ย่ะ ย่ะ ย้าาา กรับ...กรับ....กรับ
เสียงกองทัพอาชาศึกกว่าหลายพันชีวิตดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งแผ่นดินฟู่ฉี พื้นแผ่นดินอาบนองไปด้วยกลิ่นไอคาวโลหิตแดงฉาน
บนหลังอาชาสีหมอกตัวใหญ่เหนืออาชาศึกทั้งป่วงปรากฏกายร่างบุรุษสูงใหญ่ตระหง่านในชุดเกาะเหล็กสีดำสนิทเป็ผู้บัญชาการทัพ
เพล้งเพล้ง... เพล้งเพล้ง....
“จับมันไว้ให้ได้ บุก....”
“เฮ้.......เฮ้.....”
วันที่แปดเดือนแปด รัชศกลั่วหยางปีที่แปด จักรพรรดิหยางอวิ๋นซีฮ่องเต้ ยกกองทัพลั่วหยางบุกเข้าโจมตีเมืองหลวงแคว้นฟู่ฉี ตีกองกำลังทหารคุ้มกันเมืองแตกพ่าย บุกเข้ายังวังหลวงชั้นใน ยึดแผ่นดินแคว้นฟู่ฉีได้กว่าสองส่วนร่วมทั้งวังหลวงชั้นใน ราชวงศ์ทุกพระองค์ต่างพากันหลบหนีการจับกุม เหลือเพียงองค์ชายสิบสาม นามสือซาน องค์ชายผู้ไร้ค่า เกิดจากสนมชั้นต่ำถูกทิ้งไว้เพียงพระองค์เดียว
กรับ กรับ กรับ ฮี้ๆ
หมับ
พรึ่บ
“อ่ะ โอ้ย!”
ร่างสูงโปรงแบบบางถูกกระชากต้นแขนเรียวขณะกำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดจากกองทัพทหารลั่วหยางหลายพันนายไปตามทุ่งหญ้าแห้งแล้ง โดยมีผู้บังคับอาชาสีหมอกตัวใหญ่วิ่งไล่ล่า
“ว่าอย่างไร องค์ชายสิบสาม ไม่ได้พบเจอกันเสียนาน ไม่คิดว่าเ้าจะเติบใหญ่เร็วถึงเพียงนี้”
“สือซานเอ๋อร์ เ้ายังจำซีเกอผู้นี้ได้อยู่หรือไม่”
“จะฆ่า ก็ฆ่า ข้าเสีย จะมัวกล่าววาจาอ้อมค้อมชักช้าอยู่ใย”
“ฆ่าเ้างั้นรึ ฆ่าเ้ามันช่างง่ายด้ายเท่าดีดนิ้วสือซาน ข้ามีวิธีที่สนุกกว่านั้น!”
“มานี่..!”สองข้อมือขาวถูกเชือกเส้นใหญ่มัดไว้จนแน่นปลายเชือกผูกติดกับอานอาชาสีหมอกตัวใหญ่
“ท่านจะพาข้าไปไหน ปล่อยนะ !”
“ข้าจะพาเ้ากลับแผ่นดินลั่วหยาง ในฐานะเชลยศึก ข้าอยากจะรู้นัก เว้ยเฉินบิดาเ้าจะทำเช่นไรหากมันรู้ ”
“หึ...หึ ... บิดาเ้ามันขี้ขาดตาขาวหวาดกลัวจนหัวหดหลบหนีทิ้งบัลลังก์ ”
“ฮ่าฮ่า...ช่างน้าอดสู กษัตริย์ขี้เรื้อนเช่นบิดาเ้า ข้าจะเอาโลหิตมันมาล้างฝ่าเท้าข้า!”
“ข้าไม่มีประโยชน์อันใดต่อท่าน ท่านก็ได้ในสิ่งที่ท่าน้า จะเก็บข้าไว้ทำไมกัน”
“ฆ่าข้า..!”
เสียงตะหวาดก้องใส่หน้าผู้ที่กระชากดึงสาบเสื้อตนอยู่ให้เผชิญหน้าเพียงระยะห่างแค่คืบ
“ท่านมันสุนัขรอบกัด”
“สุนัขรอบกัดเช่นนั้นรึ”
“ได้ !”
“หึ.. ข้า้าแคว้นฟู่ฉีทั่วทั้งแผ่นดิน ข้าจะตามล่า ตัดหัวครอบครัวของเ้า ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว จำใส่หัวเอาไว้..!”
“ย่าา.. ”กรับ กรับ..กรับ
“อ่ะ ..อย่า ปล่อยข้า”
สองขาเรียววิ่งไปตามแรงดึงของอาชาสีหมอก ตัวใหญ่ที่ดูเหมือนเหมือนว่าจะยิ่งถูกบังคับให้วิ่งเร็วขึ้น จนสองขาเรียวก้าวเท้าตามไม่ทันแรงวิ่งของอาชาศึก
“อึก หยุด ได้โปรด หยางอวิ๋นซีหยุด!”
พรืดด....
“โอ้ยย พอแล้ว...”
ครืด..ครืดด....
