Chapter 15
วอยด์ชายผู้เป็ตัวโชคร้ายเเละผู้เป็ต้นตอของภัยพิบัติ
หากดาวออสวอลล์ไม่ถูกทำลายเเละยังคงมีมนุษย์หลงเหลืออยู่ฉายาตัวโชคร้ายเเละต้นตอของภัยพิบัติก็คงเป็ของใครไปไม่ได้นอกจากวอยด์ซึ่งเเน่ล่ะ ไม่มีใครหรอกที่้าคำกล่าวถึงในทำนองนี้
วอยด์เป็ประชากรของดาวออสวอลล์ดาวเคราะห์ที่มีหมอกพิษปกคลุมไปทั่วเมืองอย่างที่อิกซ์ ฟีนิกซ์อัญเชิญเคยกล่าวไว้วอยด์เคยอยู่ในฝั่งของผู้ที่ไม่เห็นด้วยในการพังโดมลงมาก่อนเเต่ก่อนที่เขาจะกลายเป็วอยด์ ผู้นำทางฝั่งของผู้ต่อต้านนั้นได้เกิดเื่มากมายที่ทำให้เขาเปลี่ยนเเปลงความคิดไป
ไม่สิอันนี้จริงตั้งเเต่ที่วอยด์ถือกำเนิดขึ้นมา เขายังไม่เคยได้เลือกอะไรเลยด้วยซ้ำ
เื่ทั้งหมดเริ่มต้นจากชายหญิงคู่หนึ่งฝั่งของผู้ชายนั้นมีนามว่าพอล เขาเป็ประชากรในฝั่งของผู้ต่อต้านที่้าจะทำลายโดมทิ้งทว่าฝั่งของผู้หญิงที่มีนามว่าเลย์ล่านั้น กลับอยู่ในฝั่งที่้าให้โดมซึ่งปกป้องชาวเมืองจากหมอกพิษคงอยู่ตามเดิม
ทั้งสองคนพบกันได้พบกันครั้งเเรกเมื่อตอนเข้าร่วมพิธีทางศาสนาเพราะฝั่งของผู้ต่อต้านที่เป็ส่วนน้อยค่อนข้างที่จะต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนพอลจึงต้องเเฝงตัวเข้าไปร่วมพิธีทางศาสนา เป็เื่ปกติมากในการเเฝงตัวเข้าไป
เเต่ในครั้งนั้นเขาได้ตกหลุมรักหญิงสาวหน้าตาสะสวยซึ่งมาเข้าร่วมพิธีคนหนึ่งนามว่าเลย์ล่า ทั้งสองได้รู้จักกันเเละพูดคุยทำความรู้จักกันอย่างสนุกสนานทั้งสองได้นัดพบกันหลายครั้งเเละอีกหลายที่อย่างลับๆทั้งสองปิดบังความลับที่ตนเป็ประชากรของฝั่งไหนต่อกันเเละกันเอาไว้เพราะเื่นั้นถือเป็เื่ที่ค่อนข้างสร้างความเเตกเเยกทางสังคมไม่ต่างจากการที่กำลังพัฒนาความสัมพันธ์เเล้วถามเื่การเมืองหรือศาสนาหากไปด้วยกันได้ก็ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเื่พวกนี้อีก เเต่หากไปด้วยกันไม่ได้ก็เปรียบกับดาบสองคมที่รอจะเฉือดเฉือนความสัมพันธ์นั้นทิ้ง เพราะเหตุนี้ทั้งคู่จึงไม่พูดถึงเื่นี้ ทั้งกับครอบครัวเเละอีกฝ่าย
จนในที่สุดทั้งสองก็ตกลงปลงใจที่จะคบกันเวลาใน่นั้นผ่านไปอย่างสวยหรูเเละราบรื่นเเม้ว่าในตอนกลางคืนฝ่ายชายจะต้องเเอบออกไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของผู้ต่อต้านโดยฝั่งของเเฟนสาวก็ทำในสิ่งที่คล้ายๆกัน
เเละเเล้วเวลาก็ได้ผ่านไปทั้งสองตัดสินใจที่จะครองรักเเละสร้างพันธะสัญญาที่ดีต่อกันเเละกันด้วยการเเเต่งงานเเละจดทะเบียนสมรส
