะชกเข้าที่ช่องท้องทำให้เธอสลบไป มือสังหารอุ้มร่างของแคเรนแบกขึ้นบ่า
คาร์ลได้แต่มองดูแคเรนถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ขยับเชยื้อนไม่ได้เมื่อมือสังหารที่อุ้มตัวแคเรนวิ่งหายเข้าไปในพงต้นไม้ มือสังหารอีกคนก็เดินมาหิ้วตัวคาร์ลวิ่งตามหลังไปด้วยคาร์ลใแต่ก็รู้สึกโล่งใจที่พวกมันไม่ได้ลักพาตัวแคเรนไปแค่คนเดียว
ไกอัสกลับมาถึงรถม้าเห็นร่องรอยการต่อสู้ก็ใเขารีบมองสำรวจรอบพื้นเพื่อหาร่องรอยของแคเรนกับคาร์ลแต่ร่องรอยขาดหายไปในดงต้นไม้ใหญ่ไกอัสรีบกลับไปที่รถม้าก่อนจะควบม้าลงจากเขาด้วยความร้อนใจท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟดวงเล็กซึ่งแขวนอยู่บนรถม้าคอยนำทางเท่านั้น
แคเรนได้ยินเสียงน้ำหยดกับกลิ่นอับชื้นของดินที่มีน้ำไหลซึมออกมาก็ลืมตาตื่นขึ้นเธอกำลังนั่งอยู่บนแท่นปูนบนพื้นดินสกปรก เด็กสาวใจเต้นรัวหันมองไปรอบตัวจึงพบว่าเธอกำลังนอนอยู่หลังกรงเหล็กที่มีโซ่และแม่กุญแจคล้องไว้หนาแน่นด้านนอกลูกกรงฝั่งตรงข้ามก็มีคุกห้องอื่นๆ ที่ว่างเปล่าอีกราวสามห้องนั่นหมายความว่าฝั่งที่เธออยู่ก็มีคุกอีกสองห้องขนาบข้างอยู่ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจของเธอ
“ตื่นแล้วหรือท่านหญิง”
เสียงของเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยทำให้เธอใจชื้นขึ้นแคเรนหันไปมองทางต้นเสียง เห็นคาร์ลกำลังนั่งอยู่ที่มุมห้องขัง เสื้อสีขาวภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มมองเห็นรอยเืซึมออกมาแคเรนรีบปราดเข้าไปนั่งคุกเข่าดูาแของเขา
“เ้าเป็ยังไงบ้างพอทนไหวมั้ย”
“ข้าพันแผลไว้แล้วจึงไม่สาหัสเท่าไรแต่น่าจะถูกพิษ” เสียงของเขาแ่เบา แคเรนเห็นริมฝีปากของเขาซีดเซียวมีรอยคล้ำไม่แพ้สีของใบหน้ามือของเธอก็เริ่มสั่นเทา
“ข้าจะลองหาทางออกดู”แคเรนหันไปมองโซ่กุญแจที่คล้องประตูเอาไว้ั์ตาของเธอเปลี่ยนเป็สีแดงเืแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับโซ่กุญแจเลยเธอโวยวายขึ้นมา “ทำไมข้าถึงใช้พลังไม่ได้”
“ที่นี่มีเขตอาคมแปลกๆกางอยู่ ข้าลองใช้พลังั้แ่พอขยับตัวได้แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
สีหน้าของแคเรนเจื่อนลง“เสียดายราชินีอุตส่าห์ชมว่าพลังของข้าสามารถควบคุมได้ทั้งโลหะวิสทานัมและโลหะธรรมดาแต่พอถึงคราวคับขันกลับใช้งานไม่ได้”
“ไม่เป็ไรท่านหญิงใจเย็นๆ ค่อยๆ หาทางออก”
“จริงสิข้าว่าจะถามเ้าเื่หนึ่ง”
