ครื้น!! ครื้น!!
เสียงสั่นะเืรอบๆ วิหารทันทีที่เยว่ซินก้าวเข้ามา ก่อนที่ประตูจะค่อยๆ เปิดออก จากนั้นฉีหลินจากที่เคยอยู่ในอ้อมแขนของเยว่ซินอย่างสงบ ก็เริ่มดิ้นอย่างแรงจนทำให้เยว่ซินต้องปล่อยมันลง มันพุ่งเข้าไปในวิหารอย่างรวดเร็ว ทำให้เยว่ซินและคนอื่นๆ ต้องรีบตามไป ภายในโถงทางเดินถือว่ายังคงสภาพอดีกว่าข้างนอก จนพวกเขาเห็นฮีหลินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูบานหนึ่ง มีรูปปั้นกิเลนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทั้งสองข้าง
“ หลังประตูบานนี้คงเป็สิ่งที่เรียกให้ฉีหลินมาที่ “ เสี่ยวหู่เริ่มเข้าใจแล้ว สิ่งที่ดึงดูดให้ฉีหลินเข้ามาที่นี่ รูปกิเลนเป็สิ่งยืนยันได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เสี่ยวหู่สงสัยคือหากวิหารเเห่งนี้เป็ของกิเลน เหตุใดมยุเรศ์ทั้งหลายต่างคุ้มครองวิหารแห่งนี้
“ เช่นนั้นเราจะเข้าไปในนั้นได้อย่างไร “ ซีซวนถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ เพียงหนึ่งหยาดโลหิต สู่ความยิ่งใหญ่ “ เสียงของเยว่ซินดังขึ้นหลังจากที่ได้อ่านอักขระโบราณที่สลักไว้บนบานประตู เยว่ซินลองตรวจดูรอบๆ แล้วมีเพียงอักขระพวกนี้เท่านั้นที่ปรากฏให้เห็นนอกจากรูปปั้นกิเลนทั้งสองตัวบนประตู
“ ฉีหลินข้าขอเืของเ้าได้ไหม “ ซีซวนเข้าใจความหมายนั้นทันที ก็เข้าไปหาฉีหลินที่กำลังมองบานประตูอยู่
“ อี้อี้…อี้…” ฉีหลินส่งเสียงร้องพร้อมกับพยักหน้าตกลงเหมือนเข้าใจความหมาย จากนั้นมันก็ก้มลงกัดที่เท้ามันจนเืออกแล้วนำเท้าไปวางประกบที่ประตู
ครื้น!! โฮก!!
เืของฉีหลินถูกดูดเข้าไป เสียงคำรามของรูปปั้นกิเลนทั้งสองดังขึ้นราวกับมันมีชีวิต จากนั้นประตูก็ค่อยๆ เปิดออกาแที่เท้าของฉีหลินก็หายไปราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ด้านในเป็ห้องโถงขนาดใหญ่เหมือนกับราชวัง รอบๆ ห้องมีโครงกระดูกของสัตว์อสูรขนาดใหญ่อยู่หลายสิบโครง ตรงกลางมีกล่องไม้สีทองขนาดประมาณสิบฉือตั้งอยู่
โฮก!!
เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้นก่อน ก่อนจะปรากฏร่างของกิเลนขนาดใหญ่กว่าเสี่ยวหู่อย่างมากพร้อมกับกลิ่นอายของความแข็งแกร่งที่แพร่ออกมาทำให้ทั้้งเยว่ซินและคนอื่นๆ ต้องปล่อยพลังต้านไว้ จนต้องก้าวถอยหลังหลบจากร่างิญญาของกิเลนที่แผ่รังสีกดดันออกมา
“ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้..ฮ่าฮ่าฮ่า…. “ เสียงอันทรงพลังกล่าวขึ้น เมื่อมองไปยังกลุ่มของผู้บุกรุก ก่อนสายตาจะไปปะทะกับสายตาของฉีหลินที่จ้องมาอย่างไม่เกรงกลัว
