“ฟึ่บ...”
ทันทีที่เซียวจิ่งหยวนกับคุณชายรูปงามก้าวเข้ามาในห้องโถงกระบี่บินเปล่งแสงวิบวับแหลมคมก็แหวกอากาศพุ่งตรงมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
เซียวจิ่งหยวนจ้องเขม็งก่อนปามุกสายฟ้าโต้กลับไปในฉับพลัน
“ปัง!”
ลูกแสงกลมะเิออกกระแสไฟฟ้าอันบ้าคลั่งพุ่งเข้าผลักกระบี่บินให้กระเด้งออก ขจัดอันตรายหมดสิ้น
อันที่จริงเซียวจิ่งหยวนระแวดระวังมากขึ้นในทุกย่างก้าวเตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้าั้แ่ย่างเท้าเข้ามาในห้องนี้ทำให้เขารอดจากการลอบทำร้ายได้ เมื่อปัญหาคลี่คลายลงจึงกวาดตามองหาแต่กลับไม่รู้ว่าใครลอบทำร้าย
สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็ประตูห้าบานที่กระจายตัวอยู่รอบห้องโถงโค้งนี้
เขาย้อนคิดไปถึงสิ่งที่คุณชายรูปงามเคยพูดได้ข้อสรุปว่าหากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดหุ่นเชิดกลไกทั้งห้าตัวนั้นต้องกระจายตัวอยู่ด้านหลังของประตูทั้งห้าบานนี้หากผู้ใดมีพลังมากพอก็สามารถปราบและหุ่นเชิดกลไกทั้งห้าตัวนี้ไป
แม้ตลอดพันปีที่ผ่านมา สระกระบี่เนินพยัคฆ์จะเปิดขึ้นทั้งสิ้นสี่ครั้งแต่เหมือนว่าสามครั้งก่อนหน้านี้จะไม่มีผู้ใดทำเื่เช่นนี้ได้เลยสักครั้ง
แต่ก็ไม่ใช่เื่แปลกเพราะหุ่นเชิดกลไกทั้งห้าตัวเป็อาวุธวิเศษประจำกายท่านเซียนเนินพยัคฆ์ซึ่งแม้เขาจะกลายเป็เซียนไปแล้วทว่าอาวุธอันเก่งกาจเหล่านี้มีจิติญญาเป็ของตัวเองลงมือโจมตีคู่ต่อสู้ได้โดยไม่จำเป็ต้องให้ผู้ใดมาคอยสั่งการ ดังนั้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่เซียนไม่อาจเข้ามาผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมพลังไม่อาจเอาชนะอาวุธวิเศษเหล่านี้ได้จึงเป็เื่ที่สมเหตุสมผล
แต่สุภาษิตว่าเื่จะไม่เกิดขึ้นซ้ำสาม
ในเมื่อผ่านไปแล้วถึงสามครั้งเหล่าผู้บำเพ็ญตนในอดีตไม่ได้โง่เขลาประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายครั้งทำให้พวกเขามีความเข้าใจเกี่ยวกับสระกระบี่เนินพยัคฆ์เมื่อมีความเข้าใจ เหล่าอาจารย์หัวหน้าสำนักทั้งหลายก็คิดวิธีรับมือ
คุณชายรูปงามเองก็เป็เช่นนี้ทั้งการเด็ดบัวขาวจิตกระจ่างและการค้นเจอเรือนที่อยู่ห่างไกลหลังนี้ล้วนทำได้โดยง่ายเพราะคำแนะนำของบิดาไม่แน่ว่าเขาอาจมีวิธีการเอาชนะและหุ่นเชิดกลไกได้
และคงไม่ใช่คุณชายรูปงามเพียงคนเดียวเพราะเซียวจิ่งหยวนยังรู้สึกอีกว่าเื้ัของเหล่าผู้บำเพ็ญที่เข้ามาในเรือนเมื่อสักครู่คงมีคนคอยช่วยและสนับสนุนอยู่มากเช่นเดียวกัน
บางทีผู้บำเพ็ญเหล่านี้คงได้รับความรักความเอาใจใส่และคำแนะนำแผนการครอบจักวาลมาจากอาจารย์
การมีคนดันหลังเป็สิ่งที่ผู้คนมากมายอิจฉาผู้ที่ไม่มีใครคอยช่วยอยู่เื้ั เป็ดั่งเด็กยากจนอย่างเซียวจิ่งหยวนเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเช่นกัน
“ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน” ในขณะเดียวกันนั้นเองคุณชายรูปงามชี้นิ้วเรียวพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเป็เ้า เ้าจะเลือกทางใด”
“หากเป็ข้า...” เซียวจิ่งหยวนตั้งสมาธิครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนเอ่ยตอบ “ข้าจะเลือกทอง”
“เหตุผลคืออะไร”
คุณชายรูปงามคลี่ยิ้มไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด
“ข้าคิดว่า...”เซียวจิ่งหยวนอธิบายด้วยเสียงแ่เบา “ไม่เพียงเพราะธาตุทองเป็ธาตุแรกในธาตุทั้งห้านอกจากนี้ที่นี่ยังเป็ถ้ำเทพสถิตของท่านเซียนเนินพยัคฆ์แห่งสระกระบี่เนินพยัคฆ์ภายในธาตุทั้งห้า พยัคฆ์ขาวแห่งประจิมเป็สัตว์วิเศษที่จัดอยู่ในธาตุทอง จึงรู้สึกว่าในเมื่อท่านเซียนเนินพยัคฆ์ใช้เสือเป็นามดังนั้น...”
