"หึ! ปากดีนี่! เป็แค่มดปลวกมีพลังิญญาระดับก่อกำเนิดริอาจต่อกอนกับข้าหรือ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียงเรียบนิ่ง
"ได้หรือไม่ลองดูก็น่าจะรู้แล้ว พวกข้ามีคนมากกว่าถึงอย่างไรก็ต้องชนะ"ที่กล่าวเช่นนี้เพราะเขาตรวจดูแล้วว่านางมีแค่ระดับแก่นแท้ขั้นต่ำจึงกล้าที่จะทำโดยไม่เกรงกลัว
"เ้ารีบหนีไปเถอะอย่ายุ่งเื่ของข้าเลยถึงยังไงเราก็สู้พวกมันไม่ได้"หญิงสาวที่ล้มอยู่เอ่ยขึ้นขนาดนางมีพลังิญญาระดับแก่นแท้ขั้นกลางยังสู้พวกมันไม่ได้ หากว่ามีแค่หนึ่งหรือสองคนนางสามารถเอาชนะพวกมันได้แน่นอนแต่นี้มันมีกันตั้งห้าคน
"กินนี่ก่อนเถิดเ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกมันรอดไปทำเช่นนี้กับสตรีอื่นอีก"อวิ๋นเฟยเฟิ่งส่งโอสถรักษาอาการาเ็ระดับสูงให้กับนาง
การที่บุรุษเ่าั้ตรวจวัดระดับพลังิญญายุทธ์ของอวิ๋นเฟยเฟิ่งได้แค่ระดับแก่นแท้ขั้นต่ำก็เพราะว่านางได้กดข่มพลังลงมาอีกจากตอนแรกที่คิดว่าจะให้เหลือแค่แก่นแท้ขั้นสูงจึงเปลี่ยนใจเพราะอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่อยากเป็จุดเด่นั้แ่แรกเริ่ม
เมื่อหญิงสาวรับไปกินแล้วอวิ๋นเฟยเฟิ่งจึงหันหน้าไปหาบุรุษเ่าั้และไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ปล่อยพลังธาตุน้ำแข็งที่หล่อเป็แท่งแหลมคมประมาณหน้านิ้วจากนั้นก็อัดส่งพลังเข้าใส่ตรงไปยังพวกเขาทั้งห้า ด้วยความเร็วที่เกินกว่าจะหลบได้
ทำให้แท่งน้ำแข็งเ่าั้พุ่งตรงเสียบเข้าบริเวณต้นขาด้านในแม่นอย่างกับจับวางเฉียดฉิวจุดอ่อนไหวไปนิดเดียวเท่านั้นแต่ว่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาสูญเสียความรู้สึกทางเพศ เกิดเสียงร้องแสนเ็ปอย่างที่สุดขึ้นดังลั่น
"อ๊ากกกกก!"
"ธาตุพิเศษ!"
"พลังธาตุน้ำแข็ง!"
"นังสตรีบ้า! อ้าาาา"
"โอ๊ยยยย!"
"ไปกันเถอะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่สนใจพวกเขาอีกและนางไม่ฆ่าพวกเขาด้วยเพราะคุณธรรมในใจที่มีในชีวิตก่อนนางอยู่ในโลกที่ไม่ได้มีการฆ่าแกงกัน จึงเห็นชีวิตคนนั้นมีค่าต่อให้พวกเขาทำผิดแค่ไหนนางก็ไม่ควรตัดสินด้วยชีวิต
เมื่อพยุงหญิงสาวนางนั้นขึ้นมาก็พากันเดินออกไปโดยไม่หันไปมองเหล่าบุรุษพวกนั้นอีก ถึงอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะไม่ฆ่าแต่ในเมื่อาเ็ก็ใช่ว่าจะรอดจากสัตว์ิญญาไปได้
"ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยเหลือ ข้าโจวจื่อซิน"ในตอนที่สิ้นหวังที่สุดไม่นึกว่าในป่ากว้างใหญ่แห่งนี้จะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหากต้องตกเป็ของคนพวกนั้นนางยอมตายเสียดีกว่า
"อืม ข้าอวิ๋นเฟยเฟิ่ง แล้วเ้าทำไมถึงมาอยู่ในป่าหมอกคนเดียวเล่าแล้วจะไปไหนต่อ"มองดูแล้วโจวจื่อซินก็หน้าตาสวยทีเดียวทั้งยังเสื้อผ้าก็ดูจะมีราคากว่าคนทั่วไป ให้เดาละก็คงเป็คุณหนูสักตระกูลเป็แน่
"ข้าจะเดินทางไปเมืองหลังชิงเหลียนเพื่อไปคัดเลือกเข้าสำนักยุทธ์ แล้วเ้าทำไมถึงอยู่ในป่านี้คนเดียว"โจวจื่อซินตอบอย่างไม่ปิดบัง การจะเดินทางไปเมืองหลักจะต้องผ่านป่าหมอกแห่งนี้จึงทำให้ต้องเข้ามา นางคาดว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งคงจะไปเมืองหลักเช่นกัน
"ข้าเองก็จะไปเมืองหลักเช่นกัน พวกเราไปด้วยกันดีกว่าหากเกิดเหตุแบบนั้นอีกจะได้ช่วยกันได้"อวิ๋นเฟยเฟิ่งยิ้มพร้อมกล่าว
"ได้สิ แล้วเ้าอยากเข้าสำนักยุทธ์ใดหรือ คิดไว้หรือยัง"โจวจื่อซินเอ่ยถามระหว่างเดินทาง
"เอ่อ...อันที่จริงข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสำนักยุทธ์เลยเ้าอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่"ถึงหงหงจะไปหาข่าวมาแล้วแต่ก็ยังไม่ละเอียดนัก
"สำนักยุทธ์ในเมืองหลักชิงเหลียนมีหลายสำนักน้อยใหญ่ แต่ว่าสำนักที่ขึ้นชื่อก็จะมีสำนักยุทธ์ว่านจ้ง สำนักยุทธ์กระบี่เงา สำนักยุทธ์เพลิงนิล สำนักยุทธ์ฟ้าคราม แต่ละสำนักจะมีกลุ่มอำนาจหนุนหลังอยู่ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าขุมอำนาจที่อยู่เื้ัคือขุมอำนาจใด แต่คาดว่าจะเป็ขุมอำนาจจากดินแดนอื่น"โจวจื่อซินเองก็ไม่รู้เื่เกี่ยวกับขุมอำนาจที่อยู่เื้ัมากนักรู้แต่ว่าพวกเขาต่างมีพลังิญญายุทธ์สูงส่ง
"อืม เป็เช่นนี้แล้วเ้าเลือกหรือยังว่าจะเข้ากับสำนักยุทธ์ใด"อวิ๋นเฟยเฟิ่งคิดตามหากเป็อย่างที่โจวจื่อซินว่ามานั้นหมายความว่าเหล่าผู้คนจากดินแดนอื่นสามารถลงมายังแดนมนุษย์ได้อย่างอิสระขอเพียงมีพลังิญญายุทธ์ที่สูงกว่าดินแดนนั้นๆ
"ข้าอยากเข้าสำนักฟ้าคราม"โจวจื่อซินตอบ
