ตอนที่ 16 ท่านหญิงสี่ฤดู
หลังจากที่ซินเคลียร์ดันเจี้ยนต้นไม้นรกพวกนั้นแล้ว เขาก็ไปจัดอีกสองสามดันเจี้ยนเพื่อที่จะหาแบบเปลนเอามาใช้สร้างเมืองของเขา ซึ่งเขาได้รับอาวุธจำนวนหนึ่งและแบบแปลนหาอยากหนึ่งอันซึ่งเป็สิ่งที่ถ้าเกิดเขามีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ตอนนี้นะ จะทำให้เมืองของเขานั้นพัฒนาต่อไปได้
[แบบแปลน โรงเตี๊ยมแสงจันทร์]
รายละเอียด : แบบแปลนโรงเตรียมแสงจันทร์ถูกสร้างมาจากเ้านรกที่้าจะพักผ่อนหย่อนใจในต่างโลก ทว่าแบบแปลนที่ออกมานั้นกับไม่ถูกใจเขาอย่างมากจึงสั่งทำลายทิ้งเสีย
ค่าสถานะ : เพิ่มประชากรแวะเวียน 10 เปอร์เซ็นต์ , สามารถพัฒนาได้สิบระดับ
ซึ่งตอนแรกที่เขาเป็ก็ใเป็อย่างมากที่ของหายากแบบนี้จะดรอปออกมาจากดันเจี้ยนโง่ ๆ นี่ แต่เมื่อได้มาแล้วซินคิดว่าจะเอาไปทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“เมืองของเราแม้ว่าจะมีอาหาร ที่ดินสำหรับเพราะปลูก และที่สำหรับให้ผู้คนอยู่อาศัย แต่ว่ามันก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดให้คนนอกเข้าได้อยู่ดี” ซินกล่าวความคิดของตนเองออกมา
เพราะว่าดินแดนของเขามีบัลลังก์ผู้พิชิตอยู่นะสิการที่ตนเองไม่มีกองกำลังหรือสิ่งใดมาปกป้องดินแดนของตนเองแต่มีของมีค่าแบบนั้นอยู่เป็การหาที่ตายชัด ๆ
“เราต้องคุยเื่สร้างหอการค้าและสร้างโรงเตี๊ยมของเราขึ้นมา” ซินวางแผนในใจ
อย่าลืมว่าโลกใบนี้ยังอยู่ในยุคกลางที่อาหารและเครื่องดื่มยังไม่ตอบโจทย์ความอร่อยของผู้คนได้ เช่นตัวเขาต้องทนทานอาหารไม่อร่อยทุกวี่ทุกวัน
เขาจึงเร่งเซมให้ไปสร้างหอการค้าเพื่อที่จะสามารถค้นของและค้าขายได้สะดวก และพวกเขาก็จะไม่สามารถหาที่มาของวัตถุดิบหรือสินค้าของเขาที่นำมาขายได้เพราะดินแดนของเขานั้นจะเข้าได้ต้องผ่านผู้พิทักษ์สุดแกร่งปู่ภูตต้นไม้ยังไงละ
จากได้ยินเื่ของหอการค้าเมื่อวานเซมบอกเขาว่าติดปัญหาที่เ้าเมืองอย่างเดียวเพราะเ้าเมือง้าให้เซมไปเป็อนุภรรยาของเขา ซึ่งซินคิดว่าเ้าเมืองหาที่ตายดีเหมือนกัน แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษที่เขายังไม่ตัดสินใจเพราะรอเซจังหาข้อมูลมาให้อยู่ก็คือ การรับงานคุ้มกันให้แก่เ้าขุนนางหมูอ้วนคนนั้นให้ปลอดภัยไปยังเมืองหลวง
ถ้าปกติก็คืองานคุ้มกันธรรมดา แต่นี่มาจากคนที่แม่งในหัวมีแต่เื่เย และ เย การที่จะให้เซมรับงานนี้เป็อะไรที่แปลกเกินไป
ซึ่งเขาก็รู้ว่ามันคือกับดักนั่นแหละ แต่ว่าก็อยากรู้เหตุผลหลาย ๆ เื่เกี่ยวกับเ้าหมูนั้นทำไมมันถึงดูเหมือนจะโดนปิดปากไปด้วย
[ประชากรคุณถึงขีดจำกัด ้าขยายเมืองหรือไม่]
“อะไรวะเนี้ย!!” เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทำให้เขาต้องหันมาอ่านสองรอบประชากรเกิดขีดจำกัด เมื่อสองสามวันก่อนยังมีแค่ร้อยคนเองไม่ใช่หรือไง
ซินหยิบซากุระที่เอาไว้สื่อสารขึ้นมาก่อนที่จะติดต่อไปยังปู่ต้นไม้โดยที่เขาก็เร่งฝีเท้ากับเมืองไปด้วย
“ปู่นี่มันอะไรกันพวกปู่ไม่ทำงานคิดแต่เื่'เย'อย่างเดียวเลยหรือไง” ซินอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