“กิเลนเพลิงโลกันตร์ เทพอสูรจากดินแดน์” เสียงของเสี่ยวหู่ดังทำให้ร่างิญญาของกิเลนเพลิงโลกันตร์หันไปมอง
“ เผ่าจิ้งจอก์เองหรือ” ร่างิญญากิเลนเพลิงโลกันตร์มองร่างจิ้งจอก์ของเสี่ยวหู่ด้วยความฉงน นานแล้วที่ไม่ได้เห็นจิ้งจอกบำเพ็ญตนจนครบเก้าหาง ระหว่างนั้นเสียงของเยว่ซินก็ดังขึ้นทำให้ร่างิญญาของกิเลนเพลิงโลกันตร์เลิกสนใจเสี่ยวหู่
“ ท่านกล่าวเช่นนี้หมายถึงอะไร “เสียงของเยว่ซินถามด้วยความสงสัย ทั้งมยุเรศ์ตัวหน้าวิหารกับกิเลนตัวนี้อยู่ดีๆ ก็เอ่ยขึ้นมาจนเขาก็ไม่รู้มามันหมายถึงสิ่งใด ตอนที่ร่างิญญาของกิเลนเพลิงโลกันตร์มองมาที่พวกเขา เยว่ซินแอบเห็นแววตาที่ใของกิเลนตัวนี้อยู่แวบเดียวก่อนจะกลับมาเป็เหมือน
“ร่างนี้เป็เพียงดวงจิตสุดท้ายที่ข้าได้ถอดไว้ก่อนที่ข้าจะดับสูญ เดิมที่ข้าเป็เทพอสูรระดับสูงที่อยู่บนแดน์ แต่เกิดาขึ้นหลายเผ่าพันธุ์หลายเผ่าพันธุ์ต่างส่งผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาสู้รบาครั้งนั้นกินเวลานาน หลายๆ เผ่าเกิดความสูญเสีย รวมถึงเผ่าของข้าคนในเผ่าถูกข้าไปต่อหน้าต่อตาแต่ข้าก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ และข้าเกือบจะโดนฆ่ากลางาแต่ก็ได้ท่านเทพจูเซวี่ยช่วยข้าไว้ พร้อมกับส่งข้ามาที่นี่กับเผ่าข้าที่รวบรวมมาได้ “ พอกล่าวจบก็มองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เ็ป โครงกระดูกพวกนั้นล้วนเป็คนของเผ่ากิเลนทั้งสิ้น
“ แล้วาต่อจากนั้นละ เกิดอะไรขึ้น “ เยว่ซินถามขึ้นเพราะในมิติไม่มีจำราที่ได้บันทึกเกี่ยวกับาของเหล่าเทพเลย
“ข้าไม่รู้…เพียงถูกส่งออกมาก่อนที่าจะจบ ใกล้จะหมดเวลาของข้าแล้ว เ้าก้าวขึ้นมาข้างหน้า “ เทพอสูรกิเลนหันไปตอบเยว่ซินเสียงขาดๆ หายๆ ก่อนจะหันไปพูดกับฉีหลิน
เหมือนฉีหลินจะรู้ตัว ก้าวขึ้นมาหยุดตรงหน้าร่างิญญาของกิเลนเพลิงโลกันตร์
“ ต่อไปเ้าจะเป็ผู้สืบทอดของข้า ของในกล่องใบนี้คือผลึกแก้วิญญาของกิเลนในเผ่าเพียงพอที่ให้เ้าดูดซับ และโครงกระดูกพวกนั้น พวกเ้าจะทำไปใช้ประโยชน์อย่างไรก็แล้วแต่พวกเ้าเถิดเก็บไว้ก็ไร้ค่า “ กล่าวจบดวงจิตของเทพอสูรก็พุ่งเข้าไปในตัวของฉีหลิน ละอองสีทองค่อยๆ กระจายรอบตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย จนคนที่อยู่บริเวณนั้นต้องขยับตัวออกห่าง
“อี้อี้…… “ ฉีหลินร้องออกมาอย่างเ็ป การเป็ผู้สืบทอดไม่ใช่เื่ง่ายที่จะผสาน ซีซวนก็ได้แต่ภาวนาให้ฉีหลินน้อยของเขาผ่านมันไปด้วยดี ตอนนี้ละอองสีทองได้กระจายตัวเต็มห้องโถงไปหมดทำให้พวกเขาต้องมายืนรอหน้าประตู
ตู้ม!! โฮก!!
