บทที่ 48
ท่านได้ยินผิดแล้ว
“เป็นอะไรไป เจ้ากลัวหรือ?” เมิ่งอวิ๋นเสียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความประชดประชัน ขณะมองหงหลันที่ยืนขาสั่นราวกับตะแกรงร่อนแกลบ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง
ก่อนที่หงหลันจะตอบ เสียงเกรี้ยวกราดของหญิงชราก็ดังมาจากข้างหลังนาง “หงหลัน นางไพร่ชั้นต่ำ เจ้ามัวทำบ้าอะไรอยู่ ข้าบอกให้เจ้าเอาน้ำในอ่างไปเท แต่เจ้ากลับเจ้าเล่ห์เพทุบาย แอบอู้งานจนทำให้ข้าต้องมาตามถึงที่นี่”
เนื่องจากชิงหลัวและเมิ่งอวิ๋นเสียงยืนอยู่ข้างหลังนาง สตรีหยาบคายผู้นี้จึงคิดว่าหงหลันกำลังมัวพูดคุยกับคนอื่นอย่างเกียจคร้าน ดังนั้นนางจึงตวาดเสียงดังใส่ แต่นางคาดไม่ถึงว่า หงหลันจะยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับไม่ได้ยิน เมื่อเห็นเช่นนี้ หญิงชราที่หยาบคายก็โกรธจัดจนก้าวเข้าไปหานาง แล้วยกเท้าขึ้นถีบหงหลันอย่างแรง
หงหลันล้มลงด้วยความเจ็บปวดและน้ำตาไหลทันที ดูจากแรงถีบแล้วก็ไม่แน่ว่าซี่โครงอาจจะหักหนึ่งหรือสองซี่ก็เป็นได้
“นางหญิงชั่ว เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือ? เจ้าไม่เชื่อฟังสิ่งที่ข้าพูด ฉะนั้นให้ข้าจะส่งเจ้าไปวังหลัง เพื่อให้เจ้าไม่มีวันออกมาได้อีกดีหรือไม่?” หญิงชราผู้หยาบคายไม่สนใจอาการบาดเจ็บของนางและด่าทอต่อไป ทั้งหมดที่นางรู้คือนางกำลังถูกท้าทายอำนาจ
หงหลันกลั้นน้ำตาไว้และเจ็บปวดจนพูดไม่ออก แต่ทันทีที่ได้ยินคำว่า “วังหลัง” นางก็ไม่สนใจความปวดร้าวของร่างกายอีกต่อไป แล้วเดินไปทรุดตัวลงแทบเท้าของหญิงชราผู้หยาบคาย “ข้าน้อยไม่กล้าเจ้าค่ะ ก็แค่ไท่จื่อเฟย...”
นับตั้งแต่เมิ่งอวิ๋นเสียงปรากฏตัว หงหลันก็ตกตะลึงกับแววตาของนางจนไม่อาจขยับตัวได้ เมื่อนางสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากอีกฝ่ายหนึ่ง นางก็ต้องการหนีโดยสัญชาตญาณ แต่นางก็ไม่อาจหลบหนีสายตาที่จ้องมองมาเช่นนี้ได้
“ไท่จื่อเฟยหรือ? วันนี้เจ้ากินดีหมีหัวใจเสือมาหรือ? ต่อให้เจ้าจะไม่เชื่อฟังข้า แต่กล้าดีอย่างไรถึงใช้ชื่อของนางปีศาจนั่นมาขู่ข้า? วันนี้ข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้า” ขณะพูดเช่นนั้น แววตาของหญิงชราที่หยาบคายก็เต็มไปด้วยความชั่วร้าย นางหยิบไม้เท้าขึ้นมาและง้างขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนตัวของหงหลัน
เมื่อเห็นดังนั้น หงหลันก็หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง แต่หลังจากรออยู่นาน นางก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากไม้ที่ฟาดลงบนตัวนาง เมื่อลืมตาขึ้น นางก็พบว่าหญิงชราใจร้ายกำลังจ้องมองหญิงสาวทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง
เมิ่งอวิ๋นเสียงจ้องตานางขณะจับไม้เท้าของหญิงชราไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง เมื่อชิงหลัวเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปช่วยหงหลันที่นอนอยู่บนพื้น
เมื่อหญิงชราหยาบคายเห็นพวกนางก็รู้ว่าหงหลันไม่ได้โกหกจริง ๆ ในขณะที่นางกำลังจะปล่อยไม้เท้าในมือ จู่ ๆ เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ตบหน้านางฉาดใหญ่ หญิงชรารู้สึกเจ็บปวดจึงรีบปล่อยมือทันที ภายในชั่วพริบตาไม้เท้าก็อยู่ในมือของ เมิ่งอวิ๋นเสียง
เนื่องจากเมิ่งอวิ๋นเสียงเป็นไท่จื่อเฟย นางจึงไม่อาจพูดอะไรได้และทำได้เพียงระงับความโกรธ แล้วฝืนยกยิ้มก่อนพูดว่า “ไท่จื่อเฟย ท่านเสด็จมาทำอะไรที่นี่หรือเพคะ? ข้าน้อยกำลังสอนบทเรียนให้แม่สาวน้อยผู้นี้อยู่ ไท่จื่อเฟยโปรดอย่าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเลยนะเพคะ”
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินคำพูดนั้น นางก็หมุนไม้เท้าในมือไปมา แล้วจ้องมองหญิงชราที่แสร้งทำเป็นยกยิ้มด้วยสายตาเย็นชา “หากเจ้าสั่งสอนคนของเจ้า แน่นอนว่าข้าย่อมไม่สนใจอยู่แล้ว แต่ข้าไม่พอใจที่เจ้าบังอาจมาด่าข้า”
เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงชราก็ขมวดคิ้วแล้วจ้องเขม็งไปที่หงหลันที่กำลังหลั่งน้ำตา แล้วหันมามองเมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ไท่จื่อเฟยหูฝาดไป ท่านได้ยินผิดแล้ว ข้าน้อยยังไม่ได้พูดอะไรเลยเพคะ ” แม้ว่าจะไม่มีถ้อยคำดูหมิ่นเมิ่งอวิ๋นเสียงในประโยคดังกล่าว แต่น้ำเสียงของนางไม่ได้แสดงออกถึงความเคารพเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังแฝงไปด้วยการเสียดสีอีกด้วย