มันไม่ควรหยุดอยู่แค่จูบ!!
เราทั้งคู่สบตากันนิ่งทุกสิ่งรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจ ที่กำลังกระหน่ำเต้นโครมครามของกันและกันและจู่ๆ ดวงตาคมคู่นั้นก็หลุบต่ำมองริมฝีปากฉัน พร้อมส่งสายตาวอนขอบางอย่าง
ั์ตาสีดำสนิทที่ไม่ว่าจะมองสบครั้งไหนก็ราวกับถูกสะกดให้จดจ้องมองเพียงแต่เขา ดั่งร่างกายถูกผูกมัด หัวใจถูกตรึงหัวสมองว่างเปล่าขาวโพลน ไม่อาจบังคับตัวเองให้เบนหน้าหนีไปไหนได้
เมื่อฉันไร้ซึ่งปฏิกิริยาต่อต้านใดๆใบหน้าหล่อเหลาที่ชวนให้หัวใจสั่นจึงค่อยๆ ขยับเคลื่อนเข้ามาหา ใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้นกว่าเดิม จนปลายจมูกแตะกันเบาๆ ลมหายใจของเราแทบจะประสานรวมเป็หนึ่ง
คล้ายวินกำลังหยั่งเชิงว่าฉันจะตอบสนองในทิศทางไหนดูท่าแล้วคงไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรโดยพลการ และเมื่อมั่นใจว่าฉันจะไม่หันหน้าหลบริมฝีปากหยักได้รูปจึงขยับเข้าใกล้มากขึ้น และบรรจงทาบทับลงบนกลีบปากฉันอย่างแ่เบา
จุมพิตนุ่มละมุนเจือไปด้วยกลิ่นหอมหวานราวกับขนมสายไหมที่ละลายอยู่ในปาก ทำเอาเคลิบเคลิ้มและปล่อยหัวใจตามไปอย่างง่ายดาย
ััแ่เบาชวนฝันค่อยๆ ขยับระดับขึ้นเป็เรียกร้องอย่างโหยหา จนไม่อาจคุมตัวเองไม่ให้จูบตอบเขากลับได้
ยอมรับเลยว่าั้แ่รู้จักการจูบมาไม่เคยมีสักครั้งที่จะรู้สึกไม่เป็ตัวเองแบบนี้ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในด้านมืดของหัวใจ ถูกชักนำให้ออกมาโบยบินอย่างอิสระควบคุมตัวเองไม่ได้ ยับยั้งชั่งใจและไตร่ตรองอะไรไม่ได้สักอย่าง
ผู้ชายคนนี้มีดาเมจรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานไหวสิ่งที่ทำได้คือเดินตามทางที่เขากำหนดไว้เพียงเท่านั้น ฉันไม่สามารถหักหัวรถกลับหรือเปลี่ยนเส้นทางไปถนนสายอื่นได้เลย
ลมหายใจของต่างฝ่ายต่างเริ่มผิดจังหวะฝ่ามือใหญ่ซึ่งเท้าวางอยู่บนพื้น เริ่มขยับเคลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าฉันก่อนจับเอียงให้ได้องศาที่คิดว่าจะมอบความหวานให้กันได้ถนัดกว่าเดิม
เราจูบกันนานอยู่หลายชั่วอึดใจก่อนคนตรงหน้าที่ดูคล้ายจะพยายามหักห้ามใจ ค่อยๆ ผละใบหน้าถอยออกช้าๆ
ดวงตาคมหวานเชื่อมมองสบกลับมาผิวหน้าขาวเนียนแดงเห่อราวกับลูกตำลึงสุก ไหนจะริมฝีปากหยักซึ่งมีรอยช้ำเล็กๆเพราะฉันเผลอกัดเขาเบาๆ ไปหนึ่งที
ทุกอย่างที่ว่ามานี้มันเรียกเืลมในกายให้พลุ่งพล่านเกินกว่าจะต้านทานความ้าส่วนลึกในหัวใจได้อีก