เสียงะเิพลังพร้อมกับเสียงร้องคำรามดังขึ้นพร้อม ก่อนจะปรากฏร่างของกิเลนเพลิงโลกันตร์ขนาดใหญ่ การสืบทอดครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ฉีหลินขนาดใหญ่ขึ้น ระดับพลังจากระดับสามตอนนี้ก้าวสู้ระดับ์ขั้นต้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“กิเลนเพลิงโลกันตร์ ระดับ์ขั้นต้น ทรงพลังที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรธาตุไฟด้วยกัน แต่ก็ยังเป็รองหงเพลิงสัตว์สี่เทพในตำนานเท่านั้น “ เสี่ยวหู่กล่าวออกมาหลังจากที่ฉีหลินสืบทอดสำเร็จ
“ ขอบคุณท่านเยว่ซิน “ ฉีหลินหันมากล่าวขอบคุณเยว่ซิน มันสามารถพูดได้เมื่อก้าวสู่ระดับ์ท่านเทพอสูรได้บอกบางอย่างกับมันในจิต โดยไม่้าให้คนอื่นรู้โดยเฉพาะเยว่ซินพร้อมกับหน้าที่อันสำคัญ
“ เ้าจะเอาอย่างไรกับของพวกนี้ “ เยว่ซินถามฉีหลิน เพราะของพวกนี้เทพอสูรมอบให้ฉีหลิน
“ โครงกระดูกพวกนี้ข้ายกให้พวกท่านขอรับ อยู่กับข้าก็ไม่รู้จะนำไปทำอันใด ส่วนผลึกแก้วิญญาพวกนี้ส่วนหนึ่งข้าจะแบ่งไปให้เฟินเยว่ขอรับ “
“ ข้าขอบคุณแทนเฟินเยว่ของข้าด้วย “ ซีห่าวกล่าวขอบคุณเพราะเฟิงเยว่ที่กล่าวถึงนั้น คือวิหคสายฟ้าที่ได้ตอนไปสุ่มไข่อสูรนั้นเอง
พอฉีหลินจัดแจงแล้ว ทุกคนก็เริ่มลงมือเก็บของมาร่วมกันโดยที่จะเก็บของทั้งหมดไว้ในมิติของเยว่ซินก่อน เพราะโดยส่วนมากทั้งคนและสัตว์อสูรทุกตัวก็จะฝึกอยู่ในมิติของเยว่ซินอยู่แล้ว
เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างจึงออกจากวิหาร ก็เจอกับเหล่ามยุเรศ์รวมตัวอยู่หน้าวิหารราวกับรู้ว่าพวกเขากำลังจะออกมา
“ ตัวข้านั้นได้บรรลุเป้าหมายแล้ว ขอให้ทุกท่านทางปลอดภัย “ ชายชรากล่าวขึ้นมาเมื่อมองไปยังฉีหลินที่บัดนี้สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านผู้นั้นแล้ว
“เช่นนั้น พวกข้าขอลา “
ลับหลังจากที่พวกเยว่ซินจากไป วิหารแห่งนี้รวมถึงเหล่ามยุเรศ์ค่อยหายไปจากตรงนั้น ราวกับว่าที่แห่งไม่เคยมีสิ่งใดปรากฏมาก่อน
…
หลังจากที่เยว่ซินออกมาจากวิหารได้หนึ่งชั่วยามก็พาทั้งหมดเข้าไปในมิติ เพราะอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามตะวันก็จะลับขอบฟ้าแล้วเขาไม่อยากเสี่ยงในตอนกลางคืนนั้นอันตรายอย่างมาก ทั้งสัตว์อสูรระดับสูงที่ออกล่าและอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถคาดเดาได้
“ คุณชายจะทำอย่างไรกับโครงกระดูกพวกนี้ดีขอรับ “ ซีซวนเอ่ยถามเยว่ซิน ที่ตอนนี้ต่อหน้าพวกเขาเป็กองกระดูกขนาดใหญ่หลายพันชิ้น ส่วนซีห่าวกำลังดูดซับผลึกปราณอยู่ข้างนอก
“ นำไปหลอมโอสถ เ้าไปเตรียมสมุนไพรทั้งหมดนี้มาให้ข้าที “ เยว่ซินยื่นกระดาษรายชื่อสมุนไพรที่ต้องใช้ให้ซีซวน
“ ขอรับ “
“ ท่านแม่…ข้าอยากกินขนมฝีมือท่านแม่ขอรับ “ เสียวหู่เปิดประตูเข้ามาร้องอยากกินฝีมือเย่วซินพร้อมถือผลท้อ์อยู่ในมือสองสามลูก ตามมาด้วยอีกสองแสบฉีหลินกับเฟินเยว่ ั้แ่มีสองตัวนี้เพิ่มเข้ามา เสี่ยวหู่ก็เป็แกนนำพากันดื้อไม่เว้นแต่ละวัน
“ ตกลง “ เยว่ซินทนสายตาทั้งสามคู่ไม่ได้ก็เลยตอบตกลงไป หลอมโอสถค่อยเอาไว้ทีหลังก็ได้