ร่างแบบบางถูกอาชาศึกตัวใหญ่ลากไปตามพื้น โดยไม่มีทีท่า ที่ผู้บังคับอาชาตัวนี้จะจะบังคับอาชาศึกให้หยุด
“ฮือ...ได้โปรด หยุด.....”
ฮี้..ฮี้...
“ฮ่าฮ่า...องค์ชายสิบสาม เ้าถึงกับร้องขอความเมตตาจากข้าเชียวหรือ?”
“จงจำใส่หัวเอาไว้ให้ดี อย่าได้คิดลองดีกับข้า”
ร่างสูงใหญ่ตระหง่านเพียงชายดวงตาสีนิลมองลงมายัง ร่างแบบบางที่ฟุบอยู่กับพื้น ชุดอาภรณ์ที่สวมใส่รวมทั้งเนื้อตัวมอมแมมเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน าแจากเศษหิดที่ครูดลากบาดผิวงามจนเกิดเป็แผลถลอกเืซิม ที่ข้อมื้อขาวสองข้างเป็ลอยเชือดบาดจนเข้าผิวเนื้อเนียน
ใบหน้าหวานชวนฝัน เต็มไปด้วยร่องรอยาแที่เกิดจพำากการหลบหนี ดวงตาคู่งามที่เคยสุกสกาวทอประกายดุจดั่งแสงดาราบัดนี้กับมีเพียงหยาดน้ำตาไหลร่วงลงอาบบนผิวแก้มเนียนดั่งไข่มุก
“ท่านไม่เหมือนซีเกอแสนดีที่ข้ารู้จักเลยสักนิด”
“ฮ่าฮ่า.. พี่ชายผู้แสนดี มันมีแต่ในนิทานหลอกเด็ก ซานเอ๋อร์ ”
“อย่ามามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ คิดรึว่าข้าจะเมตตา ข้าไม่นิยมชมชอบบุรุษเช่นเ้า”
“ทหาร ตรึงกำลังอานาเขตที่ยึดได้ไว้ให้หมด นกสักตัวก็ห้ามบินออก มดสักตัวก็ห้ามเดินเข้า..!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา”
“ส่วนเ้าองค์ชายสิบสาม กลับลั่วหยางพร้อมกับข้า”
....การเดินทางกลับลั่วหยาง องค์ชายสิบสามสือซาน ต้องถูกลากจูงเดินเท้าไม่ต่างจากสัตว์ใช้งาน รอบข้างเต็มไปด้วยกองกำลงทหาร ยากแก่การหลบหนี
สองขาเรียวยาวเริ่มก้าวเดินไม่มั่นคงนัก ตลอดเวลาหลายวันร่างแบบบางถูกลากจูงเดินเท้าจนเท้าทั้งสองข้างเจ็บระบมแทบจะก้าวเดินต่อไปไม่ไหว
ถึงแม้การเกิดมาเป็องค์ชายสิบสาม องค์ชายไร้ค่า หามีใครสนใจใยดี ต้องอาศัยอยู่เพียงลำพังที่ตำหนักเก่าท้ายวังที่เคยเป็ของมารดา แต่ก็ไม่เคยต้องมารำบากร่างกายถึงเพียงนี้
ความร้อนระอุจากแสงดวงอาทิตย์บวกกับความอ่อนล้า ขาเรียวยาวเริ่มก้าวเดินซวนเซภาพดูซ้อนทับกันจนตาลาย
พรึ่บ
“องค์ชายสิบสาม เป็ลม!”
เสียงโวกแวกโวยวายของกลุ่มทหาร ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่อยู่บนอาชาต้องหยุดชะงักหันกลับมามองยังต้นเสียง
ร่างแบบบางล้มฟุบลงกับพื้นร้อนระอุ ใบหน้าซีดเผือดดั่งคนไร้โลหิต ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็แผล เนื้อตัวเย็นเฉียบดั่งคนไร้ชีวิต
“สือซาน สือซาน ”
ร่างสูงใหญ่โอบอุ้มร่างแบบบางขึ้นบนหลังม้า ตรงควบอาชาสีหมอกมุมหน้าสู่วังหลวง
เมืองหลวงลั่วหยาง
....ภายในวังหลวง
บุรุษร่างกายสูงใหญ่สง่าผู้เป็เ้าของแผ่นดินลั่วหยาง ก้าวเดินอย่างเร่งรีบ โอบอุ้มบุรุษร่างกายแบบบางดูบอบช้ำไม่ได้สติเดินเข้ามายังในตำหนักเหลียนฮวา
“ไปตามหมอมา เตรียมอ่างเช็คตัว”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เพคะฝ่าา”
“สือซาน สือซาน!”
ไอร้อนจากร่างกายแบบบางที่หยางอวิ๋นซี รับรู้ได้ตลอดการเดินทาง จึงรีบเร่งควบอาชามุ่งตรงกลับมายังวังหลวงให้เร็วที่สุด
“อือ ท่านแม่....ข้าหนาว อย่าทิ้งข้าไป...”
