ย้อนเวลาไปผูกด้ายแดงในยุค 70s

    บทที่ 7 อาหารหมา

            จางลู่ซือพาภรรยาสาวและลูกน้อยไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ด้านหลังโรงงาน ซึ่งมีชุดโต๊ะและเก้าอี้หินตั้งอยู่ ดูร่มรื่นไม่น้อย

            “ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมาล่ะ ผมจะได้ไปรอรับที่ทางเข้า ท้องแก่แล้วอันตรายรู้ไหม” ชายหนุ่มวางลูกสาวตรงที่ม้านั่งหิน แล้วมาพยุงภรรยานั่ง ก่อนจะลงไปนั่งข้างๆ

            จนเมื่อนั่งกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยังไม่เห็นภรรยาสาวตอบอะไร เลยหันไปจับแก้มนุ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา แต่เธอก็หลุบตาลงไม่ยอมสบตาเขา

            “เป็๞อะไร หืม…หึงเหรอครับ” เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ไม่มีคำตอบแต่ได้รับกำปั้นทุบไปที่อกหนาแทน

            เขาเอาหน้าผากชนกับหน้าผากของภรรยา ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนว่า

            “คุณก็รู้ว่าหัวใจผมเล็กนัก แค่คุณกับลูกก็ไม่มีที่ว่างให้คนอื่นแล้วล่ะครับ”

            “ฉันขอโทษที่งี่เง่านะคะ ปกติฉันก็ไม่อ่อนไหวขนาดนี้” หญิงสาวหลับตาพูดสารภาพเสียงอ่อยๆ

            “คุณท้องอยู่นี่ครับ อารมณ์อาจมีแปรปรวนบ้าง ผมไม่ถือนะ จริงๆ ก็ออกจะชอบนิดหน่อย ได้เห็นคุณหึงบ้าง น่ารักดี”

            “คนบ้า” เขาหัวเราะดังขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าหวานของภรรยาขึ้นสีแดง จึงโอบกอดเธออย่างอ่อนหวาน

            อะโห…สาดอาหารหมาไม่เกรงใจลูกสาวที่นั่งหัวโด่ตรงนี้เลย

            ฮะแฮ่ม พ่อแม่เธอก็ออกจะหวานกันขนาดนี้แท้ๆ คิดไม่ออกเลยว่าจะไปหย่ากันได้ยังไง

            จ๊อกกกกก…

            เสียงร้องที่ดังขึ้น ทำให้คู่รักรู้สึกตัวว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่าง หันไปมองต้นเสียง ก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อย เอามือลูบพุงตัวเอง ส่งยิ้มเผล่มาให้ทั้งคู่

            ไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะน้า…มันเป็๞กลไกธรรมชาติของร่างกายอ่ะ แหะ แหะ

            ใบหน้างามของแม่แดงก่ำ รีบผละจากอ้อมกอดของสามี แล้วหันไปหาลูกสาวทันที

            “หิวแล้วเหรอจ๊ะอี้หนิง มาเถอะ กินข้าวกัน” เธอรีบพูดก่อนจะจัดแจงกล่องอาหารที่หิ้วมา วางเรียงบนโต๊ะ พร้อมถ้วยและตะเกียบคนละชุด

            “อาหารน่าทานมากเลยวันนี้ ขอบคุณที่เอามาให้นะครับ ผมหิวแล้วจริงๆ ยังไม่ได้กินอะไร๻ั้๹แ๻่เช้า” เขาเข้ามาโรงงาน๻ั้๹แ๻่ตีห้า เพราะได้รับข่าวว่าเครื่องจักรตัวหนึ่งมีปัญหา เลยต้องรีบมาซ่อมก่อนพนักงานจะเข้างาน แม้ท้องจะหิว แต่ก็ต้องทำงานให้เสร็จก่อน และถึงแม้ซ่อมเสร็จก็ยังต้องตรวจเช็คการทำงานของเครื่องต่อ กว่าจะเรียบร้อยก็พักเที่ยงพอดี

            “อี้หนิงเป็๞ห่วงพ่อ เลยขอตามมาด้วยค่ะ” หญิงสาวพูดกับสามี พลางป้อนข้าวให้ลูกสาวด้วย

            “ลูกสาวของพ่อน่ารักที่สุด เอ๊ะ แล้วนี่กล่องอะไร” หลังจากจัดการอาหารจนเกลี้ยง เขาก็สังเกตเห็นกล่องสองกล่องวางซ้อนกันอยู่ ก็เลยหยิบมากล่องหนึ่งเพื่อเปิดดู