เขาพูดยังไม่ทันจบก็มีแสงประหลาดส่องสว่างขึ้นกลางอากาศใต้หลังคาโค้งกลายเป็ดั่งสะพานสายรุ้งพาดผ่านท้องฟ้า โค้งหายเข้าไปในประตูธาตุทอง
“เ้าคนชั่ว ช่างร้ายกาจเสียจริง!” เซียวจิ่งหยวนที่เพิ่งรู้ตัวตบปากตัวเองด้วยความโมโหพลางพูดว่า “ข้าปากมากเกินไป”
“ไม่เป็ไร” คุณชายรูปงามแววตาเปล่งประกายโบกมือและพูดขึ้นว่า “สิ่งที่เ้าพูดมานั้นมีเหตุผล แต่เ้ากลับลืมบางอย่างไป”
“อะไรนะ” เซียวจิ่งหยวนมึนงงเสียงทุ้มต่ำลงเล็กน้อย “ข้าลืมสิ่งใดไปเช่นนั้นหรือ”
“อาวุธยิ่งเก่งกาจก็ยิ่งรับมือยาก”
คุณชายรูปงามเม้มปากอมยิ้มด้วยแววตาเ้าเล่ห์“ข้ายังต้องบอกอีกหรือเปล่า ว่าพวกนั้นจะต่อกรกับเหล่าอาวุธร้ายกาจนั้นได้หรือไม่พวกเราอย่าเข้าไปแย่งพวกเขาเลย...”
“อืม ก็จริง” เซียวจิ่งหยวนครุ่นคิดรู้สึกว่าคำพูดนี้สมเหตุสมผลแล้วเอ่ยถามขึ้น “แล้วเ้าคิดว่าพวกเราควรเข้าประตูบานใด”
“บานนี้แล้วกัน...”
คุณชายรูปงามชี้นิ้วออกไปอย่างไม่สนใจนักซึ่งจุดหมายตรงหน้าคือประตูแห่งไฟ
เซียวจิ่งหยวนพบว่าประตูบานนี้เงียบเชียบและเรียบง่ายไม่มีความพิเศษใดเลยสักนิด ทว่าเมื่อแผ่จิตััเข้าไปภายใน กลับรู้สึกได้ถึงความชั่วร้ายที่ไหลเวียนแปรปรวนอยู่ภายใน
สำคัญที่สุดคือเหมือนภายในปากทางจะมีร่องรอยของมนุษย์อยู่หรือบางทีอาจเป็เหล่าผู้บำเพ็ญที่เข้ามาก่อนหน้านี้ที่เคยแย่งเข้าเ่าั้ที่ต่อสู้กับหุ่นเชิดกลไกในถ้ำไปแล้ว
เมื่อคิดถึงจุดนี้เซียวจิ่งหยวนยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น พร้อมกระซิบถาม “จะเข้าไปตอนนี้เลยหรือพวกเราอาจไปเจอกับ...”
“ใช่แล้ว เข้าไปเลย”
คุณชายรูปงามดึงเซียวจิ่งหยวนเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทางสงบนิ่ง
ทันทีที่เข้าไปใกล้เซียวจิ่งหยวนพลันรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่โหมซัดเข้ามาแผดเผาดั่งคลื่นั์แม้ด้านนอกจะเป็ห้องโถงอันกว้างใหญ่ทว่าด้านหลังประตูนั้นกลับเป็ถ้ำไฟที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงและลาวา
พื้นที่ของถ้ำเพลิงกว้างขวางด้านในอัดแน่นไปด้วยลาวาอันร้อนระอุไหลไปมาประหนึ่งัไฟเลื้อยคดเคี้ยวลาวาเดือดพล่านะเิพ่นฟองอากาศ ไอน้ำอันร้อนระอุแผ่กระจายอยู่ทั่วอากาศราวกับเปลวไฟมากมายกำลังลุกไหม้
สภาพแวดล้อมด้านในเป็ดั่งูเาไฟนรกโหดร้ายและน่ากลัว หากตกลงไปโดยบังเอิญคาดว่าคงโดนเปลวเพลิงแผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
อากาศอันร้อนระอุทำให้ิัของเซียวจิ่งหยวนเจ็บแสบราวกับกำลังถูกไฟเผา
“ไม่ใช่ภาพลวงตาสินะ...”
