บทที่ 17 ผู้ใช้ความตาย
ลิลเลียนใมากเมื่อเห็นเ้านายเอื้อมมือไปกดหัวกะโหลก “ระวัง!นายท่าน มันจะดึงคุณลงไปในหลุมด้วย”
หลังจากพูดจบ มือของโครงกระดูกก็จับข้อเท้าของร็อบบ์และพยายามลากเขาลงไป
ชายหนุ่มสามารถบดขยี้โครงกระดูกได้ทุกเมื่อ แต่ก็รู้ดีว่าโครงกระดูกเหล่านี้เคยเป็บุคคลอันเป็ที่รักของชาวเมือง การทำลายจึงไม่ใช่วิธีที่ดี ชาวเมืองเรียกชายหนุ่มว่าพ่อ ดังนั้นเขาต้องใส่ใจและดูแลโบถส์แห่งแสงนี้ด้วย
ดังนั้นทักษะอย่างฝนดาวตก ทลายภูผา และผลาญสายฟ้าก็อย่าคิดจะใช้เชียว เขาควรใช้วิธีอ่อนโยนกับเหล่าพี่น้องโครงกระดูกเพื่อคงไว้ซึ่งร่างกายอันสมบูรณ์
ทันทีที่พยายามลากร็อบบ์ มันก็รู้สึกถึงพลังน่ากลัวที่ออกมาจากฝ่ามือชายหนุ่ม คล้ายกับว่าเป็การกดเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่าแรงจะท่วมท้น เ้าโครงกระดูกพยายามต่อต้านสองสามครั้งแต่ก็ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป มันจึงถูกผลักกลับไปที่หลุมดังเดิม
มัน้าจะปีนออกไปอีกครั้ง แต่เห็นร็อบบ์ชี้มาที่ตน ฉับพลันนั้นก็มีแสงสีทองลอยออกมาจากปลายนิ้ว มันเป็เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ของนักบวช! เวทมนตร์กำจัดทำให้โครงกระดูกแข็งทื่อ สูญเสียพละกำลังทั้งหมดในทันที และกลับไปเป็กระดูกที่ไร้ชีวิตทรุดตัวลงภายในหลุมตามเดิม
ร็อบบ์ปรบมือด้วยความภูมิใจ และหันไปหาลิลเลียนที่อยู่ข้าง ๆ “ลิลเลียน ฝังมันซะ!”
“นายท่านสุดยอดเลยเ้าค่ะ!” ลิลเลียนรีบใช้จอบโกยดินฝังกลบหลุมศพ เธอหวั่นใจว่าโครงกระดูกจะกระเด้งตัวขึ้นมาอีกครั้งจึงเตรียมพร้อมหลบหนีทุกเมื่อ แต่มันกลับแน่นิ่งไม่ไหวติง ดังนั้นลิลเลียนจึงสบายใจยิ่งขึ้น
ร็อบบ์ก้าวเดินไปที่โครงกระดูกตนที่สอง ร่างครึ่งหนึ่งของมันปีนขึ้นมาจากหลุมแล้ว ร็อบบ์จึงกดกะโหลกแข็ง ๆ นั่นด้วยมือทำให้มันกลับลงหลุมอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ร่ายเวทมนตร์กำจัดศักดิ์สิทธิ์ “ลิลเลียน ฝังหลุมนั้นเสร็จแล้ว มาฝังหลุมนี้ต่อด้วย”
“ได้เลยค่ะ นายท่าน!”