“ฝ่ายชายท่านจะรับเ้าสาวเป็ภรรยาเเละดูเเลปกป้องเธอเป็อย่างดีจนเเก่เฒ่าหรือไม่”
บาทหลวงกล่าวด้วยเสียงราบเรียบในโบสถ์ที่ไร้ซึ่งผู้คนเเละการตกเเต่งธรรมดาๆไม่ใช่ว่าพวกเขานั้นไม่มีงบหรือเงินในการจัดงานเเต่งงานอันหรูหรา เเต่ทั้งสองเห็นพ้องกันโดยไม่จำเป็ต้องพูดออกมาว่าหากให้ครอบครัวหลายๆฝ่ายมาพบกันในงานอาจจะเกิดเื่ยุ่งวุ่นวายขึ้นมาซึ่งไม่น่าจะเป็ผลดี เเต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ไม่คิดจะเคลียร์เื่การเเบ่งฝักฝ่ายโดยการบอกความจริงออกไป
อย่างที่ว่าเอาไว้สำหรับดาวออสวอลล์นั้น การเเบ่งพรรคเเบ่งพวกเเบบนี้ถือเป็เื่ที่ค่อนข้างใหญ่เเล้วก็เคร่งพอสมควรไม่ต่างจากเื่ต้องห้ามเลยสำหรับการถามคำถามเื่พวกนี้อาจจะฟังดูเป็เื่เล็ก เเต่สำหรับพวกเขาเเล้วนั้นนี่ยิ่งเสียกว่าเื่คอขาดบาดตายเสียอีก
เเต่ถึงเเม้สถานที่จะเป็ยังไง ฟิลเตอร์ความรักสีชมพูก็ทำให้ทุกอย่างนั้นดูดีไปหมด
“เเล้วฝ่ายเ้าสาวท่านจะดูเเลเเละใช้ชีวิตร่วมกับเ้าบ่าวอย่างมีความสุขจนเเก่เฒ่าเช่นเดียวกันหรือไม่”
เมื่อบาทหลวงกล่าวจบฝั่งของเ้าสาวก็พยักหน้าเฉกเช่นเดียวกัน เเล้วก็ตามพิธีการทั้งสองจุมพิตกันโดยไร้ซึ่งความยินดีจากคนรอบข้างที่ทั้งคู่ไม่เคยคิดที่จะ้าเเล้วทั้งสองก็ได้เป็สามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมายกฏหมายนั้นไม่ได้ให้ระบุว่าอยู่ฝักฝ่ายไหนหรือสั่งห้ามอะไรจึงยังไม่มีใครรับรู้
เเต่่เวลาเเห่งความยินดีก็ไม่ได้เกิดขึ้นนานนักทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงโดยไม่เกี่ยวกับความรักเเละนิสัยดั้งเดิมของสองสามีภรรยาเเต่ถือกำเนิดเพราะเด็กชายคนหนึ่ง
ทั้งคู่ให้กำเนิดลูกชายคนหนึ่งเเละตั้งชื่อว่า ‘วอยด์’
ในตอนเด็กนั้นวอยด์ได้อาศัยอยู่กับพ่อเเละเเม่อย่างมีความสุข ได้เรียนหนังสือ ได้กินอาหารอร่อยๆได้เที่ยวเล่นเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆในวัยเดียวกันจนกระทั่งปากที่พูดทุกอย่างออกมาตามสิ่งที่คิดเห็นหรือได้ยินตามประสาเด็กอันใสซื่อนั้นก่อให้เกิดเื่วุ่นวายมากที่สุด
เื่ในวันนั้นฉนวนเเห่งความบาดหมางเเละฉายาของวอยด์ที่ไม่มีใครลืม โดยเฉพาะตัวของเขาเอง
“ดูนี่สิหลานใครน่ารักเสียจริง เเล้วนี่ทำไมคุณพ่อไม่มาด้วยล่ะ”