เขาหายใจเอาลมร้อนเข้าไป รู้สึกว่าเืเริ่มเดือดพล่านแม้ความรู้สึกนี้จะเ็ป ทว่าสะพานเชื่อมปราณภายในร่างกายกลับโดนกระตุ้นจนวิ่งแล่นไปทั่วส่งผลให้การบำเพ็ญของเขาพัฒนา
“แน่นอนว่าไม่ใช่ภาพลวงตาหรอกที่นี่คือดินแดงเพลิงอันศักดิ์สิทธิ์”
สายตาของคุณชายรูปงามในยามนี้เปล่งประกายเปี่ยมด้วยความดีใจ “สิ่งที่ไหลเวียนอยู่ภายในล้วนเป็ไฟศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์หากผู้ที่กำลังฝึกวิทยายุทธ์เกี่ยวกับไฟมาฝึกด้านในนี้ พลังก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล...”
“ดินแดงเพลิงอันศักดิ์สิทธิ์หรือ”
เซียวจิ่งหยวนตกตะลึงสถานที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมย่ำแย่ถึงเพียงนี้กลับเป็ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์...ช่างเป็สิ่งที่เหนือความคาดหมาย
ปังๆๆ !
แต่แล้วเสียงะเือันรุนแรงก็ดึงความสนใจของคนทั้งสองไป
พวกเขารีบรุดหันมองก่อนพบว่ากลางอากาศเหนือถ้ำกว้างมีชายหนุ่มในชุดผ้าไหมผู้หนึ่งกำลังยืนเด่นอยู่บนกระดองเต่าพ่นไฟบินวนอยู่รอบกายหุ่นเชิดกลไกตัวหนึ่ง
สีหน้าของเซียวจิ่งหยวนซีดลงไปทันใดที่เห็นบ่นอุบว่าโลกนี้ช่างแคบเสียจริง เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่วันดังนั้นเขาจึงยังคงจำได้ดีว่าชายหนุ่มในชุดผ้าไหมผู้นี้คือเซินอู๋ซาง
อันที่จริงั้แ่ได้เข้ามาในสระกระบี่ใจเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามีโอกาสสูงมากว่าจะได้เจอกับเซินอู๋ซางและหลี่ว์โฮ่วอีกครั้งซึ่งในตอนนี้เขาได้เจอแล้ว...
คุณชายรูปงามงุนงงกระพริบตาเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม “เป็อะไรไป เ้ารู้จักผู้นี้เช่นนั้นหรือ”
“รู้จัก” เซียวจิ่งหยวนพยักหน้าเล็กน้อย“เขาคือเซินอู๋ซาง ศิษย์ของสำนักเต่าศักดิ์สิทธิ์แห่งถ้ำสือเหลียง เขาเยี่ยนต้าง”
“หืม” คุณชายรูปงามขมวดคิ้ว“ท่านเซียนเต่าศักดิ์สิทธิ์ผู้แข็งแกร่งเป็ผู้มีชื่อเสียงปกครองูเาเยี่ยนต้างมานานนับร้อยปี ยังถือได้ว่าเป็อาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักผู้คนมากมายไม่อาจทำอะไรเขาได้”
“เก่งขนาดนั้นเชียวหรือ...”
