ณ ทวีป ปีศาจ ราชินี ปีศาจอินฟรีเรียที่ร่างกายอ่อนแอ เพราะป่วยด้วยโรคประหลาด ทอประกายแสงจากในตา ต่อ เหล่าขุนพล ปีศาจต่างๆ
เหล่าขุนพลปีศาจ ต่างทำความเคารพ ต่อ อินฟรีเรีย ผู้เป็นราชินี
" พวกเจ้ามาขอให้ข้าทำสงครามกับ มนุษย์อีกครั้งรึ ท่านขุนพล ฮาโล " ราชินีปีศาจอินฟรีเรีย กระพริบตาให้ ขุนพลปีศาจ ฮาโล เข้ามารายงาน
" ตอนนี้ มนุษย์ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกาลก่อนแล้ว พวกมันไม่มี 13 จอมปราชญ์ อีกแล้ว เป็นการดีที่เราจะโจมตีพวกมันอีกครั้ง" ขุนพลปีศาจฮาโล อธิบายแผนการ
" แต่ท่านพ่อของข้า จอมราชาปีศาจ กิออส ก็ได้สละชีพไปแล้ว ข้าไม่อยากให้มีใครต้องเสียสละอีกแล้ว"
" นั่นเป็นเรื่องตั้ง 500 ปีที่แล้วนี้นี่นา อีกอย่างเราต้องแก้แค้นให้กับ ราชาปีศาส กิออส ที่ตายไป " ขุนพลปีศาจ ฮาโล พูดอย่างมีเหตุผล
" เราไม่อยากจะไป ตอแยกับมนุษย์อีก เรื่องนี้ พวกเจ้าก็ ระงับไว้ก่อนเถิด " ราชินีปีศาจ อินฟรีเรีย ชูมือมาข้างหน้า และ ตบโต๊ะ ดัง ปัง......
" รับด้วยเกล้าท่านราชินี " ขุนพลปีศาจต่างๆ ต่างรับคำของ ราชินีปีศาจ อินฟรีเรีย
โดยมีขุนพลปีศาจ ฟาร์ เห็นด้วยกับแผนการอยู่ร่วมกับมนุษย์ อย่างปรองดอง
(ขุนพลปีศาจฟาร์ คือขุนพลปีศาจที่ไปรบกับพวกเทพ โดยการลอบโจมตีกองทัพของพวกเทพ ขณะที่พวกเทพเผลอ โดยเขาได้ตกหลุมรัก เทพหกปีก เซร่า ผู้พี่ของ เทพสี่ปีกเซนะ เขาเป็นขุนพลปีศาจคนเดียวที่คัดค้านการรบกับมนุษย์ ติดตามได้ในตอน จอมปราชญ์ เอดินร่า แต่งงาน)
กลับมาทางด้าน อาณาจักรโปปุรอน ที่อยู่ทางใต้ของอาณาจักร ออโดนอส......
มินามิ ชิโระ....
ณ หมู่บ้านของมนุษย์ อาณาจักร โปปุรอน
ข้ามีนามว่า มินามิ ชิโระ เป็นเด็กสาวธรรมดาที่ไม่มีเวทย์มนต์ ตั้งแต่สมัยเด็กแล้วที่ข้าชอบคิดถึงแม่ ที่อยู่บนสวรรค์ บางครั้งข้าชอบคิดว่า แม่ไม่รักข้าหรือไร จึงจากข้าไป ข้าไม่เคยเห็นหน้าแม่เลย
ข้ามักจะถามพ่อของ ข้า ที่เป็นจอมปราชญ์ ประจำราชสำนัก โปปุรอน ผู้มีนามว่า มินามิ โทรุ ว่า ทำไมข้าจึงใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ทั้งๆที่ข้าเป็นลูกของผู้ใช้เวทย์
พ่อของข้าเองก็ ไม่รุ้สาเหตุเช่นกัน ปกติแล้ว ลูกของผู้ใช้เวทย์ที่มีพลังอ่อนมาก ก็จะใช้เวทย์ไม่ได้ ไม่ต่างจากคนธรรมดา
ข้าจึงบากบั่นเอาดีทางอื่น โดยเฉพาะทางเรื่องหยูกยารักษาโรค ข้ามักจะเก็บตัวอ่านหนังสือ และไม่สุงสิงกับใคร จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อ องค์ชาย ไวเวอร์ ถูกงูพิษกัด ในสวน
เขาร้องเสียงหลง ข้าได้เข้าไปช่วย โดยการมัดเท้าข้างที่ถูกงูพิษกัด แล้วดูดพิษให้ ข้าอุ้มเค้าไปที่ห้องโอสถ แล้วให้ หมอหลวงตรวจอาการขององค์ชาย ไวเวอร์