ยายของวอยด์นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูเนื่องจากเเม่ของวอย์นั้นไม่้าบอกเื่จริงให้รู้หรือเสี่ยงทำลายความสัมพันธ์ลงไปจึงเตรียมจะตอบเเทนลูกของตนเเต่กลับไม่ทันการ วอยด์ตอบด้วยน้ำเสียงใสซื่อดังฟังชัดความจริงที่เอ่ยออกมานั้นทำรอบข้างถึงกับนิ่งค้างไป รวมไปถึงเลย์ล่าเเม่ของวอยด์ด้วย
“คุณพ่อจะไปคุยเื่เเผนการบุกรุกเข้าศูนย์บัญชาการครับน่าจะเป็เกมที่สนุกมากเเน่ๆเลย คุณพ่อบอกว่าห้ามบอกใครเเต่กับคุณยายเเล้ว คุณพ่อน่าจะไม่มีปัญหาใช่ไหมครับคุณเเม่”
“อ…อ่า ใช่จ้ะ”
เสียงของเลย์ล่านั้นตะกุกตะกักขึ้นมาเล็กน้อย
วอยด์ในตอนเด็กไม่ได้รู้เลยว่าตนทำอะไรลงไปเขาถูกพาให้มานั่งเล่นอยู่กับญาติคนหนึ่งทันทีที่ทุกคนได้ยินอย่างนั้น
บรรยากาศทวีคูณความอึดอัดขึ้นข้างห้องที่วอยด์กำลังยืนอยู่นั้นมีเลย์ล่าผู้เป็เเม่กำลังโต้เถียงอยู่กับเเม่ของเธอเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินมาจากวอยด์
"เเกเเต่งงานกับคนฝั่งต่อต้านงั้นรึบ้าไปเเล้วหรือไง! เเถมคลอดลูกที่มีเืเลวๆครึ่งนึงอีก"
นิสัยของคุณยายเเสนใจดีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตามที่ได้ยินอย่างนั้นเเต่ก็คงไม่เเปลกเพราะตระกูลของเธอค่อนข้างเป็ปรปักษ์กับฝั่งผู้ต่อต้านเเละรังเกียจเอาเสียมากๆ เเละนั้นก็คือเหตุผลที่เธอไม่ได้ถามพอลพ่อของวอยด์ด้วยว่าเขานั้นเข้าข้างกับฝ่ายไหน เพราะเธอรักพอลด้วยใจจริงเเละคงทำตัวไม่ถูกหากอีกฝ่ายเป็ผู้ต่อต้าน
เเละสิ่งที่เธอคิดไว้ก็เป็ความจริงจนได้เเม้ว่าเธอจะไม่ได้้าก็ตาม
"หนู...หนูไม่รู้จริงๆ หนูจะไปถามพอล เขาต้องมีคำอธิบายได้เเน่ๆ"
เเววตาดูลนลานการกระทำดูรีบลนเเละสับสน ความกังวลเเละกดดันหล่อหลอมให้เลย์ล่าเปลี่ยนไป
"ไม่สิหนูเชื่อว่าวอยด์จะต้องพูดโกหก พอลไม่ใช่คนจากฝ่านต่อต้านค่ะ ไม่มีทาง”
เธอพยายามกล่อมว่าตนนั้นไม่ผิดลูกชายของเธอต่างหากที่พูดมั่วความรู้สึกผหิดชอบชั่วดีของคนเป็เเม่ในตอนนี้ไม่มีอีกเเล้ว เธอตอบอย่างมั่นใจ
“ใช่วอยด์โกหกค่ะคุณเเม่ เด็กนั่นดีเเต่โกหกอยู่เเล้วค่ะ เื่นั้นไม่มีทาง"
เเววตาของเลย์ล่านั่นไม่เหลือเเววตาของคนเป็เเม่อีกต่อไปเเล้วเหลือเเค่เพียงความรักเเละหลงในั์ตาคำพูดที่พ่นออกมานั่นเป็เื่โกหกทุกอย่าง เเต่ก็หาได้สนใจไม่
การโต้เถียงของสองเเม่ลูกกินเวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เนื้อความส่วนใหญ่เป็การโทษวอยด์ทั้งที่เขานั้นไม่ได้มีความผิดเลยเเม้เเต่นิดเดียวราวกับโชคชะตากลั่นเเกล้งเเค่ประโยคเดียวในตอนนั้นทำให้ฝั่งเครือญาติของเลย์ล่าที่เอ็นดูวอยด์มาตลอดนั้น ทำตัวรังเกียจวอยด์ไปโดยปริยาย