"ทำไมถึงต้องเป็สำนักฟ้าคราม"อันที่จริงนางเองก็ไม่รู้ว่าจะเข้าสำนักยุทธ์ไหนเหมือนกันขอเพียงแค่ได้ใช้สิทธิ์ของสำนักยุทธ์เ่าั้ผ่านแดนก็เพียงพอ
"เพราะว่าสำนักยุทธ์ฟ้าครามเป็สำนักที่เที่ยงธรรมไม่แบ่งแยกชนชั้น ทั้งยังให้อิสระแก่ศิษย์ทุกคนไม่เคร่งจนเกินไปเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสามารถสวมใส่ชุดไหนก็ได้ไม่จำเป็ต้องเป็ชุดของสำนักเพียงแต่จะต้องผูกผ้าคาดเอวของทางสำนักตลอดเวลาเท่านั้น หรือหากอยากใส่ชุดของสำนักทางสำนักก็มีให้ฟรีคนละชุด"โจวจื่อซินอธิบายอย่างชื่นชมและรู้สึกตื่นเต้นอยากเข้าไปัับรรยากาศในสำนักฟ้าครามโดยเร็ว
"ฟังดูน่าสนใจดีนี่ ข้าเอาด้วยข้าจะเข้าสำนักฟ้าคราม"อวิ๋นเฟยเฟิ่งตัดสินใจได้โดยทันที ทั้งยังมีโจวจื่อซินอยู่ด้วยถึงอย่างไรก็รู้จักกันแล้วนับว่าเป็สหายกันแล้ว
อีกทั้งไม่กำหนดด้วยว่าจะแต่งกายแบบไหนอยากใส่อะไรก็ใส่ตามใจชอบนับว่าเป็อิสรเสรีมาก ถ้าต้องใส่แต่ชุดของสำนักยุทธ์คงน่าเบื่อมากไร้ชีวิตชีวาเกินไป
ใช้เวลากว่าหกวันอวิ๋นเฟยเฟิ่งและโจวจื่อซินก็มาถึงหน้าประตูเมืองหลักชิงเหลียนตลอดหกวันที่เดินทางมาด้วยกันทำให้ทั้งสองสนิทกันมากขึ้น คลื่นของผู้คนต่างเดินทางมารวมกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ผู้คนรวมตัวกันอย่างเบียดเสียดจนแน่นขนัด ราวกับกลุ่มเมฆดำที่ท่วมท้นรอบประตูเมืองหลักชิงเหลียน เสียงพูดจารวมถึงเสียงโหวกเหวกดังขึ้นรวมกัน ก่อนเป็คลื่นเสียงสะท้อนไปถึงชั้นฟ้าเพื่อรอเข้าเมือง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งและโจวจื่อซินหาโรงเตี๊ยมเพื่อเข้าพักแต่ก็จนใจไม่มีโรงเตี๊ยมใดว่างสำหรับพวกนางเลย นี่ขนาดว่ายังเหลือเวลาตั้งเดือนกว่าถึงจะเปิดรับคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักยุทธ์โรงเตี๊ยมในเมืองก็เต็มเสียแล้ว
"ทำยังไงดีนะโรงเตี๊ยมไม่ว่างเลย"โจวจื่อซินคิดหนักหากหาที่พักไม่ได้คงต้องไปนอนข้างถนนเป็แน่
"เอาแบบนี้ละกันเราหาจวนสักแห่งที่เขาเปิดให้เช่าหรือขายก็ได้ข้าจะซื้อเอง"อวิ๋นเฟยเฟิ่งคิดดูแล้วว่าคงมีแค่ทางนี้เท่านั้นเพราะพวกนางไม่รู้จักใครเลยในเมืองหลักนี้
"เฟยเฟิ่งเ้าจะซื้อจวนเลยหรือ มันจะสิ้นเปลืองเกินไปหรือไม่"โจวจื่อซินถึงกับตาโตเมื่อได้ฟังเห็นที่ว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งคงมีหินศิลาิญญามากมายขนาดไหนถึงกับซื้อจวนเพื่อพักแค่รอสำนักศึกษายุทธ์เปิดรับศิษย์เท่านั้น
"กว่าสำนักยุทธ์จะเปิดคัดเลือกศิษย์ก็อีกตั้งเป็เดือนเชียวนะ ข้าว่าซื้อจวนเก็บไว้ในเมืองหลักสักหลังก็ดีอย่าคิดมากเลย ไปกันเถอะ"กล่าวจบอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็จับมือโจวจื่อซินออกเดินเพื่อหาจวนสักหลังทันที