" ดีนะ ที่เจ้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาแล้ว " หมอหลวงชมข้า นับแต่นั้นข้าก็ได้เพื่อนใหม่คือ องค์ชาย ไวเวอร์ และได้รับอนุญาติให้ทำงานร่วมกับหมอหลวง ข้าจึงรู้ตัวว่า ข้าควรจะเอาดีทางด้านการแพทย์ นี่ล่ะ
และเมื่อข้าอายุได้ 17 ปี ในวันที่ องค์ชายไวเวอร์บอกรักข้า ใต้ต้นสนในเขตอุทยานหลวงข้าได้ปฏิเสธไป และในวันนั้น เลาห์คอน ไวนอร์น พระบิดาขององค์ชายไวเวอร์ ก็ได้สิ้นพระชนต์ลง
องค์ชาย ไวเวอร์ จึงได้ขึ้นเป็น เลาห์คอน ไวเวอร์ ในขณะอายุได้ 17 ปี เมื่อข่าวการตายของเลาห์คอน ไวนอร์น แห่งโปปุรอน แพร่สะพัดออกไป ถึงอาณาจักร ออโดนอส เลาห์คอน โปซาปุก็ได้ดำริ ที่จะฉวยโอกาสนี้ ยกกองทัพ 1แสนคน เข้าประชิดชายแดนของอาณาจักร โปปุรอน ซึ่งทางอาณาจักร โปปุรอน มีเพียงทหาร 6หมื่นคน และเลาห์คอน ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย
ณ พระราชวัง อาดาร์ส อาณาจักรโปปุรอน
" ทำไงดี เราจะทำยังไงดี ท่านจอมปราชญ์ โทรุ " เลาห์คอน ไวเวอร์ มีสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยทหารของอาณาจักรออโดนอส 1แสนคนมาประชิดชายแดน
" เราทำได้แค่ยอมจำนน ได้อย่างเดียว พะย่ะค่ะ " จอมปราชญ์ โทรุ กล่าวด้วยเสียงอันเยือบเย็น
และขุนนางต่างๆก็ พากันสนับสนุนความคิดนี้ ด้วยความเกรงใจ จอมปราชญ์ โทรุ
" ข้าจะทำตามเสียงของ สภาเท่านั้น ฝ่าบาท " จอมปราชญ์ โทรุ ไม่แม้จะคิดป้องกันพระนครหลวง อาดาร์ส ด้วยเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนมากกว่า
ถ้าหากรบกัน โอกาสแพ้ของทางอาณาจักรโปปุรอนมีมากกว่า และทหารจะต้องสูญเสียชีวิต อย่างแน่นอน สู้ยอมจำนนซะตอนนี้ ชาวโปปุรอนก็จะปลอดภัย ขุนนางก็ยังคงเป็นขุนนางต่อไปได้
เลาห์คอน ไวเวอร์ ทรงกริ้วอย่างหนักจากความเห็นของ จอมปราชญ์ ประจำราชสำนัก เขาอยากสั่งประหาร จอมปราชญ์ โทรุ กับ ขุนนาง ฉ้อราษฏร์บังหลวงพวกนี้เสียจริง ที่เป็นห่วงชีวิต และสมบัติของตนเอง มากกว่าอาณาจักรแต่ก็ทำไม่ได้
เลาห์คอนไวเวอร์ จึงทำได้แต่ขังตัวเองไว้ในห้องพระตำหนัก เขาได้ปรึกษากับข้า มินามิ ชิโระ ผู้นี้
ข้าไม่เห็นด้วยเลยที่เราจะยอมจำนน เพราะ เลาห์คอนไวเวอร์เพื่อนสมัยเด็กของข้า คงกลายเป็นไม่ต่างจากทาส อย่างดีก็ มีม้าเทียมรถ 4ตัว หาได้มี ศักดิ์ และ สิทธิ์ อย่างเลาห์คอนไม่
แล้วเรื่องที่ อาณาจักรโปปุรอน จะยอมจำนนก็แพร่กระจายไปทั่วทั้ง อาณาจักรทำให้ทั้งอาณาจักรตื่นตระหนก และเป็นการมาของจอมปราชญ์ผู้หนึ่ง ซึ่งมีผู้วิเศษติดตามมาด้วย ซึ่งมีแผนจะมาช่วย อาณาจักรโปปุรอนนี้ เขาคือ จอมปราชญ์ ฮารุโตะ.......