เเต่เื่ไม่ได้จบเพียงเเค่นั้น ในคืนวันนั้นเกิดการทะเลาะของสองสามีภรรยาอย่างหนักฝั่งเลย์ล่าที่บอกว่าเธอไม่สนใจ ขอเเค่ได้อยู่กับผู้เป็สามีก็พอ
เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดกับฝั่งของพอลที่ไม่คิดว่าภรรยาของตนจะมีเเนวคิดเเละอยู่คนละฝักฝ่ายกับตนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ให้สัญญาว่าจะรักกันจนเเก่เฒ่านั้นบางราวกับเเก้วที่มีวอยด์ซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดทำลายจนเเหลกละเอียดไม่เป็ชิ้นดี
ในตอนนั้นวอยด์หลับอยู่จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเเต่เื่นับจากคืนนั้นไม่มีทางที่วอยด์จะลืมเลือนได้เลย
“เเม่?...”
“ตื่นเเล้วเหรอจ้ะว..วอยด์ใช่ไหม”
เเม้เสียงที่วอยด์ได้ยินเสียงเเรกจะเป็เสียงของผู้หญิงเเต่ก็ไม่ใช่เสียงของผู้เป็เเม่ เเละเมื่อลุกขึ้นรอบข้างก็ไม่ใช่ห้องนอนของเขาเหมือนเดิม
“เเล้วคุณเเม่กับคุณพ่อของผมล่ะครับ”
คำถามเเรกที่วอยด์ทำนั้นเเปรเปลี่ยนให้สีหน้าของหญิงวัยกลางคนคนนั้นกลายเป็สีหน้าลำบากใจเธอกระแอ่มเล็กน้อย ก่อนจะเล่าความจริงให้กับวอยด์ฟังว่าเขาถูกอุ้มมานอนอยู่ตรงหน้าประตูของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะเธอกลัววอยด์จะเป็หวัดเลยรับมาดูเเล
“เเต่ดูจากสถาณการณ์เเล้วหนูคงจะไม่มีที่ไปเเล้วสินะ”
สีหน้าของหญิงวัยกลางคน คนนั้นเปลี่ยนเป็ความสงสารถึงจะรู้ว่าการพูดเเบบนี้จะทำให้เด็กะเืใจเเต่ก็ดีกว่าการโกหกออกไปว่าไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น
ความจริงนั้นทำให้วอยด์รู้สึกะเืใจพอสมควรวอยด์ในตอนนั้นไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้คำศัพท์พวกนี้
พ่อกับเเม่หนีไปงั้นเหรอ ทิ้งเขาเอาไว้งั้นเหรอความคิดในหัวกำลังตบตีกันอย่างบ้าระห่ำ กว่าจะสงบสติอารมณ์เเละปรับตัวได้นั้นข่าวลือของวอย์ดฺก็เเพร่กระจายเป็วงกว้างในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
ข่าวลือที่มีที่มาที่ไปเป็ปริศนาลือกันปากต่อปากว่าวอยด์เป็คนที่ทำให้พ่อของเขาเเละเเม่ของเขาเเยกทางกัน ที่สำคัญยังมีเืของผู้ต่อต้านอีกด้วยถึงจะเรียกว่าสายเืของผู้ต่อต้านเเต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษไปเหนือกว่านั้นเปรียบเหมือนกับคำเหยียดหยามเเละดูถูก