“ ฉีหลินเข้าไปบอกเ้านายของเ้าด้วยว่าหลังจากที่เตรียมสมุนไพรเสร็จแล้วให้ตามไปที่ห้องอาหารส่วนซีห่าวจะเก็บขนมไว้ให้ “ เยว่ซินสั่งเสร็จก็เดินนำไปห้องครัวทันที โดยมีตัวแสบทั้งสามเดินตาม
“ ท่านแม่ข้าอยากจะช่วยขอรับ “
“ ข้าด้วยขอรับ “ เสียงของเสี่ยวหู่กับฉีหลินดังขึ้น พวกเขาอยากมีส่วนร่วมในการทำขนมของเยว่ซินก็จะมีแต่เฟินเยว่เท่านั้นที่ได้แต่ยืนดู เพราะเสี่ยวหู่และะฉีหลินอยู่ระดับ์แล้วทำให้สามารถแปลงเป็มนุษย์ได้ ส่วนเฟิงเยว่นั้นอยู่ระดับเจ็ดเท่านั้นมันก็ได้แต่ภาวนาให้ถึงระดับ์เร็วๆ
“ พวกเ้านำผลท้อพวกนี้ไปหั่นเป็ลูกเต๋าขนาดเท่ากัน “ เมื่อมีตัวช่วยเยว่ซินก็มอบหน้าที่ที่ง่ายที่สุดไป จากนั้นเขาก็มาผสมแป้งสาลี เนย ไข่ไก่ น้ำตาลทราย นมสด ยีสต์ลงในหม้อจากนั้นก็คนจนเป็เนื้อเดียวกัน
“ท่านแม่พวกข้าหั่นเสร็จแล้วขอรับ “ เยว่ซินหันไปมองผลท้อที่หันแล้วในถ้วยก็ได้แต่ขมวดคิ้ว นี่มันไม่ใช่ลูกเต๋ามันทรงอะไรก็ไม่รู้เล็กบางใหญ่บาง เสี่ยวหู่ที่เห็นเยว่ซินทำหน้าอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มแหยๆตอนท่านแม่ทำให้ดูมันดูง่าย แต่พอทำจริงมันยากมาก พวกเขาไปรอกินอย่างเดียวดีกว่าน่าจะเหมาะสมสุดแล้ว
เยว่ซินนำหม้อมาตั้งไฟก่อนที่จะนำผลท้อที่หันไว้แล้วใส่ลงไป ตามด้วยน้ำผึ้ง ใส่น้ำลงไปอีกเล็กน้อยจากนั้นคนต่อไปจนเนื้อเริ่มหนืดก็ยกออกจากเตาพักไว้ จากนั้นก็เอากะทะต้องใส่เนยลงไปเล็กน้อยพอเนยละลายก็ตักแป้งที่ผสมไว้ลงไป รอจนแป้งสุกก็พลิกอีกด้านลง แล้วตักขึ้นใส่จาน เยว่ซินทำแผ่นแป้งแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนแป้งที่ผสมไว้หมดลง พร้อมกับที่ซีซวนก้าวเข้ามาพอดี
“ คุณชายมีอะไรให้ข้าช่วยไหมขอรับ “
“ เ้ามายกของที่ข้าทำเสร็จแล้วไปที่โต๊ะที “ เยว่ซินเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินออกไปล้างแป้งที่ติดอยู่ตามตัว
พอเยว่ซินกลับมาก็เจอกับผู้หิวกระหายจ้องไปยังขนมบนโต๊ะตาเป็มัน
“ ข้าจะสอนวิธีกิน หยิบแผ่นแป้งมาหนึ่งแผ่น จากนั้นตักซอสที่อยู่ในหม้อราดลงไป “ ทำเสร็จเยว่ซินก็ใช้ช้อนตักขึ้นไปป้อนเสี่ยวหู่
“ มันอร่อยมากๆ เลยขอรับท่านแม่ มันเรียกว่าอะไรขอรับ “ ความนุ่มของแป้งแทบจะไม่ต้องเคี่ยวบวกกับความหวานหอมของซอส ทำให้เข้ากันอย่างลงตัว
“ ข้าเรียกมันว่า สูเจียนปิ่ง “ มันก็คือแพนเค้กในโลกที่แล้วของเขานั้นเอง เยว่ซินได้แต่นั่งมองทั้งสี่กินอย่างเอร็ดอร่อย
“ ไม่ต้องแย่งกัน เสี่ยวหู่เ้าแบ่งไว้ให้คนอื่นบาง ไม่ใช่เอาไปคนเดียวหมด “ เยว่ซินกล่าวตักเตือนเสี่ยวหู่ที่เอาสูเจียนปิ่งมาให้ในจานของตัวเองจนหมด
“ มันอร่อยขอรับ ถ้าข้าไม่ทำอย่างนี้คนอื่นก็แย่งข้ากินหมดสิขอรับ “
‘ ข้าอุตส่าห์ขอให้ท่านแม่ทำให้กิน พวกนี้จะมากินเยอะกว่าข้าได้อย่างไร ‘ เสี่ยวหู่ได้แต่คิดในใจ
“ไม่พอเดี๋ยวข้าไปทำให้ใหม่ “
“ ก็ได้ขอรับ “ เสี่ยวหู่ตอบด้วยเสียงอ่อยๆ
เวลาก็ผ่านได้เรื่อยๆ จนตอนนี้ก็ภายนอกเริ่มเช้าแล้ว พวกเขาก็เตรียมตัวที่จะออกไปโดยคราวนี้มีเ้าเด็กจอมซนทั้งสามขอออกไปด้วย
พรึ่บ!! พรึ่บ!! พรึ่บ!!