ประชากรดินแดนขนาดเล็กคือ 100 คน ระดับเล็ก 2 คือ 200 คน และเพิ่มไปเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้ประชากรของเขาล้นเมืองจนดินแดนต้องอัพเกรดเป็ระดับกลางซึ่งถามว่าดีไหมก็ดี แต่อะไรที่เร็วเกินไปหรือมากเกินไปย่อมมีข้อเสียของมันหมดแหละ ซึ่งเพราะแบบนี้ซินจึงต้องรีบไปถามปู่ว่าวัน ๆ ภูตต้นไม้เอาแต่'เย'กันไม่ทำงานเลยหรือ
“โอ้ท่านซินไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะ อะแฮ่ม คือว่าเนื่องจากดินแดนแห่งนี้มีวารีแห่งชีวิตทำให้มันอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ภูตต้นไม้จำนวนมากย้ายเข้ามาอย่างรวดเร็ว และข้าก็มีข่าวดีกับท่านด้วยว่าเนื่องจากท่านเป็ผู้ปกครองของพวกเรา ทำให้เกิดภูตสายพันธุ์ใหม่และแปลก ๆ มากมายเลยละ” ปู่กล่าวออกมาน้ำเสียงของเขายินดีเป็อย่างมาก
ซินกำลังสับสนเป็ที่สุด ภูตแปลกใหม่? ภูตย้ายเข้ามา? หรือว่าเขาควรจะเปลี่ยนที่ดินแดนของเขาเป็ดินแดนแห่งภูตดี?
“ภูตที่ว่านี่มันยังไงละ”
“พวกเขานั้นทนต่อเปลวเพลิงและสายน้ำบางตนสามารถที่จะพ่นไฟหรือกลืนูเาได้อย่างง่ายดาย” ปู่ต้นไม้กล่าวด้วยน้ำเสียภูมิใจสุด ๆ
“และอีกอย่างภูตพวกนี้สร้างร่างกายของตนเองออกมาคล้ายคลึงกับมนุษย์ ข้าคิดว่าท่านไม่จำเป็ที่ต้องหามนุษย์มาดินแดนแห่งนี้แล้วละ” ปู่ต้นไม้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าซิน้าที่จะสร้างดินแดนที่หลายสิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่ทว่าเขาไม่อยากที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ที่มีแต่ความคิดด้านลบพวกนั้น จึงหาวิธีลับ ๆ จนผลออกมาเป็แบบนี้
“นี่ปู่ผมขอบอกไว้ก่อนเลยนะถึงปู่จะทำแบบนั้นไปดินแดนแห่งนั้นก็ต้องมีเผ่าพันธุ์มากกว่าภูตไม้อยู่ในดินแดนของผม เนื่องจากปู่ไม่อยากอยู่ร่วมกับมนุษย์ผมจะให้ปู่หาเผ่าพันธุ์ที่ปู่อยากอยู่ด้วยเข้าดินแดนของเรามาแล้วกัน” ซินกล่าวออกมาเขาพอที่จะรู้ความคิดของปู่ต้นไม้แต่ไม่ได้ห้ามอะไรมากนักยังไงซะปู่ก็เป็ผู้พิทักษ์และคนดูแลดินแดนของเขา การฟังเหตุและผลของอีกฝ่ายย่อมดีกว่าปฏิเสธแบบสุดโต่ง
ซินยังเดินคุยเื่ของดินแดนของตนโดยที่เดินไปด้วยท่ามกลางผู้คน แต่เขาก็พอจะรู้สึกตัวแล้วว่ามีคนจำนวนมากมองเริ่มมองมาที่เขาด้วยสายตาหลงใหล และ มองด้วยความใคร่
“เอ่อปู่ไปซากุระนี่นอกจากสื่อสารนั้นมีอะไรค่าสถานะอะไรพิเศษหรือเปล่า” ซินเริ่มกล่าวด้วยความกลัว
“ไม่นี่ท่าน อ่าถ้าท่านใส่ในเมืองที่คนเยอะ ๆ แน่นอนมันจะขับเสน่ห์ของท่านออกมา ข้านั้นออกแบบมาเพื่อท่านโดยเฉพาะเลย” ปู่ต้นไม้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขำขันจนซินรู้สึกกำหมัดในใจ
เขานั้นไม่ชอบทำตัวโดดเด่นเท่าไหร่ แต่เมื่อโดดเดินแล้วเขาจะเอาแบบให้มันสุด ๆ ไปเลย ซินเดินเข้าร้านเสื้อผ้าของคนชั้นสูงก่อนที่จะออกมาด้วยชุดกิโมโนลายดอกซากุระ ท้องของเขาพันไปด้วยโอบิสีแดงสด เข้ากับปากสีแดงของซินเป็อย่างมาก ซินนั้นก้าวผมขึ้นให้เห็นคอหงส์ของตนเองก่อนที่จะปักด้วยปิ่นซากุระอีกทีหนึ่ง
ซินเดินออกมาด้วยรองเท้าเกี๊ยะสีแดงสดก่อนที่จะก้าวที่ละก้าวอย่างงดงามหยดย้อยราวกับให้ผู้คนได้ยมโฉมความงามของนาง?