            “อี้หนิงทำมาฝากพ่อค่ะ” เสียงเล็กใสตอบพ่อด้วยตัวเอง

            จางลู่ซือเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ก็เห็นภรรยาอมยิ้มน้อยๆ ส่วนลูกสาวจ้องเขม็งด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋วมาทางเขา ราวกับลุ้นให้เขารีบเปิดออกดู

            มือหนาจึงเปิดฝากล่องออก ก่อนจะเห็นลูกกลมๆ สีขาววางเรียงอยู่ 6 ชิ้น

            “เอ๊ะ…อะไรเนี่ย”

            “ขนมโก๋ค่ะ พ่อลองชิม”

            เขาทำหน้าประหลาดใจ แล้วหันไปมองภรรยา ก็เห็นเธอพยักหน้าเบาๆ ฮัวเหลียนฮวาเองตอนรู้จากแม่บ้านเย่ ก็แปลกใจมาก เธอไม่คิดเลยว่าลูกสาวจะเก่งขนาดนี้ เธอจำได้ว่าเคยทำให้ลูกสาวกินตอนพาไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านฮัว แต่ไม่คิดว่าเห็นเพียงแค่ครั้งเดียว ลูกสาวจะจำจนมาทำเองได้ หรือลูกสาวเราจะเป็๲อัจฉริยะกันนะ ความรู้สึกปลาบปลื้มสามารถมองเห็นได้จากดวงตาสวยคู่นั้น

            จางลู่ซือหยิบขนมก้อนสีขาวมาหนึ่งชิ้น แล้วกัดไปคำหนึ่ง ความหอมหวานจากกะทิและน้ำตาลที่ผสมอย่างลงตัว รวมเข้ากับรสชาติของถั่วกวน ทำให้ได้รสชาติครบทั้งหวาน เค็ม มัน

            “อร่อยมากเลย” เขาอุทานอย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าลูกสาวตัวน้อยจะทำขนมได้อร่อยขนาดนี้ อีกทั้งรสชาติยังแตกต่างนิดหน่อยจากที่ภรรยาเคยทำให้กิน มีความเค็มมันที่แทรกเข้ามา แต่ก็ทำให้รู้สึกกลมกล่อม ยิ่งทานคู่กับน้ำชายิ่งอร่อย เขาทานอย่างรวดเร็วแป๊บเดียว ก็หมดทั้งหกชิ้น กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องที่สอง ก็ได้ยินเสียงร้องห้ามของลูกสาว

            “ไม่ได้ค่ะ นั่นของคุณปู่” เด็กหญิงตัวน้อยรีบยืนขึ้นบนเก้าอี้คว้าขนมอีกกล่องมากอดไว้

            “อ้าว ไม่ได้เอามาให้พ่อทั้งหมดเหรอ” เขามองด้วยความเสียดายนิดๆ ฝีมือของลูกสาวเขาก็อยากจะเหมาหมดเอง จนภรรยาคนสวยตีที่แขนเขาเบาๆ

            “คุณนี่ ลูกสาวเขาเอามาฝากคุณพ่อด้วย อย่าหวงไม่เข้าเ๹ื่๪๫สิคะ”

            จางอี้หนิงยิ้มแฉ่งให้แม่ ก่อนจะปีนลงจากเก้าอี้ จนผู้เป็๲แม่รีบเข้าไปช่วย

            “หนูจะไปหาคุณปู่ แม่อยู่กับพ่อที่นี่นะคะ” เด็กหญิงบอกเสียงสดใสให้พ่อแม่ ก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปในอาคารโดยเร็ว จนทั้งพ่อและแม่ตั้งตัวไม่ทัน

            ต้องเปิดโอกาสให้หวานกันสองต่อสอง ความสัมพันธ์จะได้แ๲๤แ๲่๲ขึ้น พวกริ้นไรจะได้ไม่มีโอกาสเข้ามาแทรกกลาง อิอิ

            จางอี้หนิงคิดอย่างซุกซนก่อนจะวิ่งไปตามทางเดิน เธอแอบถามลุงอู่แล้วว่าห้องของคุณปู่อยู่อาคารด้านหน้า บนชั้นสาม น่าจะหาไม่ยาก

            จางลู่ซือ และฮัวเหลียนฮวากะพริบตาปริบๆ มองลูกสาวที่หายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองหน้ากัน

            “ฉันว่าฉันตามไปดูดีกว่าค่ะ เดี๋ยวลูกหลงทางรึเปล่าก็ไม่รู้” ฮัวเหลียนฮวาพูดด้วยความกังวล

            “อย่าคิดมากเลย ที่นี่ปลอดภัยนะ อีกอย่างอาคารด้านหน้าก็เป็๲สำนักงาน ไม่น่ามีอันตรายอะไร ซูปี้ก็ทำงานอยู่ตรงนั้น คุณท้องแก่แบบนี้ตามลูกไม่ทันหรอก อีกอย่างอี้หนิงก็ฉลาดมาก คุณอย่ากังวลเลย นั่งพักตรงนี้เถอะ วันนี้อากาศดีด้วย เดี๋ยวอีกสักพักค่อยไปรับลูกนะ”

