รถยนต์สัญชาติยุโรปขนาด 7 ที่นั่งที่จอดในโรงรถคู่กับรถยนต์ญี่ปุ่นที่ปั๊บใช้งานอยู่ในปัจจุบันทำให้อัปสราสูดลมหายใจลึกๆ เข้าปอด ถึงแม้จะเคยพบปะกับบรรดาเพื่อนตำรวจหรือเ้านายยศสูงของบิดามาบ้าง แต่ก็ยังอดประหม่าไม่ได้อยู่ดี
“สงสัยพ่อกับคุณนายแม่มา”
ห๊ะ...อัปสราเบิกตากว้างอย่างใ แค่คิดว่าต้องเจอกับผู้ช่วยทูตทหารอย่างพันเอกเศรษฐภัทร ศิวะรักษ์โยธิน หรือผู้พันนิว เธอก็ทำใจอยู่ตั้งนาน แต่นี่ พลเอกชยางกูร อดีตรองผู้บัญชาทหารบกเชียวนะ
ไม่เอาแล้ว…กลับๆ
“พี่คงมาผิดเวลา หมอวนรถไปส่งที่หน้าหมู่บ้านที”
“อะไรพี่ มาถึงหน้าบ้านแล้วจะหนีไปไหน” ลูกชายคนรองของอดีตรองผู้บัญชาทหารบกกลั้นหัวเราะ ”พ่อแม่ผมใจดี พี่ไม่ต้องซีเรียส”
“วันนี้พี่ไม่ได้เตรียมตัวมาเจอผู้ใหญ่ เอาไว้โอกาสหน้านะหมอวันนี้พี่กลับก่อนดีกว่า” อัปสราเตรียมชิ่งเต็มที่ พอรถเอสยูวีของหมอหนุ่มจอดสนิทหญิงสาวก็เปิดประตูรถแล้วเดินแกมวิ่งออกนอกรั้วก่อนที่ประตูอัตโนมัติจะปิดลง
“พี่แอฟ! จะหนีไปไหน?!" คราวนี้ทันตแพทย์ชยณัฐกลั้นหัวเราะไม่อยู่แล้วเผลอปล่อยก๊ากออกมาในที่สุด
“อยู่ไม่ได้แล้ว เจอกันวันหลัง” เ้าหล่อนหันมาบอกแล้วจ้ำอ้าวทันที หากยังไม่พ้นประตูรั้วหัวใจของหญิงสาวก็หล่นวูบเพราะถูกกอดมาจากทางด้านหลังแล้วร่างบางก็ลอยเคว้งอยู่ในอากาศในเวลาต่อมา
“หมอปล่อยพี่จะกลับบ้าน” อัปสราดิ้นรนอยู่บนไหล่กว้างของหมอหนุ่มร่างสูง
“ใจเสาะไปได้”
“ปล่อยพี่เถอะนะหมอ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเพิ่มอีกมื้อ”
“ไม่ต้องมาติดสินบนเลยไม่หลงกลหรอก” ชยณัฐแบกร่างเล็กๆ ของติวเตอร์สาวเข้าบ้านทั้งอย่างนั้นโดยไม่แคร์สักนิดว่าใครจะคิดยังไงกับภาพที่เห็น
“นานทีจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ไปรู้จักพ่อแม่ผมก่อนค่อยกลับ”
“พี่ไม่ถนัดเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ทำตัวไม่ถูก วันนี้เป็วันครอบครัวหมอ พี่เป็คนนอก ปล่อยพี่ลงก่อนเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
หญิงสาวพยายามหาข้ออ้าง
“คิดซะว่ามาไหว้พ่อแม่ว่าที่สามี”
“ไม่เอ๊า!” ว่าที่สะใภ้ส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กราวกับตุ๊กตาไขลาน
“มาแล้วเหรอหมอไนซ์ นั่นพาแฟนมาด้วย?” พี่ข้าว หรือนีรชา สะใภ้คนโตของพลเอกชยางกูรและคุณหญิงศิรญาทักน้องชายของสามี
“นั่นพี่แอฟต่างหากล่ะแม่” ไนกี้ที่กำลังช่วยมารดาเและคุณหญิงย่าเตรียมเตาปิ้งย่างแก้ความเข้าใจผิด
“ไม่รู้นี่ แม่คิดว่าเป็แฟนกันซะอีก” นีรชาทำหน้าใ
“สวัสดีครับคุณนาย สวัสดีครับพี่ข้าว”
“ทำไมถึงอุ้มกันมาแบบนั้นตาไนซ์ วางลงก่อน” คุณหญิงศิรญาก็ใไม่แพ้ลูกสะใภ้เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กอุ้มสาวเข้าบ้านราวกับไปฉุดคร่าลูกสาวใครมา
“สวัสดีค่ะ” ร่างบางเซเล็กน้อยเพราะทรงตัวไม่อยู่
“ใจเย็นๆ คุณครู” ข้าวรีบเข้าประคองติวเตอร์สาว
ฮือออ คนบ้า! จะทำเธอขายหน้าไปถึงไหน
“ได้เจอกันสักที” นีรชายิ้มกว้างทักทาย “ยังคิดอยู่เลยว่าวันนี้ครูจะว่างมาหรือเปล่า ไม่นึกว่าจะมาพร้อมไนซ์”