ในเวลานี้ โครงกระดูกตนที่สามปีนออกมาจากหลุมฝังศพแล้ว มันสะบัดดินบนร่างไปมาและเหลือบมองซ้ายแลขวาอย่างพินิจ เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากโครงกระดูกทั้งสองก่อนหน้า ซึ่งดูเหมือนจะมีความรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว มันหันกลับมาจ้องมองร็อบบ์ด้วยดวงตากลวงโบ๋
เมื่อเห็นร็อบบ์เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ มันก็หักแขนซ้ายด้วยมือขวา จากนั้นนำมาถือไว้คล้ายกับไม้เท้า แล้วมองไปที่ร็อบบ์ด้วยความเคร่งขรึม
“ดีชะมัด!” ร็อบบ์แทบหัวเสีย “อย่าหักกระดูกตัวเองแบบนั้นสิวะ …วางอาวุธลงและมาพูดกันดี ๆ ฉันจะรักษาร่างกายของแกไว้ทั้งหมด”
“พ่อหนุ่ม… อย่าเข้ามายุ่งเื่นี้…” โครงกระดูกพูดขึ้นโดยไม่คาดคิด เห็นได้ชัดว่ามีเพียงกระดูกสีขาว ไม่มีปากหรืออวัยวะอื่น ๆ ที่สามารถพูดได้ด้วยซ้ำ!
ร็อบบ์เห็นว่ามีเปลวไฟเล็ก ๆ สองดวงลุกไหม้อยู่ในเบ้าตากลวงโบ๋ เห็นได้ชัดว่ามีิญญาอาศัยอยู่ภายในนั้น มันไม่ได้ถูกหุ่นเชิดธรรมดาควบคุมเหมือนโครงกระดูกสองตัวก่อนหน้าอีกต่อไป แต่เป็จิติญญาอันทรงพลัง!
“โอ้! ผู้ใช้ความตาย?” ร็อบบ์มองไปรอบ ๆ เนินเขาด้านหลังสุสานอันมืดมิดที่ทำให้เห็นอะไรไม่ชัดเจน แม้จะใช้เวทมนตร์ตรวจจับพื้นที่ก็ยังไม่สามารถพบสิ่งใดเลยในระยะห้าพันเมตร …ดูเหมือนว่าผู้ใช้ความตายกำลังจัดการกับเหล่าโครงกระดูกนี้จากระยะไกล
“เก่งนี่ที่รู้ว่าฉันเป็ผู้ใช้ความตาย” เ้าโครงกระดูกรู้สึกประหลาดใจ “ถ้าอย่างนั้นควรรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่จะมายั่วยุได้ อย่าแส่หาเื่ดีกว่า” มันเห็นว่าร็อบบ์ใส่ชุดนอนทรงสุ่มไก่และดูไม่เหมือนผู้แข็งแกร่ง มันจึงพูดด้วยท่าทีหยิ่งยโส
ชายหนุ่มหยัดกายเต็มความสูงและตอบกลับไปว่า “แกวิ่งเข้ามาในสวนหลังบ้านของฉันเอง ซ้ำยังมาขโมยโครงกระดูกลูก ๆ ของฉันอีก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าอย่าเข้าไปยุ่งงั้นเหรอ เ้าโง่เอ๊ย! ถ้าฉันไปที่สวนหลังบ้านแกแล้วแอบขุดมันฝรั่งบ้าง …อืม หวังว่าจะไม่ว่าอะไรกันนะ”
จากประโยคเมื่อครู่ โครงกระดูกก็จำตัวตนของร็อบบ์ได้ทันที “ให้ตายเถอะ นายเป็นักบวชในโบสถ์แห่งแสงสินะ”
คนฟังโต้ตอบว่า “แกสมควรตาย ทั้งโคตรเง้าแกสมควรตายแล้วเฟ้ย”
โครงกระดูกเริ่มมีโทสะขึ้นมา “โบถส์แห่งแสงรกร้างมานาน แล้วมีนักบวชมาั้แ่เมื่อไหร่กัน!”