ไปอาศัยกับฝั่งต่อต้านก็โดนตราหน้าว่ามีเืศัตรูครึ่งหนึ่งหรือหากอยู่ที่นี่ก็จะโดนอย่างที่วอยด์นั้นโดยอยู่ตอนนี้เขาโดนกีดกัดจากทั้งเพื่อนในศูนย์เด็กกำพร้าด้วยกัน
ในตอนนั้นวอยด์โดนเเม้กระทั่งผู้ดูเเลสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าผลักไสหลังจากได้ยินข่าวลือ เเต่การที่โดนผู้ดูเเลสถานรับเลี้ยงทำเเบบนั้นเเล้วก็เเทบไม่ต่างจากการโดนทั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหันหน้าหนี
ข้าวที่น้อยเเถมยังเรียกได้ไม่เต็มปากว่าเป็อาหารที่อร่อยการโดนรังเเกที่ได้รับทั้งร่างกายเเละจิตใจโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่คนใดมาห้ามการดูเเลเเละให้ที่อยู่อันคับเเคบซึ่งรับเลี้ยงไว้เเค่ไม่ให้เสียชีวิตจนเป็ข่าวนั้นคือสิ่งที่วอยด์ได้รับมาใน่นี้เขาอาศัยอยู่วอยด์สะสมความโกรธเเค้นเ่าั้ไว้จนกระทั่งโตขึ้นเขาเคียดเเค้นพ่อเเละเเม่ที่ทิ้งไป เคียดเเค้นคนในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านั้นเกลียดการโดนตราหน้าเเค่เพราะตนนั้นมีพ่อเเละเเม่ที่อยู่คนละฝักฝ่ายเขา้าที่จะทำลายทุกสิ่งอย่าง หวังจะให้ความอึดอัดใจนั้นลดลง
เเต่ความเคียดเเค้นเเละ้าจะเเก้เเค้นนั้นก็ถูกหยุดเอาไว้ชั่วคณะเมื่อหลังจากที่วอยด์ใช้ชีวิคอย่างอดอยากไปวันๆหลังออกจากสถาณรับเลี้ยงได้พลังเวทมนตร์
ตอนเเรกวอยด์อยากจะใช้พลังที่ได้รับไปกับการเเก้เเค้นในทันทีเเต่ในตอนนี้คงจะไม่เหมาะวอยด์เลือกที่จะใช้พลังนี้ในการหาเงินเเละขัดเกลาพลังตัวเองไปก่อนเพื่อไม่ให้เกิดเื่อะไรมาเเว้งกัดตนเอง
วอยด์ขัดเกลาความสามารถของตัวเองโดยที่ไม่รู้เลยว่าอาร์ติเเฟคชิ้นนั้นมีคุณสมบัติเเฝงคืออะไรเเละทำไมเขาถึงได้มัน เพราะในตอนนั้นวอยด์ยังไม่รู้ว่าอาร์ติเเฟคจะได้มาจากการที่สืบทอดผ่านทางสายเืเท่านั้นเลยไม่ได้คิดอะไรเเละดูเหมือนว่าอาร์ติเเฟคชิ้นนั้นจะไม่ได้มาจากการสืบทอดธรรมดาด้วย
วอยด์พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเเละรวดเร็วเพราะวอยด์รู้ได้โดยบังเอิญว่าอาร์ติเเฟคของเขานั้นสามารถสำเเดงความสามารถออกมาได้เต็มที่ที่สุดเมื่อมีความรู้สึกที่เคียดเเค้นเเละอยากจะทำลายอยู่เปี่ยมล้น