“งดงามเสียจริง” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างลืมตัว
หลาย ๆ คนที่ได้เห็นซินก็กล่าวเป็เสียงเดียวกันว่ามันเป็สิ่งที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมได้
“บุคคลนั้นเป็ใคร ใครรู้จักบ้าง” แม้แต่ขุนนางที่ผ่านมาแวะเวียนก็ต้องเกรงใจที่จะเข้าไปทักทาย
แม้พวกเขาจะมีความกล้าสักสามร้อยเปอร์เซ็นต์เขาก็ไม่กล้าที่จะกล่าวคำใด ๆ ต่อแม่นาง? ผู้เลอโฉมผู้นี้ได้
“สายลมพัดผ่านเปลี่ยนฤดูเศร้า” ซินกล่าวบทกลอนออกมาด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะเศร้าสร้อยจนผู้คนหนึ่งถึงกับน้ำตาไหลเมื่อคิดคะนึงถึงอดีตของตนที่แยกจากคนที่ตนรัก
สายตาชายหนุ่มและหญิงสาวต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาสงสารอยากจะเข้าไปปลอบแต่มิอาจหาคำกล่าวใด ๆ เพื่อหญิงงาม? เฉกเช่นนางได้
“เงาสะท้อนสีหน้าเ้าหม่นหมอง” ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมาท่ามกลางผู้คนก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียทุ้มนุ่มสุดแสนจะอ่อนโยน
“ยามข้ามองแสนเจ็บกระดองจิต”
“อยากหมายปองแม่คนงามสี่ฤดู”
ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวคำกลอนจนจบก่อนที่จะมองมายังซินที่จ้องมองเข้าด้วยสีหน้ายิ้มบาง ๆ ก่อนกล่าวว่า
“เ้าโหยหาความรักอย่างนั้นหรือ”
“หรือแค่เห็นข้าเศร้าอยากปลอบหนา”
“แต่เพียงเพลาพัดข้าล่องนภา”
“ยามโสภาตัวข้าก็ลืมเลือน”
ซินยิ้มออกมาก่อนที่จะทำให้โลกทั้งใบตกนั้นหยุดหมุน เขาหายตัวไปพร้อมกับกลีบดอกซากุระที่ร่วงโรยลงสู่พื้นก่อนที่จะถูกสายลมพัดหายไป
“เ้าชาย!!” อัศวินคนหนึ่งเดินเข้ามาก่อนที่จะนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าของชายหนุ่มที่แต่งกลอนประชันกับซิน
“ไปสืบหาหญิงสาวผู้นั้นให้ข้าที” ชายหนุ่มไม่กล่าวอะไรมากมายเขาเพียงนึกถึงฉากจากลาของเขากับนาง? เพียงเท่านั้น
“เมื่อข้าพบเ้าอีกครั้ง เมื่อยามนั้นข้าจะเอ่ยถามนามของเ้า” ชายหนุ่มกล่าวอย่างยิ้ม ๆ จนหญิงสาวที่เหม่อมองเขาอยู่ต้องหลงใหลก่อนที่จะรู้สึกตัวชายหนุ่มก็หายไปเสียแล้ว
ส่วนซินนะเหรอ
“อ่า การจีบผู้ชายก็รู้แหละว่ามันง่ายแต่ขนลุกเหมือนกันนะเนี่ย” ซินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ใบหน้าของเขาซีดเซียวจนเป็สีขาว