ฉันยกมือทั้งสองข้างโอบประคองใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้และจู่โจมริมฝีปากที่ดูเชิญชวนนั้นอย่างรวดเร็วก่อนยกตัวขึ้นนั่งคร่อมทับหน้าขาแกร่ง พร้อมบดเบียดร่างกายเข้าหากายหนาอย่างแนบชิดจนคนถูกกระทำนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงด้วยความใคงไม่คิดไม่ฝันว่าฉันจะรุกเขาก่อนแบบนี้
จากคราแรกวินเป็ฝ่ายเริ่มเื่ก่อนทว่าตอนนี้กลับเป็ฉันที่ดำเนินเื่ต่อแทนความรู้สึกตอนนี้ให้หยุดอยู่แค่จูบคงไม่ไหว หัวใจมัน้ามากกว่านั้นฉัน้าทุกอย่างที่เป็เขาทั้งหมด
คล้ายวินเป็สารเสพติดชนิดหนึ่งที่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วร่างกายมันร่ำร้องให้เสพต่อถ้าต้องพอแค่นี้ฉันคงลงแดงตายตรงหน้าเขาแน่ๆ เพราะฉะนั้นก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปถึงจะถูกมองว่าแรดร่านก็ตามที
ในเมื่ออยากได้เขาก็ต้องหน้าด้านไว้อีหญิง!!
ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้ฉันเลือกที่จะทำอะไรไร้ยางอายอย่างการรุกผู้ชายก่อนแบบนี้แถมอีกฝ่ายยังเป็เพื่อนสนิท แม้ในอดีตจะเคยชอบเขามากก็ตามที
แต่ความรู้สึกกุ๊กกิ๊กน่ารักแบบนั้นมันได้จบลงไปแล้วและเขาเป็คนปฏิเสธที่จะสานต่อมันเองด้วย
บางทีอาจเป็ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จำนวนมากในร่างกายถึงทำให้ฉันขาดการยับยั้งชั่งใจ เผลอใจกล้าหน้าด้านทำเื่บัดสีแบบนี้
หรืออาจเป็เพราะความร่านราคะซึ่งถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกหลังห่างหายจากการทำเื่อย่างว่ามานานแรมปี
หรือความจริงแล้วลึกๆฉันยังมีความรู้สึกพิเศษกับวินอยู่ จนไม่อาจต่อต้านความ้าของหัวใจได้
ทางฝ่ายวินท่าทีใตอนแรกค่อยๆ เลือนหาย เขาโอนอ่อนตามอย่างว่าง่ายต่างฝ่ายต่างหลับตาดื่มด่ำไปกับรสจูบของกันและกัน
เรียวขาซึ่งโผล่พ้นชายของชุดคลุมอาบน้ำออกมาถูกมือใหญ่ที่วางราบไปกับตัวตอนแรกแตะััอย่างแ่เบา วินค่อยๆรุกล้ำเข้าไปด้านในมากขึ้น จนบั้นท้ายเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดปกปิดถูกความร้อนระอุของฝ่ามือเขาทักทาย
หมับ!!
ด้วยความใฉันรีบผละใบหน้าออกพร้ะครุบมือซุกซนที่กำลังบีบเคล้นก้นฉันอย่างสนุกมือ วินมองมาด้วยสีหน้างุนงงขณะที่ฉันจ้องเขากลับตาเขม็ง
“บอกไว้ก่อนนะว่าทุกอย่างมันเป็แค่เื่บังเอิญ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะอ่อยนายแต่แรก”
ฉันรีบพูดอย่างละล่ำละลักคล้ายคนกำลังร้อนตัวผิดกับคนฟังที่ดูราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังสื่อ แต่จู่ๆใบหน้าคมคายก็ปรากฏรอยยิ้มขบขันนั่นทำให้ฉันถึงกับเกิดอาการเหลอหลาเพราะไม่รู้สาเหตุของรอยยิ้มนั่น
“นายยิ้มทำไม?”