เขาใช้ชีวิตอยู่โดยจมปลักอยู่กับสิ่งเ่าั้จนในที่สุดเขาก็พร้อมที่จะเเก้เเค้นเสียที เเต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรเ่าั้คนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกก็ปรากฏตัวขึ้น พอล พ่อของวอยด์นั่นเองเขาเดินเข้ามาเเละเล่าเื่ทุกอย่างเพื่อให้ดูน่าสงสารที่สุดเเก่วอยด์เล่าว่าหลังจากทิ้งเขาไว้วันนั้นก็ไม่มีคืนที่นอนหลับได้อย่างมีความสุขอีกหลังจากตอนนั้น เลย์ล่าก็ตามติดกับเขาราวกับโรคจิต ทั้งที่ตนไม่ได้้านิสัยของเธอเปลี่ยนไปมาก เอาเเต่โทษวอยด์ว่าทุกอย่างเป็ความผิดของเขาเพราะอย่างนั้นเขาจึงหย่าเเละใช้เวลาจับการหลายๆอย่างเเต่พอไปหาที่สถานรับเลี้ยงก็ไม่เจอเสียเเล้ว สืบเสาะหามาเรื่อยๆจนในที่สุดก็พบเขาจึงมารับวอยด์ให้ไปอยู่ด้วยกัน อยู่กับฝั่งของผู้ต่อต้านเขารับรองว่าหากทำผลงานที่ดีให้กับทางฝั่งนั้นได้เื่สายเืก็ไม่มีอะไรที่เป็ปัญหาซึ่งดูจากฝีมือของวอยด์เเล้วเเถมยังเป็นักเวทอีกการสร้างผลงานคงไม่ใช่เื่ยากเย็น
พอลพูดเเบบนั้นหลังจากที่เฝ้าสังเกตุวอยด์ที่พยายามเเย่งชิงอาหารค่ำด้วยการปล้นชิงถึงจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เเต่คำคำนั้นไม่มีผลกับเขาอีกต่อไปเเล้ว
สิ่งที่พอลผู้เป็พ่อของวอยด์นั่นพรั่ฃพรูออกมาเป็เื่โกหกความจริงเเล้ว เขาเเค่้าพลังของวอยด์เท่านั้น การอาศัยอยู่ด้วยกันน่ะเหรอน่าขำสิ้นดี เพียงเพราะรางวัลที่จะได้รับจากการเเนะนำเเนวร่วมเก่งๆเท่านั้นล่ะจึงมาสอดส่องวอยด์เอาไว้ นั่นคืออีกครั้งที่เขาโดนหักหลังเเม้จะรู้หลังจากเวลาผ่านมานานเเล้วก็ตามที
วอยด์ได้เข้าร่วมกับกองทัพในฐานะของผู้นำทางฉายาที่ได้รับมาจากเื่เเต่งที่พ่อของเขาเป็คนเเต่งขึ้นมาว่าวอยด์นั้นเปลี่ยนข้างมาอยู่ฝั่งของผู้ต่อต้านที่เป็ผู้นำทาง
เพราะพลังของวอยด์หลักๆคือการสร้างเเบล็คโฮลไปไหนมาไหนหรือสอดส่องอะไรก็ได้นั่นเองซึ่งเเน่นอนว่าฉายาตัวโชคร้ายเเละต้นตอของเื่เเย่ๆก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เเต่ฉายาผู้นำทางก็ทำให้เขาเริ่มใจชื้นขึ้นมาโดยไร้ซึ่งการใส่ใจเกี่ยวกับเื่เ่าั้
เื่ราวดำเนินต่อไปเรื่อยๆตามที่อิกซ์เคยเล่าให้ไมเคิลฟังเกี่ยวกับเเผ่นการบุกเข้าไปในศูนย์บัญชาการเพียงเเต่ในเื่ราวที่เคยเล่าก่อนจะถึงจุดจบของออสวอลล์นั้นมีความจริงที่บิดเบือนไปหนึ่งอย่าง
วอยด์ถูกหักหลังโดยเหล่าคนที่บุกเข้าไปด้วยกันที่วอยด์เสียสละตนเองทำลายเเผงควบคุมตามที่อิกซ์บอกนั้นเป็เื่ที่เล่าต่อกันอีกทีนึงซึ่งโกหกทั้งเพ
"หนีก่อนเร็ว!!"
คาฟลันกล่าวเเล้วใช้ดาบตวัดปัดป้องการโจมตี
"เดี๋ยวเเผงควบคุมอยู่ตรงหน้าเเล้วนะเว้ย จะถอยดื้อๆอย่างงี้ก็ได้รึไง!"