แคเรนนึกขึ้นได้ในขณะที่ดึงเชือกที่ผูกเสื้อของคาร์ลออกเพื่อตรวจดูาแเธอเห็นชายเสื้อคลุมสีน้ำเงินถูกฉีกขาดและถูกนำมาใช้พันาแที่ช่องท้องทำให้เืซึมออกมาน้อยลง รอยเืมีสีดำคล้ำ
คาร์ลเห็นแคเรนมัวแต่ดูาแไม่ยอมพูดอะไรต่อก็เป็ฝ่ายถามขึ้นแทน
“ท่านจะถามอะไรข้าหรือ”
แคเรนที่กำลังชะงักเพราะเห็นาแสาหัสเมื่อได้ยินคาร์ลถามเธอก็ตื่นจากภวังค์เงยหน้าขึ้นคุยกับเขา “อ้อ เ้า...ทำไมถึงใช้พลังควบคุมโลหะได้ พลังจากพันธะไอรอนบอนด์ใช่มั้ย”
“คงปิดบังไม่ได้แล้ว”คาร์ลตอบพลางปิดเสื้อและผูกเชือกกลับเหมือนเดิม “ตอนเด็กๆ ท่านหญิงอาจจะจำไม่ได้แต่ข้าเคยดื่มเืของท่านโดยไม่ได้ตั้งใจน่ะ”
“ยังไงทำไมข้าถึงจำไม่ได้”
“งั้นท่านจำห้องใต้ดินที่เมืองฟาห์ลันได้มั้ย”
“ที่ไกอัสบอกเปิดไม่ออกน่ะหรือ”
“ตอนเด็กๆท่านกับข้าเคยเข้าไปที่นั่นแล้ว ข้างในมีคุกใต้ดินคล้ายๆ กับที่พวกเราอยู่นี่แหละแต่เรายังเข้าไปไม่ถึงข้างในสุดก็ถูกชายคนนั้นทำร้ายเสียก่อน”
“ชายคนนั้นใช่ผู้ชายที่เข้ามาทำร้ายข้าตอนอยู่ที่เมืองฟาห์ลันหรือเปล่า”
“ใช่ครับท่านหญิงถึงได้คุ้นหน้าเขาไง”
“แล้วเขาทำอะไรพวกเราล่ะ”
“พอถูกจับได้เราก็พยายามหนีแต่ข้าวิ่งอยู่ข้างหลังท่านก็เลยถูกเขากระชากตัวล้มลงนอนหงายเขาเงื้อมีดจะแทงคอข้า แต่ท่านหญิงวิ่งกลับมาจับคมดาบเอาไว้ได้เืจากมือท่านก็เลยหยดใส่หน้าและปากของข้า”
“แล้วทำไมเืของข้าถึงทำพันธะไอรอนบอนด์กับเ้าได้มีเพียงแปดตระกูลเท่านั้นที่ตอบสนองต่อเืของข้ามิใช่หรือ”
“ข้าว่าท่านน่าจะเดาได้แล้ว”สีหน้าของคาร์ลเครียดลงจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง“เด็กต้องห้ามมีอยู่เพียงในตระกูลเวนดีสเท่านั้น ข้าคือแฝดคนพี่ที่ควรจะถูกฆ่าตายั้แ่เกิดครับ”
แคเรนยกมือขึ้นปิดปากด้วยความใเธอรีบหันรีหันขวางเพราะกลัวจะมีใครได้ยินการที่เด็กต้องห้ามยังมีชีวิตอยู่หมายความว่าขัดต่อราชโองการขององค์ราชินีเธอกล่าวเสียงเบาเหมือนเสียงกระซิบ
“แล้วทำไมเ้าถึงรอดมาได้ท่านชาร์ลส์ เวนดีส รู้เื่ที่เ้ารอดตายมาได้หรือเปล่า”
“เขาไม่มีทางรู้หรอกครับเพราะเขาคือคนที่สั่งฆ่าข้า ถ้าเขารู้จะต้องเป็คนลงมือสังหารข้าอีกครั้งแน่”
แคเรนย่นคิ้วถามอย่างแปลกใจ“หรือว่าคนที่สังหารเ้า แอบปล่อยเ้าไปหรือ”
“ไม่ได้แอบปล่อยครับเขาแค่โลภขายเด็กให้พวกพ่อค้าขายทาสเท่านั้นเอง แล้วพ่อบุญธรรม…”คาร์ลหยุดนิดหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “พ่อบ้านของปราสาท ท่านแรนดัล พาฟเนอร์สืบรู้เข้าจึงไปซื้อตัวข้ากลับมา”