“แล้วยิ้มไม่ได้หรือไง?”
วินกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมยกมือขึ้นจับปอยผมที่ปรกข้างแก้มขึ้นทัดใบหูให้แต่ฉันกลับปัดมือเขาออกอย่างเคืองๆ
“ไม่ตลกนะฉันกำลังจริงจังอยู่”
เขาจะรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอายขนาดไหนทุกอย่างมันดูเป็ใจ คล้ายว่าฉันวางแผนมาเพื่อจะมีอะไรกับเขาไปหมด
“เื่อะไรล่ะ?”
ดูก็รู้ว่าเขารู้อยู่เต็มอกว่าหมายถึงเื่อะไรแต่กลับทำหน้าซื่อตาใสเหมือนไม่รู้อะไรแบบนี้ นี่เขาจงใจจะยั่วโมโหฉันหรือไงนะ?
“ช่างมันเถอะฉันกลับล่ะ”
ด้วยความหงุดหงิดและรู้สึกอับอายเกินกว่าจะอยู่ต่อจึงรีบหยัดกายลุกขึ้นและเดินจ้ำอ้าวไปยังประตู
แต่ขณะกำลังจับก้านโยกลูกบิดเพื่อจะเปิดประตูออกจากห้องมือของคนซึ่งลุกเดินตามมาติดๆและกำลังยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังก็เอื้อมมาจับมือฉันไว้แน่น พร้อมกับดันประตูให้ปิดลงตามเดิม
“ฉันรู้ว่าผู้หญิงที่ฉันชอบเป็คนยังไง”
“...”
“เธอไม่จำเป็ต้องอธิบายอะไรหรอกนับเก้า”
เสียงกระซิบแ่เบาข้างใบหูทำให้หัวใจกระหน่ำเต้นแรงอีกครั้ง ฉันค่อยๆหมุนกายกลับไปเผชิญหน้าคนซึ่งยืนอยู่เื้ั และได้พบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว
“แล้วแกล้งฉันทำไม?”
เพราะสายตาสื่อความหมายที่ทอดมองมาทำให้ฉันเกิดอาการเขินอายจนหายใจติดขัด ต้องรีบก้มหน้างุดเพื่อหลบสายตาเขาก่อนอ้อมแอ้มถามออกไป
“เพราะเธอน่ารักเกินไปฉันเลยอดใจแกล้งไม่ได้”
“คนนิสัย...”
คำต่อว่าอย่างไม่จริงจังมากนักถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อริมฝีปากนุ่มนิ่มของวินฉกวูบลงมาประทับกลีบปากฉันอีกครั้ง
วินมอบจุมพิตดูดดื่มราวกับจูบนี้จะกระชากิญญาให้ออกจากร่างตามเขาไปเสียให้ได้แข้งขาอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงทรงตัวยืนต่อ จนต้องเกาะเรียวแขนล่ำสันพยุงตัวเองเอาไว้
แกร๊ก!
เหมือนได้ยินเสียงลงกลอนประตูก่อนร่างฉันจะถูกลำแขนแข็งแรงรั้งเอวให้เข้าไปแนบชิดกับแผ่นอกกำยำ
วินบดจูบอย่างรุกเร้าและเรียกร้องให้จูบตอบแล้วมีหรือที่ฉันจะอดทนไม่ทำตามความ้าของเขาได้จึงยกเรียวแขนทั้งสองข้างโอบรอบลำคอแกร่ง ก่อนมอบจุมพิตแสนหวานคืนให้
ขณะกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บริเวณหน้าประตูร่างเล็กๆ ของฉันก็ถูกยกให้ลอยขึ้นเหนือพื้น และไม่จำเป็ต้องให้เขาบอกอะไรฉันรีบใช้สองขาตวัดเกี่ยวเอวสอบของวินเพื่อยึดไว้มั่น
วินพาเดินมายังตู้รองเท้าที่มีความสูงเกือบเสมอเอวเขาและวางฉันไว้ให้นั่งอยู่บนนั้น เรายังคงแลกจูบกันไปมาก่อนใบหน้าคมคายจะผละริมฝีปากออกและเคลื่อนต่ำลงไปยังลำคอแทน
“อื้อ...”
