เถ้าแก่จินเดินมาส่งหลิงจือและตู้เหิงที่หน้าประตูก่อนจากกันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “แม่หนูผู้นั้น...เป็บุตรสาวตระกูลไหนรึเอ่อ...ตู้ฮูหยินพอจะบอกใบ้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
หลิงจือเม้มปากยิ้ม ในใจคิดว่า เถ้าแก่จินนี่หัวการค้าเสียจริงเรียกว่าเป็คนประเภทไม่เห็นกระต่าย ไม่ปล่อยเหยี่ยว[1]เธอไม่เอ่ยอะไร เพียงยิ้มและชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
เถ้าแก่จินแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าระรื่นทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตำบลผิงอันเป็ที่ตั้งของจวนคหบดีซูมิใช่หรือ? หากสามารถผูกสัมพันธ์กับตระกูลซูได้จริง เขาย่อมยินดียิ่ง
ระหว่างทางกลับ ตู้เหิงเอ่ยถามหลิงจือ“เ้าเป็คนบอกเองไม่ใช่หรือว่า ห้ามบอกเื่คนไข้ที่มารักษาใจกับคนภายนอก? ทำไมเมื่อครู่เ้าถึงได้ชี้ไปทางจวนคหบดีซูเล่า?”
หลิงจือเอ่ยยิ้มๆ “ข้อแรก เื่นี้สำเร็จลุล่วงไปได้ถึงแปดเก้าส่วนแล้วเปิดเผยให้เขาสบายใจหน่อยคงไม่เสียหาย ส่วนข้อสอง ข้าเพียงแค่ชี้เท่านั้นไม่ได้บอกว่าเป็ตระกูลซูเสียหน่อย!ทิศตะวันออกเฉียงใต้มีบ้านเรือนออกจะตั้งมากมาย?”
“ภรรยาเ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเื่นี้จะสำเร็จ?” ตู้เหิงคาดคั้นถาม“ถ้าเกิด...เถ้าแก่จินพบหน้าไป๋เสี่ยวโหลวแล้วไม่ถูกใจไม่ยอมรับเขาเป็บุตรบุญธรรมเล่า? อีกอย่างแม้ไป๋เสี่ยวโหลวจะกลายเป็บุตรบุญธรรมของเถ้าแก่จินแล้วก็ใช่ว่าคหบดีซูจะยอมยกลูกสาวให้เขาเสียหน่อย?”
หลิงจือพยักหน้าเอ่ย “ท่านหมอ สิ่งที่ท่านกังวลเป็ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้ก็จริงแต่สรรพสิ่งอยู่ที่การกระทำคนข้าจะทำให้ปัจจัยเ่าั้หันมายังทิศทางที่เราหวังให้ได้”
“อืม ภรรยาข้ายอดเยี่ยมยิ่งเช่นนี้ข้าคงไม่ต้องเป็กังวลแล้ว”
หลิงจือยกมือขึ้นบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่แยงแสบตาเอ่ยอย่างเกียจคร้าน “เื่วิ่งเต้นที่เหลือ ปล่อยให้ท่านจัดการก็แล้วกันส่วนข้าขอกลับไปนอนฟื้นฟูความสวยที่บ้านก่อน…”
“ได้ ลำบากภรรยาแล้วมีอะไรเชิญรับสั่งมาได้เลย” ตู้เหิงเอ่ยน้ำเสียงติดหัวเราะ
“ท่านช่วยไปแจ้งข่าวกับไป๋เสี่ยวโหลวที่หลีเซียงหยวนทีนะบอกเขาแค่พรุ่งนี้เช้าให้รีบมาที่เหลียนหลี่ถังก็พอ ส่วนเื่อื่นไม่ต้องบอก”หลิงจือกล่าว
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”ตู้เหิงเชื่อฟังอย่างดี หันหลังเดินจากไป
หลิงจือมองตามแผ่นหลังของตู้เหิงมุมปากปรากฏรอยยิ้มสายหนึ่งพาดผ่าน เธอเองก็อยากรู้ว่าอะไรกันที่ทำให้เธอนึกชอบหมอไร้อนาคตผู้นี้
ตู้เหิงมีจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์ยิ้มแย้มแจ่มใสมองโลกในแง่ดี รอบกายไม่มีรัศมีกลิ่นอายชั่วร้ายปฏิบัติต่อผู้อื่นก็ซื่อสัตย์จริงใจ บริสุทธิ์ผุดผ่องเสมือนไร้ซึ่งราคีแปดเปื้อน ในยุคปัจจุบันเธอพบเจอผู้คนมากมายที่มีจิตใจบิดเบี้ยวไป ด้วยเพราะไม่สมหวังในสิ่งต่างๆ ที่ตัวเอง้าการระบายความในใจของพวกเขาก็เหมือนกับการโยนสิ่งปฏิกูลทิ้งตัวเธอก็กลายเป็เหมือนถังขยะ นานวันเข้า เธอเองก็ชักจะทนรับไม่ไหวเหมือนกัน
ผู้ชายที่ใสซื่อบริสุทธิ์เช่นตู้เหิงเธอเองก็เพิ่งจะเคยพบเห็นเป็ครั้งแรก ยามได้อยู่กับเขา เธอรู้สึกราวกับาแในใจได้รับการเยียวยารู้สึกผ่อนคลายสบายใจเป็พิเศษ รอยยิ้มของเขาเหมือนดั่งแสงอาทิตย์อันอบอุ่นที่สาดส่องเข้ามาให้หัวใจเธออบอุ่นหลอมละลาย...