“วันนี้โชคไม่ดีเลยน้า~” ชายหนุ่มกล่าว “แกไม่ได้สอดแนมก่อนจะลงมือขโมยหรือไง โอ้ใช่! ร่างหลักคงซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกลสินะ ก็เลยไม่สามารถทำได้ แกคงใช้คาถาบางอย่างตระเตรียมที่นี่ไว้ล่วงหน้าเพื่อปฏิบัติการจากระยะไกล ใช่ไหม? ฉันจะกลับมาตรวจสอบอีกทีในภายหลัง ถึงตอนนั้นน่าจะพบอะไรบ้าง”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูด มันก็เข้าใจว่า …ได้เตะเจอแผ่นเหล็กเข้าแล้ว! และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโจมตี ไม่เช่นนั้นคงต้องลามือจากสุสานในเมืองนี้ไป
ดังนั้น… เปิดก่อนย่อมได้เปรียบ! มันบังคับโครงกระดูกพุ่งไปหาร็อบบ์ทันที
แต่…
ร็อบบ์กลับเร็วกว่า! เขาร่ายเวทมนตร์กำจัด ทำให้เ้าโครงกระดูกล้มพับลงแทบเท้า
เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้ความตายไม่มีเวลาปรับแต่งโครงกระดูกพวกนี้ หากได้รับการขัดเกลาให้เป็พวกอันเดธ เวทมนตร์กำจัดทั่วไปคงไม่สามารถหยุดมันได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้มันถูกผู้ใช้ความตายร่ายเวทมนตร์ควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งมันยังเป็เพียงโครงกระดูกที่ไร้ิญญา หาใช่ทหารโครงกระดูก!
เวทมนตร์ประเภทนี้ใช้ในการควบคุมโครงกระดูกจากระยะไกลซึ่งเป็เพียงบัฟ*[1] เท่านั้น เวทมนตร์กำจัดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำลายล้างบัฟนี้ได้
ถ้าร่างหลักของผู้ใช้ความตายอยู่ที่นี่ก็อาจจะสู้กับร็อบบ์ได้ แต่ถ้ามีเพียงโครงกระดูกที่ถูกควบคุมจากระยะไกลเช่นนี้ นับประสาอะไรกับการอยู่ต่อหน้าร็อบบ์ อีกทั้งการใช้เพียงเวทมนตร์กำจัดธรรมดาหรือจะนักบวชไร้ชื่อก็จัดการมันได้แล้ว
โครงกระดูกล้มครืนลงกับพื้น และประกายไฟทั้งสองดวงในเบ้าตากลวงโบ๋ก็ค่อย ๆ จางหายไป พลังเวทมนตร์ของผู้ใช้ความตายสลายไปแล้วจนกลายเป็โครงกระดูกธรรมดา ๆ ที่ร็อบบ์กำลังจะขอให้ลิลเลียนนำไปฝัง แต่ก็นึกได้ทันใดว่าสาวน้อยขี้อายกับการแบกโครงกระดูกเช่นนี้ไม่น่ากลัวไปหน่อยเหรอ?
แต่ก็ช่างเถอะ
ในขณะที่ความคิดกำลังพลุ่งพล่าน เวทมนตร์ของเขาก็แทรกซึมเข้าไปในโครงกระดูก
โครงกระดูกเริ่มตอบสนองทันที และมีประกายไฟสองสว่างวาบในดวงตากลวงโบ๋นั้น อย่างไรก็ตามครั้งนี้มันถูกร็อบบ์ควบคุม ไม่ใช่ผู้ใช้ความตายอีกต่อไป!
มันนำแขนซ้ายที่หักต่อกลับคืนและลองเขย่าร่างตัวเองไปมาสองสามครั้ง ไม่นานก็ยืนยันได้ว่าไม่มีแขนหรือขาที่หักอีก มันจึงฉีกยิ้มกว้างแล้วพยายามแสดงสีหน้าให้ลิลเลียนที่อยู่ข้าง ๆ ดู แต่สุดท้ายก็ไม่มีความหมาย เพราะใบหน้านั้นไม่มีกล้ามเนื้อ ในสายตาของหญิงสาวเห็นเป็เพียงโครงกระดูกส่ายหัวไปมาเท่านั้น จากนั้นมันก็นอนลงในหลุมแล้วประสานมือไว้ที่อก ก่อนที่ประกายในดวงตาของมันจะค่อย ๆ ดับแสงลง
ร็อบบ์จัดการกับโครงกระดูกเสร็จก็ยิ้มแป้นและหันไปพูดกับลิลเลียนที่กำลังตกตะลึงว่า “ฝังหลุมนี้ด้วย!”