การจูบซับพร้อมดูดดึงอย่างแ่เบาเรียกเกลียวขนทุกเส้นในเรือนกายให้ลุกตั้งชันเพราะความเสียวซ่าน
เชือกชุดคลุมอาบน้ำที่มัดเอาไว้อย่างแ่าค่อยๆ ถูกปลดและคลายปมจนสาบเสื้อแยกออกจากกัน เผยให้เห็นของรักของหวงที่ฉันสงวนเอาไว้ไม่ให้ใครได้ชมนอกจากอดีตแฟน
ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วการกะพริบตาร่างกายขาวโพลนของฉันก็เปลือยเปล่าใบหน้าหล่อคมสันยังคงวุ่นวายอยู่กับซอกคอไม่ไปไหน ขณะสองมือซุกซนเริ่มเลื่อนไล้ััผิวเนื้อไปตามส่วนต่างๆและสุดท้ายก็หยุดอยู่ที่หน้าอกขนาดล้นมือ
วินละใบหน้าออกจากซอกคอและก้มลงมองสิ่งที่ตนเองกำลังบีบคลึงอย่างสนุกมือด้วยสายตาเป็ประกายอย่างไม่ปิดบัง
“อ๊ะ!”
ชั่วครู่เดียวเท่านั้นยอดอกสีแดงระเรื่อที่ท้าทายสายตาเขาก็ถูกริมฝีปากร้อนระอุฉกฉวย ใบลิ้นเปียกชื้นตวัดไล้เขี่ยดุนไปมาเรียกความเสียวเกินจะอดทนได้
ฉันแอ่นกายเข้าหาใบหน้าคมคายอย่างเผลอตัวมือที่เท้ายันหลังตู้เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองถูกละไปขยุ้มกลุ่มผมนุ่มนิ่มของคนที่กำลังสร้างความปั่นป่วนให้
“วิน...”
“ว่าไง?”
แม้จะผละใบหน้าออกมาตอบรับแต่เขากลับยังสร้างความทรมานให้ฉันต่อได้ด้วยเรียวนิ้วยาวสวยที่กำลังทั้งปั่นทั้งเขี่ยเม็ดทับทิมไปมา
“ฉันเสียว...”
“เสียวมากไหม?”
“อ๊า...”
ดั่งคนกำลังถูกกลั่นแกล้งยิ่งวินรู้ว่าฉันทรมานเจียนจะขาดใจ เขายิ่งปลุกปั่นอารมณ์ให้ทะยานสูงขึ้นไปอีกด้วยการบดเบียดหน้าขาแทรกเข้ามาแนบชิดกับกึ่งกลางกายและเคลื่อนขยับขึ้นลงจนจุดกระสันของฉันมันเกิดอาการเต้นตุ้บๆ
แม้จะมีกางเกงนอนของเขาเป็ตัวขวางกั้นเราเอาไว้ทว่ากลับรับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ภายใต้ร่มผ้านั่น มันร้อนผ่าวราวกับไฟและบวมเบ่งพร้อมใช้งานอย่างเต็มที่
“ไม่ไหวแล้ว...ฉัน้านาย ได้โปรด...”
ดั่งผู้หญิงหน้าด้านร่านราคะฉันไม่มีความอายอะไรหลงเหลืออยู่ในใจอีกต่อไปแล้วตอนนี้ความปรารถนามันกลืนกินความเป็กุลสตรีไปจนหมดถึงขั้นต้องเอ่ยปากขอความเมตตาจากเขา
“อดทนหน่อยนะครั้งแรกของเราฉันไม่อยากรีบร้อน”
กรี๊ด!!เอามีดมาแทงฉันเถอะถ้าจะทำแบบนี้!