“ชื่ออะไรจ๊ะหนู”
“แอฟ อัปสราค่ะคุณหญิง”
“อุ๊ยตาย เรียกอะไรคุณหยงคุณหญิงเรียกแม่เหมือนยัยข้าวดีกว่า” คุณหญิงศิรญายกมือป้องปากหัวเราะเสียงใสราวกับสาวๆ “หนูเป็ลูกเต้าเหล่าใครลูก หน้าตาน่าเอ็นดูเชียว”
“คุณหญิงครับ คิดว่ากำลังสัมภาษณ์รับสมัครพนักงานขายรถในโชว์รูมตัวเองอยู่หรือไง” ลูกชายเบรก
“ยุ่งอะไรด้วย เราไปช่วยไนกี้ก่อเตาเลยคุณหมอ”
“คร้าบผม”
“ว่าไงจ๊ะ หนูเป็ลูกเต้าเหล่าใคร แล้วรู้จักกับตาไนซ์ได้ยังไงลูก”
เอ๋…สะใภ้คนโตทำหน้าสงสัยคำถามของแม่สามี
คุณแม่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?
นั่นติวเตอร์หลานชายนะคูมแม๊! ไม่ใช่สัมภาษณ์ลูกสะใภ้
“คุณพ่อของแอฟเป็ตำรวจ ส่วนคุณแม่เป็แม่บ้านค่ะ”
“แม่คุ้นหน้าหนูมากเลย หนูเหมือนคุณพ่อหรือแม่จ๊ะ”
“คุณแม่หนูเคยเล่นละครก่อนแต่งงานกับคุณพ่อค่ะ”
“ไอซ์ อิสรีย์ ใช่มั้ย มิน่าล่ะหนูสวยมากเหมือนคุณแม่นี่เอง ไม่สนใจเข้าวงการบันเทิง?”
“ไม่ถนัดเลยค่ะ”
“แล้วรู้จักกับตาไนซ์ได้ยังไงนะ แม่ลืม”
“คุณแม่คะ” นีรชาเรียกแม่สามีเบาๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้หญิงสาวตื่นตระหนก
“เราสองคนเงียบไว้ ตาไนซ์ก็ไม่รู้แล้ว”
“จะดีเหรอคะ” นีรชายังเกรงใจหมอหนุ่ม
“ไม่เป็ไร เชื่อสายตาแม่สิ”
แม่สามีว่ายังไง ลูกสะใภ้ก็ได้แต่คล้อยตาม
“หนูทำงานที่เดียวกันกับหมอไนซ์”
“อ้อ...”
อยากจะซักประวัติมากกว่านั้น แต่ครั้นเห็นสายตาลูกสะใภ้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
ไม่เป็ไร ใจเย็นไว้ก่อน อีกไม่นานเ้าลูกชายตัวดีก็ต้องเผยพิรุธออกมาแน่
“เห็นไนกี้ชมว่าแอฟทำยำอร่อยมาเข้าครัวกัน พี่กับคุณแม่กำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่พอดี”
*************************
พลเอกชยางกูรและพันเอกเศรษฐภัทรลูกชายคนโตกลับเข้าบ้านในเวลาเกือบ 1 ทุ่ม ทั้งคู่คุยกันติดพันั้แ่อยู่บนรถจนกระทั่งเดินมาถึงสนามหญ้าข้างบ้าน
“ไหนว่าจะไปซื้อเครื่องดื่ม ไม่เห็นหิ้วอะไรมาเลย” พี่ข้าวถามสามียศพันเอก
“ผมนึกได้ว่าเรายังมีไวน์เก่าที่ได้ตอนปีใหม่เหลืออยู่อีกหลายขวดเลยไม่ได้ซื้อมาเพิ่ม”
“แล้วพากันไปไหนมาตั้งนาน”
“เ้านิวมันพาไปดูสนามไดรฟ์กอล์ฟแถวปทุมแล้วพากันหลงทางนะสิ” อดีต รอง ผบ.ทบ.โทษลูกชาย
“คุณพ่อดูจีพีเอสผิดต่างหาก ผมก็ขับตามที่คุณพ่อบอก”
“ก็ถนนตัดใหม่หลายเส้นงงไปหมด เมื่อก่อนไม่เห็นเป็แบบนี้”
“นั่นมันสมัยไหนแล้วคุณ บอกให้เอาคนขับรถไปด้วยก็ไม่เชื่อ ไม่รู้มีความลับอะไรกันนักหนาสองคนพ่อลูก”
“ว่าแต่ยัยหนูที่อยู่หน้าเตาปิ้งย่างนั่นใคร แฟนเ้าไนซ์มันรึเห็นตัวติดกันไม่ห่าง” พลเอกวัย 72 ปีถามคู่ชีวิตพลางเขม้นตามองไปยังลูกชายคนเล็กที่ตามติดแม่ครัวสาวชนิดไม่ให้คลาดสายตา โดยมีไนกี้และปั๊บสนุกสนานกับการเป็ลูกมือคอยเติมอาหารสดบนเตาไม่ให้พร่อง
“จุ๊ๆ เบาๆ ค่ะคุณ ตอนนี้ยังไม่ใช่”
“อ้าว! คืออะไรครับคุณแม่” ผู้พันนิวขมวดคิ้ว
“นั่นติวเตอร์ของไนกี้ค่ะ แต่เหมือนจะมีซัมติงกับหมอไนซ์”
“บ๊ะ! เ้าหมอนี่มันร้าย!”