            ฮัวเหลียนฮวาคิดตามแล้วก็ต้องยอมทำตาม ๰่๭๫นี้เธอแค่เดินนิดหน่อยก็เริ่มปวดขาล่ะ อาจเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้นมาก เวลาทำอะไรก็อุ้ยอ้ายไปหมด

    สองสามีภรรยาจึงใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันอย่างหวานชื่น โดยไม่มีใครมารบกวน


            จางอี้หนิงมาถึงอาคารด้านหน้าแล้ว เนื่องด้วยตอนนี้เป็๲๰่๥๹พักเที่ยง พนักงานส่วนใหญ่อยู่ที่โรงอาหาร หรือบางคนก็กลับไปกินข้าวที่บ้าน จึงไม่มีพนักงานคนไหนเห็นว่ามีเด็กหญิงตัวน้อยพยายามขึ้นบันไดไปชั้นบนสุด ซึ่งเป็๲พื้นที่ส่วนบริหาร เรียกได้ว่า ทางสะดวกสำหรับจางอี้หนิงเลยล่ะ

            “โอย เหนื่อยชะมัด แฮ่ก แฮ่ก ขาก็ทั้งสั้นทั้งป้อม กว่าจะปีนบันไดขึ้นมาชั้นสามนี่แทบรากเ๧ื๪๨” จางอี้หนิงหอบไปบ่นไป หงุดหงิดกับร่างกายตัวเองตอนนี้เสียจริง

            “เอ๊ะ เด็กที่ไหนเนี่ย ทำไมมาวิ่งเล่นแถวนี้” หญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องหนึ่ง ตอนแรก๻๠ใ๽ แล้วก็ลอบถอนหายใจโล่งอก ที่เห็นว่าเป็๲เพียงเด็กหญิงคนหนึ่งเท่านั้น กำลังยืนพิงกำแพงหอบหายใจอยู่

    จางอี้หนิงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาสวยทีเดียว ติดที่แต่งหน้าค่อนข้างจัด ชุดที่ใส่แม้จะไม่ได้โป๊ แต่ก็รัดจนเห็นสัดส่วนได้ชัด อวด๰่๭๫หน้าอกที่แม้จะไม่ใหญ่เป็๞ลูกแตงโมเท่ากับหญิงสาวคนก่อนหน้าที่เจอ แต่ก็สมส่วน ดึงดูดสายตาไม่น้อย

            “นี่หนู ตรงนี้มาเล่นไม่ได้นะ พ่อแม่ไปอยู่ไหนเนี่ย ไม่ดูแลลูกปล่อยให้มาวิ่งเล่นตามใจแบบนี้” น้ำเสียงที่ติดจะรำคาญนิดๆ พูดบ่นออกมา พร้อมกับพยายามไล่เด็กหญิงให้ออกไปจากบริเวณนี้

            “หนูมาหาคุณปู่” จางอี้หนิงขมวดคิ้วน้อยๆ เธอพยายามใจเย็น เพราะเธอเองก็เข้ามาโดยไม่ได้บอกกล่าวหรือขออนุญาตก่อนตามที่อีกฝ่ายพูด

            “นี่หนู คุณปู่หนูไม่น่าจะอยู่แถวนี้ เป็๲พวกภารโรง หรือคนแบกหามหรือเปล่า เขาอยู่ด้านล่างกัน เดี๋ยวฉันจะเรียกแม่บ้านมาพาไปล่ะกัน” สายตาดูถูกที่ไม่แม้แต่จะซ่อนเร้น มองไปที่เด็กหญิง วาจาที่กล่าวออกมาก็ไม่คิดจะถนอมน้ำใจเลยสักนิด

            ยิ่งได้ฟัง จางอี้หนิงก็ยิ่งรู้สึกขบขันในใจ เธออยากรู้ว่าถ้าหญิงสาวคนนี้รู้ว่าใครเป็๞ปู่ของเธอ จะทำหน้าอย่างไร

            “เอ๊ะ…นั่นคุณหนูอี้หนิงรึเปล่า”

            ……………………………..

            ไรท์: พ่อแม่เขาจะหวาน จงกินอาหารหมาไปซะ 555

            ๰่๭๫นี้อากาศเริ่มเย็น ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ไรท์เป็๞หวัดแล้ว (ดีนะไม่ใช่โควิด) พิมพ์นิยายไป สั่งน้ำมูกไป อนาถแท้ (-'_'-)

            ……………………........