เช้าตรู่วันถัดมาไป๋เสี่ยวโหลวมาที่เหลียนหลี่ถังตามนัด หลิงจือเล่าเื่การขอเถ้าแก่จินเป็พ่อบุญธรรมให้เขาฟัง
ไป๋เสี่ยวโหลวตอนแรกยังคงลังเลอยู่บ้างเขาขมวดคิ้ว เอ่ยสีหน้าแดงเล็กน้อย “พวกเ้าทุ่มเทถึงเพียงนี้เพียงเพื่อให้ข้าได้เปลี่ยนเป็คนใหม่...แต่...แต่ถึงแม้ข้าจะได้เป็บุตรบุญธรรมของเถ้าแก่จินแล้วตัวข้าไป๋เสี่ยวโหลวก็ยังคงเป็ไป๋เสี่ยวโหลว...ข้าไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับจากท่านคหบดีซู...นี่...มันเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย…”
“งั้นท่านร้องงิ้วที่หลีเซียงหยวนชั่วชีวิตเรียกว่ามีศักดิ์ศรีหรือ?” หลิงจือเลิกคิ้วถาม
ไป๋เสี่ยวโหลวชะงักสักพักจึงเอ่ยหน้าดำหน้าแดง “ร้องงิ้ว...แล้วอย่างไร? ก็นั่นเป็ความสามารถของข้า”
หลิงจือหัวเราะตอบ “ท่านไป๋ข้าไม่ได้จะดูถูกอาชีพท่านนะ ข้าเองก็ไม่ได้คิดลบอะไรต่อการเล่นงิ้วหรอกแต่นักแสดงงิ้วเป็ อาชีพ 9 สาขาล่าง คำพูดนี้ท่านก็เคยพูดเอง ท่านย่อมรู้ดีว่าด้วยสถานะของท่านตอนนี้ คงไม่มีทางที่คหบดีซูจะยอมรับ ที่ข้าทำเช่นนี้เพียงเพื่อ้ามอบโอกาสให้ท่าน แม้ในนามท่านจะเป็บุตรบุญธรรมของเถ้าแก่จินแต่ในความเป็จริงคือไปทำงานให้กับร้านแลกเงิน ‘เหิงไท่’เถ้าแก่จินจะมอบหมายหน้าที่ให้ท่าน ส่วนจะทำได้ดีหรือไม่นั้นคงต้องพึ่งความสามารถของตัวท่านเอง นี่ท่านไม่แม้แต่จะมีความกล้าลองดูสักตั้งเลยหรือ?”
ตู้เหิงมองออกว่าหลิงจือพูดกระตุ้นเขาอยู่จึงช่วยเอ่ยสำทับ “ท่านปากก็พูดว่ารักคุณหนูซูนักหนาแต่แค่เปลี่ยนตัวเองเพื่อนางก็ยังทำไม่ได้ นี่ต่างหากที่เรียกว่าเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย!”
หลิงจือลอบยิ้ม——สามีเธอเริ่มมีพัฒนาการแล้ว
ห้วงความคิดของไป๋เสี่ยวโหลวยามนี้ปรากฏภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาราวกับดอกสาลี่เปื้อนหยาดน้ำฝนของซูเมิ่งเสวี่ยทำเอาอดใจสั่นไหวไม่ได้ เขากัดฟันเอ่ย “ได้ ข้าจะฟังพวกเ้า!”