“อย่าเพิ่งแซวหมอไนซ์นะคุณ เดี๋ยวคุณครูใ” ข้าวรีบห้ามสามีไว้ก่อน
“ไนซ์ คุณพ่อมาแล้วลูก พาครูแอฟมารู้จักกันก่อน” ภรรยาของพลเอกวัยเกษียณะโเรียกลูกชายง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองให้วุ่นวาย
“สวยมาก เ้าไนซ์ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย”
“แม่เขาเป็นางเอกละครก็ต้องสวยเป็ธรรมดา ไอซ์ อิสรีย์ ไงคะคุณ”
“ที่แต่งงานกับนายตำรวจคนสนิทพลเอกพรรษิษฐ์มั้ย” สามีที่เกษียณมาหลายปีทบทวนความจำ
“ใช่คนที่เป็ข่าวใหญ่เื่ส่วยทางหลวงเมื่อหลายปีก่อนมั้ยครับคุณพ่อ”
“น่าจะไม่ผิดตัว ได้ข่าวว่าตอนนั้นวิ่งเต้นกันพอสมควรกว่าจะหลุด สุดท้ายลูกน้องก็รับเคราะห์แทน”
“โอ...แล้วตอนนี้?”
“คนมันเคย เห็นว่าปัจจุบันก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการเดิมๆ ไม่เลิกทั้งนายทั้งลูกน้อง”
“แต่ปีหน้าพลเอกนั่นก็เกษียณแล้วนี่”
“นั่นแหละ คราวนี้ปัญหาใหญ่เลยถ้าไม่มีคนหนุนหลัง”
“ก็อาจจะมีพวกนักการเมืองนักธุรกิจที่คอยส่งท่อน้ำเลี้ยงกันอยู่ ของอย่างนี้หนึ่งคนตายหลายคนเกิดผลประโยชน์ทั้งนั้นวนเวียนไปไม่จบไม่สิ้นหรอก”
“ตายแล้วไปเกี่ยวข้องกับคนแบบนี้ ตาไนซ์นะตาไนซ์ จะจีบสาวทั้งที...อย่างนี้เราควรจะเตือนลูกหน่อยมั้ยคะ” คุณหญิงศิรญารู้สึกเป็กังวลเมื่อทราบภูมิหลังของครอบครัวสาวที่ลูกชายหมายตา
“คงไม่มีอะไรหรอก เราค่อยๆ ดูกันไป”
***********************
“โอ๊ย! ไนกี้เหยียบเท้าแม่อีกแล้วนะ” นีรชาบ่นอุบเมื่อถูกลูกชายวัยรุ่นเหยียบเท้าเป็ครั้งที่ 3 ขณะฝึกเต้นลีลาศกันกลางห้องโถงกว้าง โดยมีคู่หลักอย่างทันตแพทย์ชยณัฐและคุณหญิงศิรญาเต้นเข้าขากันได้ดีไม่มีเสียเืเสียเนื้อ
“ใจเย็นๆ ค่อยๆ นับจังหวะ” ผู้พันนิวคอยกำกับลูกชายอยู่ไม่ห่าง ขณะที่ปั๊บเป็คนคุมเครื่องเสียงและคอยให้กำลังใจ
“เดี๋ยวเปลี่ยนตาปั๊บมาหัดด้วยนะ อยากเป็ผู้พิพากษาไม่ใช่เหรอเรา ไปหนูแอฟให้เกียรติเต้นรำเป็เพื่อนคนแก่หน่อยสักเพลง” พลเอกชยางกูรโค้งให้สาวรุ่นลูกด้วยท่าทางสมาร์ทสมศักดิ์ศรีอดีตนายทหารแห่งกองทัพบก
“เป็เกียรติมากค่ะคุณพ่อ” ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงจากที่เรียก ‘ท่าน’ ก็เปลี่ยนเป็ ‘คุณพ่อ’ ได้คล่องปาก