คาฟลันะโเถียงใช้หมัดศอกโจมตีหุ่นยนต์ที่ตรงดิ่งเข้ามาจะทำร้ายพวกตน
เเววตาเเละน้ำเสียงกราดเกรี้ยว เพราะหากถอนตอนนี้สิ่งที่พวกตนอดทนอดกลั้นมาเกือบสัปดาห์จะต้องศูนย์เปล่า
"เเต่ว่าเราก็จะไม่รอดเเล้ว!เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะค่อยบุกมาใหม่ก็ไม่สาย ถอยเร็ว!!"
เสียงทั้งห้าคนถกเถียงกันระหว่างพยายามปัดป้องการโจมตีโดบมีวอยด์คอยใช้เเบล็คโฮลเคลื่อยย้ายก้อนหินอยู่เเนวหลังเขาคิดเห็นเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ว่าให้ถอยก่อนเเต่คนส่วนน้อยอย่างคาฟลันนั้นไม่เห็นด้วย
ปึก..
“ถ่วงเวลาให้หน่อยนะอย่าถือโทษกันเลย โทษที่นายมีประโยชน์น้อยที่สุดในตอนนี้เเล้วกัน”
เขาโดนผลักจากข้างหลังเเละพูดไล่หลังโดยคาฟลันที่ใช้เท้าถีบเขาจนพุ่งไปกลางห้อง ก่อนที่ประตูห้องบัญชาการนั้นจะปิดลงทั้งหมดวิ่งหนีออกไปโดยทิ้งเขาเอาไว้โดยมีคาฟลันนำทุกอย่าง
นี่เขาโดนหักหลังอีกเเล้วใช่ไหม
ทำไมอะไรที่เกิดขึ้นเเละจบลงด้วยดีมักไม่มีเขาอยู่ในนั้นวอยด์คิด โชคชะตาที่เล่นตลกทำให้เขาไม่สนใจอะไรต่อไปอีก อิจฉางั้นเหรอ ไม่...ในตอนนี้เขา้าเพียงเเค่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเเละดับสูญไปเท่านั้นเพื่อให้โชคชะตาที่ไม่เคยสนใจในตัวเขาสลายหายไปพร้อมกับชีวิตที่ไม่มีความปรารถนาจะก้าวต่อไป
นั่นคือส่วนที่บิดเบือนไปการฝืนใช้พลังเฮือกสุดท้ายทำลายทั่วทั้งบริเวณทำให้เเผงควบคุมเสียหาย
ก่อนจะเกิดเื่อันเป็จุดจบของดาวออสวอลล์เเละจุดจบของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในดางดวงนั้น
ทั้งที่ควรจะเป็เเบบนั้นเเต่นอกจากอิกซ์ที่อาศัยอยู่ในดางดวงนั้นซึ่งสามารถฟื้นคืนจากเถ้าถ่านเเล้วยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ตายคนที่้าที่จะจบสิ้นชีวิตของตนเองเสียเเต่กลับไปเป็ผล
อาร์ติเเฟคคุ้มครองเขาเอาไว้จากการโดนสิ่งปลูกสร้างทับ
ให้ตายสิขนาดจะตายเขายังโดนขัดขวางเลย โชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาอีกเเค่ไหนกันนะ
น้ำตาของวอยด์นั้นไหลออกมาไม่หยุดพรั่งพรูอออกมาพร้อมกับความเจ็บใจ ความเคียดเเค้น เเละที่มีมากที่สุดในตอนนี้คือความสับสนในตัวเอง เป็เพราะคนที่เขา้าจะเเก้เเค้นนั้นตายไปหมดเเล้วดูจากซากปะรักหักพังเเละหมอกพิษก็คงจะเดาได้ไม่ยาก