ในที่สุดอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ได้จวนขนาดกลางหนึ่งหลังอยู่ทางทิศตะวันออกเ้าของจวนบอกว่าจวนนี้เป็ของลูกชายและได้เสียชีวิตไปแล้วจึงไม่อยากเก็บไว้เพราะยังทำใจไม่ได้จึงขาย โดยอวิ๋นเฟยเฟิ่งจ่ายเงินค่าจวนไปห้าร้อยหินศิลาิญญาเลยทีเดียว
ขณะนี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องเพียงลำพังดังนั้นจึงเข้าไปในมิติจิต ั้แ่พบโจวจื่อซินที่ป่าหมอกหงหงก็เข้าไปอยู่ในมิติจิตโดยไม่ออกมาอีกเลย
ในดินแดนมนุษย์สัตว์ิญญาที่มีเ้าของมักจะออกมาเดินเล่นกับคู่พันธสัญญาตามท้องถนนเป็เื่ปกติ
"นายหญิงท่านมาแล้ว"หงหงที่กำลังนั่งเล่นดูนั้นดูนี่เรื่อยเปื่อยเมื่อเห็นอวิ๋นเฟยเฟิ่งเข้ามาก็ดีใจมาก
"หงหงตอนนี้เ้าก็อยู่ในนี้ไปก่อนเก็บตนฝึกฝนให้ิญญายุทธ์ของเ้าเถิด ถึงตอนนี้เ้าจะมีพลังิญญายุทธ์ระดับจอมทัพขั้นสูงแต่ว่าหากเราถึงดินแดนเทพข้าเกรงว่าจะไม่พอ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวนางกังวลว่าหากถึงแดนเทพจะไม่สามารถต่อกอนกับคนพวกนั้นได้
"เ้าค่ะนายหญิง หงหงจะเก็บตนฝึกฝนตามที่ท่านบอก"หงหงเข้าใจอวิ๋นเฟยเฟิ่งเป็อย่างดีนางเองก็ไม่อยากเป็ตัวถ่วงของนายหญิง
"อืม หากยังไม่ถึงระดับเทวะไม่ต้องออกมา"คาดว่าคงใช้เวลานานพอสมควรแต่ว่าระหว่างนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนางหรอก
จากนั้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ออกมาจากมิติจิต จะว่าไปแล้วออกไปเดินดูด้านนอกสักหน่อยดีกว่าเผื่อมีอะไรน่าตื่นเต้น คิดแล้วก็ออกไปชวนโจวจื่อซินไปด้วยกัน ทั้งสองเดินตามท้องถนนเรื่อยๆไม่เร่งรีบแวะร้านนั้นเข้าร้านนี้เพื่อชมสินค้าต่างๆ มีทั้งแก่นิญญาสัตว์ิญญาั้แ่สิบปีไปจนถึงร้อยปีก็มีขาย และยังมีศาสตราวุธิญญาต่างๆมากมาย
อาวุธแบ่งเป็อาวุธิญญาและอาวุธจิติญญากล่าวคืออาวุธิญญาเป็อาวุธที่มีพลังิญญาแต่ไม่มีจิตนึกคิดแต่อาวุธจิติญญาเป็อาวุธที่เลือกนายของมันเองด้วยเพราะมีจิติญญามันถึงเลือกคนที่เหมาะสมจะเป็นายของมัน พูดให้เข้าใจง่ายๆคืออาวุธิญญาคนเลือกมันแต่อาวุธจิติญญามันเลือกนาย
ระดับของอาวุธิญญาคือก็เหมือนกับระดับพลังิญญายุทธ์ แต่อาวุธจิติญญามีระดับพลังที่คาดเดาไม่ได้แต่ทรงพลังกว่าอาวุธิญญาทั่วไป
ท้องถนนเชื่อมโยงกันราวกับใยแมงมุมถนนทุกสายเต็มไปด้วยความวุ่นวายของรถม้าและผู้คนจำนวนมากสองข้างทางมีทุกอย่างครบครัน ฝูงชนเดินไปมา คนจำนวนไม่น้อยนั่งอยู่สองข้างทางถนนกำลังจัดเรียงของแต่ละชิ้นที่ตนเองนำมาขาย ทั้งเสียงเรียก เสียงะโ และเสียงสนทนาที่ดังก้องไปทั่ว เป็สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเมืองหลักชิงเหลียนมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
"ออกไปให้พ้น"
ตุบ!