“ไนซ์เคยซ้อมเข้าคู่กับนางเอกหรือยัง”
“พุธหน้าครับ ผมถึงรีบซ้อมอยู่นี่แหละ” โกโบริทำหน้าปั้นยาก “ไม่รู้ว่ามือผมจะเอื้อมแตะถึงกลางหลังอังศุมาลินหรือเปล่า”
“บลูลี่นางเอกได้ยังไงลูกคนนี้”
“โธ่ คุณแม่ ผมอุตส่าห์คิดว่าจะได้เล่นคู่กับนางเอกสวยๆ แต่ที่ไหนได้…”
“น้องวิวก็สวย หมออคติ” แอฟรีบแย้ง
“สวยแบบส่งประกวดเวทีใหญ่จนต้องเสริมคานเหล็กเพิ่มนะสิ”
“ขนาดนั้นเชียว” ผู้เป็พ่อหัวเราะสมน้ำหน้าลูกชาย “หนูแอฟอย่าลืมส่งคลิปมาให้พวกเราดูนะ”
“ได้ที่ไหนล่ะพี่แอฟก็ต้องขึ้นเวทีแสดงด้วยเหมือนกัน”
“อ้าว งั้นก็ต้องซ้อมเต้นรำด้วยกันน่ะสิ”
“ไม่ต้องค่ะ แอฟรับบทแม่นางเอกแสดงไม่กี่ฉาก”
“นี่น้าไนซ์รับบทพระเอกละครตลกเหรอ”
“คอมมาดี้ต่างหาก”
“ละครเวทีน่าสนุกอยากเห็นจังให้คนนอกเข้าไปดูได้มั้ย” พี่สะใภ้ตาเป็ประกาย
“งานเลี้ยงภายใน คนนอกเข้าได้ที่ไหนเล่า แต่ผมก็อยากเห็นบทเข้าพระเข้านางเหมือนกันนะว่าจะฮา เอ้ย โรแมนติกแค่ไหน”
“ไม่มีใครสงสารผมเลย ผมเป็พระเอกละครเวทีครั้งแรกในชีวิตเลยนะ”
ทุกคนมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมา
“ทำไมพี่แอฟไม่เล่นบทเพื่อนนางเอกหรือบทที่ต้องแต่งตัวสวยๆ ล่ะ”
“อายุเกิน เขาเลยส่งบทแม่มาให้” อัปสราหัวเราะเสียงใส
“ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วหนู ขอโทษ”
“สามสิบเอ็ดค่ะ”
“มากกว่าตาไนซ์สองปีก็ไม่มาก”
“พี่แอฟหน้าเด็ก ไปกับพี่ปั๊บยังมีคนคิดว่าเป็สาวพี่ปั๊บเลย เสียดายสเปกพี่แอฟไม่กินเด็กไม่งั้นผมเข้าแถวรับบัตรคิวล่ะ”
“มากไปไนกี้ อายุเราเป็ลูกได้เลยนะ อย่าซ่าให้มาก” คุณย่าวัยชราขำความแก่แดดของหลานชายคนเดียว
“โธ่ คุณย่าเชยสะบัด แอฟ ทักษอรยังคบเด็กอายุห่างกันตั้งเยอะ อืม จริงด้วยสิเท่าผมกับพี่แอฟเลย” ไนกี้หัวเราะชอบใจ
“ไงหนู สนใจสมัครตำแหน่งหลานสะใภ้ไหม อนาคตมีสิทธิ์เป็คุณหญิงเชียวนะ”
อัปสรายิ้มกว้างพลางส่ายหน้าน้อยๆ “ไม่ไหวหรอกค่ะ เพิ่ง 15 ยังเรียนมอต้นอยู่เลยกว่าจะโตกว่าจะเรียนจบอีกตั้งหลายปี แอฟไม่ต้องส่งเรียนจนกระเป๋าฉีกเหรอคะ”
“ถ้าชอบแบบเรียนจบแล้วก็ต้องตำแหน่งลูกสะใภ้แล้วล่ะ” คุณหญิงศิรญาเปิดทางสะดวกเต็มที่
คุณนาย! นี่เร่ขายลูกชายยังกะรถผลไม้เลยนะ!