ความเคียดเเค้นคนอื่นเริ่มลามเป็ความโกรธเเค้นต่อทุกสิ่งทุกอย่างอยากจะทำลาย เขาเคยทำลายดาวๆนี้ไปเเล้วการทำลายทุกสิ่งทุกอย่างคงจะไม่ใช่เื่ยาก ความเคียดเเค้นเข้าครอบงำส่งผลให้ความรุนเเรงของอาร์ติเเฟคนั้นมหาศาลยิ่งขึ้นไปอีก เเต่มันยังไม่พอ
เขา้าอาร์ติเเฟคมากกว่านี้้าเเข็งเเกร่งมากกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นวอยด์จึงเดินทางออกไปยังดาวต่างๆขโมยอาร์ติเเฟค ยึดมันเเละหลอมเข้ากับของของตน ทำลายอาร์ติเเฟคไร้ประโยชน์ทิ้งทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้ราบคาบ อย่างที่เขา้าทำมันมาตลอด
วันเวลาผ่านไปหนึ่งปี สิบปีหลายร้อยปี ด้วยอาร์ติเเฟค หรืออะไรก็ไม่ทราบทำให้วอยด์นั้นไม่มีความเเก่ชราทางด้านรูปร่างเลยเเม้เสียงจะเเหบพร่าเเละร่างกายยังเเข็งเเรงเหมือนอตนที่ะเิพลังเวทในตอนนั้นเเม้จะสูบสิ้นความเป็คนไปสักเเค่ไหน วอยด์ก็ยังขวนขวายเเละโหยหา อาร์ติเเฟคการทำลายล้างเเละความเเข็งเเกร่งมาเพื่อให้เป็ของตน
เเละหลังจากผ่านดาวเคราะห์เเละชิงอาร์ติเเฟคมาเรื่อยๆเขาก็ได้มาถึงดาวโลก ดาวที่มีสังคมเเละวัฒนธรรมที่ซับซ้อนที่สุด เเปลกใหม่ที่สุดเเละมีอาร์ติเเฟคคุณสมบัติเฉพาะมากมาย
เเต่มาถึงได้ไม่ทันไร เขาก็เจอกับตัวขัดขวางซึ่งมีอยู่ทุกที่ไม่รู้ว่าโชคตา้าอะไรจากเขาอีก จึงได้พบกับชายผู้นั้นบ่อยๆ ซึ่งเเน่นอนว่านั้นก็คือผอ.โฮบาร์!!
การต่อสู้เกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้งวอยด์เริ่มต่อสู้อย่างตึงมือมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็เเพ้ให้กับโฮบาร์
ความเจ็บใจเเละความอิจฉาต่อโชคชะตากลับคืนมาอีกครั้งเขาเลือกที่จะหายไปจากสายตาของโฮบาร์เพื่อไปเสิรมพลังอาร์ติเเฟคเเละลับคมความสามารถของตัวเอง
นานเเค่ไหนเเล้วนะที่เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเเค้นเเละอยากจะทำลายมากขนาดนี้ปนิธานที่้าจะกำจัดอีกฝ่ายนั่นมีเต็มเปี่ยมโฮบาร์เป็มนุษย์คนเเรกที่เขา้าจะกำจัดอย่างใจจริง
เเละในตอนนั้นเองวอยด์ก็ััได้ถึงตำเเหน่งของอาร์ติเเฟคชิ้นใหม่ คืออาร์ติเเฟคของไมเคิลนั่นเองเขาเป็หนึ่งในสองคนที่ััได้ถึงกระเเสพลังเวทตอนที่ไมเคิลผูกพันธะสัญญาเมื่อตอนนั้น
ดูจากความสามารถเเล้วอาร์ติเเฟคนั้นคงจะไม่ใช่สิ่งของทั่วๆไปเหมือนที่เขาเเย่งชิงมา
เมื่อความโลภครอบงำ ทำให้เขามุ่งมายังเป้าหมายอย่างไม่ลังเลใจเเละตอนนี้เขาก็มาถึงเเล้ว
"เอาล่ะข้าจะไม่พูดให้มากความ ส่งอาร์ติเเฟคมาเสีย"
เสียงเเหบพร่าของวอยด์ดังขึ้นอีกครั้งดึกทุกคนในห้องรวมไปถึงไมเคิลเเละตัวเขาเองกลับมาสู่ปัจจุบัน