หลิงจือและตู้เหิงสบตายิ้มให้กัน
หลิงจือเอ่ยกำชับต่อ“เดี๋ยวตอนพบหน้าเถ้าแก่จิน ไม่ว่าเขาจะมอบหน้าที่อะไรให้ ท่านต้องตอบรับอย่างยินดีนะห้ามแสดงท่าทีไม่ยินยอมแม้แต่นิดเดียว ท่านจำได้ใช่ไหม?”
ไป๋เสี่ยวโหลวพยักหน้า
หลิงจือพูดอีก “หากเขาบอกจะให้ท่านสืบทอดกิจการต่อท่านต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน ว่าท่านเป็เพียงแค่บุตรบุญธรรมไม่ได้คิดหวังฮุบสมบัติของเขา”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว!”ไป๋เสี่ยวโหลวเอ่ยน้ำเสียงเดือดดาล “สมบัติเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า ถ้าไม่ใช่เพื่อคุณหนูซู…ข้าไม่คิดนับเขาเป็พ่อบุญธรรมหรอกแล้วข้าจะไปหวังสมบัติเขาไปทำไมกัน?”
หลิงจือยิ้มบาง เอ่ย “ท่านไป๋เราเชื่อคำพูดท่าน แต่เถ้าแก่จินเป็คนทำการค้าพวกพ่อค้ามักจะเลี่ยงเื่มองผลประโยชน์ยาก หรืออาจเป็ข้าที่คิดมากไปเองแต่อย่างไรเสีย เพื่อความปลอดภัย เราควรพึงระวังไว้ก่อน”
“ใช่แล้ว เถ้าแก่จินไม่รู้จักท่านมาก่อนเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านเป็คนแบบไหน? ภรรยาข้าแค่คิดการรอบคอบจึงเอ่ยเตือนท่านไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด!” ตู้เหิงช่วยพูดอีกแรง
“ได้ ข้าจะฟังพวกเ้าทุกอย่าง…”
บรรยากาศตอนเถ้าแก่จินพบกับไป๋เสี่ยวโหลวนั้นเป็ไปโดยราบรื่นแต่หลิงจือมองออกว่า เขายังมีความเคลือบแคลงใจในตัวชายหนุ่มอยู่ทว่าไป๋เสี่ยวโหลวไม่ใช่คนโง่ ทั้งยังได้คำชี้แนะจากหลิงจือจึงระมัดระวังทุกกระเบียดนิ้วเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้เถ้าแก่จินไว้วางใจได้ไม่ยาก
เถ้าแก่จินดีดลูกคิดคำนวณในใจรับบุตรบุญธรรมสักคนเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร กลับกัน ไป๋เสี่ยวโหลวผู้นี้บุคลิกองอาจงามสง่ากิริยาคำพูดก็มองออกว่าเป็คนฉลาดหลักแหลม หากให้มาช่วยงานที่ร้านแลกเงินคงเป็ผู้ช่วยฝีมือดีทีเดียว และหากเขาได้เป็บุตรเขยตระกูลคหบดีซูเข้าจริงๆนั่นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
ด้วยเหตุนี้ในวันนั้นเองไป๋เสี่ยวโหลวจึงได้ยกน้ำชาเคารพเถ้าแก่จินเป็พ่อ บุญธรรมส่วนเถ้าแก่จินก็มอบตำแหน่งหน้าที่ในร้านแลกเงินให้กับเขา
เย็นวันเดียวกันตู้เหิงทำตามคำบอกของหลิงจือ เดินออกมารับลมที่ศาลาเล็กๆ แห่งหนึ่งในตำบล ศาลานี้สภาพไม่ได้น่ามองนักแต่ก็เป็แหล่งรวมข่าวสารของตำบลผิงอันผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนกำลังเล่นหมากรุกอยู่ในศาลา ส่วนท่านยายจางป้าหลี่กำลังนั่งจับกลุ่มคุยเื่สัพเพเหระอยู่ด้านนอก
เพราะตู้เหิงต้องดูแลพวกนางอยู่บ่อยๆจึงเคยมาเดินเล่นที่นี่อยู่บ้าง นิสัยอบอุ่นอ่อนโยนของเขาเข้ากันกับผู้หญิงได้เป็อย่างดี ทุกคนต่างพูดคุยยิ้มแย้มไม่ได้หลีกเลี่ยงเขาแต่อย่างใด
แต่ครั้งนี้ตู้เหิงมาพร้อมกับข่าวใหญ่...
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก#ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #เรือนหอมหมื่นลี้#readAwrite ด้วยน้า
[1]ไม่เห็นกระต่ายไม่ปล่อยเหยี่ยว(不见兔子不撒鹰) หมายถึง ลงมือเมื่อเห็นเป้าหมายชัดเจนเท่านั้น