เซียวจิ่งหยวนไม่ได้รู้สึกอะไรเป็พิเศษ
“ไม่รู้สิ...” คุณชายรูปงามพูดพึมพำ“แต่ท่านพ่อเคยเตือนข้าว่าหากไม่จำเป็ก็อย่าไปหาเื่เขาผู้นี้เป็คนที่รับมือได้ยากแม้แต่ท่านพ่อผู้เก่งกาจของข้า...ยังเกรงกลัวเซียนาุโเต่าศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้เลยดังนั้นเ้าคงรู้แล้วสินะว่าเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด”
“อ้อ”
เซียวจิ่งหยวนขมวดคิ้วไม่รู้ว่าจะเอาคำพูดเ่าั้มาใส่ใจด้วยเหตุใด
“เ้ามีความแค้นกับผู้นั้นใช่หรือไม่”
คุณชายรูปงามมองออกจึงเกิดสงสัยเล็กน้อย
“ใช่...” เซียวจิ่งหยวนเล่าอย่างจริงใจ“ก่อนหน้านี้เขาอยากแย่งป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ จนเกือบทำให้ข้าโดนะเิตาย”
คิ้วงามราวใบหลิวของคุณชายรูปงามเลิกขึ้นด้วยความขุ่นเคืองในทันทีที่ได้ฟัง“แล้วจะรออะไรอีกเล่า คงเป็เพราะโชคชะตาส่งมาให้เ้าได้ชำระแค้น ตอนนี้สภาพเขาดูจะไม่ค่อยสู้ดีเราควรรีบใช้โอกาสนี้ในการแก้แค้นเสีย”
“เอ่อ...” เซียวจิ่งหยวนใจเย็นลงกะทันหันก่อนพูดขึ้นอย่างจริงจัง “การฉวยโอกาสเช่นนี้ค่อนข้างจะ...ต่ำช้าไปหน่อยหรือเปล่า”
“เ้าลองดูสภาพของเขาสิใบหน้าน่ารังเกียจนั่นดูไม่ใช่คนดีเท่าไหร่หรอกนะ”
คุณชายรูปงามพูดแย้งเสียงดัง“เมื่อต้องต่อกรกับคนชั่ว ไม่จำเป็ต้องพูดถึงความมีเมตตาอะไรพรรค์นั้นหรอกการตีลูกสุนัขตอนตกน้ำนี่แหละประหยัดทั้งแรงและเวลา...”
เปรี้ยง!
แต่เมื่อคุณชายรูปงามพูดจบก็เห็นเซินอู๋ซางพุ่งชนกำแพงหินที่อยู่ใกล้ๆอย่างแรงประหนึ่งลูกะุปืนใหญ่จนกำแพงยุบลงเป็รูปคน ส่งเสียงดังสนั่น
เซียวจิ่งหยวนผู้ได้ยินใจไม่แข็งพอที่จะมองตามไป
“โอกาสดี...” คุณชายรูปงามแสยะยิ้มพูดยั่วยุ“เร็วเข้าสิ รีบไปต่อยสักหมัด แล้วแทงสักที”
เซียวจิ่งหยวนคันไม้คันมือก็จริงทว่าเขายืนนิ่งอย่างใจเย็น เพราะในตอนนี้สายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างร้อนแรงทำให้เขาไม่กล้าประมาทเผลอพลั้งไปคิดเื่อื่น
ยามนี้หุ่นเชิดกลไกที่จู่โจมเซินอู๋ซางหันเหความสนใจมาทางเขามันกางปีกขนาดใหญ่แล้วพุ่งตรงเข้ามาหาเขาในขณะเดียวกันเซียวจิ่งหยวนก็ได้เห็นรูปลักษณ์อันแท้จริงของหุ่นเชิดกลไกอย่างชัดเจน
เขาหวาดหวั่นใทันทีที่ได้เห็น
หุ่นเชิดกลไกตัวนี้เป็ปักษาเหล็กเพลิงตัวใหญ่เดิมร่างเป็ซากสัตว์ มีเหล็กกล้าเป็กระดูกอยู่ด้านใน ปีกเหล็กทอประกายแสงสีแดงอยู่ด้านนอกขนเหล็กทุกเส้นจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบพิถีพิถันราวขนนกจริงยิ่งไปกว่านั้นหากลองเปรียบเทียบกับขนนกจริงจะพบว่าขนนกเหล็กนี้ยืดหยุ่นและเรียบเนียน เปี่ยมด้วยลักษณะพิเศษของโลหะ ซ้ำยังงดงามจนสั่นคลอนจิติญญาอีกด้วย
สิ่งนี้หาใช่หุ่นเชิดกลไกไม่มันคือเทคโนโลยีลึกลับแห่งอนาคตของโลกใบนี้ต่างหาก
นอกจากขนนกเหล็กด้านนอกจะเป็จุดที่แหลมคมมากที่สุดแล้วกรงเล็บของหุ่นเชิดกลไกและจะงอยปากยาวอันแหลมคมล้วนบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดตัวนี้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อดูรายละเอียดเหล่านี้ก็รู้ได้ทันทีว่าหุ่นเชิดกลไกรูปนกตัวนี้พร้อมโจมตีอย่างไร้ความปรานี
เซียวจิ่งหยวนคาดเดาได้ถูกต้อง
เพราะตอนที่หุ่นเชิดกลไกบินปรี่เข้ามาปีกของมันสั่นไหว สร้างกระแสลมประหนึ่งคมมีดจำนวนมากให้กระโชกเข้าใส่...