“ไม่น่าล่ะท่านแรนดัลไม่เคยเล่าอดีตของเ้าให้ฟังเลย”
“กว่าเขาจะสืบเจอข้าก็อยู่กับพ่อค้าทาสจนถึงอายุเจ็ดขวบมั้งครับ ตอนที่เจอกับท่านหญิงก็หลังจากนั้นหนึ่งเดือนเพราะท่านแรนดัลช่วยฝึกความสามารถที่จำเป็ต่อการเป็พ่อบ้านให้ข้า”
คาร์ลเห็นแคเรนเงียบไปก็หันไปมองเธอเห็นสีหน้าเธอบูดเบี้ยวทำท่าจะร้องไห้ก็อดขำไม่ได้ เขากล่าวกับเธอ
“ท่านหญิงทำสีหน้าเช่นนั้นทำไมครับหน้าตาตลกไปหมดแล้ว”
“เ้ายังขำออกอีกหรือถ้าเกิดเื่นี้เปิดเผยต่อหน้าไกอัส เ้าอาจถูกเขาสังหารก็ได้”
“คนขององค์ราชินีมีอยู่ทั่วทั้งราชอาณาจักรลอฟท์เรียบางทีเื่ที่ข้าใช้พลังอาจรู้ไปถึงหูองค์ราชินีแล้วก็ได้”
“แบบนี้ความปลอดภัยของเ้าล่ะ”
“เมื่อใดที่ตระกูลดาทนอร์ธหมายหัวข้าเมื่อนั้นก็คือคำสั่งปะามาถึงแล้ว”
สีหน้าของแคเรนเปลี่ยนเป็ไม่สบอารมณ์ก่อนกล่าวออกมา“ทำไมท่านแรนดัลต้องพาเ้าเข้ามาในปราสาทด้วย ไปอยู่ที่ไกลๆปลอดภัยกว่าไม่ใช่หรือ”
“ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงถูกเรียกว่าเด็กต้องห้าม”
“ข้ารู้มาจากในตำราว่าตระกูลเวนดีสจะมีฝาแฝดถือกำเนิดขึ้นมาทุกรุ่นดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลและเพื่อให้มีผู้รับพันธะไอรอนบอนด์ได้เพียงคนเดียวแฝดอีกคนหนึ่งจึงต้องถูกสังหาร”
“ยังมีเหตุผลอีกสองข้อที่ไม่ได้กล่าวเอาไว้ในตำราครับถ้าท่านสังเกตก็จะเห็นว่าพลังของข้าเหนือกว่าดอว์น”
“เ้าหลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า”
คาร์ลยิ้มนิดหนึ่งก่อนพูดทีเล่นทีจริง“อย่าบอกนะว่าท่านชอบดอว์นเข้าแล้วน่ะ”
แคเรนอึ้งไปเหมือนคำพูดของเขาไปสะกิดใจเธอเข้าเธอตอบพลางเบนสายตาไปทางอื่นท่าทางเขินๆ “มันเป็ความประทับใจแรกนี่ ตอนปรากฏตัวมาช่วยข้า เขาดูดีมากเลย”
“ชอบเขาก็ดี”คาร์ลกล่าวเบาๆ แม้ว่ารอยยิ้มบนใบหน้าจะหายไปแล้ว“แต่พลังของข้าเหนือกว่าเขาจริงๆ ถ้าท่านสังเกตจะเห็นว่าดอว์นทำได้เพียงสลายแร่โลหะให้กลายเป็ของเหลวและควบคุมโลหะเหลวให้เคลื่อนที่ได้ภายในรัศมีร้อยเมตรแต่พลังของข้าคือการสลาย แยกส่วนและเปลี่ยนรูปร่างโลหะภายในรัศมีที่ไกลกว่าและควบคุมได้”
สีหน้าของแคเรนยิ่งแปลกใจหนักขึ้นไปอีกเธอถามคาร์ล “ถ้างั้นตระกูลเวนดีสยิ่งต้องเลือกไว้ชีวิตเ้ามากกว่าดอว์นมิใช่หรือเหตุใดเด็กที่มีพลังด้อยกว่าจึงได้รับสิทธิ์การสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลล่ะ”