ขณะที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งและโจวจื่อซินกำลังเดินผ่านหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งอยู่ๆก็มีบุรุษคนหนึ่งถูกจับโยนออกมาจากโรงเตี๊ยมและหล่นมาอยู่ปลายเท้าของพวกนางพอดีทำให้ไม่อาจเดินต่อไปได้
"ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักก็ออกไปซะ! เด็กๆอย่าให้คนผู้นี้เข้าที่นี่อีกแม้แต่ก้าวเดียว"เถ้าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมเอ่ยสั่งเสียงดังอย่าโมโหก่อนจะหันหลังกลับเข้าไป
บุรุษหนุ่มที่แต่งกายด้วยชุดสีซีดเก่าเก็บก้มลงหยิบห่อผ้าที่ตกอยู่แล้วหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นก่อนจะมองเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยสายตาเศร้าๆเขามาที่เมืองหลักเพื่อเข้าทดสอบคัดเลือกศิษย์แต่ด้วยฐานะยากจนทำให้มีเงินไม่พอจะอยู่พักในโรงเตี๊ยมเป็เดือนๆได้จึงขอเถ้าแก่ทำงานแลกที่พักแต่ว่าเถ้าแก่ไม่ยอมจึงเกิดเื่อย่างที่เห็น ก่อนจะหันกลับเพื่อออกจากหน้าโรงเตี๊ยมแต่ก็ต้องชะงัก
"เอ่อ..ข้าทำให้พวกเ้าาเ็หรือไม่ ข้าขออภัยด้วยข้าไม่ได้ตั้งใจ"เขามองดูหญิงสาวสองคนที่ยืนอยู่นิ่งแล้วมองมาที่เขาหญิงสาวที่สวมใส่ชุดสีเปลือกไข่ดวงตากลมโตชุดของนางช่างสวยงามนักดูก็รู้ว่าเป็ไหมิญญาใบหน้างดงามเหนือสามัญ ส่วนหญิงสาวอีกคนถึงจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูดีมีราคาแต่ก็ไม่ใช่ไหมิญญา เขาขอโทษเพราะคิดว่าตนอาจเผลอทำให้พวกนางาเ็
"ไม่หรอกพวกข้าแค่ใที่อยู่ๆเ้าก็ถูกโยนมาตรงหน้า"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเขา ดูไปแล้วก็น่าสงสารเหมือนกัน คนที่ไม่มีแต่ก็พยายามดิ้นรนเพื่อที่จะถีบตัวเองขึ้นให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"กล่าวจบก็เดินจากไปด้วยความโล่งใจที่เขาไม่ทำให้ใครขุ่นเคืองอีก
"เฟยเฟิ่งให้เขามาพักกับเราได้หรือไม่ น่าสงสารนักข้าเข้าใจดีว่าคนไม่มีนั้นรู้สึกอย่างไรหากเรามีโอกาสที่จะมอบให้เขาได้มีชีวิตรอดอีกวันก็ควรให้มิใช่หรือ"โจวจื่อซินเอ่ยขณะมองไปที่บุรุษคนนั้นที่กำลังเดินกอดห่อผ้าไป
"เ้าไม่ถือหรอกหรือ ว่าเขาจะเป็บุรุษแล้วมาอยู่กับเราใต้ชายคาบ้านเดียวกัน เ้าไม่กลัวว่าเขาจะเป็เหมือนพวกที่เราเจอในป่าหมอกหรือ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเองก็คิดจะให้เขามาพักด้วยที่จวนแต่ว่านางก็กลัวว่าโจวจื่อซินจะคิดมากเพราะพึ่งเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายมา อีกอย่างเราจะไว้ใจใครง่ายๆไม่ได้
"ข้าดูออกว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น อีกอย่างเขามีคนเดียวระดับพลังิญญาแก่นแท้ขั้นต่ำเอง แค่นี้ก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก แต่ก็แล้วแต่เ้า"โจวจื่อซินกล่าวเพราะถึงยังไงอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เป็เ้าของจวนนางก็เคารพการตัดสินใจของนาง
"ข้าได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา เอาล่ะเราตามเขาไปกัน"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยและออกเดินตามหลังบุรุษคนนั้นไป
....