“ซานเอ๋อร์ ”
....เช้าวันไหมตำหนักเหลียนฮวา
เปลือกตาแดงช้ำค่อยๆกระพริบตาก่อนเปิดขึ้น
รับรู้สึกได้ถึงกลิ่นกำยานอ่อนๆคล้ายดอกเหลียนฮวา ความนุ่มนิ่มตรงที่ตนนอนนิ่งอยู่ หาใช่พื้นดินแห้งแข็งอย่างที่ตนใช้อาศัยหลับนอนมาเป็หลายวันที่ผ่านมา
ความทรงจำสุดท้ายตนกำลังถูกเดินลากจูงอยู่ในกองทัพทหารลั่วหยาง โดยมีหยางอวิ๋นซีควบขี่อาชาอยู่หน้าขบวนกองทัพ
“เหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่นี่กัน?”
“ฟื้นแล้วหรือเพคะ ”
“หึ๊ ...!”เสียงเอ่ยถามจากหญิงสาว ทำให้รู้ว่าตนไม่ได้อยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง
“องค์ชาย ดื่มน้ำสักหน่อย เพคะ”
“อือ..”ร่างแบบค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกเจ็บระบมร่างกายทั้งร่าง
ริมฝีปากและลำคอแห้งผาก จนต้องรีบรับถ้วยน้ำมาดื่มรวดเดียวจนหมด
“ที่นี่ ที่ไหน !”เสียงเอ่ยถามแหบแห้งเอ่ยขึ้น
“ที่นี่คือตำหนักเหลียนฮวาเพคะ”
“ตำหนักเหลียนฮวา ”ดอกบัวอย่างนั้นหรือ
“ฮือ...อย่าทำข้าเสด็จพี่ ข้ากลัวแล้ว!”
“ฮ่าๆ พวกเ้า ดูไอ้ลูกสนมชั้นต่ำนี่สิ เสนอหน้ามางานเลี้ยงของเสด็จพ่อ ”
“ฮ่าฮ่า ..นี่แหนะ นี่แหนะ ปามันเลย”
ปึก ปัก ปึก ปัก ปัก ! ก้อนหินนับสิบถูกปาใส่องค์ชายน้อยน้องชายคนเล็กสุด
“โอ้ย อึก ฮือ ฮือ อย่า ข้ากลัวแล้ว เสด็จพี่ เสด็จพี่หญิงอย่าทำข้าเลย ”
องค์ชายน้อยวัยแปดขวบ ถูกองค์ชายและองค์หญิง พี่ชายและพี่สาวของตนนับสิบรุมรังแก
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ !”
“ใคร ?”
“เ้าเป็ใคร มายุ่งอะไรด้วย !”
“ใช่ เ้าไม่รู้หรือว่าพวกข้าเป็ใคร?”
“พวกท่านเป็ใครไม่สำคัญ ข้าชื่อหยางอวิ๋นซี องค์ไทจื่อแห่งลั่วหยาง”
“หา เร็วหนีเร็วพวกเรา”
“ไปเร็วไปเร็ว !”กลุ่มองค์หญิงองค์ชายอายุไล่เลี่ยกันต่างพากันวิ่งหนีจากไป
“เจ็บหรือไม่? ไม่ต้องร้องไห้ เป็บุรุษต้องเข้มแข็งอดทน อย่างให้ใครมารังแกได้เข้าใจหรือไม่ ”
“ฮือฮือ งั้นข้าไม่เป็บุรุษแล้วก็ได้ เป็บุรุษแล้วไม่มีใครรักข้า มีแต่คนรังแก ”
“เหอะ เ้านี่แปลกเสียงจริง”
ฝื้นแล้วรึ!
ร่างแบบบางที่นั่งพิงหัวเตียงนิ่งเงียบ ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ แล่นเข้ามาราวกับเป็เื่พึ่งเกิดขึ้น แต่ต้องสะดุ้งจากวังเมื่อมีร่างบุรุษสูงใหญ่เอ่ยถามขึ้น
“ฟื้นแล้วก็ดี อย่ามาทำอ่อนแอสำออย อยู่ที่นี่เ้าคือเชลยศึก หาใช่มาเที่ยวเล่นชมเมือง”
“เหตุใดท่านจึงพาข้ามาอยู่ที่ตำหนักนี้”
“ตำหนักนี้ยังว่างเพียงเท่านั้น ตำหนักอื่นล้วนเต็มไปด้วยเหล่าสนมชายาของข้า เ้าอย่าได้คิดสำคัญตนผิด ว่าข้าจะมอบตำหนักที่ข้ารักที่สุดให้เชลยศึกเช่นเ้า!สือซาน”
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจดี”
“ข้าเป็เพียงเชลยศึกของฝ่าา”
(ข้าหาใช่สือซานเอ๋อร์ของท่านไม่)
*ดอกเหลียนฮวา คือดอกบัว
#หมายเหตุ สือซานแปละว่าสิบสาม ดังนั้นนิยายเื่นี้จะใช้คำว่าองค์ชายสิบสามในการเรียกยศบรรดาศักดิ์องค์ชาย และใช้คำว่าสือซานในการเรียกชื่อนายเอกนะคะ
#ข้าเป็เชลยศึกของฝ่าา